เปิดใจแท็กซี่ไทย ทำไมถึงปฎิเสธผู้โดยสาร รวมถึงมุมมองที่มีต่อ Uber และ Grab


ช่วงประมาณรอบเดือนที่ผ่านมา คงจะไม่มีข่าวสารบ้านเมืองอะไรที่ฮอตฮิตไปกว่า “แท๊กซี่ไทย” นอกจากกระแสการต่อต้านถึงพฤติกรรมปฎิเสธลูกค้า ทำร้ายแล้วไล่ผู้โดยสารลงจากรถ ล้วนเป็นภาพลักษณ์เชิงลบที่นับวัน แท็กซี่กับประชาชนคนไทยจะยิ่งทวีความบาดหมางมากขึ้นทุกวัน พอยิ่งลองอ่านไล่ดูคอมเม้นท์ต่างๆ บนโลกออนไลน์จะยิ่งเห็นได้ชัดว่าทุกคนล้วนเคยประสบชะตากรรมเดียวกันแทบทั้งนั้น จนต้องหันไปพึ่งพาบริการเสริมอย่าง Grab/Uber เรื่องราวก็น่าจะดู Happy Ending

แต่ไม่เลย บริการระดับประทับใจ กลับไปร้อนถึงกลุ่มสมาคมแท็กซี่ ที่ทนไม่ไหว ต้องออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงของปัญหาที่ว่าทำไมถึงต้องปฎิเสธลูกค้า พร้อมยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินการจัดการ Uber และ Grab Car อย่างเด็ดขาด ฐานเข้ามาประกอบอาชีพผิดกฎหมาย แย่งงานและทำลายอุตสาหกรรมของคนไทย ก็ยิ่งสร้างกระแสความไม่พอใจแก่ผู้บริโภค เนื่องจากมองว่าก็พี่แท็กซี่ไม่รับกูไปส่งเอง มองเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่มองว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้พวกเราต้องหนีไปพึ่งพาบริการเสริมที่ตอบโจทย์มากกว่า พาเราไปถึงที่หมายได้แบบไม่มีปากเสียง

วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงเกิดความสงสัยว่าจริงๆ แล้วปัญหาแท็กซี่ ที่ปฎิเสธลูกค้าเกิดจากเพราะเหตุใด เราจึงได้ทำการสุ่มขึ้นรถแท็กซี่เพื่อพูดคุยถึงความเห็น และหาคำตอบในมุมมองของคนขับแท็กซี่ว่าจริงๆ แล้ว ทำไมต้องปฎิเสธผู้โดยสาร? หรือมันมีเหตุผลอะไรที่พวกเค้าไม่สามารถสื่อสารออกมาได้กันแน่

บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ เป็นบทสนทนากับพี่คนขับแท็กซี่ ที่ไม่ประสงค์ออกนาม

ทีมงานได้ลองเรียกรถแท็กซี่คันแรกจากศูนย์การค้ามาบุญครองไปยังถนนวิทยุ หลังจากโดนปฏิเสธไปสี่คัน เราก็เรียกได้สักที และการยิงคำถามก็เริ่มขึ้น

17-4-17-taxi-problem-8

UNLOCKMEN : ตอนนี้รายได้ตกบ้างไหมครับ หลังจากมี Uber กับ Grab เข้ามาเป็นคู่แข่ง?

Taxi : ก็มีนิดหน่อย หาผู้โดยสารยากขึ้น แต่เอาจริงๆ พี่ไม่ได้ซีเรียสกับ Uber เลย ขอแค่พวกเขาไปจดทะเบียนจ่ายภาษีให้มันถูกต้องพอ คิดดูมันเอาเปรียบกันเกินไปหรือเปล่าที่คนทำอาชีพเดียวกัน แต่อีกคนหนึ่งต้องเสียภาษีแล้วอีกคนไม่เสียอะไรเลย มันถูกต้องไหมอะ

UNLOCKMEN : แล้วรายได้ต่อวันยังพออยู่ได้เปล่าพี่?

Taxi : ก็พอไปได้ แต่บางวันก็ไม่ได้เลย อย่างเช่นวันนี้ได้ยังไม่ถึง 1000 บาทเลย จะหมดกะอยู่แล้วเนี่ย

17-4-17-taxi-problem-2

UNLOCKMEN : ผมเห็นชมรมแท็กซี่ไปร้องเรียกขอเพิ่มค่ามิเตอร์ในช่วงเวลารถติด 50 บาท แล้วจะแก้ปัญหาได้ พี่เห็นด้วยไหม?

Taxi : มันช่วยไม่ได้หรอก ไอ้เรื่องปฎิเสธก็เห็นใจนะ แต่ถ้าลองมาขับแท็กซี่ดูจะรู้ เวลาขับเป็นกะเนี่ยเรามีเวลา 8 ชั่วโมง ถ้าเราไปส่งรถช้า คู่กะจะมองหน้าเรายังไงไปทำให้เขาเสียเวลาทำมาหากินถูกไหม อย่างอู่พี่อยู่พระราม 3 เนี่ย ตอนนี้ บ่าย 1 ครึ่ง หละพี่ต้องส่งรถบ่าย 3 โมงเกิดมีคนเรียกพี่ไปไกลแบบปทุมธานียังงี้พี่จะกลับมาส่งรถทันไหม คนก็ด่าอีกถ้ายังงี้ทำไมไม่ปิดไฟว่างไปเลย ถามหน่อยถ้าเป็นคุณเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงจะตีรถเปล่าเข้าอู่ หรือจะลองเปิดว่างเพื่อมีผู้โดยสารเรียกไปแถวใกล้ๆ ก็เป็นรายได้เพิ่มไว้กินข้าวล่ะน้อง

UNLOCKMEN : แล้วพี่ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี?

Taxi : มันแก้ไม่ได้หรอก ขนาดผู้อำนวยการขนส่งยังบอกเลยมันเป็นปัญหาบ้าบอคอแตก ก็รถในกรุงเทพมันติดขนาดนี้ แท็กซี่ที่ทำงานแข่งกับเวลาแล้วต้องมาเจอกับเรื่องที่คาดการณ์ไม่ได้ ก็รู้ๆ กันอยู่กรุงเทพรถติดแค่ไหน เฉลี่ยเลยนะ วันนึงวิ่งรถมาตราฐานคือ 9 ถึง 10 เที่ยว ถ้าได้เกินกว่านั้นถือเป็นกำไร ในเมื่อเราคาดการณ์เรื่องเวลาเดินทางไม่ได้ เราก็ต้องเลือกผู้โดยสารดิเพื่อให้เราสามารถวิ่งได้ตามเป้าเป็นธรรมดา ผมก็เห็นใจผู้โดยสารเหมือนกันนะ แต่เขาก็ต้องเห็นใจแท็กซี่เหมือนกัน

UNLOCKMEN : แต่รถแท็กซี่เป็นรถรับจ้างสาธารณะนะพี่ ไม่มีสิทธิ์ปฎิเสธลูกค้า?

Taxi : อย่างที่บอกนะน้อง ไม่มาขับไม่รู้หรอกว่ามันกดดันแค่ไหน  ไหนจะค่าเช่า ค่าครองชีพส่วนตัว คือสังคมไทยมันเป็นแบบนี้แล้วอะ พี่พูดจริง Uber เนี่ยดีนะ แต่แค่ไปทำให้ถูกต้อง ผู้โดยสารที่ไม่อยากโดนปฎิเสธก็เลือก Uber  ถ้ารีบจังหวะพอดีก็เรียกแท็กซี่ไป
จากนั้นเราก็มาถึงที่หมาย ซึ่งก่อนที่จะลงจากรถพี่แท็กซี่ได้บอกวิธีการเรียกแท็กซี่

17-4-17-taxi-problem-9

*ช่วงเวลาบ่าย 3 เนี่ย ถ้าไม่อยากเสียอารมณ์แล้วมีความจำเป็นต้องเดินทางไปที่ไหนไกลๆ อย่าไปเรียกเลยแท็กซี่ ให้เรียก Uber แทน เพราะมันเป็นเวลาส่งกะ แท็กซี่ไม่ค่อยมีใครไปหรอกเพราะเขากลัวกลับมาส่งรถไม่ทัน

ทีมงานได้ลองเรียกแท็กซี่คันที่สองจากถนนวิทยุเพื่อเดินทางไปกรุงธนบุรี ปรากฎต้องใช้เรียกอีก 3 คันกว่าจะมีคนรับ พอขึ้นมาบนรถเราก็เปิดประเด็นเรื่องปัญหาแท็กซี่เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา

UNLOCKMEN : น้าครับช่วงนี้เป็นไงบ้างรายได้ตกบ้างไหม ตั้งแต่มี Uber เป็นคู่แข่ง?

Taxi : ไม่เท่าไหร่

17-4-17-taxi-problem-3

UNLOCKMEN : แล้วที่มีข่าวสมาคมแท็กซี่ต่อต้านคนขับ Uber น้ารู้สึกอย่างไรบ้าง

Taxi : ปล่อยเขาไปเหอะ คนเราก็ต้องทำมาหากินเหมือนกัน แค่ทำให้มันถูกต้องเสียภาษีพอ อย่างแท็กซี่ทุก 6 เดือนต้องตรวจมิเตอร์ ปีหนึ่งเช็คสภาพรถ สิ่งเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้น แต่ Uber เนี่ยเสียอะไรบ้าง มีรถก็เอามาขับได้แล้ว แบบนี้มันไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ ส่วนใครจะเลือกใช้แท็กซี่ หรือใช้ Uber ก็ปล่อยแล้วแต่ผู้บริโภคเลือกกันเอง

17-4-17-taxi-problem-4

UNLOCKMEN : น้าไม่กลัว Uber จะมาแย่งรายได้หรอครับ

Taxi : คือต้องเข้าใจก่อนนะ Uber กับ Taxi มันคนละสไตล์กันเลย คุณลองเรียกดูดิ Uber บางทีใกล้ๆ ก็ไม่มีคนมารับผู้โดยสารนะ แต่ Uber เนี่ยมันจะไปตอบโจทย์พวกที่อยู่ในซอยหรือหมู่บ้านที่แท็กซี่เข้าไปไม่ถึง มันก็สะดวกเขาไม่ต้องเดินไกลๆ มาโบกรถ

อีกอย่างที่ผมไม่ซีเรียสคือรถผมเป็นรถบุคคลจึงขับได้ตามอิสระ แค่วิ่งได้ค่าผ่อนรถกับค่าใช้จ่ายส่วนตัวก็พอแล้ว ไม่ต้องทำรอบอะไรมากมาย เหนื่อยก็เข้าบ้านนอน แล้วก็ต้องโทษแท็กซี่ด้วยกันเองที่ไปทำเสีย ไปปฎิเสธลูกค้า ไปเลือกรับแต่ชาวต่างชาติ ทำให้มีแต่ข่าวแย่ๆ ออกมาเยอะ  และที่สำคัญคือขาดการโปรโมตปรับความเข้าใจที่ดี

อย่างน้องรู้ไหม ไอ้ระบบเรียกรถแท็กซี่มันก็มีมานานแล้วด้วย แค่โทรไปที่สหรณ์แท็กซี่เดี๋ยวก็มีรถมารับ เสียเพิ่ม 20 บาทเอง แต่มันอาจจะไม่ไปตอบโจทย์คนรุ่นน้องที่ใช้ smartphone กัน

*(เราลองโทรเรียกเบอร์สหกรณ์ Taxi ก็เจอกับการรอสายอย่างนาน และจบที่การไม่มีคนรับสาย)

UNLOCKMEN : น้ารู้สึกอย่างไรที่คนภายนอกมองว่าแท็กซี่ดูเหมือนจะมีแต่ปัญหา?

Taxi : ทำอะไรไม่ได้ คือมันเป็นนิสัยคนไทยอะ มักง่ายเกินไปบางที อาชีพแท็กซี่จริงๆ ไม่ใช่เป็นกันง่ายๆ ต้องไปอบรม  เสียค่าโน่น ค่านี่ ตรวจเช็คสภาพรถ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม แต่อย่างที่บอก บางอู่มักง่าย เอาใครก็ไม่รู้มาขับเพื่อให้ตัวเองได้กำไร แล้วคนพวกนี้มันไม่มีชื่อในระบบแท็กซี่ ก่อเหตุอะไรมา สังคมก็เหมารวมหมดว่าแท็กซี่ไทยไม่ดี ทำคนอื่นเดือดร้อน ปลาเน่าตัวเดียวแต่ตายทั้งเข่ง

17-4-17-taxi-problem-10

UNLOCKMEN : แล้วปัญหาปฎิเสธลูกค้าน้าเคยไหม?

Taxi : ผมเคยปฎิเสธลูกค้าเหมือนกันแต่น้อยมาก มีครั้งหนึ่งที่โดนร้องเรียน คือผมนัดแขกไว้ที่อนุเสาวรีย์จะไปส่งเขาที่สนามบินตอน 6 โมงเขาให้ผม 600 บาท เป็นค่าจ้าง เสร็จปุ๊ปประมาณ 4 โมงกว่าๆ มีคนเรียกผมไปแถวรามอินทรา ผมถามว่าขึ้นทางด่วนได้ไหม เดี๋ยวต้องรีบกลับมารับแขกตอน 6 โมง เสร็จคนนั้นบอกไม่ขึ้นทางด่วน ผมจึงปฎิเสธไป เขาก็โทรไปร้องเรียนว่าผมปฎิเสธลูกค้า
ถามหน่อยน้องมีนัดคิวไว้แล้วเรียบร้อย ตกลงค่าจ้างกันแล้วที่ 600 บาท แล้วจะทิ้งลูกค้าคนนั้นหรอ? ซึ่งผมก็ไม่ได้อยากจะปฎิเสธ แค่อยากทำเวลากลับมาให้ทัน เลยขอขึ้นทางด่วนแค่นี้เอง เพราะถ้ากลับมาไม่ทัน ผู้โดยสารที่นัดเอาไว้ก็เดือดร้อน แต่ผู้โดยสารบางคนก็แล้งน้ำใจกับแท็กซี่เกินไป บางทีทำอย่างกับเราเป็นลูกจ้าง คนใช้ ต้องมารองรับอารมณ์ เราเป็นแค่ผู้ให้บริการมีหน้าที่พาคุณไปส่งจุดหมายก็แค่นั้นเอง

UNLOCKMEN : แล้วทางออกของการแก้ไขปัญหาแท็กซี่กับผู้โดยสารคืออะไร?

Taxi : ไม่มีหรอกครับ ปัญหาทั้งหมดมันเริ่มมาจากรถติด ถ้าลองรถไม่ติดดิ จะไม่มีการปฎิเสธผู้โดยสารเกิดขึ้นเลย คนขับสามารถคำนวนเวลาการเดินทางได้ รู้เวลาของตนเอง ถ้าแท็กซี่จะไม่รับผู้โดยสารก็พูดกับเขาดีๆ  อธิบายให้เขาฟังถึงเหตุผล รถมันมีเยอะแยะ ผู้โดยสารไม่มาใส่ใจหรอก แต่ส่วนใหญ่แท็กซี่ชอบไปปฎิเสธให้เขาเสียน้ำใจ พูดจาไม่ดีแบบนี้เขาก็ผูกใจเจ็บสิ ส่วนผู้โดยสารถ้าไม่อยากถูกปฎิเสธก็ใช้บริการ Uber ต้องยอมรับว่าปัญหานี้มันแก้ไขไม่ได้จริงๆ

17-4-17-taxi-problem-6

ก่อนลงจากรถ น้าคนขับก็ได้บอกอีกว่า สีของแท็กซี่นั้นมีผลต่อการเรียกเช่นกัน อย่างสีเขียว/เหลือง คือแท็กซี่ส่วนบุคคล คนขับจะเป็นเจ้าของรถเอง ทำให้ไม่ค่อยปฎิเสธผู้โดยสารถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ส่วนสีอื่นจะแตกต่างกันดังต่อไปนี้

-สีชมพูล้วน สหกรณ์แท็กซี่สหมิตร (อู่อยุ่แถวอินทมระ)

-สีเขียวล้วน สังกัดสหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ (อู่อยู่แถวจรัญสนิทวงค์)

-สีฟ้าล้วน สังกัดไทยเอซลิสซิ่ง ซึ่งมีบริการวิทยุสื่อสาร โทรเรียกให้มารับได้ (อู่อยู่แถวถนนนวมินทร์)

-สีส้มล้วน สังกัดสหกรณ์บวรแท็กซี่ (อู่อยู่แถวบางแค)

-สีแดงล้วน สังกัดสหกรณ์แท็กซี่ภูมิพลัง (อู่อยู่แถวสุขาภิบาล)

taxi-joe

*แต่ทั้งนี้ทั้งแท็กซี่บางครั้งอาจจะอยู่ในกลุ่มสังกัดเหล่านี้ แต่ไม่ได้จำเป็นต้องส่งรถในบริเวณดังกล่าวที่เราได้บอกมา

หลังจากเราได้คุยกับแท็กซี่ทั้งสองคันแบบเปิดอก จึงได้รู้ความจริงอีกด้านของต้นเหตุปัญหาที่แท้จริงว่าส่วนใหญ่มาจากการจราจรที่คับคั่งจนแทบคลั่งในกรุงเทพ ทำให้เกิดอุปสรรคในการทำงานตามเวลาจำกัดของผู้ขับแท็กซี่ และพื้นที่ให้บริการ จนเป็นเหตุที่ทำให้ต้องมีการปฎิเสธกันเกิดขึ้น และการขาดความมีจิตสำนึกในอาชีพบริการของทั้งอู่รถและคนขับแย่ ๆ บางคน ที่กรมขนส่งต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาพัฒนาบุคลากรให้ดีกว่านี้ ส่วนทางฝั่งผู้โดยสารก็อาจจะทำใจเย็น ๆ กันไป สังคมไทยจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข

ดังนั้นถ้าเกิดชาว UNLOCKMEN คนไหนเจอแท็กซี่ที่ดี ถือว่าถูกหวย ก็ขอให้ขอเบอร์เก็บไว้ แล้วก็แนะนำให้กับคนรอบข้าง เพราะตัวอย่างจากลุงสมหมายที่เป็นเรื่องราวแชร์กันบนโลกออนไลน์ถึงความน่ารักใจดีของแก ส่วนใครที่มีประสบการณ์ไม่ดีกับแท็กซี่อาจจะลองทางอื่น เพราะในปัจจุบันมีบริการเสริมทางเลือกมากมายที่เข้ามาอำนวยความสะดวกสบายให้กับชีวิตของคุณ หรือไม่ก็ลองพยายามโบกแท็กซี่กันต่อไปจนกว่าจะเจอที่ใช่ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจหันหลังให้กับบริการแท็กซี่ไทย เพราะเราชื่อว่าก็ยังมีคนดีที่หลงเหลืออยู่ ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะเลวร้ายเสมอไป