Just here not long ago

“WHETHER YOU THINK YOU CAN OR YOU THINK YOU CAN’T, YOU’RE RIGHT.”

Henry Ford

“YOU WILL NEVER REACH YOUR DESTINATION IF YOU STOP AND THROW STONES AT EVERY DOG THAT BARKS”

Winston S. Churchill

“I CAN’T RELATE TO LAZY PEOPLE. WE DON’T SPEAK THE SAME LANGUAGE. I DON’T UNDERSTAND YOU. I DON’T WANT TO UNDERSTAND YOU”

Kobe Bryant
  • CARS

    CONVERSATION WITH แทม พศิน อัธยาตมวิทยา ผู้กำกับมือดีที่มี PASSION จากความรักรถ CLASSIC

    By: SPLESS November 4, 2018

    ความสุขในชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดมาจนตายไปคืออะไร ? คำถามนี้สำหรับผู้ชายหลายคนอาจยังอยู่ในช่วงเดินทางตามหาคำตอบกันอยู่ แต่สำหรับ แทม หรือ พศิน อัธยาตมวิทยา เขาคงเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ค้นเจอคำตอบพวกนั้นด้วยตัวเองแล้ว แม้ช่วงอายุจะอยู่ในรุ่นราวเดียวกันกับใครหลายคนซึ่งยังเลือกใช้ชีวิตอยู่อย่างไร้ความท้าทายภายใน Comfort Zone ของตัวเอง จากเด็กหนุ่มอายุ 20 ที่ลงมือเรียนรู้ด้วยตัวเอง จนสามารถเขียนหนังสือที่คนรักการถ่ายรูปหลายคนต้องรู้จักอย่าง Speed Of Light ต่อด้วยบทบาทผู้กำกับงานโฆษณาฝีมือโดดเด่น รวมไปถึงเรื่องราวความชื่นชอบในรถยนต์ที่มีมาตั้งแต่เด็ก สู่ชีวิตที่หลงใหลการอยู่หลังพวงมาลัยความเร็วสูง อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเขาจากเด็กหนุ่มหัวรั้นให้กลายเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพทั้งด้านการทำงานและการใช้ชีวิต วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน “ชื่อแทมนะครับ พศิน อัธยาตมวิทยา ตอนนี้เป็นผู้กำกับครับทำเกี่ยวกับหนังโฆษณาแต่ก่อนหน้านี้จริง ๆ คนอาจรู้จักผมในฐานะการเป็นช่างภาพครับเพราะผมเริ่มถ่ายรูปมาตั้งแต่ก่อนเรียนมหาวิทยาลัย ใช้เวลาอยู่ตรงนั้นประมาณ 7 ปี ในฐานะช่างภาพที่มีความถนัดในเรื่องของ แสง เคยเปิดสอนเกี่ยวกับเรื่องแสงเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อนและตอนอายุประมาณ 20 ปีก็มีหนังสือของตัวเองออกมาครับ” ศาสตร์แห่งแสง มีความสำคัญยังไง ? “สำหรับผมแล้วแสงมันค่อนข้างเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมากเลยนะเพราะเราสามารถมองเห็นมันตลอด แต่เวลาที่มันลงมากระทบตัว มันก็แค่สะท้อนออกไปโดยที่เราไม่รู้สึกอะไร แถมสามารถนำมาปรับแต่งให้วิ่งสวนทางกันได้แบบต่างคนต่างไป นอกจากนี้ยังบอกเล่าถึงรูปทรงและลักษณะพื้นผิวในแบบต่าง ๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่นการถ่ายภาพรถยนต์ อีกเหตุผลหนึ่งคือถ้าเราเคยสังเกตดี ๆ จะมองเห็นว่าในที่เดียวกันแต่คนละเวลา ก็เป็นคนละแสง ในเวลาเดียวกันแต่อยู่คนละมุมโลกก็เป็นคนละแสง ทิศทางของมันเปลี่ยนไปอารมณ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนหมด”

    อ่านต่อ
  • Business

    ตลอด 13 ปี ไอเดียไม่เคยตัน: ขุดต้นตอ NEVER ENDING IDEA จาก “เบียร์-พันธวิศ” ผู้นำ APOSTROPHYS

    By: anonymK October 23, 2018

    คงต้องมีสักครั้งที่เราเคยไปงานอีเวนต์ หรือเห็นฟีดในหน้าโซเชียลมีเดียโชว์งานอีเวนต์สุดเจ๋งในเมืองไทยของแบรนด์ต่าง ๆ แล้วอุทานออกมาให้กับงานคอมเมอร์เชียลเหล่านั้นว่า “เฮ้ย อย่างนี้ก็ได้เหรอ เจ๋งอ่ะ คิดได้ไงวะเนี่ย” เชื่อเถอะว่า หนึ่งในงานเหล่านั้นเป็นผลงานที่ “เบียร์-พันธวิศ ลวเรืองโชค” พ่อมดแห่งวงการอีเวนต์จากอาณาจักร Apostrophys Group เป็นผู้สร้างสรรค์อยู่เบื้องหลังแน่นอน เขาไม่เพียงเป็นนักสร้างสรรค์ประสบการณ์ชั้นยอดไม่รู้จบเท่านั้น แต่ยังเป็นเจ้าของบริษัทอื่น ๆ อีกถึง 4 แห่ง ได้แก่ Sense.S (บริษัทด้าน New media และ Interactive Media), Synonym (บริษัทตกแต่งภายในสำหรับส่งเสริมธุรกิจหรือบุคคลที่ต้องการสร้างโปรไฟล์จากที่พักอาศัย), Happening Design (บริษัทร่วมทุนรับเหมาก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมภาคการผลิต) และ SOURCE บริษัทด้านดิจิทัล เอเจนซี่น้องใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายปีนี้ ท่ามกลางยุคที่พวกเราพยายามวิ่งตามหาบางสิ่งมาต่อไฟฝัน เพิ่มพลังการทำงานที่พร้อมจะมอดดับตลอดเวลาของตัวเอง UNLOCKMEN เชื่อว่าไม่บ่อยนักที่เราจะเจอนักสร้างสรรค์ที่มีไอเดียใหม่ไม่รู้จบอยู่ในสมอง และเหลือพลังมากพอที่จะทำงานสร้างสรรค์งานด้านอื่นด้วยอย่างเขาคนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาทิ้งน้ำเสียงสบาย ๆ ว่า “ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยคิดงานไม่ออกเลยครับ” มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เราบุกเข้าไปถึงออฟฟิศใหม่ Apos the HQ เพื่อพูดคุยค้นหาที่มาของไอเดียความคิดสร้างสรรค์ไม่รู้จบเหล่านั้น   วัยเรียน วัย Real : จุดเริ่มต้นอาณาจักรนักสร้างประสบการณ์

    อ่านต่อ
THE MEN EXPERT BIBLE #3 วิธีดูแลผิวหน้าหล่อใส ไม่มัน เพื่อผู้ชายสายแอคทีฟ ดูดีทุกกิจกรรม

ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ยังไงก็หนีไม่พ้นกิจกรรมลุย ๆ ไม่ว่าจะออกท่องเที่ยวแอดเวนเจอร์ บุกป่า ฝ่าดง ลงทะเล หรือสร้างความฟิตด้วยการเล่นกีฬา เข้าฟิตเนส คาดิโอ วิ่ง เตะบอล เล่นบาส ตีเทนนิส ไม่ว่าจะกิจกรรมอะไรขอให้บอก ผู้ชายอย่างเรา ๆ พร้อมออกไปลุยเรียกเหงื่อกันเป็นประจำอยู่แล้ว แม้กระทั่งการใช้ชีวิตในวันธรรมดาทั่วไป เมื่อเจอกับทั้งแสงแดดและอากาศร้อนระอุในบ้านเรา ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมีเหงื่อไหลไคลย้อยท่วมใบหน้า แถมยังดำคล้ำขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่แค่นั้น เพราะสิ่งที่ตามมาคือความมันบนใบหน้า ซึ่งถือเป็นอีกปัญหาหลักของผิวหน้าผู้ชายไทยส่วนใหญ่ ที่ทำลายความมั่นใจกันเป็นประจำ แต่ปัญหาหน้าคล้ำและมันที่กำลังรุมเร้านั้น ใช่ว่าเราจะต้องยอมจำนนโดยไร้หนทางแก้ไข เพราะจริง ๆ แล้ว วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างถูกวิธีที่ช่วยลดปัญหาผิวหน้าคล้ำและมันเยิ้ม สามารถเริ่มได้จากเรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัว นอกจากการดูแลตัวเองจากภายใน การใส่ใจดูแลผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยให้เราสามารถรับมือกับปัจจัยภายนอกที่คอยกระตุ้นให้หน้ามันก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะปัญหาผิวมันนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก นอกจากจะทำให้ผิวหน้าที่เคยสะอาดใสดูมันเยิ้มจนเสียบุคลิก ความมันบนใบหน้ายังโจมตีให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำเร็วกว่าปกติ ถ้าปล่อยไว้ไม่ดูแล หรือดูแลผิดวิธี เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับปัญหาผิวหน้า จากที่เจอแค่ปัญหาหน้ามันธรรมดา กลายเป็นว่าพฤติกรรมผิด ๆ จะยิ่งทำให้ผิวหน้ามัน หมองคล้ำขึ้นเรื่อย ๆ และอาจกระตุ้นการก่อให้เกิดสิวซ้ำเติมจนสูญเสียความมั่นใจหนักขึ้นไปอีก แต่ก่อนที่ปัญหาผิวหน้ามันเยิ้มหมองคล้ำจะลุกลามจนเกินเยียวยา เรามีวิธีดูแลผิวหน้าซึ่งพร้อมช่วยแก้ปัญหาผิวที่กำลังรุมเร้ามานำเสนอ หลังจากในบทความ The Men

PLAY

Fun side of life

  • ปลดล็อค SOPHISTICATED LIFESTYLE เดินทางหรู อยู่สบายรอบโลก ด้วยเอกสิทธิ์เหนือระดับจาก CITIGOLD

    By: NTman November 6, 2018

    ทุกครั้งที่มีเหตุให้ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะออกเดินทางท่องเที่ยวพักร้อน หรือไปคุยงานเจรจาธุรกิจ เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ชาว UNLOCKMEN ให้ความสำคัญไม่แพ้การเตรียมตัวซื้อตั๋ว จองที่พัก จัดกระเป๋าให้พร้อมสำหรับทริปนั้น ๆ นั่นก็คือเรื่องของความรวดเร็วสะดวกสบายระหว่างการเดินทาง ตามสัญชาตญาณพื้นฐานของผู้ชายอย่างเรา ๆ ที่ไม่ชอบอะไรวุ่นวาย เน้นง่ายเข้าว่า จนเลือกที่จะยอมจ่ายมากกว่าเพื่อแลกกับบริการหรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้ดีกว่า ไม่ต้องเหนื่อยกับขั้นตอนที่ยุ่งยาก จนต้องเสียแรง เปลืองเวลามากมายเกินความจำเป็น เพราะคงไม่มีอะไรดีไปกว่าในวันเดินทางมีรถลีมูซีนสุดหรูมารับถึงหน้าบ้านยิงตรงเข้าสู่สนามบิน พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว ที่คอยอำนวยความสะดวกในการเช็คอินรวมถึงขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองแบบสะดวกรวดเร็วผ่านช่องทาง Fast Track มีเวลาเหลือเฟือให้แวะนั่งจิบกาแฟเพลิน ๆ ในเล้าจ์รับรองพิเศษระหว่างรอขึ้นเครื่อง ลืมภาพที่ต้องลากกระเป๋าพะรุงพะรัง เดินงมหาเคาน์เตอร์เช็คอิน เข้าคิวต่อแถวต.ม. ยาวเหยียดไปได้เลย ซึ่งสิทธิพิเศษเหล่านี้ ในบางเรื่องใช่ว่าจะสามารถควักเงินจ่ายกันไปโต้ง ๆ แล้วจะได้มา แต่มันเป็นเรื่องของการบริหารเงิน รู้จักใช้เงินให้เป็น ในเมื่อมีทุนอยู่กับตัวก็ต้องมองหาช่องทางใช้จ่ายให้คุ้มค่า หรือจะเรียกว่าเป็นการลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิประโยชน์มากมายที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายสายเดินทางอย่างพวกเราก็คงไม่ผิดนัก และช่องทาง ที่เราเองประทับใจในสิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมายจากที่นี่ จนอยากแนะนำให้ชาว UNLOCKMEN ได้รู้จัก นั่นก็คือ การมีสถานะเป็นลูกค้า Citigold ซึ่งสถานะนี้ได้มาจากการฝากเงิน หรือนำเงินไปลงทุนกับกองทุนต่าง ๆ ผ่านธนาคารซิตี้แบงก์ ในยอดเงินตั้งแต่

    อ่านต่อ
  • ALONE BUT ALRIGHT: เทคนิคเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตคนเดียว เหงาแค่ไหนถามใจดู

    By: april October 31, 2018

    ปีนี้ถือเป็นปีทองของคอนเสิร์ตที่แท้จริง ตั้งแต่ต้นปีศิลปินฝั่งกระแสหลักไปจนถึงอินดี้ ต่างแห่แหนกันมาระเบิดความมันส์ที่ไทยแลนด์กันแบบไม่มีเว้นเดือน จนมาถึงปลายปีก็ยังไม่มีผ่อนแรง ยังคงมีตารางคอนเสิร์ตแน่น ๆ กันไปจนถึงต้นปีหน้า สำหรับใครที่มีเพื่อนเป็นคอเดียวกันอาจไม่มีปัญหาสำหรับการไปตะลุยคอนเสิร์ต แต่คนที่มีเหตุให้ต้องฉายเดี่ยวนี่สิ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่มันช่างหงอยเหงากันตั้งแต่ซื้อบัตรใบเดียวแล้ว UNLOCKMEN ขอเป็นกำลังใจให้คนเหงาทุกคนได้ยืนหยัดได้ในทุกสถานการณ์ และในคอนเสิร์ตนี้ก็ด้วย เรามีเทคนิคเจ๋ง ๆ ของการเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตคนเดียวแบบพร้อมรบ แถมอาจจะได้เพื่อนเพิ่มไปคอนเสิร์ตหน้าด้วยกันได้อีกด้วย เช็กเวลา สถานที่ และเตรียมบัตรให้พร้อม หลายครั้งแล้วที่เป็นอันต้องแห้วคอนเสิร์ตเพราะไปผิดที่บ้าง ไปยืนเสียเวลาหน้างานเพราะดูเวลาผิดบ้าง ร้ายสุดคือไปผิดวัน! ไปก่อนวันจริงยังไม่เท่าไหร่ ถ้าไปหลังวันจริงนี่เงินปลิวหายไปกับสายลม ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องตลกที่รู้สึกว่าใครมันจะไปลืมกันวะ เรายืนยันว่ามีคนแบบนี้อยู่จริง ๆ อาจจะเพราะจำเดือนผิด จำวันผิด แต่เพื่อความชัวร์ เราแนะนำให้ตั้ง Reminder เตือนตัวเองก่อนถึงเวลาจริงหนึ่งสัปดาห์ เตือนวันก่อนจะไปหนึ่งวัน เตือนวันจริงอีกครั้งให้รู้ตัวอยู่ตลอด นอกจากเวลาแล้ว สถานที่ก็ต้องเตรียมพร้อมเช่นกัน หาทางไปทางกลับวางแผนกันให้ดี การไปตายเอาดาบหน้าที่คอนเสิร์ตนั้น บอกเลยว่าโดนฟันราคาหัวแบะแน่นอน เตรียมวันเวลาซะพร้อม แต่ดันลืมบัตรไว้ที่บ้าน แบบนี้ได้ไปยืนหน้าแห้งอยู่หน้าคอนเสิร์ตแน่นอน ดอกจันไว้ที่ Reminder นั่นแหละว่าให้เตรียมบัตรให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นบัตรแข็ง บัตรอ่อน ติดไว้ในกระเป๋าอยู่เสมอหรือบัตร QR Code ก็เตรียมเอาไว้ในโทรศัพท์อยู่เสมอ พร้อมบัตรประชาชนด้วยเช่นกัน

    อ่านต่อ
  • By: anonymK October 30, 2018

    จะเรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำปีของ Google ก็ได้ที่คอยสรรหาความสนุกมาเติมให้เรามากกว่าการใช้งานฟีเจอร์หลักเสมอ โดยเฉพาะการทำ Doodle เด็ด ๆ ปล่อยออกมาตามเทศกาลให้เราเล่นกัน เช่นเดียวกับปีนี้ก็มีมินิเกมเทศกาลปล่อยผีมาให้เราเล่นเพื่อรับเทศกาลกับเขาเหมือนกัน สำหรับใครที่อยากเล่นเกม Doodle นี้ ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวหรือเล่นกับกลุ่มเพื่อนเพื่อความสะใจ มาเตรียมตัวก่อนเล่นพร้อมกันได้ แค่เปิดหน้า google เท่านั้น แถมให้อีกนิดว่าถ้าเปิดลำโพงดัง ๆ จะช่วยให้เล่นเกมได้มันส์ขึ้นด้วย   เกมผีเก็บลูกไฟวิญญาณ เราตั้งชื่อมันว่าเกมผีเก็บลูกไฟวิญญาณตามลักษณะการเล่นของมันแล้วกัน ก่อนอื่นเบื้องต้นต้องบอกก่อนว่าเกมนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายตามสี คือสีเขียวและสีม่วง โดยแต่ละทีมจะมีตัวละครหลายตัวที่มีชื่อและหน้าตาแตกต่างกัน ดังนี้ ตัวละครฝ่ายสีเขียว ตัวละครฝ่ายสีม่วง เริ่มต้นเราจะได้เล่นฝั่งสีเขียว วิธีเล่นอย่างง่าย แค่กดปุ่มลูกศรบนคีย์บอร์ดบังคับขึ้น ลง ซ้าย ขวา ผีน้อยในเกมก็จะเคลื่อนตัวตามนั้น ไล่เก็บลูกไฟวิญญาณสีฟ้าไปเรื่อย ๆ ต่อท้ายตัวให้เป็นแถวยาว ขั้นตอนนี้ถ้าใครงง ๆ ให้กดทดลองเล่นตาม Tutorial ก่อนได้ จากนั้นค่อยเริ่มเปิดศึกกับฝ่ายตรงข้ามด้วยการบังคับตัวเราให้ไปชนกับหางซึ่งเป็นลูกไฟวิญญาณของสีฝั่งตรงข้ามเพื่อขโมยให้มาติดอยู่กับฝั่งเราก่อน จากนั้นก็ลากเข้าฐาน ถ้าเราเก็บได้มาก เกมจะเพิ่มสกิลเด็ด ๆ ให้ตัวละครของเรา ไม่ว่าจะเป็นการติดสปีดตัวละคร หรือแม่เหล็กไว้ดูดวิญญาณจากฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ จำไว้ว่าอย่าลืมส่องสกอร์ความโปรดักทีฟของทีมเราด้านบนด้วย ถ้ากำลังตามหลังต้องรีบตีตื้นให้ทันการจับเวลาเกมที่เหลือ เมื่อจบเกมจะมีการประกาศฝ่ายที่ชนะและบอกว่าเราได้สกอร์เท่าไหร่ในเกมนี้

  • By: NTman October 30, 2018

    จากข้อเท็จจริงที่ว่าผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลา 1/3 ของชีวิตไปกับการนอน จึงแทบปฏิเสธไม่ได้ว่าห้องนอนนั้นถือเป็นอีกพื้นที่สำคัญของชีวิต ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่เป็นห้องสำหรับพักผ่อน ห้องนอนยังเป็นพื้นที่ที่สามารถสะท้อนตัวตนของเราออกมาได้เป็นอย่างดีผ่านเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงข้าวของต่าง ๆ ที่เราเลือกใช้ภายในห้อง ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ผู้คนทั้งหลาย รวมถึงผู้ชายอย่างเรา ๆ ต่างก็อยากมีห้องนอนในฝันที่ตกแต่งออกมาในรูปแบบที่ตัวเองปรารถนา ในสไตล์ที่เป็นตัวเองอย่างที่สุด แต่ถึงแม้ใจจะอยากแต่งห้องแบบเต็มที่ ก็ใช่ว่าจะจับต้นชนปลายความต้องการในหัวให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างของห้องนอนในฝันได้ชัดเจนขนาดนั้น วันนี้ UNLOCKMEN จึงขอแนะนำ 5 สไตล์การตกแต่งห้องนอนแมน ๆ ให้ออกมาเท่สมใจ เพื่อเป็นจุดตั้งต้นของไอเดียการออกแบบพื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องนอนที่ถ่ายทอดความเป็นตัวเองออกมาได้ชัดเจนที่สุด และที่สำคัญคือต้องไม่หลุดคอนเซ็ปต์ความเท่ในแบบที่ผู้ชายอย่างเราต้องการ ไอเดียแรกสำหรับผู้ชายสายคลาสสิก เน้นคุมโทนสีน้ำตาลของพื้นห้อง และเฟอร์นิเจอร์ไม้ ขาดไม่ได้กับโซฟาหนังดี ๆ เอาไว้นั่งอ่านหนังสือสักตัว พร้อมเพิ่มความโดดเด่นสร้างลูกเล่นให้กับห้องไม่ให้ถูกกลืนไปด้วยสีน้ำตาลเพียงอย่างเดียวด้วยการเลือกเตียงนอน หรือ ตกแต่งผนังหัวเตียงในโทนสีเทา ซึ่งให้ความแตกต่างแต่ก็ยังกลมกลืนกับอารมณ์โดยรวมของห้องนอนสไตล์นี้   ถ้าความเรียบง่ายคือรูปแบบการใช้ชีวิตที่โปรดปราน การแต่งห้องนอนแนวมินิมัลคือทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะในความน้อยก็ยังมีความเท่แฝงอยู่ภายใต้ผนังห้องสีเทาเข้มตัดกับสีน้ำตาลอ่อนของเนื้อไม้ที่นำมาตกแต่งกรุเป็นผนังหัวเตียง และสำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับห้องนอนแนวนี้เราแนะนำว่าควรหาเฟอร์นิเจอร์เรียบ ๆ ที่ไม่เน้นดีเทลของพื้นผิวและรูปทรงอะไรมากมายมาใช้ พร้อมเพิ่มมิติให้กับห้องด้วยการใช้สีดำเข้ามาแซมในส่วนของกรอบบานประตู, หน้าต่าง หรือไม่ก็โชว์ความติสท์ด้วยกรอบรูปสีดำเรียบ ๆ ก็ดูเท่ไม่ใช่เล่น   อีกหนึ่งทางเลือกของหนุ่มสายมินิมัล แต่เพิ่มความอบอุ่นในแบบฉบับนิปปอนขึ้นมาอีกนิด เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงผนังหัวเตียงไม้สีอ่อนยังเป็นหัวใจสำคัญหลักในการสร้างอารมณ์ความอบอุ่นเรียบง่ายให้กับห้องนี้ ที่แตกต่างออกไปก็จะเป็นในเรื่องของการเพิ่มสีสันรวมถึงลูกเล่นงานดีไซน์ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้ห้องนอนห้องนี้ดูมีรายละเอียดและความขี้เล่นที่เพิ่มมากขึ้น

  • By: SPLESS October 27, 2018

    เตรียมตัวพบกับ JAM FEST มิวสิคเฟสติวัลที่รวมเอาดนตรี ศิลปะ อาหาร เครื่องดื่ม แจ่ม ๆ มารวมไว้ในงานเดียวเพราะภายในงานประกอบไปด้วยโซนคอนเสิร์ตที่จะทำให้ทุกคนได้สนุกกันอย่างเต็มที่กับเวที 3 สไลต์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนที่มาร่วมงานสามารถเลือกฟังเพลงแจ่ม ๆ ที่ตัวเองชอบได้ตามต้องการ  เริ่มจากเวทีไฮไลท์ของงานกับ Main Stage ที่ทำมาเพื่อเอาใจคอเพลงยุค 90’s โดยเฉพาะด้วยการรวบรวมเอาศิลปินรุ่นเก๋าที่ทุกคนต้องรู้จัก อาทิ Monotone / Noi Pru / 2 Days ago Kids / Flure / Scrubb  พร้อมวงน้องใหม่มากฝีมือไม่ว่าจะเป็น Whal & Dolph / The TOYS ft. Twopee / Fucking Hero ต่อด้วย Dood Stage เวทีรองที่รวมเอาศิลปินหน้าใหม่มาสร้างพื้นที่สำหรับคนรักเสียงเพลงนอกกระแสรวมถึงเปิดโอกาสให้กับนักดนตรีเลือดใหม่ได้ออกมาแสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่ โดยทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกวงดนตรี ออกแบบเวที และระบบแสง สี เสียง

  • By: LIT October 26, 2018

    BMW กลับมาปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยของนักบิดชาวไทยอีกครั้ง เผยโฉมมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานในตระกูล GS สองรุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS และบีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS สานต่อเอกลักษณ์อันโดดเด่นของตระกูล F-Series ที่พกพาทั้งสมรรถนะออนโรดและออฟโรดมาอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู C 400 X สมาชิกใหม่ในตระกูล Urban Mobility มอบความคล่องตัวในทุกเลี้ยวโค้ง ครบครันทุกฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกสบาย ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสที่สุดของประสบการณ์แห่งความสนุกสนานขณะขับขี่ในเมือง หลังจากที่ได้เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู F 800 GS ไปในปี พ.ศ. 2558 วันนี้เรากลับมาสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ใหม่ถึงสองรุ่น บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS และบีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS ซึ่งได้รับ การพัฒนาให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่ เพื่อสร้างยนตรกรรมสองล้อที่สามารถมอบประสบการณ์ในการขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ ผสานทั้งความปราดเปรียวบนท้องถนน ความสะดวกสบายในสไตล์ทัวริ่ง และดีเอ็นเอของนักผจญภัยบนเส้นทางออฟโรด โดยทั้งบีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS และบีเอ็มดับเบิลยู F

  • By: NTman October 26, 2018

    ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ยังไงก็หนีไม่พ้นกิจกรรมลุย ๆ ไม่ว่าจะออกท่องเที่ยวแอดเวนเจอร์ บุกป่า ฝ่าดง ลงทะเล หรือสร้างความฟิตด้วยการเล่นกีฬา เข้าฟิตเนส คาดิโอ วิ่ง เตะบอล เล่นบาส ตีเทนนิส ไม่ว่าจะกิจกรรมอะไรขอให้บอก ผู้ชายอย่างเรา ๆ พร้อมออกไปลุยเรียกเหงื่อกันเป็นประจำอยู่แล้ว แม้กระทั่งการใช้ชีวิตในวันธรรมดาทั่วไป เมื่อเจอกับทั้งแสงแดดและอากาศร้อนระอุในบ้านเรา ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมีเหงื่อไหลไคลย้อยท่วมใบหน้า แถมยังดำคล้ำขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่แค่นั้น เพราะสิ่งที่ตามมาคือความมันบนใบหน้า ซึ่งถือเป็นอีกปัญหาหลักของผิวหน้าผู้ชายไทยส่วนใหญ่ ที่ทำลายความมั่นใจกันเป็นประจำ แต่ปัญหาหน้าคล้ำและมันที่กำลังรุมเร้านั้น ใช่ว่าเราจะต้องยอมจำนนโดยไร้หนทางแก้ไข เพราะจริง ๆ แล้ว วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างถูกวิธีที่ช่วยลดปัญหาผิวหน้าคล้ำและมันเยิ้ม สามารถเริ่มได้จากเรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัว นอกจากการดูแลตัวเองจากภายใน การใส่ใจดูแลผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยให้เราสามารถรับมือกับปัจจัยภายนอกที่คอยกระตุ้นให้หน้ามันก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะปัญหาผิวมันนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก นอกจากจะทำให้ผิวหน้าที่เคยสะอาดใสดูมันเยิ้มจนเสียบุคลิก ความมันบนใบหน้ายังโจมตีให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำเร็วกว่าปกติ ถ้าปล่อยไว้ไม่ดูแล หรือดูแลผิดวิธี เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับปัญหาผิวหน้า จากที่เจอแค่ปัญหาหน้ามันธรรมดา กลายเป็นว่าพฤติกรรมผิด ๆ จะยิ่งทำให้ผิวหน้ามัน หมองคล้ำขึ้นเรื่อย ๆ และอาจกระตุ้นการก่อให้เกิดสิวซ้ำเติมจนสูญเสียความมั่นใจหนักขึ้นไปอีก แต่ก่อนที่ปัญหาผิวหน้ามันเยิ้มหมองคล้ำจะลุกลามจนเกินเยียวยา เรามีวิธีดูแลผิวหน้าซึ่งพร้อมช่วยแก้ปัญหาผิวที่กำลังรุมเร้ามานำเสนอ หลังจากในบทความ The Men

HOT THIS WEEK

#7daysinarow

Improve yourself
KPIs คือไม้เรียว “OKRs คือไม้กายสิทธิ์”: รู้จักเครื่องมือพัฒนาที่ทุกองค์กรหัวก้าวหน้าต้องใช้ By: anonymK November 16, 2018

11 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ทำงานมาแป๊ปเดียวนี่ก็กำลังจะสิ้นปีอีกแล้ว เราเชื่อว่าช่วงเวลานี้ผู้ชายเราส่วนใหญ่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตปลายปีอย่าง “การประเมินผลการทำงาน” ทำให้ต้องรีบปั่นความ Productive โค้งสุดท้ายเพื่อเรียกคะแนนโบนัสกันสักหน่อย เมื่อ “Measure is coming.” มันก็ถึงเวลาที่แบบประเมินอักษรภาษาอังกฤษจะกลับมาให้ได้ยินอีกครั้ง ทั้ง PDCA, KPIs (อันนี้ได้ยินบ่อย หลายบริษัทในไทยก็ยังทำอยู่) และ OKRs แต่ที่ดูจะมาแรงสุดจนหลายบริษัทออกมาโหมกระหน่ำทำตามกันตอนนี้คือ OKRs ซึ่งเราได้ไปเก็บข้อมูลและนำมาอธิบายให้ชาว UNLOCKMEN เห็นภาพกันมากขึ้น แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องนั้น คุณว่าระบบการประเมินการทำงานที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้มันเป็นอย่างไรบ้าง ดีไหม แล้วมันวัดคุณภาพของคุณได้จริงหรือเปล่า   “ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน” เสี้ยวความจริงในวันนี้ ก่อนที่จะไปเข้าเรื่อง KPIs กับ OKRs เรามาพูดเรื่องการประเมินกันก่อนเลยดีกว่า อันที่จริงถ้าจะมีใครจะสักคนที่รู้และบอกว่าคุณทำงานนั้นได้ดี หรือเต็มความสามารถของตัวเองจริงหรือเปล่า มันก็มีแต่ตัวคุณเท่านั้นที่รู้ว่าความจริงมันเป็นอย่างไร เพราะคุณคือคนลงมือทำและรู้ดีว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันยากหรือง่าย แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเข้ามาอยู่ในระบบของบริษัท คุณก็ต้องเข้าสู่ระบบตัดเกรดโดยผู้มีอำนาจสูงกว่า ด้วยมาตรฐานที่สามารถมองเห็นได้เป็นรูปธรรมมากกว่าความรู้สึก เพื่อให้ทางบริษัทรู้ว่าเขาจ้างคนได้สมราคาไหม หรือคนนี้ควรได้รับค่าตอบแทนคุ้มความเหนื่อยตลอดปีเป็นโบนัสก้อนโตหรือเปล่า และนั่นแหละคือที่มาของการประเมิน ยุคสมัยของการประเมินเกิดขึ้นครั้งแรกก่อนที่เราจะเกิดกันเสียอีก เพราะเริ่มต้นก่อนปี 1900 โดยเขาเรียกยุคนั้นว่า “The Age of Reform”

ท้อได้แต่อย่าจม ใจดีกับตัวเองให้เป็น พฤติกรรมที่จะช่วยทำให้คุณทำงานได้ดีกว่าเดิม By: anonymK November 15, 2018

เคยไหม เวลาที่เราทำงานแล้วดันพลาดเพราะจุดบกพร่องที่เรามองไม่เห็นแต่เจ้านายดันมองเห็นและเรียกเราเข้าไปรับฟังคำปรับปรุง หลังฟังคอมเมนต์เราก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะเงียบ ๆ เฝ้าบอกตัวเองว่าจะไม่ทำผิดอีก จับจดกับมันจนนอยด์ โทษตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่ากูมันไม่ดี กูมันห่วย ความคิดแบบนั้นบางคนอาจจะสามารถพลิกไปใช้ในทางบวกให้ทำงานดีขึ้นได้ แต่เชื่อเถอะว่าการเฆี่ยนตัวเองบ่อย ๆ จากความคิดลบเพียงอย่างเดียว มันจะรีดพลังงานและความกระหายที่จะทำงานของเราไปจนหมด ดังนั้น เพื่อให้ทำงานได้โปรดักทีฟแบบไม่ต้องเจ็บทั้งตัวจากการโดนตำหนิของคนอื่น แล้วยังมาเจ็บใจซ้ำเพราะตำหนิตัวเอง ลองมาเปลี่ยนความคิด แล้วใจดีกับตัวเอง ให้โอกาสกับความผิดพลาดเสียบ้าง แล้วคุณจะรู้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ใช่ความเหลาะแหละ แต่เป็นประสิทธิภาพที่ดีเกินคาด หลักการนี้ไม่ใช่เรื่องหลักลอย แต่นำมาผลงานและการศึกษาของ 2 นักวิจัย คือ Leah Weiss ศาสตราจารย์ที่ Stanford University Graduate School of Business ที่เขียนผลงาน How We Work: Live Your Purpose, Reclaim Your Sanity, and Embrace the Daily Grind (เราทำงานกันอย่างไร: อยู่เพื่อเป้าหมาย ฟื้นฟูจิตใจ และโอบกอดงานประจำ) กับ Shauna

งานประจำต้องทำใจ วันนี้ FREELANCE แย่งตำแหน่ง “งานหลักและความฝัน”ของชาวอเมริกัน By: anonymK November 7, 2018

ถ้าพูดถึงประเทศสหรัฐอเมริกา เรามักได้ยินการนิยามว่าเป็น “ประเทศแห่งเสรี” ทำให้ครั้งหนึ่งคำว่า “American Dream” หรือการฝันอย่างอเมริกันจึงกลายเรื่องระดับโลก เป็นความฝันที่ใครก็ล้วนใฝ่หาและต้องการเดินทางไปตั้งรกราก เพราะมีทั้งความเจริญ ความเท่าเทียม และอิสระ เรียกได้ว่าเป็นดินแดนในฝันที่ใครก็สามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเศรษฐีได้ จึงไม่แปลกที่ล่าสุดเมื่อผลสำรวจประชากรชาว Freelancer ในสหรัฐฯ ประจำปีนี้เผยตัวเลขว่ามีคนเลือกเป็นฟรีแลนซ์จำนวนถึง 56.7 ล้านคน เราจะรู้สึกไม่ประหลาดใจ แต่ไม่ใช่แค่ตัวเลขเท่านั้นที่น่าสนใจ UNLOCKMEN ยังมีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจเกี่ยวกับข้อมูลเหล่านี้มาแบ่งปันกันด้วย   American Dream: Past & Present ใครที่ดูหนังต่างประเทศบ่อย ๆ จะได้ยินคำว่า “American Dream” กันมาบ้าง ซึ่งส่วนมากเรื่องราวจะออกแนวการเดินทางจากต่างดินแดนเข้าไปในอเมริกาเพื่อตามหาความฝัน ซึ่งความฝันเหล่านั้นมักจะผลิตซ้ำเรื่องการเป็น “Somebody” ด้านอาชีพ เช่น อยากจะเป็นนักมวยอาชีพ นักดนตรีอาชีพ ก็จะฝึกมันครั้งแล้วครั้งเล่าจนกว่าจะได้เป็น หรือ Underdog เองก็มีสิทธิผันตัวเองเป็นเศรษฐีใหม่ได้เสมอ หากขยันและร่ำรวย อาชีพ Freelance หรือการรับจ้างเป็นมือปืน จึงอาจเป็นเรื่องของการหารายได้เสริมเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ค่านิยมความฝันของคนเราก็เริ่มเปลี่ยน ความรู้สึกอยากเป็น “Somebody” มันเริ่มจางลง

CONVERSATION WITH แทม พศิน อัธยาตมวิทยา ผู้กำกับมือดีที่มี PASSION จากความรักรถ CLASSIC By: SPLESS November 4, 2018

ความสุขในชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดมาจนตายไปคืออะไร ? คำถามนี้สำหรับผู้ชายหลายคนอาจยังอยู่ในช่วงเดินทางตามหาคำตอบกันอยู่ แต่สำหรับ แทม หรือ พศิน อัธยาตมวิทยา เขาคงเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ค้นเจอคำตอบพวกนั้นด้วยตัวเองแล้ว แม้ช่วงอายุจะอยู่ในรุ่นราวเดียวกันกับใครหลายคนซึ่งยังเลือกใช้ชีวิตอยู่อย่างไร้ความท้าทายภายใน Comfort Zone ของตัวเอง จากเด็กหนุ่มอายุ 20 ที่ลงมือเรียนรู้ด้วยตัวเอง จนสามารถเขียนหนังสือที่คนรักการถ่ายรูปหลายคนต้องรู้จักอย่าง Speed Of Light ต่อด้วยบทบาทผู้กำกับงานโฆษณาฝีมือโดดเด่น รวมไปถึงเรื่องราวความชื่นชอบในรถยนต์ที่มีมาตั้งแต่เด็ก สู่ชีวิตที่หลงใหลการอยู่หลังพวงมาลัยความเร็วสูง อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเขาจากเด็กหนุ่มหัวรั้นให้กลายเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพทั้งด้านการทำงานและการใช้ชีวิต วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน “ชื่อแทมนะครับ พศิน อัธยาตมวิทยา ตอนนี้เป็นผู้กำกับครับทำเกี่ยวกับหนังโฆษณาแต่ก่อนหน้านี้จริง ๆ คนอาจรู้จักผมในฐานะการเป็นช่างภาพครับเพราะผมเริ่มถ่ายรูปมาตั้งแต่ก่อนเรียนมหาวิทยาลัย ใช้เวลาอยู่ตรงนั้นประมาณ 7 ปี ในฐานะช่างภาพที่มีความถนัดในเรื่องของ แสง เคยเปิดสอนเกี่ยวกับเรื่องแสงเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อนและตอนอายุประมาณ 20 ปีก็มีหนังสือของตัวเองออกมาครับ” ศาสตร์แห่งแสง มีความสำคัญยังไง ? “สำหรับผมแล้วแสงมันค่อนข้างเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมากเลยนะเพราะเราสามารถมองเห็นมันตลอด แต่เวลาที่มันลงมากระทบตัว มันก็แค่สะท้อนออกไปโดยที่เราไม่รู้สึกอะไร แถมสามารถนำมาปรับแต่งให้วิ่งสวนทางกันได้แบบต่างคนต่างไป นอกจากนี้ยังบอกเล่าถึงรูปทรงและลักษณะพื้นผิวในแบบต่าง ๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่นการถ่ายภาพรถยนต์ อีกเหตุผลหนึ่งคือถ้าเราเคยสังเกตดี ๆ จะมองเห็นว่าในที่เดียวกันแต่คนละเวลา ก็เป็นคนละแสง ในเวลาเดียวกันแต่อยู่คนละมุมโลกก็เป็นคนละแสง ทิศทางของมันเปลี่ยนไปอารมณ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนหมด”

BURN OUT SIGNS: สัญญาณหมดไฟของคนทำงาน ทำยังไงให้ไฟกลับมาลุกโชนอีกครั้ง By: april October 29, 2018

สิ่งที่เรา Spend เวลาไปกับมันเป็นส่วนใหญ่ของชีวิต คงไม่พ้นการทำงาน เพื่อให้ตัวเรามีเงินไป Spend สิ่งอื่นในชีวิตประจำวันได้ เราใช้เวลาไปกับงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ใช้เวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตกในแต่ละวัน ไปกับการเดินทางไปทำงานและเดินทางกลับ ถ้าเราได้เจอกับงานที่ดีจนวันจันทร์ไม่ได้เป็นศัตรูตัวร้ายของเราถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอิจฉา เพราะยังมีอีกหลายคนที่ต้องสู้รบตบมือกับวันทำงานกันตั้งแต่เริ่มสัปดาห์ เพราะพวกเขาไม่ได้มีงานที่ตอบสนองความต้องการเขาได้ในทุกด้าน  อาการหมดไฟ ห่อเหี่ยวกันตั้งแต่วันจันทร์ ไปจนถึงตอนหย่อนร่างกายลงบนเก้าอี้ในออฟฟิศ ยิ่งปรากฏชัดขึ้นทุกวัน หากเรารู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยทำแล้ว UNLOCKMEN อยากให้หนุ่ม ๆ ลองสังเกตตัวเองกันหน่อยว่าเริ่มหมดไฟแล้วหรือยัง กับสัญญาณของคนหมดไฟในการทำงาน พร้อมทางออกเจ๋ง ๆ ให้ไฟแห่ง Passion กลับมาลุกโชนอีกครั้ง   ไม่มีไอเดียใหม่ ๆ เลย ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งคิดไม่ออก เหมือนสมองกลายเป็นซอยตันที่ไม่รู้ว่าจะกลับรถออกไปยังไงด้วยซ้ำ แม้เราจะเคยชำนาญในเรื่องนี้ชนิดที่ว่าหลับตาทำก็ยังได้ แต่พอมาถึงวันนี้กลับคิดอะไรไม่ออก มักจะเกิดในงานที่ต้องครีเอตอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ บางครั้งคุณก็รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ายิ่งขุดลึกลงไปตอนนี้ก็ยังไม่เจออะไรหรอก แต่ก็สุดจะหาทางออกให้ตัวเอง ก็ได้แต่คิดซ้ำ ๆ เรื่องเดิมไปทั้งที่รู้ผลของมันอยู่แล้ว โดยเฉพาะถ้าหากอยู่ในตำแหน่งหน้าที่เดิมอยู่เป็นเวลานาน อาจทำให้รู้สึกหมดไอเดียกับสิ่งที่ทำ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่สเต็ปสำคัญคือการก้าวให้พ้นไอเดียตันแบบนี้ไปให้ได้   ทำเป็นเห็นด้วย ถึงแม้ความคิดจะไม่ใช่แบบนั้นก็ตาม ในตอนที่ก้าวเข้ามาทำงาน หากเรายังไม่สามารถรู้ได้ในทันทีว่าในองค์กรนี้เป็นยังไง

แมวไม่อยู่ หนูไม่ร่าเริง: เมื่อเจ้านายที่เรารักลาออกหรือจากไป เราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร? By: anonymK October 29, 2018

ถ้าเทียบกับสัดส่วนของการลาออกจากงานของพวกเราเหล่าพนักงานกับเรื่องเจ้านายมีอันต้องอันตรธานหายไปจากบริษัท เรื่องเจ้านาย “ลาออกหรือหายไป” ดูเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากกว่า โดยเฉพาะถ้าอยู่ในตำแหน่งสูง ๆ ระดับผู้ก่อตั้งด้วยแล้ว การออกมันถือเป็นการสั่นคลอนกับบริษัทเลยทีเดียวเพราะหมายถึงระบบ นโยบายการทำงาน ความผูกพันเหนียวแน่นของการทำงาน และการปกครองที่อาจกำลังเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างสิ้นเชิง แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเหล่านี้ก็เกิดขึ้นแทบทุกวัน ทั้งในหน้าข่าวที่เราติดตามหรือเรื่องราวที่เราเขียน ไม่ว่าจะเป็นการขายบริษัท Winamp เปลี่ยนมือการ take over บริษัทที่ถึงจะให้ผู้ก่อตั้งเดิมบริหารงานต่อ ทว่าสุดท้ายนโยบายแบบใหม่ก็เข้ามาทำให้จำต้องยอมรับไม่ได้และลาออกไป หรือข่าวเจ้าสัววิชัย เจ้าของ King Power ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต จนกระแสความอาลัยของพนักงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องกระจายให้เห็นมากมายในโลกโซเชียล เมื่อร่มโพธิ์ร่มไทรหายไปแล้ว แต่เรายังคงต้องทำหน้าที่ของเราต่อ UNLOCKMEN ขอนำเสนอวิธีปรับใจ ปรับกระบวนท่า ให้พร้อมรับกับสถานการณ์จาก 5 หนทางต่อไปนี้ ยอมรับความเจ็บปวดและก้าวต่อไป เจ้านายคู่ใจแม้จะหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แต่เราเชื่อว่าบางคนก็มีโอกาสได้เจอแล้ว เพราะเราก็เจอมาแล้วกับการทำงานที่ต่างฝ่ายต่าง challenge ให้สุดเพื่อให้งานออกมาดี เถียงกันแทบออกหมัด แต่พอออกนอกห้องประชุมก็กอดคอชนแก้วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น การทำงานโคตรเปิดใจ โคตรสนุก มันคงทำให้คุณรู้สึกเศร้าเมื่อเจ้านายคนนั้นหายไป แต่จงจำไว้ว่าความเศร้ามันไม่อยู่ตลอดกาล ยอมรับวันนี้และต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อทำงานอย่างมืออาชีพคือคำตอบสำคัญที่สุดที่คุณไม่ควรละทิ้ง   หยุดเปรียบเทียบ เจ้านายเก่าเจ้านายใหม่ การจากลาเป็นเรื่องการเหวี่ยงของโลก เหตุผลการเคลื่อนที่ของคนเราคงไม่เหมือนกัน เมื่อต้องอำลาเจ้านายคนเก่งที่เราชื่นชม สิ่งที่เราต้องหลีกเลี่ยงคือการตั้งป้อมกับเจ้านายใหม่ว่าจะไม่ดีเท่าคนเดิม และโฟกัสเรื่องการทำงานและการทำเพื่อองค์กรไว้ก่อน

พลาดจนงานใหญ่พัง! 5 วิธีกู้ซากความล้มเหลวแบบแมน ๆ ที่ยังคงใช้ได้ผลทุกสถานการณ์ By: anonymK October 25, 2018

ตั้งใจแค่ไหนก็ยังพังได้ คือสัจธรรมที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับผู้ชายทุกคนบนโลกใบนี้ เพราะเส้นทางการเติบโตของการทำงานมันต้องเจอกับภาระความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ยิ่งเมื่อเราทำงานจนชำนาญและเจ้านายเห็น potential จนได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ ๆ ด้วยแล้ว แม้คำตอบของเราคือ “ห้ามพลาด” เด็ดขาด แต่เชื่อว่าเราทุกคนก็ยังมีโอกาสพลาดได้อยู่ดี ถ้างานในมือของคุณตอนนี้มันแหลกเป็นผุยผง หรือเห็นท่าว่าร่อแร่เต็มที่ UNLOCKMEN คิดว่าแทนที่จะแก้ตัวแบบแกน ๆ เรามาใช้ทั้ง 5 วิธีตามลำดับต่อไปนี้กู้ซากความล้มเหลวแบบแมน ๆ ไปใช้กันแทนดีกว่า เพราะถึงแม้มันจะไม่ได้ทำให้งานกลับมาเหมือนเดิม 100% แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นหนทางแลนด์ดิ้งนุ่ม ๆ อย่างลูกผู้ชาย 1. บอกตัวเองว่าใครก็ทำผิดกันทั้งนั้น เรื่องหนึ่งที่จะว่าสำคัญก็ว่าได้คือการฟื้นฟูจิตใจตัวเอง ก่อนที่จะรับผลของความผิดพลาดที่จะทำให้ผู้ชายร่างกำยำอย่างคุณใจเหลือนิดเดียว ให้บอกตัวเองไว้ว่าใครก็มีสิทธิพลาดด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครมันจะสมบูรณ์แบบทั้งหมด เมื่อยอมรับสิ่งนี้มันจะทำให้คุณมีกำลังใจลุกขึ้นแก้ไขอีกครั้ง และกล้ายอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแบบแมน ๆ โดยไม่ต้องหนีปัญหา   2. สงบใจเข้าไว้ เพื่อสยบทุกความเคลื่อนไหว เจองานพังปุ๊บ บางคนถึงกับสติแตกไปเลยก็มี แม้ชาว UNLOCKMEN จะคิดว่าผู้ชายอย่างเราไม่อ่อนไหวเท่าผู้หญิง แต่เรื่องนี้ไม่จริงเพราะจากการสำรวจโดย Accountemps เผยว่า 45% ของคนที่เป็นมือโปรที่เราเห็นในออฟฟิศล้วนเคยร้องไห้เสียน้ำตาในที่ทำงานมาแล้วทั้งนั้น ขณะที่ 52% ของพนักงานเหล่านั้นก็เคยระเบิดอารมณ์ระหว่างทำงานเช่นกัน ดังนั้น

รู้ไว้จะได้ไม่โดนเอาเปรียบ “5 คำพูดในองค์กรที่เหมือนจะดี แต่ที่จริงร้ายยิ่งกว่ายาพิษ” By: PSYCAT October 25, 2018

ผู้ชายอย่างเราลืมตาตื่นขึ้นมาในแต่ละวันต้องเผชิญกับการงานที่เรารัก แถมพ่วงมาด้วยปัญหา อุปสรรคไม่ค่อยน่ารักทุกรูปแบบ แม้จะเป็นแบบนั้นเราก็พร้อมตื่นมาพุ่งชนฟันฝ่าทุกปัญหาเรื่องงานไม่หยุด ตัวเนื้องานก็หนักหนาสาหัสมากพออยู่แล้ว แต่หลาย ๆ ครั้งอุปสรรคก็มาในรูปแบบคำหวานหรือคำพูดจากคนในองค์กรที่เหมือนจะดี แต่จริง ๆ มันคือยาพิษที่กัดกร่อนเราจากภายในอยู่ทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัว อย่าปล่อยให้คำพูดจากคนในองค์กรเหล่านี้ค่อย ๆ ปลิดชีวิตและบ่อนทำลายพลังในการลุยงานของเรา รู้เท่าทันตั้งแต่วันนี้ แล้วหาทางรับมือให้ดี เพราะบางทีคำพูดหวานหู แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังมันร้ายกว่าที่คิด “เอาน่า ช่วยกันไว้ ที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว” คำว่าครอบครัวคือคำพูดเชิงบวกสำหรับชาวไทยเป็นอย่างมาก เพราะมันหมายถึงความรัก ความอบอุ่น ความผูกพันแบบที่ความสัมพันธ์รูปไหนก็ไม่อาจเทียบเทียม ถ้าเป็นการช่วยเหลือกันไปตามภาระหน้าที่รับผิดชอบของเรา มนุษย์ผู้นั้นก็คงไม่ต้องอ้างคำว่า “ครอบครัว” เพื่อให้เราลงแรงช่วยเหลือ รู้ไว้เลยว่าเมื่อไหร่ที่องค์กรเริ่มอ้างคำว่าครอบครัวนั่นแปลว่าเขากำลังเรียกร้องอะไรที่นอกเหนือจากความรับผิดชอบเรานั่นเอง เมื่อเกิดวิกฤตหรือช่วงงานหนักเป็นครั้งคราวแล้วเราต้องทำงานเกินเวลานั่นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่ถ้าองค์กรไหนอ้างคำว่าครอบครัวพร่ำเพรื่อเพื่อละเมิดเวลาและความรับผิดชอบของเราโดยไม่มีการตอบแทนอย่างเป็นระบบ เมื่อนั้นคำหวานหูอย่างครอบครัว อาจจะเป็นยาพิษโดยไม่รู้ตัวก็ได้   “อย่าบ่นไปเลย ทุกคนก็เหนื่อยมากเหมือนกัน” เมื่อไหร่ที่เราเริ่มท้อ วิพากษ์วิจารณ์ปริมาณงานและเวลางานที่ดูไม่สมดุลออกมา หรือบางทียังไม่ทันบ่นเพราะมือเป็นระวิงกับทุกอย่างที่ทำตรงหน้า แล้วมีคนในองค์กรพยายามมาให้กำลังใจด้วยการบอกว่า “ทุกคนก็เหนื่อยมากเหมือนกัน” เราเองอาจจะหลงคิดว่า เออ ดีสิ บริษัทงานเยอะ ทุกคนเหนื่อยขนาดนี้ ผลประกอบการดีแน่นอน! แต่อย่าลืมว่าการทำงานยาวนาน หรือปริมาณงานที่จัดการเท่าไหร่ก็ไม่ลดลงสักที มันอาจไม่ได้หมายถึงผลประกอบการที่ดีมาก ๆ แต่อาจเป็นระบบงานที่ไร้ประสิทธิภาพ แต่คนในองค์กรไม่ยอมรับฟัง ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง

ผิดสูตรไปหน่อย! 6 สิ่งที่เราเข้าใจพลาด คิดว่าโคตร PRODUCTIVE ถ้าทำใน 10 นาทีแรกของวัน By: anonymK October 19, 2018

การทำอะไรซ้ำ ๆ ตามกันมานาน ๆ บางครั้งเราก็เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องถูกและดี ทว่าต้องขอบคุณวิทยาศาสตร์และผู้รู้ที่คอยมาหักล้างความเชื่อเก่าเสมอจึงทำให้พวกเราสามารถปรับพฤติกรรมและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ต่อไปนี้คือ 6 สิ่งที่เราเองยังเข้าใจผิดบางข้อ (แต่กำลังจะแก้ใหม่ให้ถูก) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากยิ่งขึ้น ชาว UNLOCKMEN คนไหนไม่อยากเข้าใจผิดอย่างเรา ลองไปเช็กดูพร้อมกันได้   1. ดื่มกาแฟช่วงระหว่าง 8.00 -10.00 น. ตามผลการศึกษาของ Geisel School of Medicine ที่ Dartmouth กล่าวถึงเรื่องการกินกาแฟก่อนเริ่มต้นวันไว้ว่าใครที่กะเสพคาเฟอีนเพิ่มความดีดและสร้างความฮึกเหิมเวลาทำงานควรคิดใหม่ เพราะมันเป็นความผิดพลาดมหันต์ เนื่องจากมันการดื่มในช่วงเวลานั้นจะเพิ่มฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือที่รู้จักในนามฮอร์โมนแห่งความเครียดเข้าสู่ร่างกายเรา ซึ่งระดับของฮอร์โมนนี้มักจะขึ้นลงตามธรรมชาติในร่างกายของเราอยู่แล้ว แต่จะมากสุดในช่วงเช้าและลดลงตามลำดับในช่วงเย็น ดังนั้นถ้ายิ่งกินในช่วง 8 – 10 โมงเช้ามันจะยิ่งเพิ่มความเครียดตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มงานและนอยด์ไปทั้งวัน PRO TIP: คอคาแฟควรอดทน รอช้า ๆ เพื่อได้พร้าเล่มงาม ดื่มกาแฟที่ชอบในช่วงเวลาตั้งแต่หลัง 10 โมงเช้า – เที่ยงวัน หรือบ่าย 2 โมง – 5 โมงจะดีที่สุดเพราะเป็นช่วงเวลาทำงานที่ตรงกับระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลลดลงต่ำสุด

THE MEN EXPERT BIBLE CHAPTER 3 : ไบเบิลดูแลผิวหน้าหล่อใส ไร้ความมัน
COVERSATION WITH BEER APOSTROPHYS
CONVERSATION WITH POY PORTRAIT
A GIRL WE LOVE – PAN PAN RASIKA SAISEANG
CONVERSATION WITH THE TOYS: THIS IS ME
CONVERSATION WITH ‘YEAH’ LIGHTSABER THAILAND