MENU
EAT AND DRINK LIKE A MAN
  • MENU

    ดื่มด่ำความเป็นเอเชียที่ THAIPIOKA บาร์ลับย่านทองหล่อที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมและความเงียบสงบ

    By: PERLE October 25, 2018

    เย็นวันหนึ่งเราและตากล้องมีนัดไปถ่ายงานแถวทองหล่อ นอกจากชื่อร้าน ‘Thaipioka’ เราก็ไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับร้านนี้อีกเลย และเราคิดว่าการไปฟังเรื่องราวที่มาที่ไปของร้านจากปากเจ้าของเองน่าจะดีกว่า นอกจากนั้นยังสร้างอารมณ์ร่วมให้เรารู้สึกตื่นเต้นด้วยว่า Thaipioka จะมีหน้าตาอย่างไร แต่ด้วยการจราจรแสนติดขัดของเมืองหลวง ทำให้ระหว่างทางเราเผลอหลับ รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่ลานจอดรถโรงแรม Salil Hotel ในซอยทองหล่อ 1 แล้ว ซึ่งถ้าใครจินตนาการออก การเผลอหลับบนรถและโดนปลุกขึ้นมาอย่างกะทันหันจะรู้สึกงัวเงีย ปวดหัว ไม่สดชื่น เราเดินต่อไปอีกนิดหน่อย ห่างจากจุดที่ลงรถไม่ไกลก็เจอทางเข้า Thaipioka เป็นประตูไม้ ตกแต่งเรียบหรู เราผลักประตูและเดินเข้าไป ภายในคือบาร์ขนาดไม่เล็ก ไม่ใหญ่ บรรยากาศดู Cozy และลึกลับ ประดับบรรยากาศด้วยไฟสีส้มสลัว เคาน์เตอร์ทอดยาวไปสุดทางเดิน มีโต๊ะสำหรับนั่งดื่มอยู่ประมาณ 2-3 โต๊ะ เหมาะมากถ้าจะมาทำความรู้จักกับคนแปลกหน้าในร้านนี้ ด้วยบรรยากาศที่สงบเงียบ มวลอากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศ เสียงเพลงเปิดคลอเบา ๆ เป็นฉากหลัง และกลิ่นหอมจาง ๆ จากบรรดาวัตถุดิบสำหรับสร้างสรรค์ค็อกเทลหลายชนิด ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย อาการปวดหัวงัวเงียไม่สดชื่น พลันมลายหายไปกลายเป็นความคึกคักโดยไม่รู้ตัว หน้าตาโดยรวมของ Thaipioka แตกต่างจากที่เราคิดไว้พอสมควร ไม่สิ ต้องพูดว่ามันดูดีกว่าที่เราคิดไว้มาก มันมีความเท่ ทันสมัย ไม่ใช่บาร์ไม้ทรงไทยอย่างที่เราจินตนาการจากชื่อเอาไว้แต่แรก หลังจากเสพบรรยากาศของร้านจนพอใจแล้ว เราก็เริ่มต้นบทสนทนากับบาร์เทนเดอร์เพื่อทราบถึงที่มาที่ไปของบาร์แห่งนี้ คอนเซ็ปต์สำคัญของ

    อ่านต่อ
  • MENU

    ยกป่าดำแห่งเยอรมนีมาไว้ในกรุง ‘BLACK FOREST’ คาเฟ่ที่จะสวยที่สุดในวันแสงแดดแรงกล้า

    By: PERLE October 24, 2018

    บ่ายวันหนึ่งที่อากาศร้อน เรามีโอกาสได้เดินทางไปที่ย่านแบริ่ง ซึ่งเป็นย่านที่ค่อนข้างห่างไกลจากรูทีนประจำวันของเราพอสมควร จุดหมายปลายทางคือคาเฟ่แห่งหนึ่งที่มีคอนเซ็ปต์น่าสนใจ และเป็นร้านที่เจ้าของบอกว่าจะสวยที่สุดในวันที่แดดออกเต็มที่ ชื่อของร้านนี้คือ ‘Black Forest’ คอนเซ็ปต์ของร้านนี้ก็ตามชื่อเลย Black Forest หรือที่เรียกันว่าป่าดำ คือชื่อของป่าแห่งหนึ่งทางตอนใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศเยอรมนีติดกับชายแดนฝรั่งเศส เป็นป่าสนขนาดใหญ่ส่วนที่มาของชื่อป่าดำเนื่องจากป่าแห่งนี้ถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นเป็นสีดำเนื่องจากความหนาแน่นของต้นสนที่ปกคลุมกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ด้วยความสวยงามนี้ทางเจ้าของจึงยกมาเป็นคอนเซ็ปต์หลักของร้าน Black Forest เมื่อมองจากภายนอกเป็นคาเฟ่ที่เท่ไม่หยอก ตัวร้านมีสีดำสนิท โดดเด่นด้วยเส้นโลหะมากมายที่พาดตัดกันไปมาเป็นลวดลายที่ดูดิบ ๆ ไร้การปรุงแต่ง และเมื่อเราเข้าไปในร้านก็เป็นจริงอย่างที่ทางเจ้าของร้านบอก แสงแดดในตอนบ่ายสาดส่องลงมากระทบกับโลหะเกิดเป็นเงาทอดลงมาบนพื้น ทำให้คนที่อยู่ในร้านรู้สึกผ่อนคลายเหมือนกำลังนั่งอยู่ใต้ร่มเงาต้นสนแห่งป่าดำ แต่ไม่ใช่แค่สไตล์และคอนเซ็ปต์ร้านเท่านั้นที่น่าสนใจ เรื่องอาหารของที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลย ด้วยความที่เดินทางมาไกล ท้องก็ยังไม่มีอะไรหล่นไปถึงเลยตั้งแต่เช้า เราจึงไม่รอช้าบอกกับเจ้าของร้านให้จัดชุดใหญ่มาให้เลย เริ่มที่จานแรกกับ Jaeger สเต็กเนื้อนุ่มลิ้นโรยด้วยใบโรสแมรี่สับละเอียด ทำให้ตอนที่กำลังลิ้มรสอยู่ในปาก นอกจากความนุ่มและหวานตามธรรมชาติของเนื้อแล้วยังจะได้หอมกลิ่นเครื่องเทศบาง ๆ อีกด้วย เป็นการผสมผสานที่ค่อนข้างลงตัว ส่วนมันบดที่เสิร์ฟมาเป็นเครื่องเคียงก็อร่อยตามมาตรฐานเครื่องเคียงที่ดี ไม่ใช่เรายังไม่อิ่ม จริง ๆ แค่ Jaeger จานเดียวก็อยู่ท้องแล้ว เพียงแต่ว่าช่างภาพที่มาด้วยกันเป็นคนไม่ทานเนื้อ เราจึงสั่ง ‘Black Bacon’ ซึ่งจานนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเช่นเดียวกัน เส้นสปาเก็ตตี้สีดำผัดคลุกเคล้ากับกระเทียมและพริก เพิ่มความอร่อยอีกขั้นด้วยเบคอน สรุปสั้น ๆ ว่าเด็ด! หมดไป 2

    อ่านต่อ