Work
IMPROVE YOURSELF
  • Work

    ทำงานเก่ง ทำไมไม่ได้เป็นหัวหน้า? เฉลยปัญหาโลกแตกที่ทำให้คุณไม่โตจากสิ่งที่ทำ แม้จะโปรแค่ไหนก็ตาม

    By: anonymK January 10, 2019

    ทำมากี่ปีดีดักก็ยังอยู่ที่เดิม หัวหน้าที่ดีแต่สั่งให้เราทำโน่นทำนี่เอาเข้าจริงก็ไม่เห็นว่าจะเจ๋งกว่าเราสักอย่าง กูนี่แหละมดงานหาเงินเข้าบริษัท นี่เป็นเรื่องที่คุยกันเสมอนอกฤดูโปรโมตตำแหน่งและยิ่งใกล้ช่วงโบนัส เรื่องนี้ยิ่งเดือดระอุขึ้นกว่าเดิม เพื่อไขปัญหาโลกแตกให้กระจ่างว่าทำไมเราทำดีไม่ได้ดี หรือบอสจะตาบอดมองไม่เห็นความสามารถของเราถึงไม่ได้เลื่อนขั้นให้ แต่ดันไปเลือกคนอื่นแทน UNLOCKMEN ได้รวบรวมข้อมูลคลายสงสัยมาแบ่งปันแล้ว ลองดูว่านอกจากการเป็นเจ้าพ่อเทพด้านสกิลการทำงานแล้ว คุณสมบัติเหล่านี้คุณขาดมันอยู่ไหม เพราะถ้าคุณเป็นคนแบบเดียวคำอธิบายด้านล่าง นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้านายไม่เลื่อนให้คุณเป็นหัวหน้ากับเขาสักที   ขาด DNA องค์กร เรื่องง่าย ๆ ที่ไม่ง่ายเอาเสียเลยคือคุณไม่ค่อยมีลมหายใจแบบเดียวกับองค์กรเท่าไหร่ ใส่ใจแต่งานที่ตัวเองทำมากเกินไป ทำให้ต่อให้ผลงานโคตรเด่นแค่ไหนก็ไม่มีวันโตได้มากกว่าเดิม เพราะเจ้านายคิดว่าถ้าเขาโปรโมตคุณขึ้นมา เมล็ดพันธ์ุต่าง ๆ ในองค์กรคงไม่ได้ดอกผลในทางเดียวกันแน่ ๆ เนื่องจากคุณดันไม่เข้าใจวิธีคิดขององค์กร กำไร การวางแผน เป้าหมาย สภาพแวดล้อมที่มีอยู่สักนิด ลองคิดสภาพว่าถ้าองค์กรเป็นคนหนึ่งคน คุณคือ Head ของบริษัท เราให้คุณเป็นส่วนหัวที่กระจายหน้าที่ไปส่วนอื่น แต่คุณดันทำผลงานโดดเด่นเฉพาะของตัวเองเท่านั้น หัวก็จะโตเอา ๆ แต่ตัวด้านล่างลีบเพราะการเติบโตไม่กระจายไปส่วนอื่นเลย มันก็ไม่ต่างจากการทำให้องค์กรเป็นโปลิโอ ขาลีบก็เดินไปไม่ได้ แขนลีบก็หยิบจับอะไรไม่ได้อยู่ดี สู้เขาเอาคนที่ไม่ต้องเก่งเท่าคุณแต่ทำให้องค์กรเติบโตมาทำ ยังไงมันก็ดีกว่าเห็น ๆ   สื่อสาร 0 คะแนน ส่วนใหญ่คุณเห็นใช่ไหมว่าผู้นำดีแต่พูด ทว่าทำไม่เก่งเท่าที่คิด เหตุผลเพราะมันคือคุณสมบัติที่ต้องมี

    อ่านต่อ
  • Work

    โดนกรีดหัวใจแค่ไหนก็สู้ไหว รู้จัก WABI-SABI ปรัชญาญี่ปุ่นช่วยกู้ความสุขเมื่อเฟลเพราะงานไม่เพอร์เฟกต์

    By: anonymK January 9, 2019

    “วันนี้ทำงานพลาดว่ะ” คือหนึ่งใน Topic ที่ทำให้เพื่อนที่ไม่ค่อยได้คุย ไม่ได้รวมตัวกันมานานกลับมาคุยกันเพื่อระบายอารมณ์ และไม่ว่าเพื่อนฝูงจะอยู่ระดับไหนของบริษัท เป็นคนตัวเล็กหรือใหญ่ขององค์กรประเด็นนี้ก็จะทยอยมาให้ได้ยินเหมือนกันเสมอ “เป็นลูกน้องที่โดนลูกค้าด่า เป็นเจ้านายที่บริหารงานไม่ดี เป็นเจ้าของที่ไม่สร้างกำไร ฯลฯ” แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการนั่งขยายว่าไปทำผิดอะไรมา หรือสิ่งที่พวกมันต้องจ่ายเพื่อรับผิดชอบความผิดเหล่านั้นตามขนาดความเล็กใหญ่ของเรื่องที่เจอ กลับเป็นเรื่องผลกระทบทางอารมณ์ของพวกมันมากกว่า เพราะบางคนเฟลนาน เฟลไม่จบไม่สิ้น ถึงงานนั้นจะผ่านไปจนเริ่มโปรเจกต์ใหม่ก็ไม่หายจนสุดท้ายต้องล้มเหลวจริงจากการจับจด ขณะที่บางคนแค่บ่น ยอมรับและก้าวต่อไปก็ทำงานได้ดีขึ้น เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงปรัชญาญี่ปุ่นที่เรียกว่า 侘寂  (wabi-sabi) “วาบิ-ซาบิ” หรือการมองเห็นความงามที่ไม่สมบูรณ์แบบของญี่ปุ่น ซึ่งมาจากการรวม 2 คำ ได้แก่ Wabi (侘び) ที่แปลว่า ความเรียบง่าย สมถะ และ Sabi (寂び) ที่แปลว่า ความเงียบสงัด สภาพจิตใจที่สงบนิ่ง และสูงส่ง ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้คือส่วนผสมที่ลงตัวที่ทำให้เราเห็นแง่มุมของการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ซับซ้อน และไม่เจ็บปวด ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะสร้างบาดแผลให้เราไว้มากแค่ไหนก็ตาม เพราะสรรพสิ่งล้วนไม่สมบูรณ์ และทุกความผิดพลาดต่างมีความสวยงาม สูงสุดจากสามัญ Zero be Hero ที่มาของ Wabi-Sabi หรือการมองเห็นความสวยงามจากสิ่งไม่จีรังหลายคนคงเปรยว่าคล้ายกันกับ “อนัตตา” ของศาสนาพุทธเหลือเกิน บอกได้เลยว่า

    อ่านต่อ