13 เหตุผลทำไมชาว UNLOCKMEN ถึงต้องดูเรื่อง 13 Reason Why ซีรีย์จาก Netflix


ช่วงก่อนนี้เราได้เห็นคนโพสถึงซีรีย์เรื่อง 13 Reason Why  กันเต็มไปหมดบนหน้าฟีด facebook จนเราเกิดความสงสัยว่าหนังเรื่องนี้มันเกี่ยวกับอะไรทำไมมีคนพูดถึงกันมากนัก จนไปทราบมาว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานจาก Netflix คนดีคนเดิมเพิ่มเติมคือความแรง และเข้มข้นที่คัดสรรสร้างซีรีย์ออกมาได้อย่างถูกจริตคนมากยิ่งขึ้นจนกลายเป็น Talk of the town ขอกลับมาที่ 13 Reason Why ซีรีย์เรื่องนี้ได้ถูกจัดเรตติ้งอยู่ที่ 8.7 สำหรับ IMDb ส่วน Rotten Tomatoes ให้คะแนนสูงถึง 86 % ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียวทำให้เราต้องหันมาสนใจกับ 13 Reason Why มากขึ้น

ball13-reasons-why-05

หลังจากที่เราค้นคว้าหาข้อมูลจึงได้ทราบว่า 13 Reason Why ถูกสร้างจากหนึ่งในนิยายวัยรุ่นขายดีที่มีการตีพิมพ์ ประสบความสำเร็จมาแล้วในหลากหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย เกี่ยวกับเรื่องราวของวัยรุ่นอย่าง  เคลย์ เจนเซน  ที่กลับมายังบ้านเก่าอีกครั้งหลังจากที่เขาได้รับกล่องปริศนา ที่จ่าหน้ากล่องด้วยชื่อของเขา ภายในกล่องเต็มไปด้วยเทปคาสเซ็ท ที่ถูกอัดเสียงของ  ฮันนาห์ เบเกอร์  อดีตเพื่อนเก่าที่เขาแอบหลงรัก ซึ่งเสียงที่อัดไว้เล่าเรื่องราวของตัวเอง ราวกับไดอารี่ เนื้อหาในเทปเหล่านั้น เล่าถึง 13 เรื่องราวบุคคลรอบข้างเธอ 13 คนที่ทำให้เธอตัดสินใจฆ่าตัวตาย และหนึ่งในนั้นก็คือ เคลย์ เจนเซน

ball13-h_2017-04

ball13-reasons-why-06

ฟังแค่นี้แล้วก็พอจะเดาได้ว่าซีรีย์เรื่องนี้จะให้อารมณ์ในเชิงดาร์กหม่น ๆ ลี้ลับอย่างแน่นอน และดูครบจบได้ง่ายเพราะมีแค่ 13 ตอนเท่านั้น ทำให้เราเชื่อว่าหากคุณมีเวลาว่าง ๆ สักวันครึ่ง ก็สามารถตะลุยดูซีรีย์เรื่องนี้ได้จนจบ  แต่เพื่อประกอบการตัดสินใจทีมงาน UNLOCKMEN จึงได้นำเหตุผลว่า ทำไมคุณถึงต้องเสียเวลาเป็นวัน ๆ เพื่อดู 13 Reason Why

หน้า A

  1. ซีรีย์เรื่องนี้จะทำให้เราตระหนักถึงสัญญาณการฆ่าตัวตาย ที่กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับวัยรุ่นทั่วโลก
  2. ปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียนมัธยมนั้นมีทุกเชื้อชาติ และใช่ว่าทุกคนจะสามารถผ่านพ้นมันไปได้
  3. ซีรีย์เรื่องนี้ได้สะท้อนแง่ลบของสังคม gossip ที่อันตรายกว่าที่ทุกคนคิด การนินทา พูดจาเสียดสี ถูกประจานล้วนเป็นบ่อเกิดแห่งการฆ่าตัวตายทั้งสิ้น
  4. เข้าใจปัญหาการข่มขืน ทำไมเหยื่อจำนวนไม่น้อยถึงเลือกจะเงียบ เพราะไม่อยากจะรู้สึกกลายเป็นปมด้อย
  5. เพลงที่ถูกเลือกมาใช้ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ ทั้งเพลงเก่าและใหม่ ตัวอย่างเช่น Love Will Tear Us ของ  Joy Division
  6. จากเรื่องย่อคุณอาจจะคิดว่า ฮันนาห์ เป็นคนเล่าเรื่องเหตุการณ์ทั้งหมดภายในซีรีย์ แต่ไม่ใช่เลย เพราะผู้กำกับใช้ชั้นเชิงสามารถทำให้เราเห็นภาพรวมของปัญหาผ่านตัวละครอื่น
  7. acting ของนักแสดงทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งนักแสดงนำรวมถึงตัวประกอบที่ส่งเสริมให้บทเรื่องนี้สมบูรณ์แบบ
  8. ไม่เคยมีซีรีย์ในลักษณะนี้บน Netflix มาก่อนเพราะก่อนหน้านี้ Netflix มันจะทำซีรีย์แนวฮีโร่ หรือตลก แต่ 13 Reason Why ถือเป็นเรื่องดราม่าเข้มข้นที่ใช้ปมประเด็นเด็กวัยรุ่นมาเล่น ทำให้ Netflix เข็น Series แนวทางเดียวกันเรื่องใหม่ออกมาทันที นั่นคือ Riverdale

ball13reasonswhy-02

หน้า B

  1. ปัญหาการแบ่งชนชั้นที่โลกนี้ไม่มีทางแก้ไขได้ ซึ่งใน 13 Reason  ก็ได้เขี่ยประเด็นนี้อย่างตรงจุด
  2. แม้ว่าจะเป็นหนังที่ว่าด้วยเรื่องการฆ่าตัวตายของวัยรุ่น แต่ภายในหนังยังสอดแทรกอารมณ์ขันและทำให้หนังสนุกได้ด้วยปมที่ดูซีเรียสได้
  3. ให้แง่คิดในเรื่องอย่าตัดสินใจใครจนกว่าจะรู้เรื่องราวทั้งหมดจากตัวเขาอย่างแท้จริง
  4. ได้คะแนน และคำวิจารณ์จากทุกสำนักไปในเชิงบวก จนคุณไม่ควรพลาด
  5. ฉากในหนังสามารถคลุมโทนให้เรารู้สึกเข้าถึง และสับสน สลับกับฉากอดีตที่แบ่งแบกได้อย่างชัดเจน

8fe29f3936a85a0622f373030402aecd

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเหตุผลที่เรามานำเสนอว่าทำไมชาว UNLOCKMEN ควรเก็บหนังเรื่อง 13 Reason Why ไว้เพื่อพิจารณาเป็นทางเลือกในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ เพราะถ้าไม่ดีจริงคงไม่ได้รับกระแสเชิงบวกบนโลกออนไลน์ขนาดนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากให้ทุกท่านไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง เหมือนอย่างที่เราบอกอย่าเชื่อทุกสิ่งจนกว่าจะได้รู้เรื่องราวที่แท้จริง คำแนะนำคือให้เตรียมน้ำ เตรียมขนมเอาไว้ให้พร้อม เพราะทันทีที่เทปม้วนแรกถูกเล่นขึ้น คุณจะไม่อยากหยุดจนกว่าจะได้ดูเทปม้วนสุดท้าย

balla5128625b0ace9338f4aada10c3f6749092004ee-03