“A creative adult is a child who survived” คำกล่าวนี้คือสิ่งอธิบายตัวตน และเป็นปรัชญาที่สะท้อนพลังแห่งจินตนาการไร้ขอบเขตของ MB&F ได้อย่างชัดเจนที่สุด และเนื่องในโอกาสเปิดศักราชใหม่สู่ทศวรรษที่ 3 ของแบรนด์นาฬิกาสุดขบถแบรนด์นี้ พวกเขาได้ปลุกความฝันวัยเด็กของลูกผู้ชายที่หลงใหลในวัฒนธรรม Pop Sci-Fi ให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งในชื่อ HM12 “The Guardian” โปรเจกต์ระดับมาสเตอร์พีซที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ทิ้งไป เพราะคราวนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตของการเป็นเพียง “นาฬิกาข้อมือ” สู่สถาปัตยกรรมบอกเวลาที่สามารถปลดล็อคไปรวมตัวกับ “ร่างต้น” กลายเป็นหุ่นยนต์รบสูง 38 เซนติเมตรได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยใช้ชิ้นส่วนประกอบรวมกันเกือบ 1,500 ชิ้น คำถามคือ ใครกันที่เต็มไปด้วยความกล้า ความมุ่งมั่น และมีศักยภาพมากพอที่จะเนรมิตโปรเจกต์นี้ให้ออกมาจับต้องได้จริง? เบื้องหลังความซับซ้อนเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันสองวัน แต่คือจุดบรรจบของจินตนาการข้ามเจเนอเรชัน ระหว่างชายสองคนที่มีวิสัยทัศน์สุดขั้วไม่แพ้กัน… ความล้ำหน้าของโปรเจกต์นี้ เริ่มต้นจากคำถามสั้น ๆ แต่โคตรท้าทายของ Max Busser ผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่หลงใหลในหุ่นยนต์ยุค 70s-80s ที่ว่า “จะเท่แค่ไหน ถ้านาฬิกาข้อมือไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์บอกเวลา แต่คือส่วนหัวของหุ่นยนต์?” และเขาได้ส่งต่อวิสัยทัศน์นี้ให้กับ
Longines Legend Diver เป็นหนึ่งในนาฬิกาที่อยู่ในจุดแปลกแต่น่าสนใจของโลก dive watch มานาน เพราะมันไม่เคยพยายามทำตัวเป็น Submariner killer ไม่ได้อยากเป็น desk diver ที่ใส่สูทแล้วดูแพงอย่างเดียว และก็ไม่ได้พยายามตะโกนความสปอร์ตแบบนาฬิกาดำน้ำยุคใหม่ เสน่ห์ของมันอยู่ตรงความเป็น compressor-style diver ที่ดูเหมือนหลุดมาจากยุค late 1950s เป็นนาฬิกาที่มีความ vintage ชัด แต่ยังมีบุคลิกเฉพาะตัวจาก two crowns, internal rotating bezel และหน้าปัดที่ไม่ได้เดินตามสูตร dive watch ทั่วไป แต่ในช่วงหลัง Legend Diver รุ่น 39mm ที่เปิดตัวในปี 2023 กลายเป็นจุด sweet spot สำหรับนักสะสมจำนวนมาก เพราะขนาดใส่ง่ายกว่าเดิม หน้าปัดสะอาดขึ้น และบาลานซ์โดยรวมเหมาะกับคนยุคนี้มากกว่า ทว่าปัญหาคือมันทำให้ Legend Diver ดู polished ขึ้น เงาขึ้น