Guide

DRINK LIKE A BOSS: รู้จักความต่างของ BRANDY / COGNAC และ WHISKY

By: DR.TUI April 6, 2019

เมื่อคุณสุภาพบุรุษทั้งหลายต้องพาหวานใจไปออกเดทตามร้านอาหารชั้นนำ หรือ roof top สุดหรูตามโรงแรมชื่อดัง เวลาเลือกเครื่องดื่มประเภท เหล้า มาดื่มสักแก้วนึง เคยงงงวยกันบ้างมั้ยครับ ว่าทำไมเมนูเหล้ามันช่างเยอะแยะซะเหลือเกิน บางที่ถึงขนาดมีเมนูแยกอีกเล่มออกจากเมนูอาหารเลยด้วยซ้ำ มิหนำซ้ำสาวเจ้าที่พามาด้วยก็ดันมาสงสัยใคร่รู้อีกว่า เหล้าตัวนี้คืออะไร ต่างกับแบบนั้นยังไง บลาๆๆ ถ้าโชคดีเนียนหาคำอธิบายที่พอฟังได้ก็คงรอดตัวไป แต่ถ้าไม่ ก็คงจะหน้าแตกไม่น้อยเลย

เหล้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามวิธีการผลิตคือ เหล้าที่ได้จากการหมักบ่ม และเหล้าที่ได้จากการต้มกลั่น โดยปกติแล้ว เหล้ามีอยู่มากมายหลากหลายชนิด หลากหลายรสชาติ แต่ในที่นี้ขอแนะนำให้รู้จักกับเหล้าต้มกลั่นที่ได้รับความนิยมมายาวนาน และเพิ่มความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในบ้านเรา ได้แก่ Brandy (บรั่นดี) และ Whisky (วิสกี้)

Brandy (บรั่นดี) คือเหล้าที่กลั่นจากผลไม้หมัก นิยมใช้องุ่นเป็นวัตถุดิบหลัก(ไวน์คือผลลัพธ์จากการหมักองุ่น เมื่อนำเหล้าองุ่นมากลั่นต่อก็จะได้บรั่นดี) คุณภาพของบรั่นดีขึ้นอยู่กับ คุณภาพของเหล้าองุ่นที่นำมากลั่น, กรรมวิธีที่ใช้ในการกลั่น, และที่สำคัญที่สุดก็คือการเลือกชนิดไม้สำหรับใช้ทำถังเพื่อเก็บบ่มบรั่นดีหลังจากกลั่นแล้ว ซึ่งการเก็บบ่มเหล้าไว้ในถังไม้ที่เหมาะสมเป็นเวลานานปี จะเป็นการทำลายสารพิษต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างกรรมวิธีการผลิต และเจือปนอยู่ในเหล้าให้หมดไปอีกด้วย บรั่นดีที่ได้รับความนิยมและยอมรับกันว่าเป็นบรั่นดีชนิดที่ดีที่สุด คือ บรั่นดีที่ผลิตจากแคว้น Cognac (คอนยัค) และ Armagnac(อาร์มายัค) ประเทศฝรั่งเศส

Cognac (คอนยัค) เป็นบรั่นดีที่มีชื่อเสียง และเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ซึ่งหลายๆคนไม่เข้าใจความแตกต่างของชื่อ Cognac (คอนยัค) และ Brandy (บรั่นดี) เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ คอนยัคก็คือบรั่นดี ซึ่งต้องผลิตจากองุ่นที่ปลูกในแคว้นคอนยัค ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งรวมถึงกระบวนการผลิตก็จะต้องผลิตในแควันคอนยัคเช่นเดียวกัน คอนยัคจะถูกบ่มทั้งในถังไม้โอ๊คเก่า และใหม่ โดยจะเปลี่ยนถ่ายจากถังใหม่สู่ถังเก่าเพื่อหมักบ่มต่อซึ่งจะได้กลิ่นและรส อันขึ้นอยู่กับชนิดของถังไม้ที่นำมาใช้บ่ม ระยะเวลาบ่มในขั้นตอนนี้ก็จะทำให้ได้คอนยัคชนิดต่างๆ  ดังนี้

ชนิดธรรมดาที่มีชื่อเรียกว่า VS (Very Superior) เป็นคอนยัคสามดาว และเป็นคอนยัคในระดับธรรมดา มีอายุการบ่มไม่มากประมาณ 3-5 ปี

ชนิดดีที่มีชื่อเรียกว่า VSOP (Very Special Old Pale) จะมีสีที่เข้มกว่า ซึ่งอาจจะมีการเพิ่มสัญลักษณ์ตัวอักษรเพิ่มเข้าไปอีกเช่น F (Fine) X (Extra) คอนยัคนี้จะมีอายุการหมักบ่มจากที่ประมาณ 7-10 ปี

และสุดท้ายคือ XO ย่อมาจากคำว่า Extra Old ซึ่งต้องผ่านการบ่มอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป (เรียกว่า Napoleon ก็ได้) แต่คอนยัคที่มีสัญลักษณ์ XO ส่วนมากจะมีอายุมากกว่า 10 ปีเยอะครับ บางขวดมีอายุมากถึง 60 ปีเลยทีเดียว ซึ่งผู้ผลิตอ้างว่ามีรสชาติและกลิ่นที่ดีกว่าระดับอื่นอยู่มากโขเลยทีเดียว

ยี่ห้อคอนยัคที่นิยมกันทั่วโลก เช่น Hennessy, J. Dupont และ Remy Martin ผู้ผลิต Louis XIII ที่นักดื่มกระเป๋าหนักทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในคอนยัคที่ต้องลิ้มลองให้ได้ ถ้าไม่รู้จะเริ่มที่ไหน ขอแนะนำ Duke ชั้น 1 Gaysorn Village 

Armagnac (อามาร์ยัค) เป็นบรั่นดีอีกชนิดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลก ผลิตจากองุ่นและผลิตอยู่ในแคว้นอามาร์ยัค ประเทศฝรั่งเศส เช่นเดียวกับคอนยัค มีสถานที่ผลิตสำคัญๆอยู่สามที่คือ Haut Armagnac, Tènarèze และ Bas Armagnac อามาร์ยัคจะบ่มในถังไม้โอ๊คดำ ซึ่งแตกต่างจากเหล้าที่ได้จากต้มกลั่นตัวอื่น ๆ แม้กระทั่งคอนยัคเองก็จะบ่มจากถังไม้โอ๊คขาว

อามาร์ยัคจะมีการบ่มที่ยาวนานกว่าคอนยัค และสิ่งที่ไม่เหมือนคอนยัคอีกอย่างคืออามาร์ยัคจะมีการระบุปี (Vintage) อามาร์ยัคเองก็มีการแบ่งเกรดออกเป็น 3 ระดับตามอายุการบ่มเช่นเดียวกับคอนยัค เช่น GELAS, Michel Firino Martell นอกจากนี้ยังมีบรั่นดีชนิดอื่นๆ อีกเช่น Apple Brandy ที่ผลิตจากแอปเปิ้ล เช่น Calvados จากประเทศฝรั่งเศส

บรั่นดีชนิดต่างๆเมื่อบรรจุลงขวดแล้วไม่ว่าจะเก็บไว้นานสักเท่าใด ก็ไม่มีผลทำให้คุณภาพดีขึ้นไปกว่าก่อนบรรจุขวดแต่อย่างใด วิธีการดื่มบรั่นดีที่ถูกต้องจะต้องดื่มในแก้วบรั่นดี (Brandy Snifters) ที่มีลักษณะคล้ายๆแก้วไวน์แต่สั้นและตันกว่า มักจะดื่มกันหลังอาหารมากกว่าดื่มเอามันส์ตั้งแต่ขาถึงร้าน

 

Whisky, Whiskey (วิสกี้) เหล้าที่ทำมาจากข้าวต่างๆ เช่น ข้าวสาลี, ข้าวบาร์เล่ย์, ข้าวโพด เป็นต้น มีผลิตในหลายประเทศ Whisky เป็นรากศัพท์มาจากคำว่า Uisge beatha (ยูธ บีทธา) ซึ่งเป็นภาษา Gaelic (ภาษาแกลลิก) ภาษาเก่าแก่ที่ชาวเซลท์ (Celt) ในสก๊อตแลนด์ภาคเหนือใช้พูดกันซึ่ง มีความหมายแปลว่า “น้ำอมฤตแห่งชีวิต”

กำเนิดของสก๊อตวิสกี้มาจากพระในศาสนาคริสต์โดยพระในชนบทของประเทศอังกฤษแต่เก่าก่อน ท่านไม่เพียงแต่จะเชี่ยวชาญในหลักธรรมอย่างแตกฉานเท่านั้นแต่ยังแตกฉานในการต้มเหล้าเถื่อนอีกด้วย วิสกี้แท้ที่เป็นเหล้าหลักจริงมีเพียง 2 ประเภทคือ Malt Whisky เป็นวิสกี้ที่หมักกลั่นจากวัตถุดิบประเภทข้าวบาร์เลย์ที่ถูกเพาะเป็น มอล์ทล้วน ๆ และถูกปรุงแต่งด้วยหัวเชื้อและ Grain Whisky เป็นวิสกี้ที่หมักกลั่นจากวัตถุดิบประเภทข้าวบาร์เลย์ที่เพาะเป็นมอล์ทส่วนหนึ่งนำไปผสมกับธัญพืชอื่น ๆ

ในปัจจุบันจะแบ่งวิสกี้ตามแหล่งที่ผลิตได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆ คือ Scotch Whisky (วิสกี้จากสก็อตแลนด์), American Whiskey, Canadian Whisky, Japanese Whisky และ Irish Whiskey (โปรดสังเกตด้วยนะครับว่ามีแต่เหล้าวิสกี้ที่ผลิตในสก๊อตแลนด์และแคนาคาเท่านั้น ที่จะใช้คำว่า WHISKY โดยไม่มีตัว “E”)

เห็นมั้ยครับว่า เหล้า ไม่ได้มีดีแค่เรื่องมึนเมาอย่างเพียงเดียว แต่ยังมีประวัติศาตร์ จารีตประเพณีทั้งในการผลิตและการดื่ม ที่มากมายจนนำมา เล่า สู่กันฟังได้อย่างเพลิดเพลิน จนอดคิดไม่ได้นะครับว่าบรรพบุรุษของเราไปสรรหาและคิดค้นสิ่งต่างๆเหล่านี้มาได้อย่างไร หรือเพราะแท้ที่จริงแล้วมนุษย์เราพยายามค้นหาหนทางที่จะสร้างความสุขให้กับตนเอง(แม้จะเป็นความสุขเพียงชั่วคราว)ก็ตาม

DR.TUI
WRITER: DR.TUI
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line