ABT ชื่อที่เราคุ้นจากโลก Audi ตอนนี้ข้ามมาทำมอเตอร์ไซค์แล้ว และคันแรกของพวกเขาคือ MV Agusta Brutale 1000 ABT พื้นฐานของมันคือ MV Agusta Brutale 1000 RR อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเรื่องความบ้า เครื่อง 998cc inline-four ให้กำลังระดับเกือบ 200 แรงม้า ตั้งแต่โรงงาน แต่ ABT ใส่รายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีกชุดใหญ่ ทั้ง carbon fiber 19 ชิ้น, ฝาครอบล้อหลังแบบ turbofan, สีพิเศษ Nero Carbonio Metallizzato ตัด Rosso Fuoco, เบาะ Alcantara ลาย honeycomb และงานตกแต่งที่ทำให้มันดูเป็นลูกครึ่ง Italian hyper-naked กับ German tuner car แต่จุดที่ต้องพูดตรง ๆ
ในยุคที่รถแรงขึ้นทุกปี ตัวเลขแรงม้ากลายเป็นเกมที่ทุกแบรนด์ต้องเล่น แต่ BMW เหมือนเลือกปิดท้าย M3 เจเนอเรชันนี้ด้วยมุกที่คนรักรถเข้าใจทันที นั่นคือทำ M3 CS ที่แรงน้อยลง แต่ขับจริงน่าจะมันขึ้น นี่คือ BMW M3 CS Handschalter รุ่นพิเศษที่ตั้งใจส่งให้สาย purist โดยตรง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น “เกียร์ธรรมดา” และใช่ครับ มันมากับ six-speed manual พร้อม rear-wheel drive เท่านั้น ไม่มี xDrive ไม่มีระบบช่วยให้รถดูเก่งเกินคนขับ มีแค่เครื่อง หน้า คนขับ เกียร์ และล้อหลัง ตัวรถยังใช้พื้นฐานจาก M3 CS เหมือนเดิม เครื่องยนต์ 3.0-liter twin-turbo inline-six เหมือนเดิม แต่แทนที่จะได้ 543 hp แบบ M3 CS ปกติ รุ่น
Honda VFR800FI คือรถที่อธิบายยุคทองของ Honda ได้ดีมาก ยุคที่แบรนด์ยังกล้าใส่วิศวกรรมซับซ้อนลงใน production bike ไม่ใช่เพื่อทำให้ brochure ดูแพง แต่เพื่อให้รถคันหนึ่งขี่ดีขึ้นจริง heritage ของมันโยงกลับไปถึงตระกูล V4 ของ Honda ที่เริ่มสร้างชื่อมาตั้งแต่ VF750S ก่อนจะพัฒนาเป็น VFR และต่อยอดเทคโนโลยีจาก RC45 รถ homologation superbike ของ Honda ในยุค 90s สำหรับรุ่นปี 1998 เครื่องยนต์ 781cc V4 ของ VFR800FI ถูกพัฒนาจากพื้นฐานของ RC45 ใช้ PGM-FI fuel injection, gear-driven cams และ cylinder sleeves แบบ sintered aluminium powder ผสม ceramics กับ
Porsche Cayman R น่าจะเป็นรถที่ต้องใช้เวลามองนิดหนึ่งถึงจะเข้าใจ ต่างจาก limited edtion Porsche ในยุคนี้ที่เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนทั้งชุดแต่งและแรงม้า เพราะถ้าดูจากภายนอก มันไม่ได้ต่างจาก Cayman S จนคนต้องหยุดเดินมาถามหน้าร้านกาแฟ มันมี headlight trim สีดำ กระจกดำ ช่องดักลมดำ side logo แบบย้อนกลิ่น 911 R และ fixed rear wing ทรงเรียบ ๆ พอให้รู้ว่ามีอะไรพิเศษ แต่ไม่ได้พยายามแต่งตัวเป็น GT car และนั่นอาจเป็นเสน่ห์ที่สุดของมัน ตัวอักษร R ในชื่อ Cayman R ไม่ได้ถูกหยิบมาใช้เล่น ๆ เพราะ Porsche เคยใช้มันกับ 911 R ปี 1967 รถ racing-focused ที่ถูกสร้างขึ้นเพียง 23 คัน
ในโลกที่ Subaru กับ Porsche ต่างยืนหยัดกับเครื่องยนต์ boxer แบบจริงจังมาตลอด มันมีอะไรบางอย่างที่ makes sense แบบประหลาดอยู่ในตัวเอง ว่าสองแบรนด์นี้ควรเคยจับมือกันมากกว่าที่เกิดขึ้นจริง แต่เอาเข้าจริง โปรเจกต์ร่วมกันที่ชัดที่สุดกลับมีน้อยมาก และหนึ่งในชิ้นที่ลึกที่สุดก็คือ Subaru Impreza Sports Wagon TYPE EURO รถพิเศษที่ Subaru เปิดตัวในเดือนมกราคม 2002 โดยระบุชัดว่าเป็นการร่วมพัฒนาชิ้นส่วนภายนอกกับ Porsche Design และเริ่มขายในญี่ปุ่นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน หลายคนชอบเล่าว่ารถคันนี้เป็น “Subaru ที่ Porsche ออกแบบทั้งคัน” ซึ่งไม่จริงขนาดนั้น TYPE EURO ไม่ใช่รถใหม่ที่ Porsche มานั่งเขียนใหม่ตั้งแต่โครงสร้าง แต่มันคือ Impreza Sports Wagon เจเนอเรชันสอง ที่ถูกนำมาปรับบุคลิกภายนอกใหม่ผ่านชิ้นส่วนเฉพาะ เช่น กันชนหน้า กันชนหลัง กระจังหน้า และ roof spoiler
ก่อนจะมี Impreza TYPE EURO จริง ๆ แล้ว Subaru เคยเปิดประตูให้ Porsche Design เข้ามาแตะงานของตัวเองก่อนหน้านั้นแล้วกับ Legacy B4 Blitzen รถพิเศษที่เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นช่วงต้นปี 2000 และต่อยอดต่อเนื่องเป็น Blitzen 2001 model, Blitzen 2002 model, BLITZEN6 และ BLITZEN 2003 model ในช่วงไม่กี่ปีถัดมา นี่ไม่ใช่โปรเจกต์ที่ Porsche เข้าไปยุ่งกับวิศวกรรมหลักของรถแบบสร้างใหม่ทั้งคัน แต่มันคือการเอา Legacy ที่ดีอยู่แล้ว มาทำให้มี character ที่คมกว่า แพงกว่า และยุโรปกว่าเดิมผ่านงานออกแบบร่วมกับ Porsche Design อย่างเป็นทางการจากฝั่ง Subaru เอง Blitzen ไม่ได้มีรุ่นเดียวจบ และนี่แหละที่ทำให้มันน่าสนใจกว่า Type Euro เพราะตัวแรกเริ่มจาก Legacy B4 BLITZEN
มาแล้ว Mercedes-Benz C-Class EV ไฟฟ้าล้วนคันแรกในประวัติศาสตร์แบรนด์ พร้อมตัวเลขที่เรียกความสนใจได้ทันทีด้วยระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งสูงสุด 760 กิโลเมตร จากแบตเตอรี่ขนาด 94kWh จุดขายของมันไม่ใช่แค่เรื่องระยะทาง แต่คือการมาของภาษาการออกแบบใหม่ที่พยายามทำให้ C-Class คันนี้ทั้งลื่น หรู และล้ำในจังหวะเดียวกัน ตัวรถมาในทรงคล้าย coupe หลังคาไหล ท้ายต่ำ และมีบุคลิกแบบ GT ชัดเจน ภาพรวมให้ความรู้สึกเหมือน Mercedes-Benz เอา GLC Electric มาย่อส่วน แล้วเก็บเส้นสายให้เพรียว คม และดูแพงขึ้นอีกขั้น ความล้ำถูกอัดมาแบบไม่กั๊ก โดยเฉพาะกระจังหน้าแบบใหม่ที่ฝังจุดไฟเรืองแสงมากถึง 1,050 จุด เพื่อให้รถคันนี้ดูเป็นรถยุคใหม่ตั้งแต่แรกเห็น ภายในห้องโดยสารมีออปชัน MBUX Hyperscreen จอขนาด 39.1 นิ้วที่พาดเต็มหน้าคอนโซลแบบเต็มความกว้างจริง ๆ เป็นจอความละเอียดสูง พร้อมระบบ backlighting และ LED กว่าพันดวง ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน C-Class ด้านระบบอัจฉริยะ Mercedes-Benz ก็ใส่มาเต็มข้อ
Porsche Cayman generation 987 คือหนึ่งใน Porsche ยุคท้าย ๆ ที่คนเล่นรถจำนวนมากยกให้เป็นจุดพีกของ analog Porsche experience เพราะมันยังขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกมากกว่าระบบช่วยขับที่เข้ามาแทรกทุกอย่างแบบรถรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ layout แบบ mid-engine และพวงมาลัย hydraulic steering ที่ยังถ่ายทอด feedback จากล้อหน้ากลับมาถึงมือคนขับอย่างชัดเจน ต่างจากยุค 981 ที่เริ่มเปลี่ยนไปใช้ electric steering rack และมีบุคลิกที่ผ่านการกรองมากขึ้น ในจักรวาลของ 987 ทั้งหมด ตัวที่เรามองว่าน่าเล่นที่สุดยังคงเป็น Cayman S เพราะมันคือจุดลงตัวที่สุดระหว่างราคา สมรรถนะ และ character ของรถ ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหาและ connection ถึงจริง แน่นอนว่า Boxster Spyder กับ Cayman R คือรุ่นที่น่าสะสมกว่าในเชิง rarity แต่เมื่อราคาขยับไปไกลเกิน 4 ล้านบาท
ถ้า M3 GTS คือเวอร์ชันที่ชัดเจนว่าเกิดมาเพื่อ track day และความดิบแบบไม่ประนีประนอม BMW M3 CRT ก็คืออีกคำตอบหนึ่งของ BMW M ที่ฉลาดกว่า ลึกกว่า และสุขุมกว่า เพราะมันเอาแนวคิด lightweight engineering จากสนามแข่งมาหลอมเข้ากับตัวถังซีดาน 4 ประตู จนกลายเป็นหนึ่งใน M3 ที่หายากและน่าสนใจที่สุดของยุค E90 แบบที่คนเล่น BMW จริงเท่านั้นถึงจะเข้าใจว่ามันพิเศษแค่ไหน CRT ย่อมาจาก Carbon Racing Technology และนั่นไม่ใช่แค่ชื่อเท่ ๆ ที่แปะไว้ข้างรถ แต่มันคือแกนกลางของโปรเจกต์นี้เลย BMW M สร้างรถรุ่นพิเศษคันนี้ขึ้นในปี 2011 โดยใช้เทคโนโลยี CFRP หรือ carbon fibre-reinforced plastic อย่างจริงจังในหลายจุดสำคัญของตัวรถ รวมถึงฝากระโปรงหน้า เพื่อลดน้ำหนักลงจากรถโปรดักชันมาตรฐานราว 70 กิโลกรัม ผลลัพธ์คือรถที่มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักอยู่ที่ 3.5
ถ้าคุณเป็นสาย purist แบบเข้มจัด ชื่อของ Porsche 911 GT3 S/C น่าจะทำให้คิ้วขมวดตั้งแต่ยังไม่เห็นรถ เพราะ GT3 สำหรับหลายคนคือของศักดิ์สิทธิ์ในโลก 911 รถที่ควรจะคม กริบ แข็ง ตึง และเกิดมาเพื่อสนามเป็นหลัก แต่ Porsche เลือกทำสิ่งที่ดูย้อนแย้งสุด ๆ ด้วยการเอา GT3 มาเปิดประทุน แล้วไม่ใช่เปิดแบบแฟชั่น หรือเปิดแบบ grand touring นุ่ม ๆ ด้วยนะ แต่เปิดแล้วพยายามรักษา soul ของ GT car เอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผลลัพธ์คือ GT3 คันแรกที่มี fully automatic convertible roof และเป็นรุ่นผลิตจริง ไม่ใช่ limited-run gimmick แบบแป๊บเดียวหายด้วย แก่นของคันนี้คือการเอาแนวคิด lightweight จาก 911 S/T
หลังหายไปนานถึง 14 ปี Cartier ตัดสินใจพา Roadster กลับมาอีกครั้ง พร้อมเปิดตัวถึง 7 เวอร์ชัน ใน 2 ขนาดตัวเรือน โดยยังเก็บ DNA สำคัญของรุ่นนี้ไว้ครบ ทั้งทรง tonneau ที่ลื่นไหลเหมือนตัวถังรถ เส้นวง chapter ring แบบซ้อนชั้นที่ชวนให้นึกถึงมาตรวัดความเร็ว ช่อง date magnifier ที่กลืนไปกับตัวเรือน และเม็ดมะยมที่ให้กลิ่นอายไฟท้ายรถยุค 1950s แบบชัดมาก รุ่น Large Size มาในขนาด 47 x 38 มม. หนา 10.06 มม. กันน้ำ 100 เมตร มีให้เลือกทั้ง steel, two-tone steel and yellow gold, และ yellow gold โดยหน้าปัดมีทั้งโทน
ถ้าพูดถึงชื่อ Honda Cub ภาพแรกที่โผล่มาในหัวคนส่วนใหญ่คือรถมอเตอร์ไซค์เล็ก ๆ ที่เปลี่ยนโลกของการเดินทางในยุคหลังสงคราม รถที่ทำให้คนธรรมดาเข้าถึงการขี่สองล้อได้จริงเป็นครั้งแรก และกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ โลกทั้งโลกวันนี้มี Cub วิ่งอยู่มากกว่า 100 ล้านคัน แต่ในประวัติศาสตร์ของตระกูล Cub มีรุ่นหนึ่งที่แทบไม่มีใครพูดถึง ทั้งที่มันเป็นหนึ่งใน Honda ที่แปลกและสนุกที่สุดที่เคยถูกสร้างขึ้นมา มันคือ Honda EZ-9 หรือ EZ90 รถคันนี้เปิดตัวครั้งแรกที่ Tokyo Motor Show ปี 1990 และแค่เห็นหน้าตาก็รู้ทันทีว่า Honda กำลังทำอะไรที่ไม่เหมือนใครอีกแล้ว ตัวรถดูเหมือนของเล่นจากอนาคต เป็นการผสมกันระหว่าง mini motocross กับ scooter พลาสติกสีสันจัดจ้านแบบ Honda racing tricolour แดง ขาว น้ำเงิน มันไม่ใช่ commuter bike และไม่เคยถูกออกแบบมาให้เป็นรถใช้งานในเมืองด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้ว Honda ตั้งใจให้มันเป็นรถสำหรับ


