Work
IMPROVE YOURSELF
  • Work

    รู้จักโรค “ขยันมากไป” สาเหตุ อาการ และทางออก ก่อนที่เราจะกลายเป็นโรคบ้างานเรื้อรัง

    By: TOISAN December 6, 2018

    สิ่งที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นต้องพบเจออยู่เสมอคือความตึงเครียดในการทำงานแต่ละวัน ซึ่งความเครียดเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นภาพลักษณ์ให้กับคนทั่วโลกได้เห็นว่าคนญี่ปุ่นมักบ้างาน แต่ความขยันมากไปนั่นแหละที่จะสร้างความลำบาก เพราะบางครั้งก็เสียเวลาไปกับการทำโอทีแบบฟรี ๆ โดยไม่เกิดประโยชน์อะไร กลับถึงบ้านก็ดึกดื่นแถมยังต้องรีบตื่นเช้ามาทำงานอีก (แต่สำหรับบางบริษัทที่ยืดหยุ่นเวลาเข้างาน เช่นพนักงานมาสาย ก็ควรจะทำงานให้ครบ 8 ชั่วโมง หรือถ้าบริษัทไหนมี OT การทำงานเลิกดึก ๆ ก็อาจจะไม่ถูกจัดอยู่ในหมวดนี้นะครับ) วัฏจักรแบบมนุษย์เงินเดือนที่เวียนไปทุกวันและไร้ซึ่งการตอบคำถาม ว่าทำอย่างไรถึงจะมีความสุขท่ามกลางกองงานพะเนิน แล้วโรคบ้างานแบบนี้มีโอกาสจะเกิดกับมนุษย์เงินเดือนไทยมากน้อยแค่ไหน? จุดเริ่มต้นของโรคบ้างานหรือ Workaholic เริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ. 1969 เหล่าทีมวิจัยค้นพบโรคที่เรียกว่า โรคบ้างาน หรือ คาโรชิ จากการเสียชีวิตของหนุ่มชาวญี่ปุ่นอายุ 29 ปี เพราะพื้นฐานของคนญี่ปุ่นที่ถูกปลูกฝังในเรื่องของความมุ่งมั่นตั้งใจ ความภักดีต่อองค์กรที่ตัวเองอยู่ รวมถึงเรื่องความรับผิดชอบที่สูงลิบ มักทำงานหามรุ่งหามค่ำที่กลายเป็นภาพจำมาตรฐานสัญลักษณ์ของคนตั้งใจทำงานในญี่ปุ่น จึงทำให้โรคบ้างานกลายเป็นโรคยอดฮิตของชายชาวญี่ปุ่นไปอย่างช่วยไม่ได้ เดิมทีโรคบ้างานนั้นพบแค่ในหมู่ชายชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่จากเหตุการณ์ที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับความเครียดในการทำงานที่ไม่ต่างจากญี่ปุ่นเท่าไหร่นัก ทำให้โรคนี้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก รวมถึงในประเทศไทย จากการสำรวจประชากรไทยพบว่ามีผู้คนที่เป็นโรคบ้างานถึงร้อยละ 67 ของจำนวนประชากรทั่วประเทศ และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นไม่หยุด เราอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า งานหนักไม่เคยฆ่าใคร ซึ่งขอบอกเลยว่าไม่จริง! ถึงแม้ในบางครั้งเหล่าผู้ขยันทำงานเกินเหตุอาจรู้สึกสนุกไปกับการทำงานหนัก โดยไม่คิดว่าจะส่งผลกระทบกับร่างกายเท่าไหร่นัก ซึ่งผลกระทบที่คาดไม่ถึงนี้หมายถึงโรคภัยต่าง ๆ ที่เข้ามาอย่างไม่รู้ตัว ทั้งความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ  รวมถึงเป็นอัมพาต

    อ่านต่อ
  • Work

    นอนเยอะได้เปรียบ! บริษัทญี่ปุ่นเพิ่มค่าตอบแทนให้พนักงานที่นอนเต็มอิ่ม เพราะทำงานได้ดีกว่า

    By: PSYCAT November 27, 2018

    การทำงานหามรุ่งหามค่ำหรือทำงานแล้วต้องนอนน้อยจนแทบไม่ได้นอนสำหรับผู้ชายอย่างเราดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว บางครั้งยิ่งนอนน้อยเพราะทำงานหนักมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดูเป็นคนที่น่าชื่นชมจากคนในองค์กรมากเท่านั้น ค่านิยม “ผมนอนน้อย เพราะทำงานหนักมากเพื่อองค์กร” จึงเป็นค่านิยมที่ผู้ชายแข่งกันคว้ามาครอบครอง แต่ยิ่งนอนน้อยแปลว่าเราทำงานหนักหรือทำงานมีประสิทธิภาพเสมอไปจริง ๆ หรือเปล่า ? นั่นเป็นคำถามที่องค์กรต้องทบทวนให้ดี ในขณะที่บริษัทจากญี่ปุ่นแห่งหนึ่งคิดไม่เหมือนชาวบ้านเขา ใครทำงานหนักเลยนอนน้อยอะไร ไม่สน! เราขอประกาศนโยบายว่าเป็นพนักงานบริษัทนี้การนอนเต็มอิ่มต้องมาก่อนโว้ย! ความจริงจังของนโยบายนี้ไม่ใช่แค่การประกาศลอย ๆ ว่าพวกคุณจงไปนอนให้เต็มอิ่มแล้วบริษัทจะรักคุณเป็นการตอบแทน แต่นโยบายนี้ให้ผลตอบแทนจริงจังโดยกติกาก็คือพนักงานคนใดที่นอนหลับอย่างน้อยคืนละ 6 ชั่วโมง อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์จะได้รับคะแนนพิเศษจากบริษัทซึ่งคะแนนพิเศษนี้ใช้แลกค่าตอบแทนอีกที บริษัทที่ใจป้ำผู้ออกนโยบายเพื่อคนนอนเยอะแห่งนี้คือ Crazy Inc. บริษัทออแกไนเซอร์งานแต่งงานซึ่งให้ค่าตอบแทนสูงสุดถึง 64,000 เยน หรือราว ๆ 187,000 บาทต่อปี โดยค่าตอบแทนไม่ได้มาในรูปแบบเงินสดแต่เป็นคูปองที่สามารถใช้จับจ่ายซื้ออาหารในโรงอาหารของบริษัทได้ ในสายตาเราอาจจะมีเสียดายตาละห้อยเล็กน้อยที่ค่าตอบแทนไม่ใช่เงินสด แต่ถ้าพิจารณาดูดี ๆ การได้นอนเต็มอิ่ม แถมยังประหยัดค่าอาหารทุกมื้อที่มากินที่ทำงานได้ เงินเหลือไปทำอย่างอื่น แถมสุขภาพกายสุขภาพจิตดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน ส่วนใครที่คิดจะโกงเวลานอน พี่อาจจะต้องผิดหวังไปตามระเบียบเพราะ Crazy Inc. เขาใช้แอปพลิเคชันติดตามการนอนโดยเฉพาะ เพื่อตรวจจับว่าเรานอนจริง ๆ ไหม หลับลึกจริง ๆ หรือเปล่า คุณภาพการนอนเป็นอย่างไร ซึ่งแอปพลิเคชันนี้พัฒนาขึ้นโดย

    อ่านต่อ