FASHION

ZERO TO HERO : ต่อ อภินันต์ นิธิวานิช ความหลงใหลในรองเท้าที่แปลงเป็น RESH PREMIUM SHOE REPAIR SHOP

By: SPLESS March 16, 2019

ถ้าจะบอกว่ารองเท้า คือสิ่งของที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับผู้ชายเราก็คงไม่ผิดนัก เพราะมันคือไอเทมที่มีความสำคัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับไลฟ์สไตล์รูปแบบต่าง ๆ ของการชีวิต รวมถึงเป็นเครื่องแต่งกายชิ้นสำคัญที่บ่งบอกและแสดงออกถึงรสนิยม ความหลงใหล ซึ่งบางครั้งเสน่ห์ของมันก็ทำให้หนุ่ม ๆ หลายคนนอกจากจะชื่นชอบครอบครองเพื่อสวมใส่แล้ว ยังเลือกเก็บสะสมให้เป็นความสุขของจิตใจอีกด้วย

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องรองเท้ากับคุณ ต่อ-อภินันต์ นิธิวานิช เขาคืออีกคนที่หนึ่งที่หลงใหลในรองเท้าเป็นอย่างมาก ทว่าความชอบของเขาไม่ใช่แค่ความต้องการสวมใส่และสะสมเพียงอย่างเดียว แต่ผลักดันให้ตัวเขาก้าวออกมาเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง เพื่อแบ่งปันรองเท้าให้กับคนอื่นรอบตัวในฐานะเจ้าของร้านรองเท้า ซึ่งหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลรองเท้าผ้าใบคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับร้าน Selektiv ที่เป็นหนึ่งในผลงานของเขา แต่พลังของความหลงใหลในตัวเขาก็ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น จนนำมาสู่การเปิดร้านรับซ่อมและดูแลรองเท้าหนังแบบครบวงจรที่ชื่อว่า “Resh” Premium Shoe Repair Shop

อะไรที่ทำให้ชายคนนี้ผลักดันความชอบ ความหลงใหลในรองเท้าที่มีในตัว สู่การทำธุรกิจเกี่ยวกับรองเท้าที่ให้บริการและทำงานด้วยความเอาใจใส่ มาฟังเรื่องราวและเหตุผลของเขาไปพร้อมกับเราได้เลย

แนะนำตัวเองและ “Resh” Premium Shoe Repair Shop หน่อยครับ

สวัสดีครับผม ต่อ-อภินันต์ นิธิวานิช ครับ สำหรับ “Resh” Premium Shoe Repair Shop จะเป็นร้านซ่อมรองเท้าที่มาจากประเทศญี่ปุ่นครับ ต้องบอกก่อนว่าสำหรับที่ประเทศญี่ปุ่น นี่คือร้านรับซ่อมรองเท้าระดับ Premium อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นที่มีร้านในเครือของบริษัทมากถึง 60 สาขา รวมถึงอีก 8 สาขาในประเทศเกาหลีและนี้คือสาขาแรกในประเทศไทยครับ

เริ่มต้นทำธุรกิจเกี่ยวกับรองเท้ามาตั้งแต่ตอนไหน เพราะอะไร

เริ่มต้นครั้งแรกตอนอายุประมาณ 19 ครับ ตอนนั้นนอกจากความชอบในรองเท้าแล้ว ผมยังมีความรู้สึกว่าอยากเปิดร้านรองเท้าเพื่อแบ่งปันให้คนอื่นได้มีโอกาสซื้อรองเท้าบางชนิดที่ไม่มีขายในประเทศไทย ซึ่งสมัยนั้นยังไม่เป็นที่นิยมเหมือนปัจจุบัน เมื่อบวกกับ Passion ที่เรามีกับรองเท้า เราอินกับการขายและแบ่งปันรองเท้าให้กับคนอื่น ๆ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจเริ่มต้นเปิดธุรกิจขึ้นมา

ตอนแรกที่ผมเปิดก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจเลย รู้แค่ว่าอยากขายรองเท้ามากจริง ๆ เราก็อาศัยเก็บประสบการณ์และเรียนรู้ด้วยตัวเองล้วน ๆ จนกระทั่งพิสูจน์ตัวเองให้คนรอบตัวเห็น ว่าเราสามารถทำธุรกิจที่ชอบและประสบความสำเร็จได้ในระดับที่เราพอใจ

ตอนนั้นเป็น Selektiv หรือยังครับ

ตอนแรกเปิดเป็นร้านเล็ก ๆ ก่อนครับสมัยนั้นยังอยู่ที่ Gateway เอกมัย เริ่มต้นจากการขายรองเท้าคอนเวิร์ส หลังจากนั้นก็ค่อยขยับขยายโตขึ้นเรื่อย ๆ จนมีการรีแบรนด์ใหม่เป็นชื่อ Selektiv เริ่มมีสินค้าที่มีความหลากหลายขึ้น แต่โดยรวมก็ยังเป็นรองเท้าผ้าใบทั้งหมดครับ ต่อมาสไตล์เสื้อผ้าที่เราใส่ก็โตตามวัยและเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ตัวผมก็เริ่มหันมาใส่รองเท้าหนังมากขึ้น อินกับรองเท้า Dress shoes มากขึ้นจนมาเป็น “Resh” Premium Shoe Repair Shop ในปัจจุบันครับ

ทำไมถึงเลือกจับ “Resh” Premium Shoe Repair Shop มาทำในเมืองไทย

ด้วยความที่ “Resh” Premium Shoe Repair Shop เป็นบริษัทที่มีจิตใจและวัฒนธรรมการซ่อมที่ค่อนข้างใส่ใจมาก ๆ ซึ่งเราเองก็รู้ดีกันอยู่แล้วว่าสไตล์ของคนญี่ปุ่นถ้าพวกเขาใส่ใจกับการทำอะไร ก็จะทำออกมาให้ดีที่สุด ที่สำคัญคือพวกเขาคือตัวจริงในการซ่อมรองเท้าที่มีความรู้และประสบการณ์ มีช่างที่เชี่ยวชาญ รวมเพียบพร้อมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือ เรียกได้ว่าเป็นมือหนึ่งในการซ่อมรองเท้าระดับ Premium ของโลกก็ว่าได้ครับ

การเข้ามาเปิดในบ้านเราต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ในเมื่อมาตรฐานของร้านสูงขนาดนี้

จริง ๆ แล้วระหว่างตอนเตรียมตัวเปิดร้าน ต้องเตรียมพร้อมอะไรเยอะมากครับ เหตุผลก็เพราะทางบริษัทที่ญี่ปุ่นเขาต้องการให้ร้านที่จะมาเปิดในเมืองไทย มีมาตรฐานการซ่อมและบริการ Service Mind รวมไปถึงวิธีคิด วิธีทำงานที่เป็นไปตามแบบฉบับดั้งเดิมของเขา

เรื่องของการฝึกฝนพนักงานในตำแหน่งต่าง ๆ ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากเหมือนกัน ถึงขนาดต้องส่ง Staff ของเราไปฝึกและเรียนรู้งานที่ญี่ปุ่นนานถึง 6 เดือน หลังจากนั้นผู้จัดการของฝั่งญี่ปุ่นหรือคนที่ได้รับมอบหมายก็จะเข้ามาช่วยดูงานที่ประเทศไทยเป็นระยะ ๆ เพื่อดูคุณภาพในการทำงานของเราและวัดผลด้านต่าง ๆ ด้วยครับ

ตอนนี้ “Resh” Premium Shoe Repair Shop หนึ่งเดียวในประเทศไทย ให้บริการอะไรบ้างครับ

ตอนนี้ “Resh” Premium Shoe Repair Shop ของเรามีบริการในส่วนของการซ่อมรองเท้าของทั้งผู้ชายแล้วก็ผู้หญิง ต้องบอกก่อนว่าจริง ๆ เรารับซ่อมรองเท้าทุกประเภท รวมถึงเรื่องบริการทำสี การขัดรองเท้า เรียกง่าย ๆ ว่าเราทำ Shoe Care ครบวงจรเลยครับ

ทำไมต้องมีร้านรับซ่อมรองเท้าระดับ Premium

ถ้ามองภาพนี้ในบ้านเรา ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้วในเมืองไทยมีรองเท้าดี ๆ ค่อนข้างเยอะมาก แต่เวลาเดียวกันร้านรับซ่อมรองเท้าที่มีคุณภาพในบ้านเรากลับไม่มีเลย เวลามีคนต้องการซ่อมรองเท้าเราก็ต้องถือไปซ่อมตามร้านข้างทาง ซึ่งผมไม่ได้บอกว่าร้านที่ยกมาไม่ดีนะครับ แต่มันถือเป็นการซ่อมรองเท้าคนละแบบ มันจะมีซ่อมที่สามารถทำให้รองเท้าใช้งานต่อได้ปกติทั่วไปและการซ่อมรองเท้าให้กลับมามีความ Original เหมือนเดิม ซึ่งทาง “Resh” Premium Shoe Repair Shop ของเราจะเน้นไปทางแบบที่สองมากกว่า

รวมถึงมีการเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่ดีที่สุด และเน้นในเรื่องฝีมือการซ่อม รวมถึงวิธีคิดและวิธี Management ต่าง ๆ เพราะการซ่อมรองเท้าอาจถูกมองเป็นเรื่องง่าย ส่งซ่อมก็เสร็จแล้ว แต่จริง ๆ แล้วกระบวนการต่าง ๆ มันมีเยอะมาก ๆ ตั้งแต่การต้อนรับลูกค้า พูดคุยถึงรายละเอียดที่ต้องการและการทำงานจัดระเบียบคิวต่าง ๆ อีกมากมาย

มีวิธีรักษามาตรฐานของร้านยังไงบ้าง

เราจะอาศัยการพูดคุยและเน้นการประชุมสร้างความเข้าใจกับทีมของเราครับ ที่จริงแล้วเราประชุมกันแทบจะทุกวันถ้าพบว่ามีปัญหาเกิดขึ้น แต่ละครั้งของการคุยกันจะเป็นการแก้ปัญหาไปทีละข้อ รวมถึงจะมีทีมงานจากทางญี่ปุ่นช่วยสนับสนุนอีกที ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากอะไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหน้างานเกี่ยวกับการซ่อม ทีมงาน หรือลูกค้า

หัวใจหลักในการซ่อมรองเท้าหนังคืออะไร

หัวใจหลักจริง ๆ แล้วผมคิดว่ามันคือการใส่ใจรายละเอียดครับ ยกตัวอย่างเช่นมีลูกค้าเอารองเท้ามาซ่อม เราก็จะถามก่อนเลยว่า หลังจากซ่อมเสร็จแล้วต้องการนำไปใช้งานในลักษณะแบบไหนต่อ อาจมีการลงรายละเอียดเช่น คู่ที่ซ่อมใช้งานทุกวันไหม ใช้งานบ่อยแค่ไหน ใส่ใช้งานในลักษณะไหนเป็นหลัก ใส่ในออฟฟิศหรือมีการเดินมาก ซึ่งการซ่อมก็จะปรับเปลี่ยนไปอย่างเหมาะสมตามข้อมูลที่เรารู้มา ทางเราเองก็จะแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้าครับ

อีกอย่างคือการเสริมรองเท้า ก็เป็นการดูแลอย่างหนึ่งเหมือนกัน ต้องเล่าต้องว่าส่วนใหญ่โดยปกติแล้วพื้นรองเท้าที่ถูกทำจากยางจะค่อนข้างมีความลื่นและสึกหรอง่าย โดยเฉพาะการใช้งานในพื้นถนนบ้านเรา คนถึงนิยมติดแผ่นเสริมหรือแผนกันลื่น หลัก ๆ ก็จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะนี้ครับติดเพื่อตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งานและติดเพื่อยืดอายุการใช้

กลุ่มลูกค้าของทางร้านส่วนใหญ่มาจากไหน

กลุ่มลูกค้า ๆ ของเราส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่ชอบสวมใส่และรักในรองเท้าหนัง ส่วนใหญ่เลยคือผู้ชายที่มีความรักในรองเท้า ทั้งวัยทำงานและวัยรุ่น รวมถึงบางคนก็หลงใหลถึงขนาดเก็บเป็นของสะสมเลยก็มีครับ

รองเท้าที่ลูกค้านิยมเอามาให้ซ่อมส่วนใหญ่จะเป็นประเภทไหนครับ

ช่วงแรกที่เปิดเราจะเจอกับ Workboots เป็นส่วนมากครับ เช่นรองเท้าของ Redwing หรือว่าแบรนด์คล้าย ๆ กันกับ Redwing แต่ช่วงหลัง ๆ มาเราก็จะได้เจอกับงานซ่อมรองเท้าที่มีความเป็น Dress shoes มากขึ้น ประกอบกับตลาดในบ้านเรา ณ ปัจจุบัน คนไทยหันมาใส่รองเท้ารูปแบบนี้กันมากขึ้นด้วยครับ

อาการไหนของรองเท้าที่ซ่อมยากมากที่สุด

คงจะเป็นการรื้อฟื้นโครงสร้างข้างในของตัวรองเท้าออกมาซ่อมใหม่ทั้งหมดครับ บางทีลูกค้าใช้รองเท้ามาประมาณ 10 ปี มันเกิดการสึกหรอไปจนถึงตัวโครงสร้างด้านใน เวลาที่เราจะซ่อมก็ต้องทำการรื้อออกมาใหม่ทั้งหมด แล้วทำการเย็บหรือว่าซ่อมกลับเข้าไปเหมือนเดิม จะพูดจะเป็นการทำรองเท้าให้ใหม่เลยก็ได้

ช่างแต่ละคนในร้านมีหน้าที่รับผิดชอบเหมือนหรือแตกต่างยังไงบ้างครับ

สำหรับตอนนี้ “Resh” Premium Shoe Repair Shop ช่างแต่ละคนก็จะมีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันไปครับ ไล่ตั้งแต่ช่างที่เป็น Customer Service ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่หน้าร้านทำหน้าที่รับออเดอร์และพูดคุยกับลูกค้าถึงรายละเอียดการซ่อมของแต่ละคู่ หลังจากรับออเดอร์มาเสร็จเรียบร้อย ก็จะส่งต่อเข้าสู่กระบวนการซ่อมของช่างแต่ละคนที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในการซ่อมแต่ละส่วนแตกต่างกันออกไป ซึ่งถึงจะมีงานดูแลที่ไม่เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วช่างทุกคนสามารถที่จะทำหน้าที่ในส่วนต่าง ๆ แทนกันได้หมดเลยครับ

การซ่อมรองเท้ามีข้อดีกว่าการซื้อรองเท้าคู่ใหม่ยังไงบ้าง

จริง ๆ แล้วรองเท้าสักคู่ถ้าเราสวมใส่และทำการดูแลรักษาอย่างดีก็สามารถมีอายุการใช้งานได้เป็น 10 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาโดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นรองเท้าหนังก็จะชำรุดค่อนข้างยากอยู่แล้ว ยกเว้นแต่ว่ามีการสึกหรอหรือเสียหายที่ส่วนพื้นรองเท้า สำหรับผมมองว่ารองเท้าดี ๆ สักคู่ที่ไม่จำเป็นจะต้องมีราคาแพง ถ้าเราใช้มันและตั้งใจดูแลให้อยู่กับเราไปนาน ๆ อาจมีการซ่อมบ้าง เสริมบ้าง แต่มันจะมีคุณค่าทางจิตใจกับเราโดยที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องซื้อคู่ใหม่เลยครับ

รูปแบบการทำงานและให้บริการที่ใส่ใจตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจนจบงาน ทำให้เราได้เห็นถึงรายละเอียดของงานซ่อมแซมรองเท้าที่เคยมองข้ามไป ซึ่งอาจทำให้ความคิดของหลายคนที่เคยมองว่า รองเท้าพังก็ซื้อใหม่” เปลี่ยนแปลงไปและหันมาใส่ใจกับการดูแลรักษาระหว่างใช้งานกันมากขึ้น อย่างไรก็ตามชีวิตของเขาและรองเท้าก็ยังไม่ต้องการหยุดอยู่แค่เท่านี้ ว่าดูกันว่าเป้าหมายต่อไปของตัวเขาคืออะไร และรองเท้าให้อะไรกับเขาคืนกลับมาบ้าง

 

มองย้อนกลับไปตอนที่เริ่มธุรกิจใหม่ ๆ กับตอนนี้ คิดว่าตัวเองได้พัฒนาอะไรขึ้นมาบ้างครับ

เกือบจะทุกอย่างเลยก็ว่าได้ครับ อย่างที่เล่าให้ฟังครับตอนเริ่มต้นใหม่ ๆ เราไม่รู้อะไรเลย รู้แค่ว่าตัวเองอยากจะขายรองเท้า มาถึงตอนนี้เราพัฒนาและเรียนรู้เทคนิคการทำงานและการวางแผนต่าง ๆ แล้วก็คิดว่าตัวเองก็ยังสามารถพัฒนาได้อีก

มีเรื่องอะไรที่อยากปลดล็อกและพัฒนาตัวเองอีกบ้างไหม

ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องของแง่คิดความมีระบบระเบียบและการมีวินัยให้มากขึ้นครับ การใส่ใจรายละเอียดของธุรกิจให้มากขึ้น เพราะรู้สึกว่าหลังจากทำธุรกิจมาสักระยะหนึ่ง ทำให้เรามีโอกาสได้เจอกับผู้คนที่มีความหลากหลายมาก เช่น การมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับบริษัทที่มีคุณภาพระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ทำให้ผมได้รับแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการทำงานจากพวกเขามาค่อนข้างเยอะ ว่าทำไมถึงทำงานกันได้อย่างมีระบบระเบียบได้มากถึงขนาดนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องที่อยากพัฒนาตัวเอง คงจะเป็นเรื่องความรับผิดชอบและละเอียดความรอบคอบในการทำงานครับ

เหนื่อยกับการทำธุรกิจของตัวเองบ้างไหมครับ แบ่งเวลายังไงบ้าง

สำหรับผม ผมมองว่ามันก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายความตั้งใจของแต่ละคน ตัวผมทำงานหนักก็จริง แต่ก็มีการแบ่งเวลาเพื่อให้ตัวเองได้พักผ่อนบ้าง มันจะช่วยให้เราผ่อนคลายขึ้นและทำงานได้อย่างเต็มที่ ตอนที่ผมเป็น Startup ก็เริ่มด้วยการทำงานอย่างจริงจัง แบ่งเวลาส่วนหนึ่งไปเรียนรู้เพื่อที่จะพัฒนางานของตัวเองให้ไปได้ไกลกว่าเดิม ถ้าถามว่าเหนื่อยไหมจริง ๆ แล้วเราไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะว่าทุกอย่างที่ทำออกมามันคือสิ่งที่เราชอบมาก ๆ ผมจะบอกกับตัวเองตลอดว่า ถ้าเราชอบอะไรก็ลงมือทำให้มันเต็มที่ ทำมันออกมาจากใจของเรา

ตอนแรกเริ่มรู้สึกว่าธุรกิจที่ทำยากไหม เพราะมันคืองานแรกในชีวิตเรา

แน่นอนว่ายากครับ เพราะตอนนั้นเรายังไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับธุรกิจเลย ตอนนั้นเรายังเด็กมากก็ทำไปเพราะความชอบ แต่สุดท้ายพอร้านโตขึ้นเรื่อย ๆ มันก็ได้เรียนรู้อย่างหนึ่งว่าจริง ๆ แล้วการมีแค่ Passion อย่างเดียวไม่สามารถทำให้เราอยู่รอดในธุรกิจได้ เปรียบคงจะเหมือนคนที่ทำอาหารอร่อยมาก ๆ ก็ใช่ว่าเปิดร้านอาหารแล้วจะประสบความสำเร็จ คือนอกจากจะมี Passion แล้วยังต้องมีไอเดียและข้อคิดในการทำธุรกิจควบคู่ไปด้วยครับ

แล้วเป้าหมายการทำธุรกิจของเราคืออะไร

ตอนแรกคิดแค่ว่าเปิดร้านยังไงให้อยู่รอด ให้ไม่เจ๊งนั้นคือเป้าหมายแรกเลย ตอนนี้พอรู้สึกว่าผ่านเป้าหมายนั้นมาแล้วก็อยากมองไปให้ไกลขึ้น เช่นตอนนี้เราก็ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากจะทำเป็น Selektiv Group ให้เป็นแบรนด์ที่ครอบคลุมวงการแฟชั่นมากขึ้น

ประมาณว่า ตอนนี้เรามี Selektiv ที่มีเสื้อผ้าและรองเท้าผ้าใบในสไตล์นี้อยู่ส่วนหนึ่งแล้ว ซึ่งก็อยากพัฒนาเป็น Selektiv Shoes Lounge ที่จะมีรองเท้าอีกหลากหลายสไตล์เพิ่มมากขึ้น ที่จริงก็มองเสื้อผ้าแฟชั่นไว้ค่อนข้างหลากหลาย แต่จะไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นสไตล์ไหนสไตล์หนึ่งโดยเฉพาะ รวมถึงรองเท้าแนว Outdoor แบบต่าง ๆ ด้วย เราอยากจะทำธุรกิจในเรื่องแฟชั่นต่าง ๆ ให้มากขึ้นโดยมีพื้นฐานเป็นความชอบที่เรามี

สุดท้ายแล้วผู้ชายสักคนจะก้าวไปลงมือทำสิ่งที่ตัวเองรักสู่ธุรกิจ ควรจะเริ่มจากอะไรดี

อันดับแรกเวลาที่เราชอบหรือรักในอะไรสักอย่างและอยากจะเริ่มต้นทำอะไรเกี่ยวกับสิ่งนั้นจริง ๆ เราควรจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับสินค้านั้นจริง ๆ ยิ่งถ้าเรารู้มากกว่าคนอื่นเท่าไหร่ มันก็จะทำให้เรายิ่งได้เปรียบคนอื่น ๆ มากเท่านั้น การรู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับสินค้าที่เรามีความชอบจะเป็นคีย์สำคัญข้อแรก หลังจากนั้นข้ออื่นก็จะค่อย ๆ ตามมาให้เราเรียนรู้เองครับผม

ความสำเร็จในธุรกิจของคุณต่อ อภินันต์ นิธิวานิช ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากความชอบ สู่การกระตุ้นตัวเองให้ออกวิ่งไปตามเส้นทางที่ตัวเองชอบ ก่อนจะพัฒนาความหลงใหลเหล่านั้นด้วยน้ำพักน้ำแรง และแนวความคิดและการเรียนรู้ในทางบวกเพื่อเพิ่มมาตรฐานและศักยภาพในตัวเอง ซึ่งสุดท้ายแล้วผลที่ออกมาก็คือการได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างมีความสุขและมั่นคงไปพร้อมกัน

สำหรับหนุ่มที่มีความรักและหลงใหลในรองเท้าหนัง อยากเข้าไปเลือกซื้อหรือใช้บริการซ่อมและดูแลรองเท้าจาก “Resh” Premium Shoe Repair Shop ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้นที่ 2 ของร้าน Selectiv สยามสแควร์ ซอย 2 ทางร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 21.00 น. หากสนใจสามารถแวะเวียนไปรับการดูแลรองเท้าจากคุณต่อและทีมงานได้ตลอดเวลา

SPLESS
WRITER: SPLESS
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line