MENU

สานต่อ Mekhong Thai Spirit Cocktails 2018 เป็นปีที่สอง ต่อยอดแนวคิดเชิดชูวัตถุดิบท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทยรังสรรค์ค็อกเทลระดับโลก

By: LIT November 6, 2018

แม่โขง แบรนด์สุราไทยที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยและร่วมเชิดชูความเป็นไทยมาเกือบ 80 ปี เปิดแคมเปญ Mekhong Thai Spirit Cocktails 2018 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 หลังแคมเปญในปีที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จอย่างมาก เดินหน้าเฟ้นหาสุดยอดค็อกเทลสัญชาติไทยจากวัตถุดิบพื้นบ้านและสุราไทยชั้นดี ถ่ายทอดเรื่องราวความภูมิใจแห่งสยามประเทศในงานประกาศรางวัลระดับโลกที่คนในวงการร้านอาหารทุกคนต่างรอคอย MICHELIN Guide Thailand 2019 Star Revelation and Gala Dinner ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้

Mekhong Thai Spirit Cocktails เริ่มจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2560 เพื่อเฟ้นหาสุดยอดค็อกเทลสัญชาติไทยในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนนำเสนอเอกลักษณ์ของสุราไทยและส่วนผสมท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในเวทีโลก แคมเปญที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีมาก

โดยแม่โขงได้คัดเลือกค็อกเทลสัญชาติไทยอย่าง “ขุนศึก” จากร้านบ้านสุริยาศัย และ “ทอง” จากร้านเทพฯ บาร์ เป็นตัวแทนเครื่องดื่มค็อกเทลเสิร์ฟในงานประกาศรางวัลระดับโลกที่คนในวงการร้านอาหารทุกคนต่างรอคอยอย่าง MICHELIN Guide Bangkok 2018 Award Ceremony and Gala Dinner

สืบเนื่องจากความสำเร็จของแคมเปญในปีที่ผ่านมา แม่โขงต้องการเดินหน้าผลักดันให้ค็อกเทลสัญชาติได้เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้างมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการจัดแคมเปญ Mekhong Thai Spirit Cocktails 2018 ขึ้นเป็นปีที่สอง โดยความพิเศษของแคมเปญในปีนี้คือ การให้ความสำคัญกับการนำวัตถุดิบท้องถิ่น หรือ local ingredients มาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ค็อกเทลไทยร่วมกับสุราแม่โขง เชิดชูรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของวัตถุดิบของไทยและสร้างสรรค์ค็อกเทลที่ไม่สามารถหาได้ที่ใดในโลก

นอกจากนั้นเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับมิกโซโลจิสต์ชาวไทยที่มีความสามารถ แม่โขงได้ขยายแคมเปญไปทั่วประเทศ จนสามารถคัดสรรค็อกเทลไทยทั้งหมด 11 ชนิด จากร้าน 11 แห่ง โดยมิกโซโลจิสต์ทุกท่านตั้งใจสร้างสรรค์ค็อกเทลสูตรพิเศษ นำเสนอเรื่องราวและเสน่ห์ของความเป็นไทยในหลากหลายมิติ ทั้งขนมธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม รวมไปถึงประวัติศาสตร์ชาติไทย ค็อกเทลแต่ละแก้วมีรสชาติและเรื่องราวที่โดดเด่นไม่ซ้ำกัน

ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา แม่โขงเชิญชวนคนไทยร่วมกันให้คะแนนค็อกเทลที่ตนเองชื่นชอบจากทั้ง 11 ร้านดังผ่านทางเฟซบุ๊คของแม่โขงและมาจากการตัดสินของคณะกรรมการในค่ำคืนนี้ ได้แก่ คุณเดชพงษ์ กาญจนลักษณ์ Master Blender ผู้ปรุงสูตรและเจ้าของสูตรของแม่โขง, คุณฟิลลิปส์ บิสชอป มิกโซโลจิสต์ชื่อดังที่คว้ารางวัล Best Bar อันดับ 1 ของเอเซียและอันดับ 3 ของโลก, คุณอโน ชุ่มอินทร์จักร กูรูด้านค็อกเทล, เชฟชุมพล แจ้งไพร เซเลบริตี้เชฟแนวหน้าของเมืองไทย และคุณอาริยา สมรรถไท Assistant Brand manager บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด

โดย 2 สุดยอดค็อกเทลที่ชนะการตัดสินในปีนี้ ได้แก่ ‘รินคำลำโขง’ จาก Pullman Bangkok King Power และ ‘นวล’ จาก TEP BAR จะได้ไปเสิร์ฟภายในงาน MICHELIN Guide Thailand 2019 Star Revelation and Gala Dinner ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ นับเป็นโอกาสอันดีของค็อกเทลไทยและมิกโซโลจิสต์ชาวไทย ที่จะได้แสดงผลงานของตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ต่อบุคคลที่เป็นผู้นำในวงการอาหารและเครื่องดื่มจากทั่วโลก

คุณเอกชัย คงศรี มิกโซโลจิสต์จาก Pullman Bangkok King Power ผู้รังสรรค์ค็อกเทล ‘รินคำลำโขง’ กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ค็อกเทลแก้วนี้ว่า “’รินคำลำโขง’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชื่อของสุราแม่โขง นั่นก็คือ ลำน้ำโขง ที่ไหลไปหล่อเลี้ยงมากมายหลายชีวิตให้เจริญเติบโตและงอกงาม กระทั่ง ก่อให้เกิดพืชพรรณสมุนไพรต่าง ๆ ในจุดที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน เริ่มจุดแรกที่สามเหลี่ยมทองคำ

โดยได้นำเอาชาขึ้นชื่อซึ่งประกอบไปด้วยข่า ตะไคร้ ใบเตย มาผสมลงไปเพื่อสื่อถึงจุดที่แม่น้ำโขงไหลผ่านจุดแรกในประเทศไทย ต่อมาที่จังหวัดเลย ในจุดที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน ก่อให้เกิดมะขามหวานเมืองเลย ซึ่งมีรสชาติดีเยี่ยม ผ่านไปจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่แม่น้ำโขงไหลผ่านประเทศไทย ก่อให้เกิดกล้วยเบรคแตก ของดีระดับห้าดาวประจำจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อนำส่วนผสมทั้งหมดนี้มาผสมเข้าด้วยกัน ทำให้ได้รสชาติที่แตกต่าง สื่อถึงความเจริญงอกงามเมื่อแม่น้ำโขงไหลผ่านไปยังจุดนั้น ๆ

ส่วนคุณวัชระ วโรดม มิกโซโลจิสต์จากร้าน TEP BAR ซึ่งเป็นร้านที่คว้าชัยชนะต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 กล่าวว่า  ‘นวล’ คือสีของเมล็ดข้าว ที่สีแล้วจนนวลพร้อม หล่อเลี้ยงชีวิตชาวไทยมากว่า 5,000 ปี ค็อกเทล ‘นวล’ จึงได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการใช้ส่วนผสมของ น้ำข้าวขาวดอกมะลิ พันธุ์ 105 พันธุ์พระราชทาน เป็นสายพันธุ์ทีมีกลิ่นหอม

ซึ่งเข้ากันได้ดีกับ “แม่โขง” The Spirit of Thailand ที่มีปลายข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบ ทำให้สัมผัสแรกมีความหอมละมุนลิ้นจากน้ำนมข้าวที่ได้จากเมล็ดข้าวที่จะต้องเก็บเกี่ยวในช่วงหลังจากดอกข้าวจะร่วง มีความหวานที่ปลายลิ้นจากน้ำหญ้าหวานซึ่งมีความหวานจากธรรมชาติ รสเปรี้ยวบาง ๆ จากน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิสูตรลับของครัวเทพบาร์ และยังมีความหอมอร่อยของข้าวเกรียบว่าวและข้าวตังสูตรชาววัง ที่เคลือบบนปากแก้ว ให้ได้สัมผัสรสของข้าวที่ต่างบริบทกัน

ในฐานะสุราสัญชาติไทยที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 ได้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ของไทยมาโดยตลอด ผ่านรสชาติที่มาจากวัตถุดิบและภูมิปัญญาไทย น้ำตาลจากอ้อยและปลายข้าวเหนียวถูกนำมากลั่นในวิธีแบบดั้งเดิม ผสมผสานกับสมุนไพรไทยและเครื่องเทศ ตามสูตรที่ได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นแบรนด์สุราที่เป็นที่รู้จักของคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างดี

ทางแม่โขงได้ตระหนักดีถึงบทบาทในการช่วยส่งเสริมและถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยให้แพร่หลายในวงกว้าง จึงเป็นที่มาของการริเริ่มจัดและสานต่อแคมเปญนี้ เพื่อจุดประกายให้คนไทยมีความภาคภูมิใจในวัตถุดิบของไทยรวมถึงสุราไทยอย่างสุราแม่โขงที่สามารถนำไปรังสรรค์ค็อกเทลที่เป็นตัวแทนบอกเล่าเอกลักษณ์ของชาติ ซึ่งนับเป็นการสนับสนุนความสามารถของมิกโซโลจิสต์ไทย รวมทั้งยกระดับวงการค็อกเทลไทยสู่มาตรฐานระดับสากล

LIT
WRITER: LIT
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line