Just here not long ago

“WHETHER YOU THINK YOU CAN OR YOU THINK YOU CAN’T, YOU’RE RIGHT.”

Henry Ford

“YOU WILL NEVER REACH YOUR DESTINATION IF YOU STOP AND THROW STONES AT EVERY DOG THAT BARKS”

Winston S. Churchill

“I CAN’T RELATE TO LAZY PEOPLE. WE DON’T SPEAK THE SAME LANGUAGE. I DON’T UNDERSTAND YOU. I DON’T WANT TO UNDERSTAND YOU”

Kobe Bryant
  • CARS

    ORIGINAL 1964 FORD GT40 PROTOTYPE GT/105 IS UP FOR SALE

    By: Chaipohn July 25, 2020

    เราเคยนำเสนอรถ Iconic Cars ไปหลายคัน ทุกคันล้วนมีความพิเศษของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรถที่ผลิตจำนวนน้อย หายาก แต่ไม่มีคันไหนจะพิเศษเท่ากับ Original 1964 Ford GT40 Prototype chassis number GT/105 ซึ่งถือเป็นรถที่ทำให้รถสัญชาติอเมริกันของ Ford สามารถเอาชนะ Ferrari ได้ในการแข่งขันระดับโลก 1966 24 Hours Le Mans Manufacturers’ Championship ใครเคยดูภาพยนตร์​ Ford v Ferrari จะเห็นรถ Ford GT40 Prototype ที่ Ford ร่วมมือกับ Shelby สร้างขึ้นมาจากความขัดแย้งของ Henry Ford II และ Enzo Ferrari จุดเริ่มต้นของสงคราม 24 Hrs Le Mans GT40 Prototype ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด

    อ่านต่อ
  • CARS

    บอกตัวตนผ่าน NEW MITSUBISHI XPANDER CROSS ใหม่ THE URBAN SUV ดีไซน์เท่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง

    By: NTman July 20, 2020

    จากไลฟ์สไตล์คนเมืองในปัจจุบัน ปัจจัยในการเฟ้นหารถยนต์คู่ใจสักคัน อาจไม่ได้จบแค่หัวใจหลักอย่างเรื่องสมรรถนะ หรือความปลอดภัยเพียงเท่านั้น เพราะมันจำเป็นต้องลงลึกไปถึงรูปลักษณ์เส้นสายงานดีไซน์ที่ใช่ ไม่เว้นแม้แต่ฟังก์ชันการใช้งานอันหลากหลายซึ่งพร้อมตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่าง และต้องบอกว่า New Mitsubishi Xpander Cross รุ่นใหม่ที่มาพร้อมดีไซน์อารมณ์สปอร์ต SUV รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายภายใต้นิยามของความเป็น The Urban SUV คืออีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับใครซึ่งกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้ครบครัน ครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพความปลอดภัย รวมไปถึงคุณสมบัติการใช้งานที่อเนกประสงค์ และดีไซน์ที่สวยงามโดดเด่นซึ่งพร้อมสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ออกมาได้อย่างชัดเจน เกริ่นมาแค่นี้อาจยังไม่เห็นภาพ ในวันนี้เราจึงอาสาพาผู้อ่าน UNLOCKMEN ทุกท่าน ไปสัมผัสกับจุดเด่นด้านต่าง ๆ ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาใน New Mitsubishi Xpander Cross รุ่นใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และช่วยตอบคำถามที่ว่าทำไมมันถึงเป็นรถยนต์ที่น่าสนใจ และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างเรา ๆ   EXTERIOR เริ่มต้นกันที่การออกแบบภายนอกของ New Mitsubishi Xpander Cross ที่ยังคงเอกลักษณ์ของแนวคิดการออกแบบด้านหน้ารถที่เรียกว่า Advanced Dynamic Shield ซึ่งเป็นการออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัย และสมรรถนะการขับขี่จนได้ผลลัพธ์เป็นเส้นสายงานดีไซน์ที่พบเห็นได้ในรถยนต์ Mitsubishi ยุคใหม่ทุกรุ่น และ  New Mitsubishi

    อ่านต่อ
BLAKEN สำนัก CUSTOM เรือนเวลาสุด HYPE เพิ่มคุณค่านาฬิกาให้เป็นเรือนพิเศษสำหรับคุณ

คงยากจะปฏิเสธว่าความเป็นปัจเจกคือคุณค่าที่มีราคาเฉพาะตัว และราคาที่ว่านั้นคือสิ่งที่ผู้ชายอย่างเรา ๆ รวมถึงใครอีกหลายคนยอมควักกระเป๋าจ่ายหากพอใจ ยืนยันได้จากไอเทม Limited Edition มากมายในโลกหล้า ซึ่งถูกซื้อขายส่งต่อไปด้วยราคาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความพึงพอใจและความภาคภูมิใจของผู้ครอบครองล้วน ๆ โดยไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น และสำหรับวงการเรือนเวลา เหล่าผู้หลงใหลจักรกลบอกเวลาทั้งหลายคงรู้กันดีว่าเป็นอีกวงการที่นอกจากจะให้คุณค่ากับคุณภาพการผลิต, เทคโนโลยีบอกเวลาอันแม่นยำซับซ้อน รวมถึงชื่อชั้นประวัติศาสตร์ความเป็นมาของแบรนด์ และเรื่องราวอันเป็นที่กล่าวขานของคอลเลคชันต่าง ๆ อีกสิ่งหนึ่งซึ่งถือเป็นปัจจัยสร้างคุณค่าให้กับนาฬิกาแต่ละรุ่นแต่ละเรือน คงหนีไม่พ้นโมเดลพิเศษ Limited Edition ต่าง ๆ ที่จำกัดสิทธิ์การครอบครองไว้สำหรับไม่กี่คนในโลก แต่ถ้าคิดว่าการได้ครอบครองรุ่น Limited คือที่สุดแล้ว วงการนี้ยังไปได้สุดทางยิ่งกว่า เพราะยังมีอีกทางเลือกสำหรับสาย Customized ที่ช่วยสร้างความเป็นปัจเจกเสริมเอกลักษณ์ให้นาฬิกาหรูเรือนโปรดของพวกเรา ให้กลายเป็นไอเทมพิเศษไม่เหมือนใครในฐานะ ‘เรือนเดียวในโลก’ เราเชื่อว่าใครที่เล่นนาฬิกาน่าจะเคยได้ยินกิตติศัพท์ของ BLAKEN สำนักแต่งเรือนเวลาจากประเทศเยอรมันกันมาบ้างพอสมควร กับเรื่องราวงานปรับแต่งนาฬิกาแบรนด์หรูหลากรุ่นเพื่อสร้างคุณค่าด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่างให้เรือนเวลารุ่นนั้น ๆ มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของ BLAKEN โดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในส่วนกลไกบอกเวลา เพื่อเคารพและยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกของเทคโนโลยีที่แบรนด์ต้นกำเนิดภาคภูมิใจ โดยการ Customized ขั้นสูงที่ทำให้ BLAKEN โดดเด่นและแตกต่าง ทำให้ซีรีส์พิเศษจาก BLAKEN ที่ผลิตมาเพียงไม่กี่เรือนในโลกนั้นต่างเป็นที่ต้องการของนักสะสม อีกทั้งยังเป็นที่ไว้วางใจในการสั่งผลิตแบบ Personalized เรือนเดียวในโลก

PLAY

Fun side of life

  • KING OF COOL STYLE: รู้จักเครื่องแต่งกาย 4 ชิ้นคลาสสิกตลอดกาลของชายที่ชื่อสตีฟ แม็กควีน!

    By: SPLESS August 8, 2020

    แม้วันเวลาจะเดินหน้าอย่างไม่เคยหยุดนิ่งแต่คงปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าชื่อของ สตีฟ แม็กควีน (Steve McQueen) ได้กลายมาเป็นไอคอนสำคัญต่อผู้ชายเราในยุคสมัยหนึ่ง ทั้งความโดดเด่นเรื่องผลงานการแสดงจากภาพยนตร์อย่าง The Thomas Crown Affair (1968) The Great Escape (1963) และหนังแห่งโลกความเร็วอย่าง Le Mans (1971) แต่นอกจากบทบาทด้านการแสดงอีกหนึ่งในเรื่องที่ สตีฟ แม็กควีน ได้สร้างอิทธิพลต่อผู้ชายทั่วโลกมาหลากหลายยุคสมัยคือเรื่องของแฟชั่นและสไตล์การแต่งตัว ไม่ว่าจะเป็นสไตล์เรียบหรูเป็นทางการหรือการแต่งตัวในลุคสบาย ๆ ที่เน้นความคล่องตัว ผู้ชายคนนี้ก็มักหยิบไอเทมชิ้นต่าง ๆ มาสร้างสไตล์ที่โดดเด่นให้กับตัวเองได้เสมอ แต่ไอเทมชิ้นไหนที่ถูกจดจำว่าเป็นเครื่องแต่งกายชิ้นโปรดของ King of Cool คนนี้บ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อมกันเลย   White T-Shirt สตีฟ แม็กควีนมีทักษะในการแต่งตัวและบุคลิกในการสร้างสไตล์ที่โดดเด่นด้วยเสื้อผ้าอันเรียบง่าย หนึ่งในคือ เสื้อยืดสีขาว โดยสตีฟมักหยิบไอเทมชิ้นนี้มาจับคู่กับกางเกงกากี (Khaki) และกางเกงผ้าลินิน (Linen Trousers ) หลายครั้งระหว่างเดินทางโปรโมตหรือถ่ายทำภาพยนตร์เขาจะเลือกเสื้อยืดสีขาวเป็นชุดเตรียมความพร้อมเพื่อสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ  ในเวลาเดียวกันก็สามารถสร้างสไตล์ตคูล ๆ

    อ่านต่อ
  • On x Bang & Olufsen รองเท้าวิ่ง On Cloudboom พร้อมหูฟังไร้สาย Beoplay E8 Sport On Limited Edition

    By: Chaipohn August 8, 2020

    รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ On Cloudboom (ออน คลาวด์บูม) ที่ออกแบบมาสำหรับการวิ่งระยะไกลและเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Carbon-fiber infused Speedboard™ ซึ่งได้เปิดตัวพร้อมกับหูฟังไร้สายลิมิเต็ดเอดิชัน Beoplay E8 Sport On Limited Edition จากแบรนด์ Bang & Olufsen แบรนด์เครื่องเสียงจากประเทศเดนมาร์ก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Sound of Unstoppable” เป็นการร่วมมือกันครั้งแรกของทั้งสองแบรนด์ ที่จะนำปรัชญาการออกแบบและความหลงใหลมาสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ โอลิวิเยร์ เบิร์นฮาร์ด ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ On และเจ้าของแชมป์ Ironman World Champion หลายสมัย กล่าวว่า “ความฝันอย่างหนึ่งของผมคือการสร้างรองเท้าวิ่งสำหรับการแข่งขันที่ดีที่สุด Cloudboom จึงถูกสร้างขึ้นโดยนำความคิดเห็นของนักกีฬาชั้นนำมาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการพัฒนา เพราะพวกเขารู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะวิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุด ในขณะเดียวกันรูปทรงของ Cloudboom ยังสื่อถึงดีเอ็นเอของ On คือการออกแบบในสไตล์มินิมอลและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน ซึ่งก็เป็นหลักการเดียวกันกับของ Bang & Olufsen นั่นเอง” ทางด้าน คริสตอฟเฟอร์ โพลเซน

    อ่านต่อ
  • By: Chaipohn August 5, 2020

    ชื่อ Gordon Murray อาจจะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก และนี่อาจจะเป็นครั้งแรกกับ Hypercar ที่มีชื่อว่า Gordon Murray T.50 แต่ที่จริงแล้ว Gordon Murray คือชื่อของ designer ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานระดับ masterpiece หลายคัน ไม่ว่าจะเป็น McLaren F1 ซึ่งทำตลาดอยู่ในช่วงปี 1992 – 1998 อดีตเจ้าของสถิติ the world’s fastest production car ทำความเร็วสูงสุดถึง 386.4 km/h ปัจจุบันมีราคาขายไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท รวมถึง Mercedes-Benz SLR McLaren และรถแข่ง Grand Prix กับ Brabham ครั้งแรกที่ชื่อ Gordon Murray จะปรากฎบนตัวถังรถ Hypercar ของตัวเอง  ‘Gordon Murray Automotive

  • By: SPLESS August 5, 2020

    ปัจจุบันถ้าพูดถึง City Cars หรือรถยนต์ที่เหมาะสมต่อการขับขี่ในเขตเมือง หนุ่ม ๆ หลายคนคงมองเห็นภาพ Eco Cars และ City Cars หลากหลายรุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องของสมรรถนะ งานดีไซน์ รวมไปถึงฟังก์ชันเสริมที่มีมากน้อยแตกต่างกันไปในรถยนต์แต่ละคัน อย่างไรก็ตามหากย้อนเวลากลับไปช่วงปี 1980 ใครจะคิดว่าค่ายผู้ผลิตรถยักษ์ใหญ่อย่างฮอนด้าจะเคยเสริมจุดขายใน City Cars ของตัวเองด้วยสกู๊ตเตอร์คันจิ๋วที่ใช้ชื่อว่า Motocompo ซึ่งต่อมาได้มาเป็นตัวแทนคำบอกเล่าของยุคสมัยรวมถึงของสะสมหายากที่ใครหลายคนตามหา แต่เรื่องราวทั้งหมดจะมีจุดเริ่มต้นยังไงและพาหนะ 2 ล้อคันนี้ได้สร้างปรากฏการณ์อะไรบ้าง มาทำความรู้จักเรื่องราวทั้งหมดไปพร้อมกัน   จุดเริ่มต้นของ Honda Motocompo เป็นผลพวงมาจากการพัฒนารถยนต์คันใหม่ของฮอนด้าในช่วงปี 1979 ช่วงเวลาที่ทีมออกแบบเลือดใหม่ของค่ายได้ร่วมกันระดมไอเดียเพื่อสร้างโปรเจกต์รถยนต์คันใหม่ของค่ายในฐานะ “รถยนต์ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุดสำหรับปี 1980” ซึ่งต่อมาทุกคนรู้จักรถคันนี้ในชื่อ “Honda City” ในเวลานั้น Hiroo Watanabe และ Hiroshi Azuma 2 วิศวกรผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของโปรเจกต์ได้รับโจทย์ให้สร้างรถยนต์ที่มีคุณสมบัติตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ โดยเป้าหมายหลักคือการสร้างรถยนต์ที่มีสมรรถนะขั้นพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม ที่สำคัญคือต้องเป็นรถยนต์ที่ตอบสนองการใช้งานของกลุ่มคนทำงานหนุ่ม-สาวที่ต้องการใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวันเมืองเช่นโตเกียวหรือเมืองใหญ่ต่าง ๆ สุดท้ายคืองานดีไซน์และเส้นสายของตัวรถจะต้องถูกยอมรับในระดับสากล ไม่นานทีมงานรุ่นใหม่ไฟแรงของฮอนด้าที่มีอายุเฉลี่ยไม่ถึง 30 ปีก็เริ่มลงมือขึ้นรูปงาน Prototype

  • By: Krittg August 3, 2020

    หากยังจำกันได้ดี ครั้งหนึ่ง UNLOCKMEN เคยนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจของวัฒนธรรม MODS วัฒนธรรมย่อยของชนชั้นกลางที่ถือกำเนิดขึ้นในประเทศอังกฤษไปแล้ว มาในครั้งนี้เราได้รับโอกาสพิเศษให้เข้าไปใกล้ชิดกับกลุ่มชาว MODS อีกครา และทันทีที่ได้ยินประโยคเชิญชวนเราก็ไม่ลังเลที่จะตอบรับไปในทันที ซึ่งงาน Thailand MODS Mayday : scooter run vol. 3 คือการรวมตัวกันของชาว MODS ในประเทศไทย กลุ่มคนที่สานต่อวัฒนธรรม Mods ผู้มีความขบถ แหกคอก ใช้สกู๊ตเตอร์คลาสสิกเป็นยานพาหนะและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว     กลุ่ม MODS หลัก ๆ ที่รวมกันเป็น Thailand MODS Mayday นั้นประกอบไปด้วย SoulScooterClub, Lammania, ModsMorShit, 30UP   การประดับกระจกเยอะๆ และแขวนไฟหลายดวงนั้นมีที่มาจากการประชดกฏหมายของอังกฤษในยุคนั้น (60s) ที่ออกมาบังคับให้รถจักรยานยนต์ทุกคนต้องมีกระจกอย่างน้อย 1 อัน ทั้งที่ความจริงแล้วรถมอเตอร์ไซต์ Vespa และ Lambretta ในยุคนั้นมันเกิดมาโดยไม่มีกระจกมองหลังหรือแม้กระทั่งไฟเลี้ยว  สิ่งที่แตกต่างจากยานพาหนะทั่วไปทำให้รถสกู๊ตเตอร์กลายมาเป็น

  • By: Chaipohn July 30, 2020

    “ไม่ใช่แค่การซื้อห้องหรือคอนโดในหัวหิน นี่คือการซื้อรีสอร์ทตากอากาศ ที่มีบริการระดับเดียวกับโรงแรม Intercontinental ทั่วโลก บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ใจกลางหัวหินติดชายหาดที่สวยและสงบมากจริง ๆ” นี่คือบทสรุปที่เรารู้สึก หลังจากได้เข้าไปดูและทำความรู้จักกับโครงการ Intercontinental Residences Hua Hin  “หัวหิน” ตำนานที่เริ่มจากหมู่บ้านชาวประมงริมทะเล ที่มีชายหาดสีขาวสวย สงบ ร่มรื่น ถูกค้นพบระหว่างการสำรวจเส้นทางเพื่อสร้างทางรถไฟ จึงถูกรายงานไปที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 จึงมีคำสั่งให้สร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ที่ประทับแปรพระราชฐานในฤดูร้อน ในรัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็มีการสร้างวังไกลกังวล (Far From Worries) ซึ่งมีความหมายที่แสดงถึงความเป็นหัวหินได้ตรงตัว และหลังจากนั้นเหล่าขุนนางตระกูลใหญ่ก็เริ่มตามมาจับจองสร้างที่พักอาศัย ทำให้หัวหินมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความสวยงามของทะเลที่รักษาเอาไว้เนื่องจากประวัติศาสตร์นี้เอง มีหลายโครงการในหัวหินที่บอกว่าตั้งอยู่ริมหาดในตำแหน่งที่ดีที่สุด เราคิดว่าหนึ่งในโครงการที่ตั้งอยู่ใจกลางติดทะเลหัวหิน ในทำเลที่ดีมาก ๆ ก็คือ Intercontinental Residences Hua Hin ที่ตั้งอยู่ในซอยหัวหิน 71 ฝั่งทะเล อยู่ใจกลางหัวหินซึ่งในอดีตเป็นที่ของขุนนางเก่าและตระกูลใหญ่ โรงแรม 5 ดาวจำนวนมาก จึงเลือกยึดพื้นที่หาดที่สวยที่สุดจุดนี้ไว้เช่นกัน ดังนั้นจึงการันตีได้ว่าตำแหน่งนี้ จะมีชายหาดที่สวยสะอาดอยู่เสมอ

  • By: SPLESS July 30, 2020

    เชื่อว่าหนุ่ม ๆ ที่สนใจในรถยนต์หลายคนคงคุ้นเคยดีกับโมเดลเปิดประทุนคันเล็กจากยุค 90’s อย่าง Mazda MX-5 หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ Mazda Miata และ MX-5 Miata หนึ่งในโมเดลรถยนต์ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนมาสด้าให้เป็นที่รู้จัก และกลายเป็นรากฐานสำคัญให้แบรนด์ให้เวลาต่อ แต่อะไรคือเหตุผลที่ทำให้รถยนต์คันนี้ สามารถรักษาความเชื่อมั่นจากคนรักความเร็วทั่วโลกมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ทั้งที่รถก็ไม่ได้แรงอะไรมาก ไม่ได้หรูหรา ไม่ได้ทันสมัย แต่มันมีเสน่ห์ในความเป็น Roadster ที่แตกต่าง วันนี้มาทำความรู้จักจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ รวมถึงแนวคิดที่ทำให้รถคันนี้กลายมาเป็น 1 ในไอคอนสำคัญของรถสปอร์ตขนาดเล็กไปพร้อมกัน บ็อบ ฮอลล์ ชายผู้จุดประกายให้กับ MX-5 Miata อย่างที่ทราบกันดีว่ามาสด้าคือแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่กำเนิดขึ้นในเมืองฮิโรชิมา แต่จุดกำเนิดของโรดสเตอร์ตัวกลั่นของค่ายคันนี้กลับมีจุดเริ่มต้นจากชายที่เติบโตขึ้นมาในเมืองแคลิฟอร์เนีย ชื่อของเขาคือ บ็อบ ฮอลล์ บ็อบ ฮอลล์ เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางแสงแดดและชายหาดของแคลิฟอร์เนียฝั่งใต้ โดยได้รับการส่งต่อความหลงใหลเรื่องรถยนต์มาจากคุณพ่อที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนารถสปอร์ตที่เคยทำงานให้ทั้ง MG, Triumphs, Austin Haeleys และ Alfa Romeo ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศของโรงรถและคราบน้ำมัน รับหน้าที่ตั้งแต่ซ่อมจักรยานของตัวเองไปจนถึงช่วยพ่อประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้ในบ้าน ปลายยุค 70’s บ็อบ

HOT THIS WEEK

#7daysinarow

Improve yourself
เราไม่คู่ควรกับความสำเร็จ? วิธีแก้ IMPOSTER SYNDROME ภาวะที่คิดว่าเราไม่เก่งจริง By: PSYCAT August 11, 2020

โลกใบนี้มีความกังวลสารพัดรูปแบบ บางความรู้สึกสามารถคลี่คลายได้ด้วยการจัดการอย่างเป็นระบบ แต่บางความรู้สึกพัฒนาจนเป็นภาวะเรื้อรังที่อาจส่งผลกระทบกับชีวิต หรือนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ตามมาได้ ในขณะที่โลกมีคนหลงตัวเอง มีคนที่คิดว่าทำดีเท่าไรก็ยังไม่พอ บนโลกใบนี้ก็มีคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว หรือให้ทำอะไรก็ทำได้ไปหมด ดูไม่ติดขัดอะไร แต่ลึก ๆ แล้วพวกเขากลับรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้เก่งจริง ๆ แค่ฟลุคทำได้เฉย ๆ ดังนั้นจึงรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับความสำเร็จหรือคำชื่นชมที่ได้รับมาเลย ภาวะแบบนี้มีชื่อเรียกว่า  Imposter Syndrome แม้จะไม่ได้ถูกจัดเป็นอาการป่วย แต่การลดทอนคุณค่าและความสามารถของตัวเองก็บั่นทอนสุขภาพจิตจนทำให้เสียการเสียงานหรือป่วยได้เช่นกัน ดังนั้นอย่ามัวปล่อยให้ความรู้สึกนี้ครอบงำ มาเอาชนะมันไปด้วยกัน “จดบันทึกความสำเร็จ” เพราะทุกชัยชนะ ควรค่าแก่การจดจำ ในสังคมที่สอนให้เราเอาแต่ถ่อมตัว บางครั้งเราก็ถ่อมตัวตามมารยาท แต่หลายครั้งก็เป็นปฏิกิริยาตอบกลับเหมือนถูกฝังอยู่ในสมอง เวลาใครชมว่าเก่งแล้วต้อง “ไม่หรอกครับ” “ผมไม่เก่งเลย” อยู่ตลอด จนหลายครั้งตัวเราเองก็อาจเชื่อไปด้วยจริง ๆ ว่าเราไม่เก่ง เราอาจแค่โชคดี อาจมีคนช่วย วิธีการหนึ่งที่จะทำให้เรายอมรับความสำเร็จของตัวเรามากขึ้น คือการจดบันทึกความสำเร็จลงไป โดยความสำเร็จที่ว่าไมจำเป็นต้องรอให้เป็นความสำเร็จใหญ่ ๆ หรือแค่เรื่องหน้าที่การงานเท่านั้น ทุกความสำเร็จล้วนมีความหมาย การจดบันทึกทำให้เราเห็นความสามารถและชัยชนะของเราแต่ละวัน ฝึกให้เราเคารพศักยภาพของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ มากไปกว่านั้นถ้าสามารถจดเป็นสถิติเป็นตัวเลขได้ ก็จะยิ่งทำให้เราไม่รู้สึกว่าเราชมตัวเองลอย ๆ แต่เราทำงานนั้น ๆ แบบมีมาตรฐานจริง โดยเฉพาะการจดบันทึกความสำเร็จในขณะที่เรามุ่งมั่นทำโปรเจกต์ใหญ่

UNLOCK POTENTIAL: ข้อดี ข้อเสีย และวิธีเอาชนะความขี้เกียจอย่างมีประสิทธิภาพที่ทำได้ง่าย By: unlockmen August 11, 2020

หลายคนคงเคยเจอสถานการณ์ประมาณว่า “งานจะต้องส่งพรุ่งนี้แล้ว แต่วันนี้ยังทำไม่เสร็จ และรู้สึกขี้เกียจเป็นอย่างมาก” อันเกิดจากการไม่ยอมทำงานให้เสร็จตั้งแต่เนิน ๆ แต่ได้ขยับ timeline ไปเรื่อย ๆ จนถึงหนึ่งวันก่อนส่งงาน บางคนอาจเริ่มโทษความขี้เกียจของตัวเอง ว่ามีมากเกินไปจนไม่ยอมทำงานให้เสร็จและรู้สึกกระวนกระวายกลัวจะทำงานเสร็จไม่ทัน ความขี้เกียจเป็นปัญหาหรือไม่? แล้วเราจะทำให้ตัวเอง productive ขึ้นมาได้อย่างไร? UNLOCKMEN จะไขข้อข้องใจเหล่านี้เพื่อให้ทุกคนได้ปลดล็อกศักยภาพให้เอง ความขี้เกียจเกิดจากอะไร? ว่ากันว่ามนุษย์ขี้เกียจกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดั้งเดิมจำเป็นต้องเก็บสะสมพลังงานเพื่อความอยู่รอด หลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่า ร่างกายของมนุษย์ใช้พลังงานในการทำงานเยอะมาก (อย่างสมองมีน้ำหนักราว 2% ของร่างกาย แต่กินพลังงานที่ร่างกายได้รับต่อวันทั้งหมดถึง 20%) ความขี้เกียจจึงอาจเข้ามาช่วยให้มนุษย์ไม่ใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลื้องเกินไปนั่นเอง แต่ต้นเหตุของความขี้เกียจก็ไม่ได้เกิดจากสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ความขี้เกียจเข้าครอบงำ ได้แก่ ความกลัว (fear) ความขี้เกียจและความกลัวดูจะมีความสัมพันธ์กัน ความขี้เกียจเปรียบเหมือนพื้นที่ปลอดภัย (comfort zone) สำหรับหนีความกลัวที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น กลัวว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ กลัวว่าจะล้มเหลว กลัวว่าจะตอบสนองความคาดหวังของคนอื่นไม่ได้ ความกลัวในลักษณะนี้หนักหน่วง และเป็นภาระต่อร่างกาย ทำให้เกิดความเครียด เราจึงต้องขี้เกียจ และผัดวันประกันพรุ่ง (procrastination) เพื่อปัองกันการเผชิญหน้ากับความกลัวทั้งๆ ที่เรายังไม่พร้อม ซึ่งบางคนกว่าจะรู้สึกพร้อมก็ใช้เวลานานพอสมควร   ภาวะซึมเศร้า

วิธีเอาตัวรอดเมื่อถ้าคุณต้องทำงานอยู่ท่ามกลาง TOXIC WORKPLACE By: unlockmen August 8, 2020

คราวที่แล้วเราได้แนะนำเรื่อง 5 CHECKLISTS ระบุสัญญาณว่าที่ทำงานของคุณเต็มไปด้วย TOXIC WORKPLACE ไปแล้ว และอย่างที่สัญญาว่าเราจะมานำเสนอวิธีเอาตัวรอด ถ้าเช็คแล้วพบว่าที่ทำงานของคุณมันช่างเต็มไปด้วยความ Toxic Workplace ซึ่งในสถานการณ์ที่งานเป็นสิ่งหายาก จะลาออกเพื่อหนีปัญหาก็ไม่น่าจะเป็นทางออกที่ดีนัก เลยอยากจะแนะนำเคล็ดลับที่จะทำให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขได้ แม้จะอยู่ใน toxic workplace ก็ตาม ซึ่งมีหลักง่ายๆ ดังต่อไปนี้ หลีกเลี่ยงดราม่า (avoid drama) ไม่นินทา หรือ ตัดสินคนอื่นจากคำนินทาเพียงอย่างเดียว ควรตัดสินจากข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งจากประสบการณ์ของเราเอง และ ประสบการณ์ของคนอื่น หากเป็นไปได้ มีอะไรก็ควรพูดคุยกันตรง ๆ ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงาน หรือ เจ้านายที่มีปัญหา เพื่อให้ปัญหานั้นได้รับการแก้ไข ไม่ถูกซุกอยู่ใต้พรม ซึ่งยิ่งมีปัญหาคาใจซุกไว้มาก ยิ่งจะทำให้บรรยากาศในการทำงานมาคุเสียเปล่า ๆ ตัวบริษัทเองก็ควรสร้างช่องทางการสื่อสารที่ทำให้เกิดการพูดถึงปัญหาด้วย เช่น อาจจะทำเป็นช่องทางการสื่อสารแบบลับๆ ที่จะทำให้ผู้รายงานปัญหาไม่รู้สึกว่า จะถูกคุกคามในอนาคตเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ สร้างขอบเขตในการทำงานที่ชัดเจน (establish boundaries) ในบางกรณีที่อยู่ใน toxic workplace ก็ยากที่จะปฏิเสธการทำงานเกินเวลา หรือทำงานในวันที่ควรจะได้พัก จึงต้องมีการกำหนดขอบเขตในการทำงานและการใช้ชีวิตที่ชัดเจน

คนอื่นคืบหน้าไปไกล ทำไมเราอยู่กับที่? ‘วิธีทำงานให้ลื่นไหลในวันที่รู้สึกตันอยู่คนเดียว’ By: PSYCAT August 7, 2020

เพราะมนุษย์เกิดมาเพื่อมีชีวิตร่วมกันเป็นสังคม ไม่แปลกที่หลายครั้งเราเห็นการใช้ชีวิตของคนอื่น แล้วอดย้อนมามองดูตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะการทำงานที่ทำร่วมกันเป็นทีม แผนก หรือองค์กร ที่เราจะได้เห็นผลงาน เห็นความคืบหน้าของเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ ยิ่งช่วง Covid-19 ที่ทุกคนต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อเข็นโปรเจกต์ออกมาขาย เพื่อทลายขีดจำกัดการทำงานเดิม ๆ เราจึงยิ่งได้เห็นคนทำงานไปไกลกว่าศักยภาพเดิม ๆ ของพวกเขาอยู่ตลอด แต่ยิ่งเป็นแบบนั้น หลายคนก็ยิ่งหดหู่ เพราะในขณะที่เราเห็นผลงานใครต่อใครก้าวไปข้างหน้า แต่ทำไมเรายังดูเหมือนว่าไม่ได้ขยับไปไหน? แล้วในวันที่เราเหมือนย่ำอยู่กับที่ แต่ทุกคนกำลังไปได้ดี เราจะต้องทำอย่างไร? หยุดเปรียบเทียบอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องมาวิเคราะห์ดูว่าเกิดอะไรขึ้น และเราทำอะไรได้บ้าง? “วิเคราะห์และประเมิน” เพราะสิ่งที่รู้สึก อาจไม่ใช่ข้อเท็จจริง กุญแจสำคัญของการก้าวข้ามการเปรียบเทียบ (และรู้สึกน้อยอกน้อยใจ) ไปได้ ไม่ใช่แค่การอยู่ ๆ ก็บอกตัวเองว่า เฮ้ย เราแย่ เราทำงานน้อย เราทำงานไม่ดี แล้วก็ตะบี้ตะบันโหมงานหนัก หรือทำตามคนอื่น ๆ เพื่อให้ทันเขา แต่เป็นการที่เราต้องรู้จักวิเคราะห์และประเมินสิ่งที่เรากำลังทำ ถ้าเรารู้สึกว่า โห คนรอบตัวเรา ทุกคนทำมากกว่าเราทั้งนั้น นั่นอาจเป็นสิ่งที่เรารู้สึกแต่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเสมอไป เพราะมันไม่ได้มีมาตรวัดการทำงานที่ใช้วัดกับทุกคนได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือเราสามารถประเมินและวิเคราะห์วิธีทำงานของตัวเราเองได้ ลองนึกภาพตัวเราเองนั่งอยู่ในห้องประชุมที่กำลังระดมไอเดียใหม่อย่างดุเดือด กระบวนการนี้กินเวลาทั้งวัน แต่ในช่วงเช้าระหว่างที่เรากำลังนั่งเงียบฟังอยู่นั้น เพื่อนร่วมงานที่รายล้อมกลับมีไอเดียพรั่งพรูเสนอได้ไม่หยุดหย่อน

5 CHECKLISTS ระบุสัญญาณว่าที่ทำงานของคุณเต็มไปด้วย TOXIC WORKPLACE By: unlockmen August 3, 2020

ตอนนี้คุณกำลังมีความสุขในการทำงานอยู่รึเปล่า ? ถ้าคุณตอบได้อย่างมั่นใจว่ามี คุณก็ข้ามบทความนี้ไปเลยก็ได้ แต่ถ้าคุณไม่มั่นใจว่ากำลังมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ เพราะเจอกับเรื่องชวนปวดหัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนร่วมงานที่ช่วยอะไรไม่ค่อยได้ หรือ รู้งานหนักเกินจนแทบไมได้พัก เป็นต้น คุณอาจจะอยู่ใน toxic workplace อยู่ก็เป็นได้ เราขอแนะนำให้คุณลองอ่านบทความนี้ เพราะเราจะพาคุณไปทำความเข้าใจ และแนะนำวิธีการแก้ไข ปัญหาที่ทำงานเป็นพิษ หรือ toxic workplace เพื่อช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างสบายใจโดยไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องลาออก ก่อนอื่นเราอยากให้ทุกคนเข้าใจถึงองค์ประกอบที่ทำให้เกิด toxic workplace เสียก่อน ซึ่งมันเกิดได้ทั้งจาก พฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี เช่น ไม่ตั้งใจทำงาน หรือ บรรยากาศในการทำงานที่ไม่ดี เช่น มีการกลั่นแกล้ง หรือ นินทากัน รวมไปถึง ตัวงาน เช่น งานหนักเกินไปจนไม่ได้พัก ซึ่งหากมีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง หรือ มากกว่าปัจจัยหนึ่งรวมกันแล้ว ทำให้คุณใช้ชีวิตได้ลำบาก อาจเป็นสัญญาณว่า คุณกำลังอยู่ใน toxic workplace อยู่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาจากการอยู่ใน toxic workpace มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

5 เหตุผลพนักงานไม่กล้าเสนอไอเดียหรือแสดงความคิดเห็นในที่ทำงาน By: unlockmen August 2, 2020

สำหรับทุกบริษัท การนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาก้าวไปข้างหน้าได้ แต่ปัญหาที่หลายบริษัทต้องเจอคือการที่คนในบริษัทไม่ยอมเสนอไอเดีย ไม่แสดงความคิดเห็น ร้ายที่สุด คือ พวกเขาไม่ยอมรายงานปัญหา Conflict ที่พบเจอในที่ทำงานให้ผู้ใหญ่ได้รับทราบ ปล่อยให้มันลุกลามจนเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องที่ยากจะแก้ไข ปัญหานี้ UNLOCKMEN มองว่าเป็นเรื่องใหญ่ เลยอยากจะพาทุกคนไปดูว่ามีสาเหตุใดบ้างที่ทำให้ลูกน้องไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในที่ทำงาน และจะแก้ไขอย่างไรดี     ขาดความมั่นใจที่จะแบ่งปันไอเดีย มันจะมีกรณีที่บางคนรู้สึกไม่มั่นใจเวลาที่จะแบ่งปันไอเดีย ถ้าในที่ประชุมมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจนเกินไป หรือมักจะกับคนนอกหน้าที่ที่พยายามเสนอไอเดียว่ามันไม่ใช่เรื่องของพวกเขา หรือให้สนใจแต่หน้าที่ของตัวเอง ฯลฯ พอได้ยินคำพูดแบบใส่บ่อยๆ พวกเขาก็รู้สึกว่า การแสดงความคิดเห็นในที่ทำงานจะทำให้พวกเขาถูกตำหนิ ปิดปากเงียบไว้ดีกว่า ท้ายที่สุดพวกเขาก็เลยไม่เสนอไอเดียใหม่ ๆ อีกเลย Solution: ก่อนอื่นเลย คนที่เป็นหัวหน้าต้องเข้าใจก่อนว่า มันมีอะไรบ้างที่จะทำลายความมั่นใจของลูกน้องได้ (เช่น การห้าม การตำหนิ ฯลฯ) บอกกับทีมให้เปิดใจรับฟังไอเดียจากคนทุกแผนกดูบ้าง เพราะเค้าอาจจะมีไอเดียอะไรในมุมมองที่เราคาดไม่ถึง และพยายามไม่ตำหนิหรือ Kill idea ในที่ประชุม แล้วลูกน้องจะกล้าแสดงความคิดเห็นในที่ทำงานมากขึ้นเอง   ไม่คิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ในเวลานั้น บางบริษัทไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าเรื่องไหนที่นับว่าเป็นปัญหา หรือ ปัญหาแบบไหนบ้างที่ควรรายงาน บางคนเลยไม่รู้ว่าสิ่งที่เจอเป็นปัญหาที่ควรรายงานหรือเปล่า อีกทั้งบางบริษัทเองก็ไม่ได้สนับสนุนวัฒนธรรมการรายงานในทุก ๆ

THE ART OF BUSINESS: คุณเศรษฐา ทวีสิน วิธีบริหารองค์กรให้พร้อมรับมือวิกฤตระยะยาว By: Chaipohn July 30, 2020

ในช่วงที่ประเทศไทยต้อง Lock Down เพื่อควบคุม Coronavirus ที่ระบาดหนักในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา น่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งแรกสำหรับเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ เจ้าของ SME รวมไปถึงพนักงาน พ่อค้าแม่ค้า หรือแม้แต่แรงงาน ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่เป็นทั่วโลกที่ต้องเจอกับความท้าทายครั้งใหญ่ครั้งใหม่ บางคนปรับตัวประคับประคองมาได้ ท่ามกลางข่าวธุรกิจที่ปิดตัวไม่เว้นแต่ละวัน สำหรับประเทศไทย ต้องบอกว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าอีกหลายประเทศ เราสามารถควบคุมการระบาดของ Coronavirus ได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันการใช้ชีวิตเริ่มกลับมาเป็นเหมือนปกติ ธุรกิจกลับมารัน คนออกมาทำงาน แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เห็นความไม่ปกติที่แอบแฝงอยู่เบื้องหลังมากมาย โดยเฉพาะในหมู่เจ้าของธุรกิจ ที่ต้องเจอกับรายได้ลดลงน้อยกว่ารายจ่ายอย่างต่อเนื่องแม้จะผ่านช่วงปิดเมืองไปแล้ว ต้องพยายามลดต้นทุนเพื่อรักษา Cash flow ยื้อชีวิตเอาไว้ให้นานที่สุด ความยากลำบากในการบริหารพนักงานที่สูญเสียกำลังใจ เชื่อว่าคนทำธุรกิจหลายท่านน่าจะรู้สึกเครียด คิดไม่ออกว่าจะทำยังไงต่อไปดี เราจึงสร้าง ‘THE ART OF BUSINESS’ รายการที่จะไปถามผู้บริหารตัวจริง ประสบความสำเร็จจริง เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะกับสถานการณ์แต่ละช่วง สำหรับผู้บริหารคนแรกของ THE ART OF BUSINESS เราได้ คุณเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท แสนสิริ

PLAN FOR FAILURE: จงเตรียมพร้อมรับความล้มเหลว ถ้าอยากประสบความสำเร็จ By: PSYCAT July 29, 2020

ถนนทุกสายมุ่งตรงสู่ “ความสำเร็จ” เราต่างพร้อมเผชิญขาขึ้นของธุรกิจที่ปั้นมากับมือ เรายินดีอ้าแขนรับหน้าที่การงานที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน แต่น้อยคนนักที่จะเตรียม “แผนแห่งการล้มเหลว” เอาไว้ ไม่มีใครอยากผิดพลาด ล้มเหลว แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อเราเผชิญความผิดพลาด (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่) การมีแผนแห่งการล้มเหลวรอไว้อยู่แล้ว จะช่วยให้เรารับมือ แก้ไข ไปจนถึงพลิกสถานการณ์กลับมาได้ราบรื่นกว่าการไม่เตรียมแพลนอะไรไว้เลย ลำดับขั้นของความล้มเหลว ขีดเส้นที่เราจะไม่มีวันข้ามเอาไว้ หลายครั้งที่ความล้มเหลวไม่ได้จู่ ๆ สาดเข้ามาตูมเดียวเหมือนภูเขาไฟระเบิด แต่เกิดจากการที่เราค่อย ๆ เลือกทางเดินที่ผิด แล้วตอนแรกมันก็ยังดูไม่เสียหายมากนัก เราเลยไปต่อ แต่เหมือนว่ายิ่งไปต่อ ความล้มเหลวก็คล้ายจะขมวดกลายเป็นปมที่แก้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้ตัวอีกทีธุรกิจเราก็พังเกินกว่าจะกู้คืนแล้ว ดังนั้นแผนแห่งการล้มเหลวที่เราควรเตรียมตัวเองไว้เพื่อหน้าที่การงานหรือธุรกิจของเรา คือการไล่ลำดับขั้นแห่งความล้มเหลวไว้แต่ต้น เช่น ขั้นที่หนึ่งเราเริ่มกู้หนี้ยืมสินมามากเกินกำลังจะจ่ายไหว ขั้นที่สองเราเริ่มทำทุกทางเพื่อให้ธุรกิจหรืองานเราไปรอด โดยยินดีทำลายทุกความสัมพันธ์ในชีวิต ฯลฯ การกำหนดลำดับขั้นความล้มเหลวอาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่ผ่านการพิจารณาของเรามาอย่างดี เมื่อเรากำหนดไว้ ก็คิดวิธีแก้ หรือวิธีที่เราจะจัดการต่อไปถ้าเราไปถึงจุดนั้น การทำแบบนี้เราจะค่อย ๆ เห็นว่าเรากำลังเดินทางเข้าสู่ขาลง เราจะเข้าใจมากขึ้นว่าเส้นไหนที่เราข้ามไปได้ (และข้ามไปอย่างไร) หรือเส้นไหนที่เราถามตัวเองไว้แต่ต้นแล้วว่าจะไม่มีวันข้ามไปเด็ดขาด เพราะจะไม่ใช่แค่ความล้มเหลวเล็ก ๆ แต่อาจไปสู่หายนะยิ่งใหญ่ได้ สถานการณ์ที่แย่ที่สุดคืออะไร? แล้วเราจะรับมืออย่างไร? ความล้มเหลวบางรูปแบบก็อาจมาในลักษณะหนังสยองขวัญที่เราเคยดู ตัวละครอาจจะแสนซวย

เป็นคน INTROVERT เข้าสังคมไม่ได้ ทำงานด้วยก็ยาก มีแต่เป็นปัญหา จริงหรือ? By: unlockmen July 23, 2020

ตอนนี้หลายคนอาจนิยามตัวเองว่าเป็น คนเปิดเผย (Extrovert) หรือเป็น คนเก็บตัว (Introvert) หรือ อยู่ระหว่าง 2 ฝั่งนี้ (Ambivert) ซึ่งในการทำงาน introvert หลายคนอาจจะเจอปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเข้าสังคม หรือสมาธิในการทำงาน ดังนั้น UNLOCKMEN เลยอยากแบ่งปันเคล็ดลับการเอาตัวรอดในที่ทำงานสำหรับชาว Introvert ก่อนอื่นอยากให้เข้าใจนิยามก่อนว่า Introvert คือกลุ่มคนที่มีบุคลิกภาพเก็บตัว คนกลุ่มนี้จะมีโลกส่วนตัวสูง มักใช้เวลาอยู่กับความคิดของตัวเองมากกว่าจะไปสุงสิงกับคนอื่น ส่วน Extrovert จะตรงกันข้าม คือ รักการเข้าสังคม ชอบแสดงออกมากกว่าคิดอยู่กับตัวเอง และชอบเป็นจุดสนใจด้วย ความแตกต่างระหว่าง Introvert และ Extrovert ไม่ได้อยู่ที่นิสัยอย่างเดียว (ซึ่งเวลาพูดว่า introvert และ extrovert ต่างกันที่นิสัย หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ปรับกันได้) แต่ทั้ง 2 กลุ่มนี้แตกต่างกันในทางชีววิทยาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น – การตอบสนองต่อ Dopamine (สารสื่อประสาทที่ทำให้เรารู้สึกดีเวลามองหารางวัลจากปัจจัยภายนอก) แม้ว่าการหลั่งของ dopamine ในสมอง

THE COLLECTOR – MINSO
ZERO TO HERO: JDED FEDFE
Masterpiece: Gemories Thailand
GARAGE: ‘โอ๊ค’ & ‘สมเมย์’ แห่ง VOM Records
GARAGE: LIVE SESSION – BEAGLE HUG
THE REAL EP.3: เอม ณัฐณัฐ