Just here not long ago

“WHETHER YOU THINK YOU CAN OR YOU THINK YOU CAN’T, YOU’RE RIGHT.”

Henry Ford

“YOU WILL NEVER REACH YOUR DESTINATION IF YOU STOP AND THROW STONES AT EVERY DOG THAT BARKS”

Winston S. Churchill

“I CAN’T RELATE TO LAZY PEOPLE. WE DON’T SPEAK THE SAME LANGUAGE. I DON’T UNDERSTAND YOU. I DON’T WANT TO UNDERSTAND YOU”

Kobe Bryant
  • EVENT

    ZERO TO HERO TALK: “THE ART OF NOT GIVING UP” อีเวนต์ที่ชวนมาปรับมุมคิดเพื่อให้ชีวิตเปลี่ยน

    By: G-NEAK November 14, 2019

    ‘ความล้มเหลว’ เป็นคำนามที่ผู้ชายคนไหนก็คงไม่อยากเติมเข้าไปในประโยคชีวิต ต่างจาก ‘ความสำเร็จ’ ที่ไม่ว่าใครก็อยากไขว่คว้ามาไว้ในครอบครอง และพยายามมองหาหนทางแห่งความสำเร็จให้กับชีวิตตน แต่คนส่วนใหญ่มักจะเลือกมองฉากที่คนอื่นประสบความสำเร็จ มากกว่ามองย้อนกลับไปว่าพวกเขาต้องเผชิญอุปสรรค ความพ่ายแพ้ หรือความล้มเหลวอะไรมาบ้างก่อนจะประสบความสำเร็จได้ แม้นิยามความล้มเหลวจะหมายถึงข้อผิดพลาด ความผิดหวัง หรือความพ่ายแพ้ แต่บางคนกลับมองความล้มเหลวเป็นการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง ยิ่งล้มเหลวมากเท่าไร ก็ยิ่งได้ประสบการณ์ มีภูมิคุ้มกัน และเดินเข้าใกล้เส้นชัยที่เรียกว่า “ความสำเร็จ” มากเท่านั้น มุมมอง (Perspective) จึงกลายเป็นเส้นบาง ๆ ที่คั่นกลางระหว่าง “คนที่ล้มเหลวแล้วยอมแพ้” กับ “คนที่เรียนรู้จากความล้มเหลว” จาก ZERO สู่ HERO แค่เปลี่ยนมุมคิด ชีวิตก็ ENJOY ทุกเรื่องในชีวิตไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิดหวังไว้ทุกอย่าง ทำให้คุณ เขา เธอ หรือใคร ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความล้มเหลวในชีวิตได้ แต่บางครั้งเลข 0 ที่เป็นตัวแทนของความล้มเหลว ความว่างเปล่า หรือความสูญเสีย ก็อาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด เราเชื่อเสมอว่าคนที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก และไม่เกรงกลัวความล้มเหลวหรือเลข 0 ที่อยู่เบื้องหน้า และเครื่องดื่ม Heineken® กับ UNLOCKMEN ก็เชื่อเหมือนกันว่าการพลิกมุมมองความคิดนั้นเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง

    อ่านต่อ
  • DESIGN

    เรื้อนแต่เทพ เมาแต่มีของ: “เป๋ง-ชานนท์”อาร์ตไดฯ ที่เชื่อว่างานออกแบบต้องไม่ใช่การกดสูตร

    By: PSYCAT November 14, 2019

    คุณขี้อิจฉาไหม? คุณอยากดังหรือเปล่า? คุณอยากเป็นคนที่เมาเละได้ แต่ก็เป็นคนมีของ มีความสามารถซ่อนอยู่หรือไม่? เป็นคำถามแปลกประหลาดที่เรามั่นใจว่าต่อให้ถามใครหลายคน ก็คงไม่มีใครหาญกล้าตอบกลับมาง่าย ๆ โดยเฉพาะในบทสัมภาษณ์กับสื่อแปลกหน้า แต่ไม่ใช่กับ “เป๋ง-ชานนท์ ยอดหงษ์” อาร์ตไดเรกเตอร์ที่เราพยายามหาคำมานิยามเขาแล้ว แต่ก็หาได้ยากเหลือเกิน จนกระทั่งเขานิยามตัวเอง และเรารู้สึกว่า โห! ใช่ว่ะ เขาเป็นแบบนี้แหละ “เลอะเทอะ เมาเรื้อนอะไรก็ได้ แต่ผมต้องมีความสามารถที่ทำให้คนอื่นเห็นว่ากูก็มีของ ถึงกูจะเหลวแหลกแต่ก็มีอะไร” เรื้อนแต่เทพ เมาแต่มีของ เหลวแหลกแต่ก็มีอะไร จะมีใครกล้านิยามตัวเองแบบนี้ คงมีแค่เขาที่อยู่ตรงหน้าเรานี่เอง สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อว่าคนที่รู้จักเขา หรือแม้แต่ตัวเขาเองรู้ว่าคำเหล่านี้ไม่ใช่คำเชิงลบอะไรต่อตัวเขาก็เพราะเขารู้ดีว่าความจริงคืออะไร และงานออกแบบจากสมองและสองมือของเขานี่แหละที่โดดเด่นยิ่งกว่า สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าอาร์ตไดเรกเตอร์คนนี้มีของอะไร เทพแบบไหน เราอยากเล่าสั้น ๆ ว่าเขาเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ด้านเพลงที่หาตัวจับยาก เด่น ๆ คือการออกแบบปกซิงเกิ้ล ปกอัลบั้มของค่าย genie records ทั้ง BMW Be My World Project, Bodyslam, Big Ass, Paradox, Ebola , Sweet Mullet

    อ่านต่อ
ZERO TO HERO TALK: “THE ART OF NOT GIVING UP” อีเวนต์ที่ชวนมาปรับมุมคิดเพื่อให้ชีวิตเปลี่ยน

‘ความล้มเหลว’ เป็นคำนามที่ผู้ชายคนไหนก็คงไม่อยากเติมเข้าไปในประโยคชีวิต ต่างจาก ‘ความสำเร็จ’ ที่ไม่ว่าใครก็อยากไขว่คว้ามาไว้ในครอบครอง และพยายามมองหาหนทางแห่งความสำเร็จให้กับชีวิตตน แต่คนส่วนใหญ่มักจะเลือกมองฉากที่คนอื่นประสบความสำเร็จ มากกว่ามองย้อนกลับไปว่าพวกเขาต้องเผชิญอุปสรรค ความพ่ายแพ้ หรือความล้มเหลวอะไรมาบ้างก่อนจะประสบความสำเร็จได้ แม้นิยามความล้มเหลวจะหมายถึงข้อผิดพลาด ความผิดหวัง หรือความพ่ายแพ้ แต่บางคนกลับมองความล้มเหลวเป็นการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง ยิ่งล้มเหลวมากเท่าไร ก็ยิ่งได้ประสบการณ์ มีภูมิคุ้มกัน และเดินเข้าใกล้เส้นชัยที่เรียกว่า “ความสำเร็จ” มากเท่านั้น มุมมอง (Perspective) จึงกลายเป็นเส้นบาง ๆ ที่คั่นกลางระหว่าง “คนที่ล้มเหลวแล้วยอมแพ้” กับ “คนที่เรียนรู้จากความล้มเหลว” จาก ZERO สู่ HERO แค่เปลี่ยนมุมคิด ชีวิตก็ ENJOY ทุกเรื่องในชีวิตไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิดหวังไว้ทุกอย่าง ทำให้คุณ เขา เธอ หรือใคร ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความล้มเหลวในชีวิตได้ แต่บางครั้งเลข 0 ที่เป็นตัวแทนของความล้มเหลว ความว่างเปล่า หรือความสูญเสีย ก็อาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด เราเชื่อเสมอว่าคนที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก และไม่เกรงกลัวความล้มเหลวหรือเลข 0 ที่อยู่เบื้องหน้า และเครื่องดื่ม Heineken® กับ UNLOCKMEN ก็เชื่อเหมือนกันว่าการพลิกมุมมองความคิดนั้นเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง

PLAY

Fun side of life

  • สงคราม คาวเลือด และเพลงดาบของ JIN SAKAI ซามูไรนอกรีตจากเกม GHOST OF TSUSHIMA

    By: G-NEAK December 13, 2019

    ถ้าจะพูดถึงเกมซามูไรที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ คงจะลืม Ghost of Tsushima ไปไม่ได้เลย เพราะนี่เป็นเกมสุดเจ๋งที่เล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงศตวรรษที่ 13 ขณะที่เหล่าโชกุนและจักรพรรดิปกครองญี่ปุ่นด้วยระบบศักดินา แต่แล้วความมั่นคงของญี่ปุ่นกลับสั่นคลอน เพราะจักรวรรดิมองโกลรุกรานญี่ปุ่น จนเกิดสงคราม การเปลี่ยนแปลง เหตุนองเลือด และความวุ่นวายอีกนับไม่ถ้วน Ghost of Tsushima เป็นวิดีโอเกมที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ซามูไรหลายเรื่องของ อากิระ คูโรซาวะ (Akira Kurosawa) บริษัทผู้พัฒนาเกม Sucker Punch จึงออกแบบเกมให้เป็นสไตล์ Action & Openworld ผู้เล่นจะเพลิดเพลินกับระบบเกมเพลย์จากมุมมองบุคคลที่สาม เมามันส์กับฉากเอฟเฟกต์ตระการตา และดำดิ่งลงไปในเนื้อเรื่องของเกมราวกับกำลังชมภาพยนตร์ซามูไรในตำนาน คุณจะได้สวมบทเป็น จิน ซากาอิ (JIn Sakai) ซามูไรแห่งแดนอาทิตย์อุทัยผู้ยึดมั่นคุณธรรม ที่ออกเดินทางเพื่อสำรวจพื้นที่ ต่อสู้กับศัตรู และช่วยเหลือชาวบ้าน ไปพร้อมค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของเขา แต่ จิน ซากาอิ ผู้นี้กลับเลือกเดินสายต่อสู้แบบภูติผี (Ghost) ที่เน้นการลอบสังหาร วางกลยุทธ์การต่อสู้ และทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเกาะซึชิมะและญี่ปุ่นจากการรุกรานของพวกมองโกล แม้การกระทำของเขาจะเริ่มห่างไกลจากความเป็นซามูไรดั้งเดิมไปทุกทีก็ตาม นอกจาก Ghost of

    อ่านต่อ
  • ศาสตร์แห่งความเมามาย: ทำความรู้จัก “4 รูปแบบการเมา” รู้เท่าทันไว้จะได้เมาแบบมืออาชีพ

    By: TOIISAN December 6, 2019

    กิจกรรมตั้งวงสังสรรค์พร้อมกับน้ำเมาของสุภาพบุรุษถือว่าทำต่อเนื่องกันมาเป็นพัน ๆ ปีแล้ว และเราก็เห็นกิจกรรมเหล่านี้กระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมโลก บางคนอาจเห็นผู้ใหญ่ใกล้ตัวอย่างพ่อออกไปดื่มกับกลุ่มเพื่อน พอโตขึ้นเราก็มีกลุ่มแก๊งและสังคมที่จะเมาไปพร้อมกับเรา เราปาร์ตี้ เราสุดเหวี่ยง แต่เราไม่เคยตั้งคำถามกับตัวเองจริงจังสักทีว่าเพราะอะไรถึงเลือกที่จะดื่ม แรงจูงใจอะไรบ้างที่ทำให้เราเมาจนหัวทิ่ม บางคนชอบดื่มเบียร์เพราะเสพติดอาการมึนเมา หลายคนชื่นชอบการดื่มวิสกี้เพราะอยากสัมผัสรสชาติแสนเฉพาะตัว และก็มีผู้คนจำนวนมากในโลกใบนี้ที่ชอบดื่มเพราะสภาพแวดล้อม รวมถึงเหตุผลส่วนตัวที่ซ่อนลึกอยู่ในจิตใจ เพราะความเมามีเรื่องราวมากกว่าที่คิด UNLOCKMEN จะพาดำดิ่งไปในศาสตร์แห่งความมึนเมา เพื่อตามหาเหตุสำคัญทำให้ผู้ชายอย่างเราเลือกการดื่มกินสังสรรค์ เราจะได้รู้เท่าทันความเมา เมาอย่างมีสติ เมาอย่างมืออาชีพ ไม่แพ้ที่ผู้ชายอย่างเราเชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ และนี่คือ รูปแบบการเมา 4 ประเภท ที่ทำให้ผู้ชายทั้งหลายต้องถามตัวเองว่าเราเป็นสายเมาแบบไหนกันแน่ ?   เมาเพราะฉลองโอกาสพิเศษ ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนจะชอบดื่มแอลกอฮอล์เพราะความมึนเมา หนุ่ม ๆ บางคนก็ไม่ได้โปรดปรานการดื่มเบียร์หรือจิบวิสกี้สักเท่าไหร่นัก แต่เมื่อมีโอกาสพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในชีวิตอย่างการเลื่อนตำแหน่ง คืนก่อนสละโสด วันครบรอบแต่งงาน ไปจนถึงเหตุผลขำ ๆ อย่างการถูกหวย ความพิเศษที่ว่านี้ก็สามารถทำให้ผู้ชายที่ไม่ชอบดื่ม ยอมตกลงปลงใจลิ้มรสแอลกอฮอล์ได้เหมือนกัน เมื่อมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตทั้งที หนุ่มบางคนก็อยากปลดปล่อยตัวเองไปกับความสุขสมหวังตรงหน้ากันบ้าง ศาสตร์การเมาประเภทแรกจึงว่าด้วยกลุ่มคนที่เมาเมื่อมีอีเวนต์หรือเรื่องพิเศษเกิดขึ้นในชีวิต พวกเขารู้สึกโอเคที่จะไปร้านอาหารบรรยากาศดี ๆ พร้อมสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สักแก้ว หรือเปิดไวน์สักขวดเพื่อดื่มดำกับความรู้สึกสุดพิเศษ นักดื่มกลุ่มนี้นอกจากจะยอมดื่มเพื่อฉลองโอกาสพิเศษของตัวเองแล้ว พวกเขาก็เต็มใจอย่างยิ่งที่จะไปร่วมงานสังสรรค์ที่น่ายินดีของคนสนิทรอบตัวด้วยเช่นกัน เพราะถ้าเพื่อนถูกหวยหรือญาติแต่งงาน

    อ่านต่อ
  • By: Chaipohn December 5, 2019

    เป็นรองเท้าที่ถูกจับตามองตั้งแต่ปล่อย Logo ออกมาเรียกน้ำย่อยระหว่าง Dior กับ Air Jordan การรวมตัวของแบรนด์จากโลก Luxury Fashion สุดหรู กับแบรนด์ Sportwears สุดเท่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเทรนด์หลักในโลกแฟชั่นของปีหน้าอย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ก็พึ่งจะเปิดตัว PRADA x adidas SuperStar ไปไม่นาน เป็นไปเหมือนที่เราคาดการณ์เอาไว้ว่าการ Collaboration DIOR x Air Jordan 1  ครั้งนี้จะถูกสร้างสรรค์บนโมเดล Air Jordan 1 High OG ซึ่งถือว่าเป็นรุ่น Iconic ของแบรนด์ที่เลือกได้อย่างสมศักดิ์ศรี เปิดตัวอย่างอลังการสนั่นโลก Social Media ไปหมาด ๆ ในงาน Dior Men’s pre-fall 2020 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ Dior เปิดตัว Men collection ใน Miami โดยมี Influencer

  • By: G-NEAK December 3, 2019

    แม้นี่จะเป็นเดือนสุดท้ายที่บริษัทผู้ผลิตเกมต่างงัดเกมเด็ดเกมดีของค่ายตนมาอวดโฉมกันก่อนสิ้นปี แต่ต้องบอกเลยว่าเกมใหม่ประจำเดือนนี้ก็ยังเจ๋งและมันส์ไม่น้อยไปกว่าเกมของเดือนก่อน ๆ มีทั้งเกมระดับตำนานที่หนุ่มเกมเมอร์ตั้งตารอและเกมหน้าใหม่ที่เราเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน วันนี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำ 4 เกมใหม่ประจำเดือนธันวาคมนี้ จะมีเกมไหนควรค่าแก่การเสียเงินบ้าง ไปดูกันครับ! Halo: Reach เชื่อว่าหนุ่ม ๆ คอเกมยิงปืนคงไม่มีใครไม่รู้จักซีรีส์วิดีโอเกม sci-fi สุดมันส์อย่าง Halo เกมในภาคนี้จะพาคุณย้อนอดีตไปชมเหตุการณ์ก่อนภาคแรกว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น พร้อมตั้งคำถามว่ามวลมนุษย์ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนบนโลกนั้นจะเอาตัวรอดอย่างไรในสมรภูมิรบนี้? แม้จะไม่มีโหมดการสร้างแผนที่เหมือนกับเกม Halo ภาคก่อน ๆ แต่ Halo: Reach ภาคนี้มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่สุดเจ๋ง ทั้งการปรับแต่งระดับภาพกับเฟรมเรต หรือแม้แต่โหมดเนื้อเรื่องที่เพิ่มมามากถึง 11 ภารกิจ แถมงานกราฟิกและระบบเสียงของเกมก็พัฒนาแบบจัดเต็ม สมกับที่ GamePro, IGN และ Official Xbox Magazine วิจารณ์เป็นเสียงเดียวกันว่าภาคนี้เป็นเกมซีรีส์ Halo ที่ดีที่สุดเลย แต่จะดีจริงหรือเปล่าต้องรอดูกัน 3 ธันวาคมนี้ บน Xbox One และ PC SaGa: Scarlet Grace

  • By: Chaipohn December 3, 2019

    ถ้าเราพูดถึงไอเดียที่บ้าระห่ำในการสร้างสรรค์รถ Limited Edition ผลิตเพียง 20 คัน และอยากจะตั้งราคาขายคันละ 100 ล้านบาท คงไม่มีค่ายรถยนต์ไหนในโลกจะทำได้ง่ายเท่ากับ Bugatti อีกแล้วในเวลานี้ ด้วยราคาขายในเวอร์ชันปกติของ Bugatti Chiron ราคาคันละ $2.9 ล้านเหรียญ (ราว 90 ล้านบาท) ถ้าจะผลิตรุ่นพิเศษ Chiron Noire Sportive และ Chiron Noire Elegance โมเดลละ 10 คัน ขายในราคาคันละ $3.3 ล้านเหรียญ​ (ราว 100 ล้านบาท) โดยมีภายนอกปกคลุมด้วย Corbon fiber ทั้งคัน จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไร Bugatti Chiron Noire ถูกสร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจของ ‘Type 57SC’ โมเดลตำนานอันยิ่งใหญ่ถูกผลิตขึ้นเพียง 4 คันในโลก และ 1 ใน

  • By: NTman November 29, 2019

    เชื่อเหลือเกินว่ามีผูัใช้งานสมาร์ตทีวีจำนวนไม่น้อย ตัดสินใจถอยทีวีสุดสมาร์ตเครื่องใหม่ ด้วยความหวังที่จะใช้เปิดช่องโปรดจาก YouTube เอาไว้นอนดูชิลล์ ๆ แบบเต็มตาบนจอใหญ่ แต่สุดท้ายกลับมาพบความจริงที่ว่าแอปฯ YouTube บนทีวีดันไม่สามารถเสิร์ชด้วยการพิมพ์ Keyword ภาษาไทยซะอย่างนั้น เจอแบบนี้เข้าไปแม้ภาษาอังกฤษจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกเรา แต่ในเมื่อคลิปรายการที่อยากดูมันใช้ชื่อไทย ยังไงก็หนีไม่พ้นที่จะต้องค้นคลิปโดยใช้ภาษาแม่ จนสุดท้ายต้องแก้ปัญหาด้วยการยิงแอปฯ YouTube จากมือถือขึ้นหน้าจอทีวี เพียงเพื่อจะได้ใช้ภาษาไทยในการเสิร์ช ซึ่งเป็นอะไรที่ดูวุ่นวายหลายขั้นตอน หลุดคอนเซ็ปต์การใช้งานสมาร์ตทีวี ที่ควรจะสมาร์ต สะดวก ง่ายดาย ไปไกลโข งานนี้ใครที่เพิ่งถอยสมาร์ตทีวีมาสด ๆ ร้อน ๆ คงต้องทำใจใช้วิธีการเสิร์ชคลิปบนมือถือให้เรียบร้อย แล้วยิง YouTube ขึ้นไปเล่นบนจอทีวีแก้ขัดไปก่อน ส่วนใครที่กำลังมองหาสมาร์ตทีวีครื่องใหม่ บอกเลยว่าคุณคือผู้โชคดีที่มาถูกที่ถูกเวลา เพราะคอลัมน์ Toys for Boys ในวันนี้ เราจะมาแนะนำ SAMSUNG UHD TV RU7200 สมาร์ตทีวีรุ่นใหม่ ที่เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มเด็ดเพื่อหนุ่มไทยสายบันเทิง พร้อมจบทุกปัญหาวุ่นวาย ทลายกำแพงด้านภาษากับความสามารถในการเสิร์ชคลิป YouTube ด้วยภาษาไทยง่าย ๆ จบได้ในตัวแบบไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม แค่เปิดแอปฯ YouTube

  • By: G-NEAK November 27, 2019

    ถ้าไม่นับการมีรถซูเปอร์คาร์เท่ ๆ สักคันไว้ในครอบครอง อีกความฝันของผู้ชายอย่างเราคือการได้ขับเรือยอชต์ล่องไปในทะเล กินลม ชมวิว ปล่อยให้แสงแดดสาดกระทบเรือนร่างกำยำ พร้อมดื่มด่ำกับการพักผ่อนในช่วงวันหยุด วันนี้เราเลยอยากพาหนุ่ม ๆ UNLOCKMEN มาทำความรู้จัก ‘Hermes Speedster Boat’ เรือยอชต์ล้ำสมัยที่ซ่อนงานดีไซน์สุดคลาสสิกและสมรรถนะการขับขี่บนผืนน้ำ บอกเลยว่ามันควรค่าแก่การเป็นความฝันของผู้ชายเราเสียจริง ๆ Hermes Speedster Boat ออกแบบโดย Seven Seas Yachts ที่เน้นความพิถีพิถันจากงานคราฟต์ โดยทุกส่วนของเรือจะประกอบขึ้นจากช่างฝีมือเฉพาะทางและเลือกใช้วัสดุคุณภาพ จนได้ออกมาเป็นเรือทรงโค้งตามหลักอุทกพลศาสตร์ (Hydrodynamic) ที่สามารถขับขี่บนผิวน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรือลำนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Rotax® 1503 NA 4-TEC® ออกแบบถังใต้น้ำด้วยวัสดุที่คงทน ใช้โครงแบบรังผึ้งที่ช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่และไม่เพิ่มน้ำหนักให้ตัวเรือ จึงสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 5 คน และเร่งความเร็วได้มากถึง 45 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวเรือถูกทาด้วยโทนสีเมทัลลิค ก่อนจะเคลือบน้ำยาเคลือบเงาเพื่อปกป้องเรือจากรอยขีดข่วน Hermes Speedster Boat ออกแบบหลังคาเปิดประทุนที่พับเก็บได้ พร้อมฮีตเตอร์และเครื่องไล่ฝ้ากระจก ทำให้หนุ่ม ๆ

HOT THIS WEEK

#7daysinarow

Improve yourself
ทำงานดีหรือแค่สูบบุหรี่เก่ง? ผลวิจัยชี้ “ผู้ชายสูบบุหรี่กับหัวหน้า”มีโอกาสก้าวหน้าเร็วกว่า By: PSYCAT December 13, 2019

“บุหรี่” ถือเป็นอีกเชื้อเพลิงสำคัญที่ขับเคลื่อนผู้ชายอย่างเราให้ทำงานได้คล่องตัวขึ้น อาจเพราะนิโคตินที่เราเสพ อาจเพราะช่วงเวลาพักสั้น ๆ ที่ได้ออกมาสูดอากาศนอกบรรยากาศการทำงาน อาจเพราะได้มองผู้คนจากออฟฟิศอื่นที่ก็ลงมาสูดควันเข้าปอดเหมือนกัน แต่เชื่อว่าผู้ชายหลายคนคงไม่ทันนึกว่า “การสูบบุหรี่” สามารถเชื่อมโยงกับความก้าวหน้าในอาชีพการงานได้ งานวิจัยจาก National Bureau of Economic Research สำรวจกลุ่มตัวอย่างจากพนักงานในสถาบันทางการเงินขนาดใหญ่ โดยผลการสำรวจชี้ว่าพนักงานผู้ชายที่ใช้เวลาสูบบุหรี่กับหัวหน้าผู้ชายของพวกเขานั้นมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งเร็วกว่า และเงินเดือนขึ้นเร็วกว่า ในมุมหนึ่งเรื่องนี้อาจดูไม่น่าแปลกใจนักเพราะสิงห์อมควันรู้ดีว่าการสูบบุหรี่กับใครสักคนไม่ได้หมายความแค่การสูดควันเข้าปอดข้าง ๆ กัน โดยเฉพาะการสูบบุหรี่กับเพื่อนร่วมงาน ระหว่างห้วงเวลาในควันเทาทึมนั้นมักมีบทสนทนาลื่นไหลที่บางบทสนทนานั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในบรรยากาศการทำงานในออฟฟิศได้เลย การสูบบุหรี่จึงไม่ต่างจากสารกระตุ้นความผ่อนคลายบางอย่าง แต่ก็เจือบรรยากาศเปิดเผยอย่างจริงใจ จึงไม่แปลกที่ผู้ชายอาจได้แสดงวิสัยทัศน์หรือตัวตนให้หัวหน้าประทับใจ จนนำไปสู่ความก้าวหน้าทางอาชีพการงานได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ก็ทำให้เกิดข้อถกเถียงเป็นวงกว้าง เพราะถ้าทุกคนได้แสดงความคิดเห็นหรือทำให้หัวหน้าเห็นศักยภาพบางอย่างระหว่างสูบบุหรี่จริง ทำไมพนักงานผู้หญิงถึงไม่ได้เลื่อนขั้นเร็วขึ้นอย่างพนักงานผู้ชาย? หรือทำไมการที่พนักงานไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายสูบบุหรี่กับหัวหน้าผู้หญิง แล้วถึงไม่ได้มีใครมีอัตราการเลื่อนตำแหน่งเร็วขึ้น? การตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศระหว่างการทำงาน ไม่ได้เกิดขึ้นกับการสูบบุหรี่เป็นกรณีแรก ทฤษฎี “old boys’ club” ที่ตั้งคำถามกับกิจกรรมแบบผู้ชาย ๆ ที่เอื้อประโยชน์กันแค่ในหมู่ผู้ชายและสร้างโครงข่ายคอนเนคชั่นทอดยาวไม่รู้จบนั้นมีมานานแล้ว ถ้าจินตนาการไม่ออกให้ลองนึกถึงการไปตีกอล์ฟแบบผู้ชาย ๆ หรือการไปกินดื่มเที่ยวในสถานบันเทิงบางรูปแบบที่มีแต่ผู้ชาย เพราะไม่สามารถชวนพนักงานผู้หญิงหรือเจ้านายผู้หญิงไปมีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อในทฤษฎี “old boys’ club” แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่เชื่อแน่ ๆ และเถียงหัวชนฝา พวกเขาตั้งสมมติฐานขึ้นมาว่า “ที่พนักงานผู้ชายได้ขึ้นเงินเดือนและเลื่อนตำแหน่งเร็วกว่าตอนที่ทำงานกับหัวหน้าผู้ชายก็เพราะว่าหัวหน้าผู้ชายเข้าใจเราและรู้จักวิธีบริหารดีกว่าไงล่ะ” สมมติฐานนี้คล้ายจะฟังขึ้น

UNLOCK CORP: งานทำให้ใครตายได้จริงไหม ? มองอีกมุมผ่านการทำงานของญี่ปุ่นสังคมเป๊ะ สุดกดดัน By: anonymK December 12, 2019

ญี่ปุ่นเป็นประเทศเล็ก ๆ บนเกาะที่หลายคนลงความเห็นว่าน่าอยู่และเจริญที่สุดประเทศหนึ่ง บางคนก็มองว่ามีเสน่ห์น่าหลงใหลเพราะความตั้งใจจริงของคนในชาติ แต่เราเชื่อว่าหลายคนยังคงตั้งคำถามว่า การอยู่ในกรอบสังคมญี่ปุ่นที่เป๊ะไปเสียทุกอย่างมันสร้างความกดดัน และเกี่ยวพันกับอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้น หลังจากมีโอกาสพูดคุยกับ ดร. กฤตินี พงษ์ธนเลิศ เราพบมุมมองที่น่าสนใจว่า “งานไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของการตาย” และมีคำอธิบายมุมมองที่น่าสนใจอื่น ๆ ที่ทำให้รู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้องค์กรของญี่ปุ่นเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ยอดฆ่าตัวตาย ไม่ได้มาจากคนตั้งใจทำงาน “ครูมองว่ามันต้องแยกกันค่ะ คนที่ตั้งใจทำงานอาจจะเป็นคนละกลุ่มกัน มันไม่ได้แปลว่าคนที่ตั้งใจทำงานจะทำงานหนักจนต้องฆ่าตัวตาย” บางคนอาจเชื่อมโยงสถิติการฆ่าตัวตายวันจันทร์เข้ากับเรื่องการทำงานท่ามกลางสภาพความกดดัน เป๊ะ ๆ ของสังคมญี่ปุ่น แต่นั่นคือภาพมองแบบเหมารวม เพราะหากเราติดตามรายละเอียดจริง ๆ สถิติการตายเหล่านี้มีคณะวิจัยระบุว่าอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นในช่วงที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น นั่นแปลว่าเขารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เครียด เมื่อไร้การทำงานจนต้องจบชีวิตตัวเองต่างหาก การทำงานเป็น A MUST สำหรับคุณ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน แม้จะมีความเป็นไปได้ที่บางคนรู้สึกทุกข์ทนถึงขนาดหดหู่ที่ต้องตื่นลืมตามาทำงาน แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นในองค์กรญี่ปุ่นทุกองค์กร เพราะตามประสบการณ์ที่ ดร. กฤตินี พบแม้จะทำงานหนักแค่ไหน แต่ผู้คนในญี่ปุ่นกลับรู้สึกสนุกและเห็นคุณค่าของการทำงานจนไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำคือการทำงาน เธอยกตัวอย่างของเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่ทำเว็บไซต์การทำอาหารและส่งเสริมให้คนรับประทานอาหารในบ้านมากขึ้น เพราะเชื่อว่าการทำอาหารคือการส่งมอบความรัก แม้ ดร. กฤตินีให้คำแนะนำว่าสังคมไทยเป็นสังคมรับประทานอาหารนอกบ้านและเสนอให้จ้างอินฟลูเอนเซอร์ตามค่านิยมการตลาดไทย แต่เพื่อนยืนยันว่าจะทำงานหนักแทนโดยให้เหตุผลว่า “เราต้องทำให้คนรักจากหัวใจ” “เขามานั่งทำงานหนักมา ปรับโปรแกรม ปรับเว็บไซต์ให้คนไทยใช้งานง่าย

ฟังคำวิจารณ์ทีไรก็หัวร้อน! ศาสตร์และศิลป์แห่ง “การรับฟีดแบ็คด้านลบแบบมืออาชีพ” By: PSYCAT December 11, 2019

ในชีวิตมนุษย์ทำงานทุกคน เราล้วนต้องเผชิญหน้ากับคำวิจารณ์หรือฟีดแบ็คอยู่เสมอเพื่อพัฒนาตัวเองและผลงานให้ดียิ่งขึ้น คำวิจารณ์เชิงบวกไม่ต่างอะไรจากของขวัญล้ำค่าที่เรารอคอย ในขณะที่คำวิจารณ์หรือฟีดแบ็คเชิงลบเป็นสิ่งที่เราอยากหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว เพราะฟังทีไรก็เจ็บลึก สร้างแผลทางความรู้สึกไปนานแสนนาน แต่อยากให้รู้ไว้ว่าบนโลกใบนี้ ไม่มีใครที่รับฟีดแบ็คด้านลบได้อย่างร่าเริงเสมอไป เพียงแต่โลกใบนี้มีมีหนทาง “รับฟีดแบ็คด้านลบแบบมืออาชีพ” อยู่ ที่ต่อให้ข้างในเราจะกระทบกระเทือนเพียงไหน แต่เราจะสามารถรักษาความเป็นมืออาชีพและสามารถนำฟีดแบ็คนั้นมาพิจารณาอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดได้ เพราะในชีวิตการทำงานหรือแม้แต่ชีวิตด้านอื่น ๆ ฟีดแบ็คเชิงลบนี่เองที่จะทำให้เราเห็นข้อผิดพลาด หรือส่ิงที่ต้องปรับปรุง รวมถึงได้เห็นตัวเองในเวอร์ชันที่เราอาจไม่เคยมองเห็นมาก่อน UNLOCKMEN จึงเอาทั้งศาสตร์และศิลป์แห่งการ “รับฟีดแบ็คด้านลบแบบมืออาชีพ” มาฝากกัน รับฟังคำวิจารณ์ครั้งต่อไป เราจะรับฟังอย่างสง่างาม มืออาชีพ และนำมาปรับปรุงตัวเองได้ดีขึ้นแน่นอน ศาสตร์แห่งการไม่หัวร้อน: เพราะคำวิจารณ์ด้านลบ ทำลายภาพที่เราเห็นตัวเอง วินาทีแรกที่เราถูกวิจารณ์ ไม่แปลกที่เราจะโกรธ เนื่องจากนี่คือกลไกอัตโนมัติที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคนเมื่อตัวเองได้ฟังฟีดแบ็คที่เราไม่เชื่อว่าตัวเราเป็น โดยขั้นแรกเราจะเริ่มโมโห หัวร้อน จากนั้นเราจะเริ่มสร้างเกราะมาปกป้องตัวเองทุกหนทางเท่าที่จะทำได้ และเราจะจบลงด้วยขั้นสุดท้ายคือการเข้าข้างตัวเอง และโยนคำวิจารณ์นั้นทิ้งไป (ทั้ง ๆ ที่มันอาจมีประโยชน์ต่อเรามาก) Tasha Eurich นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาระบุไว้ในบทความ The Right Way to Respond to Negative Feedback ว่าทั้งหมดนั้นเป็นกลไกปกติ แต่ถ้าเราอยากเป็นมืออาชีพมากขึ้น และรับฟีดแบ็คลบ

TRAIN YOUR BRAIN: 3 เคล็ดวิชาฝึกสมองเพื่อรับมือความกดดันจากการทำงาน By: G-NEAK December 9, 2019

ความเครียดและความกดดันเป็นเรื่องปกติของชีวิต และเป็นสองสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานภายในระยะเวลาที่จำกัด การทำงานที่ยากเกินความสามารถ หรือได้รับโปรเจกต์ยักษ์ที่เป็นตัวตัดสินรายได้ของบริษัท ทั้งหมดนี้อาจทำให้หนุ่มมนุษย์เงินเดือนหลายคนต้องกุมขมับ รู้สึกเครียด และกดดันจนทำอะไรไม่ถูก วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากแนะนำเคล็ดลับการฝึกสมองเพื่อรับมือต่อความกดดันจากการทำงาน รับรองว่าถ้าทำได้ จะความเครียดหรือความกดดันหน้าไหนก็ไม่สามารถทำอะไรพวกคุณได้อย่างแน่นอน! ใช้สติควบคุมอารมณ์ตัวเอง ในสถานการณ์คับขับที่คุณต้องรีบตัดสินใจบางเรื่องโดยไม่ได้ไตร่ตรองให้รอบคอบ อาจทำให้หนุ่ม ๆ รู้สึกกดดันเพราะกลัวผิดพลาด หรือทำให้สติของหนุ่มบางคนกระเจิดกระเจิงไปเลยด้วยซ้ำ เมื่อใดที่คุณรู้สึกว่าเหงื่อเริ่มแตกพล่านเต็มฝ่ามือและทำอะไรไม่ถูก เราแนะนำให้ลองถอยห่างจากความกดดันออกมาสักก้าวหนึ่ง แล้วค่อย ๆ คิดหาวิธีแก้ไขมันด้วยสติ ลองสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และผ่อนออกอย่างช้า ๆ วิธีนี้จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตลดลง หรือพูดง่าย ๆ คือทำให้คุณมีสติและสงบยิ่งขึ้น แถมยังช่วยให้ความตื่นตระหนกของคุณชะลอตัวลงอีกด้วย มองความกดดันให้เป็นเรื่องบวก แทนที่จะวิตกกังวลหรือเคร่งเครียดกับความกดดันตรงหน้า ลองปรับมุมมองและคิดเสียใหม่ว่าความกดดันเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ แต่จะต่างกันตรงที่ใครสามารถรับมือต่อแรงกดดันได้ดีกว่ากัน หากความกดดันทำให้คุณรู้สึกประหม่า ลองเปลี่ยนมันให้เป็นเรื่องสนุกหรือบททดสอบสุดท้าทายที่จะทำให้คุณทำงานเก่งขึ้น ถ้าทัศนคติที่มีต่อความกดดันของคุณเปลี่ยนไป คุณจะไม่รู้สึกเครียดกับความกดดันเลย แต่จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องสนุกที่คุณต้องข้ามผ่านมันไปให้ได้ หมั่นฝึกฝนเพื่อรับมือความกดดัน ว่ากันว่าสมองของคนเรามีความสามารถในการกักเก็บความทรงจำ สิ่งที่เราทำครั้งแรกอาจไม่ได้ผลดีเสมอไป แต่เมื่อใดที่เราหมั่นฝึกฝนจนสมองเรียนรู้ จดจำ เราจะสามารถรับมือกับความกดดันได้ดีกว่าเดิม ถ้าคุณเป็นคนที่รู้สึกตื่นเต้นและมือสั่นทุกครั้ง เมื่อต้องจับไมค์ขึ้นพูดต่อหน้าคนเยอะ ๆ ให้ลองฝึกซ้อมพูดหน้ากระจกหรือพูดต่อหน้ากลุ่มเพื่อนบ่อย ๆ การฝึกฝนที่มากพอจะทำให้สมองคุ้นชินและส่งผลให้การพูดต่อหน้าสาธารณชนของคุณดูลื่นไหลและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เราไม่สามารถหลบหลีกความกดดันได้เสมอไป

ทำงานแทบตายไม่เสร็จสักที! บอกลา 5 อุปสรรคในออฟฟิศที่ขัดขวางชีวิต PRODUCTIVE ของคุณ By: G-NEAK December 6, 2019

‘ออฟฟิศ’ เป็นสถานที่ที่สัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์เงินเดือนอย่างเราเป็นที่สุด เพราะเราใช้เวลาอยู่ที่นี่ร่วม 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถ้านับดูดี ๆ ก็มากถึง 1 ใน 3 ของวัน แต่น่าแปลกที่หนุ่มออฟฟิศบางคนกลับใช้เวลาทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมงเสียอีก และยิ่งแปลกไปกว่านั้นเมื่อพวกเขาดันคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ ผู้ชายบางคนทำงานในองค์กรที่มีเวลางานยืดหยุ่น และคุ้นชินกับการมาทำงานสายจนทำให้งานไม่เสร็จ แต่ใจก็ไม่อยากหอบงานกลับไปทำต่อที่บ้าน เลยต้องนั่งทำงานต่อจนกินเวลาเกินกว่า 8 ชั่วโมง นอกจากพฤติกรรมนี้จะสะท้อนว่าคุณไม่สามารถจัดสรรเวลาทำงานได้อย่างเหมาะสมแล้ว มันอาจบ่อนทำลายชีวิตแบบ productive และทำลายความสุขในการทำงานของคุณจนไม่เหลือชิ้นดีอีกด้วย วันนี้ UNLOCKMEN เลยจะมาชี้เป้า 5 อุปสรรคในออฟฟิศที่คุณควรกำจัดมันให้สิ้นซาก เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวอย่างมีประสิทธิภาพ! อุปสรรคที่ 1: สภาพแวดล้อมในการทำงาน แม้ออฟฟิศแบบเปิดโล่งจะได้รับความนิยมในสมัยนี้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบออฟฟิศสไตล์นี้ เพราะหายนะของออฟฟิศแบบเปิดโล่งคือการที่คุณต้องทนฟังเสียงคนอื่นคุยกันไปมาข้ามหัวคุณตลอดทั้งวัน ไม่เพียงบั่นทอนสมาธิในการทำงาน แต่อาจทำให้คุณทนไม่ไหวและเผลอไปร่วมวงสนทนากับพวกเขาต่ออีกด้วย วิธีแก้ง่าย ๆ คือหาหูฟังเปิดเพลงดัง ๆ อุดหู หรือปลีกตัวออกไปทำงานในมุมสงบ ๆ จะช่วยให้คุณสามารถทำงานต่อได้อย่างลื่นไหล แม้ต้องอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการทำงาน (ที่ต้องใช้สมาธิ) ก็ตาม อุปสรรคที่ 2: โซเชียลเน็ตเวิร์ก ถ้างานของคุณไม่จำเป็นต้องติดต่อสื่อสารหรือตอบอีเมลตลอดเวลาก็คงจะดีไป

ออฟฟิศในฝันจากแนวคิด Dynamic Living Space พร้อมบาร์อลังการที่เป็นพื้นที่สังสรรค์สุดฮิปในออฟฟิศ By: LIT December 4, 2019

ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) หรือ DMHT ผู้นำด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พรีเมียมระดับโลก เผยโฉมออฟฟิศแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 1,331 ตร.ม. ณ อาคารสำนักงานแห่งใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯ มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์  ซึ่ง DMHT เพิ่งจะย้ายเข้าไปเมื่อ 8 สัปดาห์ที่แล้ว โดยทาง DMHT ให้ความสำคัญในการออกแบบภายในออฟฟิศให้ตรงตามแนวคิดแบบ ‘Dynamic Living Space’ ทุกขั้นตอน เน้นการสร้างประสบการณ์และให้ความสำคัญกับการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างพนักงานในบริษัทรวมถึงผู้มาเยือน มี co-working space ขนาดใหญ่ที่ทุกคนสามารถมาคุยงานร่วมกัน เป็นพื้นที่ที่เอื้อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ พร้อมตอบรับพฤติกรรมการทำงานของคนยุคใหม่ นอกจากนี้ยังมีสวัสดีบาร์ บาร์เครื่องดื่มใหญ่ที่สุดในบรรดาออฟฟิศดิอาจิโอในเอเชียแปซิฟิกที่เป็นสถานที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้นั่งคุยงาน หรือนั่งชิลสานสัมพันธ์กันในบรรยากาศที่สนุกสนาน และเป็นที่ต้อนรับแขกของบริษัท พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มโดยบาร์เทนเดอร์ชั้นนำระดับประเทศ สะท้อนปรัชญา “เฉลิมฉลองชีวิต ในทุกที่ และทุกวัน (Celebrating Life, Every Day, Everywhere)” ของบริษัทได้เป็นอย่างดี มร. อัลแบร์โต อิเบอัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิอาจิโอ

เปลี่ยนสายอาชีพไม่ใช่เรื่องใหญ่! และไม่มีคำว่า “สายไป” หากคุณจะก้าวกระโดด By: G-NEAK November 30, 2019

เมื่อเลิกตื่นเต้นกับการเริ่มงานใหม่ได้สักพัก และคุ้นชินกับการทำงานซ้ำ ๆ เดิม ๆ ราวกับเป็นเครื่องจักร หนุ่ม ๆ หลายคนอาจพอสังเกตได้ว่าชีวิตการทำงานแม่งไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย หากน่าเบื่อ จำเจ และดูเหมือนการทำงานของเราคือการย่ำอยู่กับที่เสียมากกว่า จนเผลอคิดว่าถ้าย้ายสายงานไปก็คงจะมีความสุขมากกว่านี้หรือเปล่า? แม้การย้ายงานจะเป็นเรื่องง่าย แต่การย้ายงานจากสายอาชีพหนึ่งไปสู่อีกสายอาชีพหนึ่ง ดูจะไม่ง่ายเลย เพราะผู้ชายหลายคนคงกังวลว่าตนจะไปรอดไหม เริ่มต้นตอนนี้จะไปสู้ใครเขาได้ และถ้าย้ายงานแล้วล้มเหลวมันจะไม่เสียเวลาชีวิตเหรอ แต่การย้ายสายงานอาจไม่ได้น่ากลัว ถ้าเทียบกับการทำงานไปวัน ๆ โดยปราศจากเป้าหมาย และปล่อยให้พฤติกรรมแสนจำเจนี้บั่นทอนชีวิตของคุณ จนไฟในการทำงานมอดดับลงโดยที่คุณไม่รู้ตัว วันนี้ UNLOCKMEN เลยจะมาบอกทริคง่าย ๆ เพื่อให้หนุ่ม ๆ ที่มีแพลนจะย้ายงานสามารถเริ่มงานใหม่ได้อย่างไร้กังวล เตือนตัวเองว่าไม่มีคำว่า “สายเกินไป” ในช่วงที่จะย้ายสายงานเราเชื่อว่าคงมีคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวหนุ่ม ๆ แต่คุณต้องมั่นใจในความคิดของตัวเองและโปรดรู้เอาไว้ว่าไม่มีคำว่า “สายเกินไป” สำหรับการย้ายงาน อายุและช่วงวัยไม่ได้มีผลต่อความสำเร็จในอาชีพการงานแม้แต่น้อย แถมโอกาสและจังหวะชีวิตของแต่ละคนก็ต่างกันด้วย ถ้างานที่ทำอยู่มันบั่นทอนชีวิตและทำให้คุณไม่มีความสุขกับการทำงาน จงย้ายงานด้วยความคิดที่แน่วแน่ แล้วคุณจะรู้ว่าสิ่งที่ได้รับจากการตัดสินใจครั้งนี้ มันคุ้มค่าแค่ไหน ตั้งใจทำงานและให้ความสำคัญกับคุณภาพงาน ว่ากันว่าการเริ่มต้นที่ดีนั้นมีชัยไปกว่าครึ่ง เราไม่สนว่าก่อนหน้านี้คุณจะทำงานได้แย่ขนาดไหน แต่เมื่อได้โอกาสเริ่มต้นงานใหม่ ก็ขอให้การทำงานครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าคุณจะไปได้ไกลแค่ไหนในสายงานใหม่ที่คุณเลือก สำหรับบางคนการเริ่มต้นใหม่ อาจต้องฝึกฝน ตั้งใจ และทุ่มเทให้กับงานมากเป็นเท่าตัว แต่ตราบที่งานนั้น

SOFT SKILLS TRAINING: 5 ทักษะทางอารมณ์ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการทำงาน By: G-NEAK November 25, 2019

ในยุคสมัยที่เศรษฐกิจฝืดเคืองจนหลายบริษัทพากันขาดทุน คงไม่แปลกถ้ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราจะต้องมุ่งมั่นทุ่มเททำงานมากเป็นสองเท่า หนึ่งเพื่อช่วยเหลือบริษัทให้รอดพ้นวิกฤต สองคือเพื่อเป้าหมายความสำเร็จที่อยู่เบื้องหน้า แต่ท่ามกลางสังคมที่มีอัตราการแข่งขันสูงในปัจจุบัน การทำงานโดยอาศัยทักษะด้านความรู้ (Hard Skills) เพียงอย่างเดียว อาจยังไม่พอที่จะพาคุณไปเหยียบเส้นชัยที่เรียกว่า ‘ความสำเร็จในการทำงาน’ ได้ เพราะสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความเชี่ยวชาญด้านสายอาชีพ คือทักษะด้านอารมณ์และสังคม (Soft Skills) ที่มีอิทธิพลไม่น้อยต่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานของหนุ่ม ๆ ‘Soft Skills’ ถือเป็นทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การใช้ภาษา ความเป็นมิตร การทำงานเป็นทีม หรือแม้แต่การแสดงออกทางอารมณ์ หากคุณมี Soft Skills นั่นแปลว่าคุณก็มีความฉลาดทางอารมณ์ หรือ Emotional Quotient (EQ) ด้วยเช่นกัน ซึ่งความฉลาดทางอารมณ์นี่เองที่ทำให้พนักงานแต่ละคนแตกต่างกัน Linkedin แพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์กด้านอาชีพและธุรกิจ ได้สำรวจพนักงาน 4,000 คน เรื่องอาชีพและการทำงาน จนได้ข้อสรุปว่าทักษะด้านอารมณ์และสังคม (Soft Skills) มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งในการทำงาน แถมพนักงานที่มี EQ สูง ก็สามารถทำเงินได้มากกว่าพนักงานที่มี EQ ต่ำ ถึง $29,000 โดยเฉลี่ย หากคุณอยากฝึกฝน Soft

HOW TO BE A GREAT BOSS? 5 เทคนิคเปลี่ยนตัวเองจากหัวหน้าสุดทน ให้เป็นคนที่ลูกน้องหลงรัก By: G-NEAK November 19, 2019

การเป็นเจ้าคนนายคนได้ต้องสะสมพระเดชพระคุณและบุญบารมีจากชาติปางก่อน ความเชื่อจากประโยคที่ว่านี้อาจยังไม่เพียงพอสำหรับการเป็นหัวหน้าที่ดีในสายตาพนักงานทุกคน เพราะ ‘หัวหน้า’ เป็นอีกแรงขับเคลื่อนที่ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย และช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุข นอกจากจะต้องใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานแล้ว อาจจะต้องอาศัยความสามารถในการปกครองคนด้วยเช่นกัน หนุ่ม ๆ บางคนอาจโชคดีที่ได้เจอกับหัวหน้าใจดี มีเหตุผล ยอมรับฟัง และเข้าใจหัวอกพนักงาน แต่เชื่อว่าคงมีผู้ชายหลายคนที่ต้องผจญกับหัวหน้าสุดทน จอมบงการ เอาแต่ใจ และไม่เคยเปิดอกรับฟังพนักงานตัวน้อย ๆ อย่างเราเลย จนบางครั้งก็เผลอคิดว่า ถ้าลาออกไปก็คงไม่ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ทุกวี่วันละมั้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นหัวหน้าที่พยายามคิดหาวิธีทำให้ลูกน้องทุกคนรัก หรือเป็นพนักงานธรรมดาที่ใฝ่ฝันว่าสักวันจะเป็นหัวหน้าที่ดีให้ได้ UNLOCKMEN อยากให้หนุ่ม ๆ มาเรียนรู้ 5 คุณสมบัติของหัวหน้าที่ดีที่ลูกน้องทุกคนจะต้องหลงรัก เชื่อว่ามันจะมีประโยชน์ต่ออาชีพการงานของพวกคุณอย่างแน่นอน! กำหนดวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ หากจะเป็นหัวหน้าที่ลูกน้องทุกคนรัก คุณต้องมีวิสัยทัศน์การบริหารที่แน่วแน่และมั่นคง เพราะคงไม่มีลูกเรือคนไหนอยากล่มหัวจมท้ายกับกัปตันเรือที่ไม่รู้ว่าจะเดินเรือไปในทิศทางใด วิสัยทัศน์ในการบริหารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หัวหน้าทุกคนพึงมี แทนที่จะเร่งพนักงานให้ทำงานไปวัน ๆ อย่างไร้จุดหมาย ให้ลองกำหนดเป้าหมายยิ่งใหญ่เอาไว้ข้างหน้า เพื่อให้คุณและทีมมองเห็น รับรู้ และตั้งใจทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายและความสำเร็จร่วมกัน กำหนดความก้าวหน้าให้พนักงานแต่ละคน ไม่ว่าพนักงานคนไหนก็ต่างตั้งใจทำงานเพื่อความสำเร็จในอาชีพการงานด้วยกันทั้งนั้น อีกหนึ่งคุณสมบัติของหัวหน้าที่ลูกน้องทุกคนรัก คือต้องสามารถกำหนดเป้าหมายความสำเร็จให้กับพนักงานทุกคนได้ การกำหนดเป้าหมายให้พนักงาน นอกจากจะเป็นการวัดความก้าวหน้าและการเติบโตของพวกเขาแล้ว ยังกระตุ้นให้ทุกคนในทีมขยันและตั้งใจทำงานเพื่อความสำเร็จของพวกเขาแต่ละคน แถมการทำงานไปวัน ๆ กับการทำงานที่มีเป้าหมาย ก็คงให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างแน่นอน ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต

THE PERFECTION OF DESIRE: MERCEDES-BENZ COUPE
ZERO TO HERO EP52: KHan Thaitanium
ZERO TO HERO EP48: DUST OFF SHOES
FOXY LADY : GENA DESOUZA ตัวตนของเสียงดนตรีที่คึกคะนอง
ZERO TO HERO : NITTA
ZERO TO HERO : the new SLUR ความสุขของวงคือคนดูสะใจ