Just here not long ago

“WHETHER YOU THINK YOU CAN OR YOU THINK YOU CAN’T, YOU’RE RIGHT.”

Henry Ford

“YOU WILL NEVER REACH YOUR DESTINATION IF YOU STOP AND THROW STONES AT EVERY DOG THAT BARKS”

Winston S. Churchill

“I CAN’T RELATE TO LAZY PEOPLE. WE DON’T SPEAK THE SAME LANGUAGE. I DON’T UNDERSTAND YOU. I DON’T WANT TO UNDERSTAND YOU”

Kobe Bryant
  • FASHION

    ความรักที่สวมไว้บนข้อมือ คุยกับ “ป๊อก-อุกฤษณ์ วนโกสุม”เรื่องความหลงใหลในนาฬิกา

    By: SPLESS May 2, 2019

    มีเรื่องราวมากมายและสิ่งของหลายชนิดบนโลกที่ผู้ชายอย่างเราหลงใหล คลั่งไคล้ กล้าทุ่มเททั้งชีวิตให้ ตั้งแต่ของชิ้นใหญ่อย่างบ้านดีไซน์ในฝัน ซูเปอร์คาร์คันงาม หรือไอเทมในชีวิตประจำวันอย่างเสื้อผ้า รวมถึงนาฬิกาข้อมือที่มีมากมายหลายรูปแบบให้เลือกสรรตามรสนิยมเฉพาะตัว ถ้าพูดถึงนาฬิกาข้อมือ หนุ่ม ๆ หลายคนคงให้ความสำคัญกับไอเทมชิ้นนี้อยู่แล้วไม่มากก็น้อยเพราะคาดเพื่อใช้งานกันเป็นประจำ แต่ด้วยขนาดที่เล็กรัดรอบข้อมืออาจทำให้หลายคนมองข้ามรายละเอียดของมันไป ทว่าสำหรับคุณป๊อก – อุกฤษณ์ วนโกสุม ความหลงใหลด้านการสะสมและสวมใส่นาฬิกาของเขาเทียบได้กับลมหายใจ เพราะไม่มีเวลาไหนที่ชายคนนี้ไม่มีเรื่องของนาฬิกาอยู่ในหัว แต่อะไรจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาสนใจค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับนาฬิกาเพื่อให้ตัวเองจดจำได้ไม่รู้เบื่อ มาฟังคำตอบจากเขาไปพร้อมกัน แนะนำตัวเองหน่อยครับ ตอนนี้ทำอะไรอยู่ครับ ? สวัสดีครับ ผมป๊อก – อุกฤษณ์ วนโกสุม ตอนนี้เป็นรองกรรมการผู้จัดการ เค.ดับบลิว เม็ททัลเวิร์ค จำกัดมหาชนแล้วก็เป็นเจ้าของบล็อกเกี่ยวกับนาฬิกาที่ชื่อ LWQP ครับผม เส้นทางความชอบนาฬิกาของคุณป๊อกมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และเริ่มต้นได้ยังไง ? เรียกว่าชอบมาตั้งแต่เด็กเลยก็ได้ครับ ผมคิดว่าตัวเองชอบนาฬิกาผ่านทางกรรมพันธุ์มาเลย เพราะได้รับอิทธิพลจากคนใกล้ตัวมาตั้งแต่ยังเด็ก คุณแม่เล่าให้ฟังว่าอากงเป็นคนที่มีความชอบเรื่องนาฬิกามาก ๆ เขาจะมีนาฬิกาเรือนที่รักมานั่งปัดเช็ดตลอดเวลา แม้ก่อนที่อากงเสียก็ยังพูดถึงเรื่องนาฬิกาของพี่ชายอยู่เลย จนมันถูกส่งต่อมาถึงผม คุณพ่อก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผมชอบนาฬิกาเหมือนกัน จำได้เลยว่านาฬิกาเรือนแรกที่ผมใส่เป็นนาฬิกาที่คุณพ่อไปที่เยอรมนีแล้วซื้อมาให้ เรือนนั้นเป็นนาฬิกา Quartz หน้าปัดสีขาวมีธงชาติอยู่ตรงหลักชั่วโมง ผมชอบใส่มาก ใส่จนมันพังเพราะว่าเราไปขี่จักรยานแล้วชนกำแพง แต่ที่น่าประทับใจอีกเรื่องคือ หลังจากนั้นประมาณอีก 10 กว่าปี

    อ่านต่อ
  • Girls

    FOXY LADY: ‘เมย์ มิญช์ภัส’ เสียงเพลง กลิ่นควัน กับความทรงจำในวันอากาศร้อน

    By: PERLE April 24, 2019

    บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง มีการเติมแต่งเรื่องราวเพื่อเพิ่มสุนทรียภาพ บ่ายวันหนึ่งที่อากาศร้อนระอุ ร้อนเสียยิ่งกว่าวันไหน ๆ ในรอบเดือนที่ผ่านมา เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคิมหันต์ฤดูมาเยือนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ภายใต้แสงแดดแรงกล้า หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งกลับเดินฝ่าอุณหภูมิเกือบ 40 องศาอย่างไม่ยี่หระ สะพายกระเป๋าใบเล็ก ก่อนจะหลบหายเข้าไปในโรงแรมเก่า ๆ แห่งหนึ่ง ถ้าจะอธิบายถึงรูปลักษณ์ภายนอกของหญิงสาวคนนี้ เธอดูจะต่างไปจากสุภาพสตรีในอุดมคติตามจารีตไทยไปไกลพอสมควร ด้วยลุคที่ดูเปรี้ยวซ่า มาพร้อมผมสั้นสีบลอนด์เข้มเลยติ่งหูตามสมัยนิยม นัยน์ตาโฉบเฉี่ยวทำให้เธอยิ่งดูดุขึ้นไปอีก ถ้าไม่รู้จักกันคงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าไปทักทายเธอ ถึงแม้บรรยากาศภายนอกจะสว่างจ้าด้วยแสงแดด แต่ภายในอาคารกลับตรงกันข้าม เธอเดินฝ่าความสลัวอันอบอ้าวขึ้นไปบนชั้น 2 ก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าห้อง 213 เมื่อเปิดประตูเข้าไป พบว่าภายในดูดีกว่าที่คิด สภาพห้องไม่ได้ใหม่แต่ก็ไม่ได้โทรม มีเตียงขนาดคิงไซซ์ตั้งอยู่กลางห้อง แสงแดดลอดผ่านมาทางหน้าต่างที่ไม่ได้ปิดไว้ ช่วยให้บรรยากาศไม่หดหู่จนเกินไป หลังจากจัดแจงวางกระเป๋าเรียบร้อย เธอทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง เหม่อลอยครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่ความสุขความเศร้าผสมกันได้อย่างลงตัว ทุกอย่างเงียบสงบ มีเพียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ยังส่งเสียงครางอย่างไม่ขาดช่วง เวลาผ่านไปชั่วครู่ เมื่อเข็มวินาทีเดินทางครบ 10 รอบ เธอจึงลุกขึ้นเดินจากห้อง ถึงจะเป็นโรงแรมเก่า ๆ แต่สระว่ายน้ำของที่นี่กลับโดดเด่นต่างจากบรรยากาศรอบข้าง เป็นความคอนทราสต์ที่มีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด นี่คือสิ่งที่เธอหลงรักที่สุดในโรงแรมแห่งนี้ ‘ความทรงจำครั้งก่อน’ นี่คือเหตุผลที่ตอบได้ทุกคำถามของเหตุการณ์ประหลาดนี้ อากาศร้อนอบอ้าว โรงแรมเก่า ๆ และการปรากฏตัวของหญิงสาวปริศนา

    อ่านต่อ
GARAGE: ‘HUGO จุลจักร จักรพงษ์’ บนถนนสายดนตรีที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด

ณ ที่แห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา UNLOCKMEN มีสนทนากับ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ ศิลปินมาดเท่จากค่าย ME Records ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ในขณะที่คุณฮิวโก้กำลังเดินเลียบเจ้าพระยาพร้อมกีตาร์คู่ใจ ขณะที่กำลังยืนมองเขาจากด้านหลังความคิดหนึ่งก็แว่บเข้ามาในหัวเรา ทางเดินเลียบเจ้าพระยาที่ร้อนระอุด้วยแสงแดด แออัดด้วยผู้คน ก็เปรียบเหมือนเส้นทางบนถนนสายดนตรีที่ยาวนานของเขา และแน่นอนว่ามันไม่ได้มีแค่ความราบรื่น หลังจากถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่เราจะได้นั่งละเลียดสนทนากับเขา เดินทางบนถนนสายดนตรีมากี่ปีแล้วครับ? “ถ้าเป็นทางการก็น่าจะประมาณ 19 ปีครับ” แล้วจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ดนตรีของคุณฮิวโก้มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาไปอย่างไรบ้าง? “มันน่าจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัยมากกว่า เพราะว่าสิ่งที่เราต้องการหรือสิ่งที่เราชอบมันเปลี่ยนไปตามอายุ ความก้าวร้าวของวัย 20 กับ 30 ปลาย ๆ มันไม่เท่ากัน การเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราสนใจ ก็ต่างกัน เสียงที่เราได้ยินก็เปลี่ยนไป แต่มันก็มีแกนบางอย่างที่ไม่เปลี่ยน เป็นธรรมดาของพัฒนาการมนุษย์ ถึงจะมีการเปลี่ยนแปลงแต่ก็ยังเหลือแก่นความเป็นตัวตนอยู่” 19 ปีถือว่านานมาก อะไรที่ทำให้คุณฮิวโก้ยังยืนหยัดอยู่ตรงนี้ได้? “อธิบายยาก มันเป็นความรู้สึกตอนที่เราฟัง ความรู้สึกตอนที่เราร้อง หรือตอนที่เราแสดงกับวง มันเป็นอะไรที่ผมยังหาสิ่งอื่นมาแทนไม่ได้ในความสะใจ ความสบายใจนี้ ความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีต่อหน้าคนดู มันไม่มีอะไรจริงกว่านี้แล้ว โอกาสที่จะพลาด แรงกดดัน ความคาดหวังของคนดู ตัวเราเอง และเพื่อน ๆ

PLAY

Fun side of life

  • ‘EPIC MEGA SALE’ ลดราคา 5 เกมมันส์ใน PC เอาใจหนุ่มเกมเมอร์โดยเฉพาะ

    By: unlockmen May 25, 2019

    หลังจากเปิดร้านค้าออนไลน์สำหรับเกม PC เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาและปล่อยเกมฟรีมาให้เล่นทุก ๆ สองสัปดาห์ คราวนี้ Epic Games Store คู่แข่งตัวฉกาจของ Steam ก็จัดมหกรรมลดราคาเกมครั้งยิ่งใหญ่ Epic Mega Sale โดยเกมที่มีราคา $14.99 ขึ้นไปจะถูกลดราคามากถึง $10 UNLOCKMEN เลยอยากแนะนำ 5 เกมดีเกมดังที่ควรค่าแก่การสอยมาเล่นในช่วงที่ Epic Games Store ลดราคากระหน่ำแบบนี้ จะมีเกมเจ๋ง ๆ เกมไหนบ้าง มาดูกันเลยครับ Telltale’s The Walking Dead: The Final Season เมื่อทุกหย่อมหญ้าไร้ซึ่งความปลอดภัยและผู้รอดชีวิตต้องต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดจากภัยคุกคามของเหล่าซอมบี้ บทสรุปของเกมซีรีส์ผจญภัย The Walking Dead ที่เดินเรื่องมานานแสนนานจะจบลง เด็กสาวที่ถูกช่วยชีวิตไว้ในซีซั่นแรกอย่าง Clementine ต้องต่อสู้ ดิ้นรน และเอาตัวรอด เธอเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย จนในซีซั่นนี้เธอกลายเป็นวัยรุ่นสาวอย่างเต็มตัว แม้ผู้เล่นหลายคนจะเชื่อว่าเกมนี้เป็นซีซั่นสุดท้ายของ Clementine ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตา

    อ่านต่อ
  • SYMFONISK ลำโพงไฮบริดดีไซน์สุดเจ๋งจาก IKEA และ SONOS

    By: unlockmen May 14, 2019

    IKEA ร้านขายเครื่องเรือนและของใช้ในบ้านชั้นนำจากสวีเดน จับมือกับ Sonos บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงสัญชาติอเมริกัน ร่วมกันพัฒนา ‘SYMFONISK’ ลำโพงคู่หูไฮบริดแบบ Two-in-one ที่รวมฟังก์ชันการใช้งานทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน ไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิงด้วยเสียงจากลำโพง แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานอื่นๆ ภายในบ้านได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ในงาน Milan Design Week 2019 ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวลำโพงไฮบริด SYMFONISK อันเกิดจากแนวคิดของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่จะสร้างสรรค์บรรยากาศ ความสะดวกสบาย และตั้งใจที่จะเปลี่ยนชีวิตภายในบ้านให้ดียิ่งขึ้น จึงมีการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญด้านเสียงและเทคโนโลยี กับศาสตร์แห่งการแต่งบ้านเข้าด้วยกัน จนได้ออกมาเป็นลำโพงโคมไฟตั้งโต๊ะ SYMFONISK Table Lamp with Wi-Fi Speaker และลำโพงชั้นวางของ SYMFONISK Bookshelf Wi-Fi Speaker SYMFONISK Table Lamp with Wi-Fi Speaker เป็นลำโพงโคมไฟตั้งโต๊ะรูปทรงโค้งมน ที่ซ่อนตัวกระจายสัญญาณเอาไว้ด้านบน ด้านหน้ามีปุ่มให้หมุนเพื่อปรับระดับแสงสว่างและระดับเสียง ส่วนบริเวณฐานโคมไฟทำหน้าที่เป็นลำโพงขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการรวมแสงและเสียงเข้าด้วยกัน ออกแบบมาให้กระจายแสงไฟอย่างอบอุ่นและกระจายเสียงอย่างลงตัว ที่ง่ายๆ คือลำโพงโคมไฟตัวนี้จะช่วยลดการใช้สายไฟในบ้านของคุณได้อย่างแน่นอน ส่วน SYMFONISK

    อ่านต่อ
  • By: Chaipohn May 6, 2019

    ชื่อเสียงของ Rocket 3 เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะมอเตอร์ไซค์สาย Cruiser ที่เครื่องใหญ่และแรงที่สุดของค่าย Triumph ตั้งแต่ปี 2004 ได้รับการขนานนามว่าเป็นรถที่ “Biggest, most bad-ass motorcycle money can buy.” ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.3-liter ที่ใหญ่และแรงยิ่งกว่า Harley Davidson V-Rod ในยุคนั้น ด้วยตำนานที่แข็งแกร่งของมัน การที่ Triumph นำ Rocket 3 กลับมาพัฒนาใหม่อีกครั้งจึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับสิงห์นักบิดทุกท่านแน่นอน Triumph Rocket 3 TFC ถูกสร้างสรรค์ใหม่ให้โหด แรง และดูดิบยิ่งกว่าเวอร์ชันเก่า เพิ่มความจุเครื่องยนต์ให้ใหญ่กว่าเดิมเป็น 2.5-liter ให้พละกำลัง 168 แรงม้า แรงบิดมากถึง 221 Nm of torque กลายเป็นรถที่แรงที่สุดเท่าที่ Triumph เคยผลิตมาตลอดกาล แม้รถจะมีขนาดใหญ่ แต่มันกลับมีน้ำหนักเพียง 294 กิโลกรัม

  • By: Chaipohn May 3, 2019

    เปิดตัวมากับสเปคจัดเต็มพร้อมราคาที่เอื้อมถึง กลายเป็นอีกตัวเลือกที่หลายคนต่างเฝ้ารอ Mercedes-AMG E53 4MATIC+ เวอร์ชันประกอบในประเทศ ซึ่งได้รับการออกแบบให้สะท้อนสมรรถนะที่เหนือกว่า ผ่านรูปลักษณ์ที่น่าหลงใหลและลายเส้นด้านข้างที่ดูทรงพลัง ฝากระโปรงและช่องพาวเวอร์โดม พร้อมตกแต่งกระจกมองข้างและขอบบานกระจกด้วยสีดำที่ช่วยเสริมความสปอร์ตขึ้นไปอีกขั้น ท่อไอเสียแบบ AMG Sport exhaust system ปลายท่อไอเสียคู่แบบ 2 round twin tailpipe look สปอยเลอร์ด้านหลังบน ฝากระโปรงท้ายแบบ AMG Spoiler lip ปลายสปอยเลอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยเสริมคุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20” ตกแต่งด้วย สีดำ พร้อมเทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก รวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ดีไซน์ภายใน มาพร้อมกับการตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุ Metal-weave และ Black piano เบาะที่นั่งหุ้มของเอเอ็มจีและตราสัญลักษณ์เอเอ็มจี ด้วย ARTICO leather ตัดสลับ DINAMICA

  • By: Chaipohn May 2, 2019

    Mercedes-AMG G 63 เป็นรถยนต์ที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของรถยนต์ G-Class ในตระกูล Mercedes-AMG ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์และสถานะการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์หรูแบบออฟโร้ดเอาไว้อย่างมั่นคง ดีไซน์ภายนอก Mercedes-AMG G 63 ได้รับการออกแบบให้สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์เอเอ็มจีและมีรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยโครงสร้างตัวถังทรงสี่เหลี่ยมที่ใช้เหล็กกล้าหลากหลายระดับ มีความทนทานและแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าโครงสร้างเดิมถึง 55% และยังช่วยดูดซับเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่สปอยเลอร์ ฝากระโปรงหน้าและประตูใช้อลูมิเนียมเป็นวัสดุหลัก รถคันนี้มาพร้อมกับหลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ล้ออัลลอย AMG ขนาด 21 นิ้ว 5 ก้านคู่ ไฟหน้าทรงกลมที่ใช้ระบบ MULTIBEAM LED เทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ยามค่ำคืนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด ไฟเลี้ยวแบบเชื่อมเข้ากับตัวถัง กันชนเสริมที่ดูดุดันเข้ากับแถบสีดำเงา และตราสัญลักษณ์เอเอ็มจีสีเงิน ที่แขวนยางอะไหล่ด้านหลังพร้อมฝาปิดที่ทำจากสแตนเลสที่มีตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์แบบ 3 มิติ ด้านหน้าของตัวรถเป็นกระจังและกันชนหน้าของเอเอ็มจีที่มีท่อรับอากาศด้านข้างและเก็บขอบเป็นสีเงินอิริเดียม นอกจากนี้ส่วนหลังคาของรถยังเชื่อมต่อกับโครงสร้างตัวถังด้วยกระบวนการเชื่อมโดยใช้แสงเลเซอร์แทนที่การเชื่อมแบบอัด ซึ่งช่วยให้ ส่วนหลังคาเรียบเนียนและแข็งแกร่งกว่าเดิม พร้อมทั้งยังมีการเชื่อมหน้าต่างเข้ากับตัวถังโดยตรงเป็นครั้งแรกเพื่อให้ตัวถังแข็งแกร่งขึ้น ลดการสึกกร่อนของกรอบหน้าต่างด้วย ดีไซน์ภายใน มีการตกแต่งภายในแบบใหม่ เพื่อให้ห้องโดยสารมีความทันสมัยและใหญ่ขึ้นในทุกมิติ คือ ยาวกว่าเดิม 101 มิลลิเมตร กว้างกว่าเดิม 121 มิลลิเมตร และสูงกว่าเดิม 40

  • By: Chaipohn May 2, 2019

    Mercedes-AMG GT 4-Door Coupe เป็นสมาชิกใหม่ของรถยนต์ตระกูล AMG GT ที่พัฒนาขึ้นตามแนวคิด “ชีวิตคือการแข่งขัน – Life is a race” และเป็นรถสปอร์ต 4 ประตูรุ่นแรกที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีพัฒนาเองทุกกระบวนการ รถยนต์รุ่นนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของความสะดวกสบาย ความเร้าใจ และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเพื่อการขับขี่ในทุกสถานการณ์ รวมถึงตัวเลือกเพื่อการปรับแต่งได้ตามรสนิยม และนวัตกรรมยานยนต์รุ่นล่าสุดเพื่อความสปอร์ตในทุกจังหวะ ดีไซน์ภายนอก ของ Mercedes-AMG GT 4-Door Coupe เป็นรถสปอร์ต 4 ประตูที่มีรากฐานมาจากทั้งรถยนต์ตระกูล SLS และ AMG GT, กระจังหน้าแบบ AMG-Specific radiator grille พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์, aerofoil ที่สามารถยืดและหดได้ด้วยระบบไฟฟ้า, หลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า อีกทั้งยังมีดิสก์เบรก AMG high-performance ท่อไอเสียคู่แบบ Two round twin tailpipe เฉพาะของ AMG และล้ออัลลอย AMG น้ำหนักเบาขนาด 20

  • By: Chaipohn April 25, 2019

    ถ้าพูดถึง 1973 Porsche 911 F-series Targa เราจะนึกถึงรถที่มีความคลาสสิค เครื่องยนต์ 2.4-liter 190 แรงม้า 0-100 km/h ใน 7.8 วินาที กับโมเดล 911S ในรูปร่างหน้าตาที่มีความหล่อ สุขุม อยู่เหนือกาลเวลาและมีคุณค่าสำหรับนักสะสมรถยนต์มาโดยตลอด แต่ในความหายากนั้น ก็ยังมีรุ่นพิเศษที่หายากยิ่งกว่า และน้อยคนที่จะได้รู้จักกับ Berluti Porsche 911S Targa ที่ถูกอัพเกรดวัสดุหนังภายในทั้งคันให้มีความหรูหรา เพิ่มความเป็นสุภาพบุรุษยิ่งกว่าเดิม 1973 Berluti Porsche 911 Targa คันนี้เป็นรุ่นปีท้ายสุดของโมเดล (long-bonnet/narrow bumper F-series,) ได้รับการอัพเกรดเป็นวัสดุหนังสั่งตัดพิเศษจากแบรนด์เครื่องหนังแฟชั่น Berluti จาก Paris ที่ดีที่สุดในโลกภายใต้เครือ LVMH ซึ่งยืนหนึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความ Craftsmanship มาตั้งแต่ปี 1895 เคยผ่านการร่วมงานกับ Celebrity และแบรนด์ระดับ Top of the

HOT THIS WEEK

#7daysinarow

Improve yourself
“ไม่ลา ไม่เที่ยว จะทำงาน” สถิติเผยคนไทยลาพักร้อนน้อยติดอันดับโลก By: TOISAN May 22, 2019

การทำงานเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องพบเจอกันเป็นปกติ และก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตั้งตาคอยวันหยุดช่วงเทศกาลต่าง ๆ รวมถึงวันลาพักร้อนของตัวเองด้วย แต่ดันผลสำรวจที่น่าตกใจว่าคนไทยลางานน้อยติดอันดับและยกเลิกทริปเที่ยวเป็นอันดับหนึ่งของโลก เหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไร ? คนไทยบ้างานหรือว่ามีเหตุผลอื่นที่ทำให้เราไม่อยากลาไปเที่ยว เป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกปีสำหรับเว็บไซต์ Expedia ที่ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ทั้งโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน แพ็เกจเที่ยวบินและโรงแรม เช่ารถและกิจกรรมท่องเที่ยว จัดสำรวจพฤติกรรมกลุ่มนักท่องเที่ยวพนักงานประจำทั่วโลกซึ่งปีนี้พบว่า คนกลุ่มนี้รู้สึกไม่อยากลาพักร้อนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๆ ถึง 53% โดยมีสาเหตุหลักคือเรื่องงานที่ติดพันจนหาเวลาไปเที่ยวไม่ได้ รวมถึงปริมาณงานจำนวนมหาศาลที่รอต้อนรับเราหลังจากจบทริปที่ทำให้พอนึกถึงก็ยิ่งทำให้ไม่อยากลา รวมถึงเผยสถิติน่าตกใจว่าไทยติดอันดับ 7 ประเทศที่ลาพักร้อนน้อยที่สุดในโลก นอกจากผลสำรวจการใช้วันลาแล้วทาง Expedia ยังสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการเที่ยวของมนุษย์เงินเดือนปี 2018 ว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวไทยมักเลื่อนการจองที่พักหรือยกเลิกทริปกลางคันสูงถึง 75% ด้วยสาเหตุติดงาน มีงานเข้ากะทันหันที่ลาไม่ได้จริง ๆ และด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของโลกด้านการเททริป ส่วนอันดับสองที่บ้างานจนต้องยกเลิกทริปเที่ยวรองจากไทยคือยูเออี ตามมาด้วยอินเดีย เม็กซิโก เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกงตามลำดับ  วลีที่ว่า “คนไทยเป็นคนขี้กังวลและคิดเยอะ” ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริง เพราะวันลาพักร้อนของคนไทยเฉลี่ยที่ 10 วันต่อปี แต่ส่วนใหญ่มักใช้วันลาพักร้อน 8 วัน จากทั้งหมด 10 วัน ด้วยเหตุผลว่าเผื่อวันลาเอาไว้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รวมถึงเหตุผลเรื่องงานรัดตัวที่ทำให้หาวันลาดี ๆ

สมรภูมิฟรีแลนซ์ไทย! ไขปริศนาทำไมบางคนเงินดี มีอิสระ แต่บางคนยังกินมาม่า ใช้ชีวิตเหมือนโดนขัง By: anonymK May 16, 2019

วงการฟรีแลนซ์เป็นวงการที่มี range แบ่งเรตเงินกว้างมาก ๆ ดังนั้น พอพูดถึงชีวิตคนรอบข้างที่เป็นฟรีแลนซ์เราอาจจะไปเจอคนที่ใช้ไลฟ์สไตล์โคตรชิล ลงรูปกินดีอยู่ดี สภาพเหมือนได้เที่ยวตลอดเวลาจนรู้สึกอิจฉา แต่กับบางคนเราเจอสเตตัสฟรีแลนซ์ที่ตาโหล นอนดึก สาปแช่งชะตาชีวิตและกินมาม่าให้เห็นประจำ ทำไม “ฟรีแลนซ์” ถึงเป็นอย่างนั้น แล้วสถานการณ์ของคนที่อยากจะเข้าวงจรฟรีแลนซ์ต้องทำอย่างไร มาดูไปพร้อมกัน ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ณ เดือนธันวาคม 2018 เผยสถิติหลายเรื่องที่น่าสนใจหลายด้านจากการสำรวจฟรีแลนซ์ทั้งแง่ของอาชีพ รายได้ เวลาในการทำงาน พร้อมความจริงที่ช่วยดันทำให้เราได้กลายเป็นฟรีแลนซ์เงินดีด้วยว่าเราต้องเสริมสิ่งไหนเข้าไปกันแน่ ฟรีแลนซ์ไทยเขาทำอาชีพอะไรกัน ก่อนอื่นถ้าพูดถึงฟรีแลนซ์ หลายคนคงอยากรู้ว่าตอนนี้วงการไหนบ้างที่มีฟรีแลนซ์แทรกซึมอยู่ คงต้องบอกว่ามีหลากหลายประเภทตั้งแต่อาชีพสร้างสรรค์งานที่ทำงานรวดเร็ว จบเป็นงาน ๆ ไปอย่าง นักแสดง ช่างแต่งหน้า งานวิจัย ไปจนถึงอาชีพหนัก ๆ อย่างหมอ นักบัญชี ฯลฯ  แต่ปัจจุบันเขาแบ่งงานออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ 5 ประเภทที่รับผิดชอบตามลักษณะตามลำดับจากมากไปน้อย ดังต่อไปนี้ อันดับ 1 งานรับจ้างทั่วไป ไม่ระบุรายละเอียด สากกระเบือยันเรือรบ 34% อันดับ 2 งานสอนและงานวิจัย 11%

“The Cove”เก้าอี้ส่วนตัวสำหรับคนรักสงบ เปลี่ยนความวุ่นวายให้กลายเป็นงาน! By: unlockmen May 2, 2019

สภาพแวดล้อมการทำงานปัจจุบันนั้นแตกต่างจากสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง ดิจิทัลเอเจนซี่และสตาร์ตอัพค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดความสำเร็จไปทีละขั้น ในขณะที่มีบริษัทใหม่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดก็ทำเอาโฮมออฟฟิศทวีความนิยมเพิ่มขึ้นตามมา ยิ่งไปกว่านั้นหลากหลายบริษัทเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับออฟฟิศแบบเปิดโล่งโดยหวังจะสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับพนักงาน เติมรสชาติความสนิทสนมและนำไปสู่บรรยากาศการทำงานที่ราบรื่น แต่ในความเป็นจริงแล้วออฟฟิศแบบโล่ง ๆ มันดีจริงเหรอ? ถ้าเราจะบอกว่าออฟฟิศแบบเปิดโล่งก็ส่งผลเสียไม่น้อยต่อคนทำงานอย่างเรา ๆ ล่ะ? ออฟฟิศเปิดโล่งไม่ได้ดีเสมอไป จริงอยู่ที่การทำงานในออฟฟิศเปิดโล่งทำให้เราได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ระดมความคิด และช่วยลดความเคร่งเครียดในการทำงาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใครหลายคนก็ต้องการใช้สมาธิเหมือนกัน บ่อยครั้งที่จะจดจ่ออยู่กับงาน ก็มักจะมีอะไรมาคอยกวนใจอยู่เสมอ มีงานวิจัยเผยว่าพนักงานต้องเสียเวลากว่า 28% จากการหยุดชะงักและถูกรบกวนในขณะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงหัวเราะ เสียงเอะอะโวยวาย หรือแม้แต่เสียงของเพื่อนข้าง ๆ ที่ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ ไม่เพียงแต่จะลิดรอนความกระตือรือร้นในการทำงาน แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย Dorota Węziak-Białowolska, Zhao Dong และ Eileen McNeely 3 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสำรวจพนักงาน 456 คน ที่ทำงานในบริษัทสถาปัตยกรรม 20 แห่งของสหรัฐฯ แล้วได้ข้อสรุปว่าคนส่วนใหญ่ไม่ชอบทำงานในออฟฟิศแบบเปิดโล่ง เพราะขาดความเป็นส่วนตัว เหมือนถูกจำกัดความคิดสร้างสรรค์ มิหนำซ้ำเสียงจากการพูดคุยก็ยิ่งทำให้รู้สึกประสาทเสียและทำให้ความสามารถในการทำงานถดถอย   จะเป็นอย่างไร ถ้าในออฟฟิศมีพื้นที่ส่วนตัว Foster + Partners บริษัทชั้นนำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการออกแบบสถาปัตยกรรม

ฟังเพลงให้งานเดิน ต้องเข้าใจว่าดนตรีตอนไหนมีผลอย่างไรกับสมอง By: Chaipohn April 26, 2019

ร้อยทั้งร้อยคนทำงาน ต้องผ่านการฟังเพลงขณะทำงานกันมาแล้ว แต่บางคนอาจจะสงสัยว่าเหตุใดบางครั้งฟังเพลงไป ทำงานไป แล้วได้งานดีเหลือเกิน แต่ในบางทีฟังเพลงไป ทำงานไปเหมือนเดิม แต่งานไม่เกิด ไอเดียไม่มีวี่แววว่าจะมาสักที ทำให้หลายคนโต้เถียงกันว่าสรุปแล้วฟังเพลงทำงานเป็นผลดีหรือแย่ลงกว่าเดิม แน่นอนว่าทุกการโต้เถียงย่อมมีวิทยาศาสตร์เป็นกรรมการคอยตัดสิน เรื่องดนตรีกับการทำงานก็เช่นกัน วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ฟังเพลงในสถานการณ์ไหน มีผลกับสมองตอนทำงานอย่างไร และเราควรจะฟังเพลงยังไงให้งานวิ่งฉิว นึกภาพว่าเรากำลังนั่งอยู่ในออฟฟิศตามปกติ นึกภาพสิ่งแวดล้อมที่อาจจะมีทั้งวันที่มีเสียงรบกวนจากเพื่อนร่วมงาน นึกภาพโจทย์งานที่ได้รับในแต่ละวัน แล้วดูไปด้วยกันทีละสถานการณ์ว่าก่อนจะกด Play ฟังเพลงให้ได้ประโยชน์สูงสุดในแต่ละสถานการณ์นั้นต้องทำอย่างไร ต้องใช้สมองคิดไอเดีย วิเคราะห์ แยกแยะ -> ปิดเพลง ในการทำงานที่ต้องใช้สมองหนัก ๆ สำหรับคิดงาน ต้องจดจำรายละเอียดต่าง ๆ หรือต้องเรียนรู้ Instruction สำคัญ ๆ ซึ่งสมองต้องตั้งใจและใช้พลังงานในการทำงานมากอยู่แล้ว การฟังเพลงไปด้วยจะยิ่งทำให้สมองต้องแบ่งพลังงานมาใช้ในการประมวลผลดนตรีอีก ซึ่งการทำงานที่ Multitasking มากเกินไปของสมองจะทำให้มันจดจำได้ไม่ดีอย่างที่ควร หรือคิดงานได้ไม่เฉียบขาดเพราะมีรายละเอียดบางอย่างหลุดหายไป แบบที่เราต้องอ่านโจทย์วนไปวนมานั่นแหละ เมื่อมี Instruction เข้ามาที่สมองมากไป ทำให้มันจดจำรายละเอียดที่ไม่สำคัญมาแทนบ้าง หรือจำสลับกันบ้าง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดเมื่อเราต้องทำงานที่ใช้สมองหนัก ๆ คือใส่หูฟังได้ แต่อย่าเพิ่งกด Play เลยจะดีกว่า ปล่อยให้ความเงียบเข้ามาแทนที่

ไปทำงานหรือไปสู้รบกับคน! “องค์กรที่ไม่มีพื้นที่ปลอดภัยทางใจ”ทำให้คนทำงานห่วย By: PSYCAT April 18, 2019

“หากปราศจากความเชื่อใจ ความเป็นทีมก็ไร้ความหมาย” Paul Santagata ผู้เป็น Head of Industry แห่ง Google กล่าวไว้แบบนี้ และเราก็เห็นด้วยแบบปราศจากข้อกังขา คำพูดนี้ยังเชื่อมโยงกับทีมที่ทำงานมีประสิทธิภาพสูง ๆ ส่วนใหญ่มีสิ่งหนึ่งที่ตรงกันคือ “ความรู้สึกมั่นคงทางใจ” ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่า“ความมั่นคงทางใจ”เชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ การกล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ ลองจินตนาการดูสิว่าถ้าที่ทำงานที่เรามัวแต่กลัว กังวล ไม่มั่นใจว่าพูดอะไรก็ผิด พูดอะไรก็โดนต่อว่า โดนจ้องโจมตีตลอดเวลา จนเราไม่สามารถเชื่อใจหรือมั่นใจได้อีกต่อไป สมองเราจะค่อย ๆ หยุดกระบวนการคิดหรือสร้างสรรค์ไปแล้วเอาแต่คิดว่าทำยังไงถึงจะเอาชนะได้เท่านั้น ซึ่งถ้าทุกคนในทีมคิดแต่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ก็คงไม่ต้องพูดถึงคุณภาพงานอีกต่อไปว่ามันจะห่วยลงแค่ไหน “ตื่นไปทำงานหรือตื่นไปรบ?” ถามตัวเองก่อนจะสายเกินไป ในทางกลับกัน ถามตัวเองสิว่าวันนี้เราตื่นขึ้นมาไปทำงานด้วยความรู้สึกแบบไหน? ถ้ามีความสุขเต็มเปี่ยมอยากไปทำงานที่รักเต็มที่ดีใจด้วยที่คุณรู้สึกมั่นคงทางใจกับงานตรงหน้า แต่ถ้ากำลังรู้สึกว่าการทำงานไม่ต่างอะไรจากการเดินเข้าสนามรบหรือสังเวียนต่อสู้ ต้องไปฟาดฟันเอาชนะกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าอย่างหนักตลอดเวลา แถมเป็นการสู้ที่ไม่ได้เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า แต่คล้ายว่าต้องสู้เพื่อหาว่าใครแพ้ใครชนะ ใครผิดใครถูกตลอดเวลา เสียใจด้วยคุณอาจกำลังอยู่ในทีมที่ไม่มีพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้ และมันคือส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของคนทั้งทีมห่วยลง! แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป ทุกปัญหามีทางออก ในเมื่อเรารู้แล้วว่า“ความรู้สึกมั่นคงทางใจ”เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ทีมทำงานได้มีประสิทธิภาพ เรายิ่งต้องสร้างพื้นที่และบรรยากาศการทำงานให้เป็นแบบนั้น เพราะไม่ว่าจะอยู่ในฐานะหัวหน้างาน คนทำงาน หรือตำแหน่งไหน เราทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของทีมและองค์กรทั้งนั้น องค์กรควรจะเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนทำงานรู้สึกท้าทาย แต่ไม่ใช่รู้สึกไม่ปลอดภัย พร้อมปะทะและเอาอีกฝ่ายให้ถึงตายตลอดเวลา ถ้าอยากสร้างความมั่นคงทางใจไม่ใช่สนามรบ

หมดไฟจากความสำเร็จ ประสบการณ์สวนทางที่คนประสบความสำเร็จทุกคนต้องเจอ By: anonymK April 2, 2019

ชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร? ทำยังไงให้ชีวิตมีความสุข? ทำไมเราไม่เคยประสบความสำเร็จเหมือนคนอื่น เราคิดว่าคำถามพวกนี้คงวนเวียนอยู่ในหัวของใครหลาย ๆ คน วันละหลาย ๆ ครั้ง คุณอาจจะคิดว่าชีวิตนี้มันไร้ค่า มีไฟทำอะไรได้ไม่นาน พอเดินไปได้แค่ครึ่งทางก็หยุดเสียกลางคัน ชีวิตนี้ก็เลยไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันกับเขาบ้าง “ประสบความสำเร็จสิถึงจะมีความสุข” มันเลยกลายเป็นคำตอบที่เราพยายามดิ้นรนไปให้ถึงเพื่อเติมเต็มเป้าหมายในชีวิตให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยมีคำตอบไหนเป็นสูตรสำเร็จ เพราะใต้ใบหน้ายิ้ม ๆ ของคนที่เดินมาถึงเป้าหมายทั้งหลาย ไม่ว่าจะได้ดิบได้ดีจนเป็นเจ้านาย เป็นสตาร์ทอัพ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจหมื่นแสนล้านเขาเองก็ต้องเจอเคยกับอาการหมดไฟ เบื่อชีวิต ได้เหมือนกัน แต่อุปสรรคนั้นสำหรับพวกเขาเรียกมันว่า “ความว่างเปล่า” ไม่เหลือเป้าหมายให้พิชิต “จากตรงนี้ Career Path ของเธอคืออะไร อยากทำอะไรอีกไหม” เราเคยถามคนที่คุ้นเคยกัน ทั้งในฐานะคนสนิทที่เก่งกว่า คนที่เราชื่นชมด้วยผลงาน ชั่วโมงบินการทำงานสูง และรั้งตำแหน่งหัวหน้าสามารถจัดการทุกอย่างได้ดี ในบริบทสบาย ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างล้างหัวโขน เสมอกันทุกด้านในฐานะมนุษย์มานั่งคุยกัน “คงไม่ได้อยากเป็นอะไรแล้ว เราได้โปรโมตตำแหน่งนี้​มาตั้งแต่อายุยังน้อยกว่านี้มากก่อนมาที่นี่ มันไม่ได้มีเป้าหมายอะไรเพิ่มแล้วเพราะสิ่งที่อยากได้ เราก็ผ่านมันมาหมดแล้ว” เราเก็บงำความกลัวไว้ ภาพสวยหรูของความสำเร็จมันน่าเศร้ามากสำหรับเราในวันนั้น น่ากลัวกว่าอุปสรรคทั้งหมดในชีวิตที่พยายามฟันฝ่ามาเพื่อสู้เสียอีก เพราะศัตรูตรงหน้ามันไม่ได้เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ แต่อุปสรรคมันคือการ “ไม่มีอุปสรรค” อีกต่อไปต่างหาก ฟังดูน่ายินดีแต่จับอารมณ์จากเสียงที่ได้ยินก็รู้ว่าความสุขที่มีมันถูกลดทอนไปพร้อมกับความว่างเปล่า ความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นของความสำเร็จ

‘นอนหลับให้เพียงพอ’และอีกหลายคำแนะนำจาก JACK MA สู่การมีชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ By: PERLE March 25, 2019

ถ้าจะพูดถึงคนที่เริ่มจากศูนย์ แต่สามารถก้าวสู่การประสบความสำเร็จได้อย่างสวยงาม หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ ‘Jack Ma’ เจ้าพ่อแห่งอาณาจักร Alibaba มหาเศรษฐีอันดับอันดับ 1 ของ Asia ถ้าใครเคยอ่านชีวประวัติของผู้ชายคนนี้คงพอจะรู้ว่าเขาเกิดมาในครอบครัวยากจน เรียนไม่เก่ง ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ เรียกว่าต้นทุนชีวิตติดลบสุดขั้ว แต่วันนี้เขาคือผู้ชายที่ทั่วโลกจับตามองทุกการเคลื่อนไหว การจะมาถึงจุดนี้ได้ วิธีคิดหรือทัศนคติของเขาต้องไม่ธรรมดา ซึ่งในงานสัมนาที่ Davos ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา Jack Ma พูดถึงเรื่องนี้ และมีหลายประโยคที่น่าสนใจ เราจึงอยากนำมาแบ่งปันเพื่อปลุกไฟในชีวิตให้กับทุกคน “ตอนที่ผมเริ่มก่อตั้ง Alibaba แน่นอนว่าผมกลัว และเต็มไปด้วยความไม่เชื่อมั่น แต่สิ่งที่ผมเชื่อคือ ไม่มีใครเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องอนาคตหรอก ทุกคนต่างก็ต้องเรียนรู้ ลองผิดลองถูกด้วยกันทั้งนั้น” “ในโลกธุรกิจ อย่ากังวลเรื่องคู่แข่ง อย่ากลัวที่จะเผชิญความกดดัน ถ้าคุณกลัว ก็จงอย่าเป็นนักธุรกิจ… ถ้าคุณสร้างมูลค่าให้กับสิ่งใดได้ นั่นคือโอกาส ปัจจุบันนี้ทั่วโลกกำลังกังวล หมายความว่านี่คือโอกาสที่ดีมาก ๆ ของคุณ” “งานแรกคือสิ่งสำคัญที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นกับบริษัทยักษ์ใหญ่มีชื่อเสียง แต่คุณควรจะเริ่มทำงานกับหัวหน้าที่สามารถสอนคุณได้ ทั้งแง่การเป็นมนุษย์ที่ดี คนทำงานที่ดี ดำเนินชีวิตด้วยความเหมาะสม ถ้าคุณเจอหัวหน้างานแบบนั้น ผมแนะนำให้คุณทำงานที่นั่นอย่างน้อย 3 ปี” เราจะสอนเด็ก

รอมั่นใจก่อนเพื่อไล่ตามเป้าหมาย ข้อผิดพลาดที่นักจิตวิทยาบอกว่าคนส่วนใหญ่กำลังทำผิดวิธี By: anonymK March 14, 2019

“เออ…ก็อยากทำนะ แต่ว่ายังไม่กล้าขนาดนั้น” เวลาเราเผชิญหน้ากับอะไรสักอย่างที่มันไม่มีอะไรมาการันตีความสำเร็จ 100 % เรามักจะหลุดประโยคนี้มาเสมอ ว่าสนใจแต่ไม่อยากเสี่ยงเพราะถ้าเผลอทำอะไร ๆ ตามที่คิดไว้แล้วออกมาผิดพลาด ความซวยต้องมาเยือนแน่นอน ดังนั้น ปัญหาใหญ่วันนี้ที่เจอกันแทบทุกคนคือ การรออะไรสักอย่างมา spark joy พอที่จะทำให้ลุกไปทำตามฝัน หรือทำตามสิ่งที่คิด Amy Morin นักจิตวิทยาเผยว่าเธอมักจะถามคนที่เปิดประตูเข้ามาปรึกษาเพื่อหาหนทางพิชิตเป้าหมายว่า “คุณคิดว่าควรจะทำยังไงให้มันสำเร็จตามเป้า” คำตอบเดิมซ้ำ ๆ ที่ได้ยินจากปากแทบจะทุกคนเลยคือ “พัฒนาความมั่นใจ” “ผมอยากมั่นใจขึ้นเพื่อออกไปทำธุรกิจของตัวเอง” “ฉันอยากรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นจะได้กลับไปโรงเรียน” จุดประกายที่อยากเปลี่ยนแปลงนั้นน่าชื่นชม แต่ Amy Morin บอกว่าปัญหาอยู่ที่คำตอบต่างหากที่ผิดสเตปไปหน่อย ความจริงคนเราจะคว้าเป้าหมายได้ไม่ควรรอให้มั่นใจก่อนแล้วค่อยทำ แต่ความมั่นใจมันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเรา take action หรือลงมือทำต่างหาก ซึ่งพูดน่ะมันง่ายแต่พอจะทำมันยากมา ถ้าทุนเดิมเราไม่ได้รู้สึกดีกับตัวเองสักเท่าไหร่ ชาว UNLOCKMEN คนไหนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วกำลังรู้สึกว่า เราเลยนี่หว่า ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะเรารวบรวมวิธีที่นักจิตวิทยาแนะนำมาไว้ด้านล่างเพื่อ follow ตามแล้ว ลงมือเลย มีใครเคยพยายามคิดบวกเยอะ ๆ แล้ว แต่ยังย่ำอยู่กับที่ไหม? ไอ้ที่เราเคยใช้วิธีพูดกับตัวเองว่า “เราเก่ง” “เรามั่นใจ”

ไฟเขียว “SAFE LEAVE” ในสกอตแลนด์ พนักงานเจอความรุนแรงในครอบครัวลาได้ 10 วันไร้ข้อจำกัด By: anonymK March 13, 2019

Domestic Violence เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมมายาวนาน ความเจ็บปวดของการถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจจากคนใกล้ชิด ไม่ต่างจากแผลที่โดนกระหน่ำซ้ำลงที่เดิมทำให้ปากแผลเปิดอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มันจึงต้องใช้เวลาเยียวยานานและส่งผลกระทบต่อชีวิตของเหยื่อกับสังคมรอบข้างกว่าที่คิด ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาระดับสากลที่แต่ละประเทศกำเนิดองค์กรต่าง ๆ เพื่อยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ล่าสุด South Ayrshire council ร่วมมือกับองค์กรช่วยเหลือสตรีท้องถิ่นในประเทศสกอตแลนด์ อนุมัตินโยบายมอบวันลาที่เรียกว่า “Safe Leave” กับพนักงานที่ประสบเหตุการณ์ Domestic Violence เป็นแห่งแรกในยุโรป เสนอวันลาเพื่อพักผ่อนทั้งหมด 10 วัน แบบไม่หักเงิน และไม่หักสวัสดิการวันลาอื่น ๆ เพื่อให้พนักงานใช้เวลานี้สำหรับกระบวนการศาล การบำบัด หรือการพบแพทย์เพื่อเยียวยาอย่างเต็มที่ไร้ข้อจำกัด สามารถเลือกใช้วันลาได้ไม่ว่าจะเป็นการลาต่อเนื่องหรือลาแยกตลอดทั้งปีก็ทำได้ทันที ข้อดีของการให้วันลาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแสดงความเห็นอกเห็นใจในฐานะมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้ทุกคนที่กำลังประสบเหตุการณ์นี้กล้าลุกขึ้นสู้เพื่อความปลอดภัยและสิทธิ์การใช้ชีวิตของตนเอง อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ชาว UNLOCKMEN บางคนอาจจะรู้สึกว่าเราเอาข่าวนี้มาบอกทำไม จะรู้ไปเพื่ออะไรเพราะบ้านเรายังไม่มีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์บังคับ แต่ข้อเท็จจริงในย่อหน้าถัดไปจะเฉลยว่าทำไมพวกเราถึงต้องรู้และตื่นตัวกับสิ่งเหล่านี้ไว้บ้าง ผู้ชายมากกว่า 40% คือเหยื่อของ Domestic Violence คุณเคยเจอแฟนที่บ้านกรีดร้องเวลาทะเลาะกัน หรือลงไม้ลงมือเขวี้ยงของและตบตีใส่เมื่อเธอไม่พอใจไหม ? เราเชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักจะเจอเหตุการณ์แบบนั้น แต่เรื่องนี้สังคมมักไม่ค่อยพูดถึง เวลาข่าวนำเสนอเรื่อง Domestic Violence ผู้หญิงคือภาพจำของตัวละครที่เป็นเหยื่อเสมอ แต่จากผลสำรวจของ

GARAGE EP 12 : HUGO “CALL OF THE VOID” LIVE AND INTERVIEW
THE MEN EXPERT BIBLE CHAPTER 4
THE MEN EXPERT BIBLE CHAPTER 3
COVERSATION WITH BEER APOSTROPHYS
CONVERSATION WITH POY PORTRAIT
A GIRL WE LOVE – PAN PAN RASIKA SAISEANG