Work
IMPROVE YOURSELF
  • Work

    ทีมที่มีอยู่ ‘เวิร์ก’ ‘ไม่เวิร์ก’? เผยวิธีดูและ 5 เทคนิคปั้นทีมสไตล์ GOOGLE ที่ทำให้องค์กรโตเร็ว เต็มศักยภาพ

    By: anonymK June 6, 2019

    องค์กรจะรุ่งหรือร่วงอยู่ที่คนในองค์กร เพราะงานใหญ่ไม่เคยสร้างเสร็จด้วยคนเพียงคนเดียว ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะอัจฉริยะแค่ไหนก็ตาม องค์กรสายเทคฯ ระดับโลกอย่าง Google จึงให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม แต่ใช่ว่าทุกทีมจะทำได้เท่ากัน ดังนั้น การประเมินเพื่อหาทีมที่ดี โดดเด่น นำมาใช้เป็นกรณีตัวอย่างไว้เพื่อพัฒนาทีมอื่น ๆ ให้ขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเขาใส่ใจเสมอมา คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าที่ Google ไปได้ไกลเพราะคนในองค์กรเก่ง แต่ความจริงแล้วการรวมตัวของคนเก่งก็มีจุดอ่อนหลายอย่าง โดยเฉพาะกับการทำงานเป็นทีม หรือการคุมทีม คนเก่งหลายคนไม่ใช่หัวหน้าที่คุมทีมได้ดี และยิ่งเก่งมากบางคนอาจจะตกม้าตายเรื่องคุมทีมพลาดเพราะ Micromanage ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของความตั้งใจดีอยากให้งานออกมาสมบูรณ์แบบเพอร์เฟกชั่นนิสต์ หรือความไม่เชื่อใจในทีมจนพยายามไปเจาะและจี้ทุกรายละเอียดก็ตาม สุดท้ายความหวังดีแบบนี้ทำให้การทำงานตึงเครียด ดับความคิดสร้างสรรค์ แถมทีมยังมีแนวโน้มจะดื้อเงียบไม่ยอมทำตามคำสั่งอีกด้วย คำถามวัดความเป็นผู้นำของ Google เพื่อวัดศักยภาพความเป็นผู้นำที่ดีซึ่งเป็นพื้นฐานของทีมเวิร์กที่ดี Google จึงออกแบบคำถามสำหรับสอบถามพนักงานเพื่อตรวจสอบ โดย 13 ข้อด้านล่างคือคำถามบางส่วนที่ใช้ประเมินคุณภาพทีมได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ผู้บังคับบัญชาของฉันให้ฟีดแบ็กเพื่อพัฒนาความความสามารถตัวเอง ผู้บังคับบัญชาของฉันไม่ทำตัวเป็น “Micromanage” ผู้บังคับบัญชาของฉันปฏิบัติกับฉันในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ผู้บังคับบัญชาให้คุณค่าต่อความเห็นที่ฉันเสนอเพื่อทีม แม้มันจะแตกต่างจากความคิดของเขา ผู้บังคับบัญชามุ่งโฟกัสที่ผลลัพธ์และลำดับความสำคัญ ผู้บังคับบัญชาแบ่งข้อมูลที่ได้รับจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้รู้เสมอ ผู้บังคับบัญชาได้ตัดสินใจสิ่งที่มีความหมายต่อการพัฒนาเส้นทางอาชีพของฉันเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชาสื่อสารเป้าหมายที่ชัดเจนให้กับทีมของเรา ผู้บังคับบัญชามีความรู้ทางเทคนิค (เช่น การเขียนโค้ด, การขายในภาคธุรกิตระดับโลก

    อ่านต่อ
  • Work

    “ไม่ลา ไม่เที่ยว จะทำงาน” สถิติเผยคนไทยลาพักร้อนน้อยติดอันดับโลก

    By: TOISAN May 22, 2019

    การทำงานเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องพบเจอกันเป็นปกติ และก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตั้งตาคอยวันหยุดช่วงเทศกาลต่าง ๆ รวมถึงวันลาพักร้อนของตัวเองด้วย แต่ดันผลสำรวจที่น่าตกใจว่าคนไทยลางานน้อยติดอันดับและยกเลิกทริปเที่ยวเป็นอันดับหนึ่งของโลก เหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไร ? คนไทยบ้างานหรือว่ามีเหตุผลอื่นที่ทำให้เราไม่อยากลาไปเที่ยว เป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกปีสำหรับเว็บไซต์ Expedia ที่ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ทั้งโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน แพ็เกจเที่ยวบินและโรงแรม เช่ารถและกิจกรรมท่องเที่ยว จัดสำรวจพฤติกรรมกลุ่มนักท่องเที่ยวพนักงานประจำทั่วโลกซึ่งปีนี้พบว่า คนกลุ่มนี้รู้สึกไม่อยากลาพักร้อนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๆ ถึง 53% โดยมีสาเหตุหลักคือเรื่องงานที่ติดพันจนหาเวลาไปเที่ยวไม่ได้ รวมถึงปริมาณงานจำนวนมหาศาลที่รอต้อนรับเราหลังจากจบทริปที่ทำให้พอนึกถึงก็ยิ่งทำให้ไม่อยากลา รวมถึงเผยสถิติน่าตกใจว่าไทยติดอันดับ 7 ประเทศที่ลาพักร้อนน้อยที่สุดในโลก นอกจากผลสำรวจการใช้วันลาแล้วทาง Expedia ยังสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการเที่ยวของมนุษย์เงินเดือนปี 2018 ว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวไทยมักเลื่อนการจองที่พักหรือยกเลิกทริปกลางคันสูงถึง 75% ด้วยสาเหตุติดงาน มีงานเข้ากะทันหันที่ลาไม่ได้จริง ๆ และด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของโลกด้านการเททริป ส่วนอันดับสองที่บ้างานจนต้องยกเลิกทริปเที่ยวรองจากไทยคือยูเออี ตามมาด้วยอินเดีย เม็กซิโก เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกงตามลำดับ  วลีที่ว่า “คนไทยเป็นคนขี้กังวลและคิดเยอะ” ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริง เพราะวันลาพักร้อนของคนไทยเฉลี่ยที่ 10 วันต่อปี แต่ส่วนใหญ่มักใช้วันลาพักร้อน 8 วัน จากทั้งหมด 10 วัน ด้วยเหตุผลว่าเผื่อวันลาเอาไว้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รวมถึงเหตุผลเรื่องงานรัดตัวที่ทำให้หาวันลาดี ๆ

    อ่านต่อ