Business

ขอแนะนำ 5 Mindset แห่งปี 2022 ที่จะทำให้ชีวิตการทำงานและธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ

By: BAO January 24, 2022

ความแตกต่างระหว่าง ‘นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ’ กับ ‘คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ’ ปัจจัยสำคัญนั้นอยู่ที่วิธีคิด หรือ Mindset ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจอย่างมาก

ว่ากันว่าถ้าเรามี Mindset ที่ดี เราจะสามารถจัดการรับมือและแก้ปัญหาได้ดีกว่าคนอื่น ทำให้มีโอกาสชนะในการแข่งขันทางธุรกิจมากกว่าคนอื่นอีกด้วย

Mindset หมายถึง กลุ่มของความเชื่อที่ส่งผลต่อความเข้าใจในโลกรอบตัว วิธีคิด ความรู้สึก การแสดงออกในแต่ละสถานการณ์ รวมไปถึงการแก้ปัญหาชีวิตของเรา มันจึงเป็นอะไรที่สำคัญมาก และนักธุรกิจทุกคนควรให้ความสนใจและพัฒนา Mindset ของตัวเองอยู่บ่อย ๆ

เราอยากแนะนำประเภทของ Mindset ที่จะช่วยให้นักธุรกิจทุกคนเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นในปีใหม่ที่แสนจะท้าทายนี้กันครับ

Growth Mindset

เริ่มจาก Growth Mindset หรือ แนวคิดของมนุษย์ที่เชื่อว่าตัวเองมีความสามารถมากพอที่จะพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา เพียงแค่มีความตั้งใจและความพยายามก็สามารถพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น หรือ ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่อหนึ่งมากขึ้นได้ คนที่มีแนวคิดแบบนี้ยังมองว่าการหยุดพยายาม หรือ การหนีจากปัญหาคือความล้มเหลว ในขณะที่ความท้าทายหรืองานที่โหดหิน จะทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่ฉลาดยิ่งขึ้น

Growth Mindset สำคัญต่อนักธุรกิจ เพราะมันช่วยให้พวกเขาเผชิญหน้ากับปัญหา และตัดสินใจทางธุรกิจได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อนักธุรกิจเจอกับการขาดทุนหนักในระยะเวลานึง ถ้ามี Growth Mindset พวกเขาจะไม่เลิกทำธุรกิจ แต่จะเรียนรู้จากปัญหา มองความคิดความผิดพลาดว่าเกิดจากอะไร และพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพิ่มโอกาสที่รายได้จะกลับมาเท่าเดิมหรือมากขึ้นนั่นเอง

เราสามารถสร้าง Growth Mindset ได้โดยการวางแผนเวลาในแต่ละวันของเรา โดยเฉพาะเวลาในการคิดถึงปัญหาหรืออุปสรรคที่เราเจอในการทำงาน ทำธุรกิจ และพัฒนามุมมองรวมถึงทักษะที่จำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ตั้งคำถามว่า ‘ทำไม’ กับสิ่งรอบตัวที่เราสงสัยอยู่เสมอ เพื่อให้เราไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง


Abundance Mentality

Abundance Mentality คือ แนวคิดของคนที่เชื่อว่าตัวเองมีทรัพยากร (เช่น เงินทอง ทรัพย์สิน หรือ ความรู้) และความสำเร็จมากพอที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่นอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปแข่งขันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรหรือความสำเร็จจากใครอีก

โดยคนที่มี Mindset ประเภทนี้จะคิดว่าตัวเองมีอำนาจมากพอที่จะควบคุมชีวิตของตัวเองได้ พวกเขาจึงไม่ค่อยกลัวกับอะไร และสามารถผ่อนคลายและมีความสุขได้ในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้พวกเขายังเปี่ยมไปด้วยพลังงานและความคิดสร้างสรรค์ในการทำสิ่งต่าง ๆ แม้พวกเขาจะพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่สนใจเรื่องการพัฒนาตัวเอง พวกเขายังสนใจเรื่องการพัฒนาตัวเองอยู่ และรู้สึกตื่นเต้นกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่เข้ามาในชีวิต

Abundance Mentality จำเป็นต่อนักธุรกิจ เพราะมันช่วยสร้างความมั่นใจในการทำธุรกิจ ซึ่งความมั่นใจส่งผลดีต่อการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างมาก ช่วยให้นักธุรกิจตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและมีเหตุมีผลโดยไม่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์ bias ด้านลบ เช่น ความเครียด หรือ ความกลัว

สำหรับวิธีการพัฒนา Mindset ประเภทนี้ คือ ฝึกสังเกตสิ่งดี ๆ ที่อยู่รอบตัว เพราะมันจะช่วยให้เรารู้สึกพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มากขึ้น รวมไปถึงใช้เทคนิคที่ชื่อว่า การตอกย้ำยืนยันเชิงบวก (Postive Affirmation) หรือ การพูดประโยคให้กำลังใจตัวเองทุกวัน เช่น “เราเข้าใจปัญหาละ เราคิดว่าปัญหานี้สามารถแก้ไขได้นะ ทางออกก็คือ…….” เป็นต้น วิธีนี้จะช่วยให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น


Risk Management Mindset

คนที่ประสบความสำเร็จมักสามารถ จัดการความเสี่ยง (Risk Management) ได้ดี เพราะเวลาตัดสินใจทำอะไรก็ตาม เรามักเร่งรีบตัดสินใจ จนลืมมองหรือให้ความสำคัญกับความเสี่ยง ส่งผลต่อการตัดสินใจที่ไม่เป็นไปตามคาดไว้บ่อยครั้ง จนธุรกิจเติบโตช้า หรือ อาจล้มลงไปในที่สุด

การจัดการความเสี่ยงที่ดี จะช่วยให้นักธุรกิจมองเห็นความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจได้ในหลายมุมมองมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคนที่จะขยายสาขาร้านอาหารของตัวเอง มองเห็นว่าสาขาใหม่อาจทำให้เขามีภาระเพิ่มขึ้น และอาจทำกำไรได้น้อย เพราะ fix cost สูงเกินไป จึงมองหาวิธีการขยายแบบไม่แบกภาระไปด้วย เช่นการแชร์ kitchen หรือการสร้างจุดกระจายสินค้าแบบ delivery หลาย ๆ จุด และเลือกโฟกัสขยายสาขาในพื้นที่ที่มีศักยภาพ

นักธุรกิจควรมี Risk Management Mindset เพราะความเสี่ยงส่งผลต่อรายได้ของธุรกิจ ถ้าเราไม่พิจารณาความเสี่ยงให้ดี โอกาสธุรกิจขาดทุนก็สูงขึ้นได้ โดยเฉพาะในยุคที่แสนจะท้าทายแบบวันนี้ ถ้านักธุรกิจมี Risk Mangement Mindset โอกาสเจอกับความเสี่ยงที่รับมือไม่ได้ก็น้อยลง และทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจตรงตามเป้าหมายมากขึ้น

สำหรับวิธีการพัฒนา Mindset ประเภทนี้ คือ ฝึกให้ตัวเองไม่รีบตัดสินใจเร็วเกินไป โดยก่อนตัดสินใจเรื่องใดก็ตาม ควรให้เวลาตัวเองคิดถึงวิธีกำจัดความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกธุรกิจ เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่ดีที่สุด


Positive Mindset

ความคิดเชิงบวกนับเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ ทำให้เรามองเห็นความหวังในช่วงที่เกิดเรื่องเลวร้าย ทำให้มีกำลังใจในการทำตามเป้าหมาย และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต นอกจากนี้คนที่มี Positive Mindset ยังพร้อมรับมือกับความท้าทายที่เข้ามาอยู่เสมอด้วย

Positive Mindset นับเป็นคุณสมบัติที่นักธุรกิจควรมี เพราะมันทำให้นักธุรกิจมีกำลังใจและความอดทนในการฝ่าฟันปัญหาจากการทำธุรกิจที่แสนตรึงเครียดได้มากขึ้น นอกจากนี้มันยังทำให้นักธุรกิจมีสภาพจิตใจที่ดี และพร้อมตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ มากขึ้นด้วย หากใครอยากสร้าง Positive Mindset แนะนำให้เริ่มจากการทำในสิ่งที่ตัวเองรักก่อน


Resilient Mindset

ความอดทนเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ เพราะความอดทนช่วยให้เรารับมือกับความเปลี่ยนแปลง ปัญหา และอุปสรรคสารพัดจากการทำงาน เพื่อค่อย ๆ เรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้ โดยคนที่มี Resilient Mindset มักจะรู้สึกดีกับชีวิตของตัวเองในทุกด้าน เข้าใจตัวเองและสิ่งที่อยู่รอบตัวอย่างแจ่มแจ้ง และมีวิสัยทัศน์ในเรื่องหน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ แถมยังสามารถรับมือกับความเครียดได้ดีอีกด้วย

นักธุรกิจควรมี Resilient Mindset เพราะการทำธุรกิจทำให้ต้องเจอกับความเครียดอยู่เสมอ หากใครยอมแพ้หรือจิตแตกไปกลางคัน ก็ไม่อาจจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นการบริหารจัดการกับความเครียดได้ดีจะช่วยให้เรามีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาที่เข้ามาในชีวิต เรียกว่าอึด ถึก ทน พร้อมชนทุกสถานการณ์

สำหรับวิธีการพัฒนา Resilient Mindset คือ ฝึกทำสมาธิเพื่อให้เกิดความเข้าใจในตัวเอง วิเคราะห์สถานการณ์ที่ผ่านมา และการรับมือของเราว่าทำแบบไหนเวิร์คหรือไม่ จะแก้ไขมันให้ดีกว่าได้อย่างไรหากเกิดเหตุการณ์เดิมขึ้นอีก

 

ทั้งหมดนี้ก็คือ Mindset ที่จำเป็นสำหรับนักธุรกิจ หากลองนำสิ่งเหล่านี้ไปปรับใช้ดู เราอาจเข้าใกล้ความสำเร็จที่เราใฝ่ฝันหามานานมากขึ้นก็เป็นได้


 

Appendix: 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6 / 7

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line