Just here not long ago

“WHETHER YOU THINK YOU CAN OR YOU THINK YOU CAN’T, YOU’RE RIGHT.”

Henry Ford

“YOU WILL NEVER REACH YOUR DESTINATION IF YOU STOP AND THROW STONES AT EVERY DOG THAT BARKS”

Winston S. Churchill

“I CAN’T RELATE TO LAZY PEOPLE. WE DON’T SPEAK THE SAME LANGUAGE. I DON’T UNDERSTAND YOU. I DON’T WANT TO UNDERSTAND YOU”

Kobe Bryant
  • Life

    HIGH & HYPE: ‘เพราะความน่ารักไม่มีนิยามตายตัว’รู้จักผู้หญิง 5 คนที่เราหลงรักที่สุดในปี 2018

    By: PERLE December 8, 2018

    ถ้าจะถามว่า ‘ความน่ารัก’ ของผู้หญิงหนึ่งคนคืออะไร เราคงไม่สามารถหาคำตอบได้ เนื่องจากแต่ละคนมีเสน่ห์ในรูปแบบแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรสนิยมของปัจเจกว่าจะมีความรู้สึกอย่างไรต่อสิ่งที่คน ๆ นั้นแสดงออกมา A GIRL WE LOVE คือคอลัมน์ที่อยู่คู่กับ UNLOCKMEN มาอย่างยาวนาน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราได้มีโอกาสทำความรู้จักและพูดคุยกับหญิงสาวมาไม่น้อย โดยเฉพาะในปี 2018 ที่ผ่านมา แม้พวกเธอจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในด้านรูปลักษณ์ภายนอก, อุปนิสัย, การงานอาชีพ, หรือแม้แต่ทัศนคติวิธีคิด แต่ทุกคนล้วนแต่มีเสน่ห์อัดแน่นอยู่ภายในอย่างเต็มเปี่ยม เป็นความน่ารักที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร เมื่อปี 2018 กำลังจะผ่านพ้นไป เราจึงได้รวบรวม GIRLS WE LOVE MOST 5 ผู้หญิงที่เรารักที่สุดในปี 2018 มาให้ทุกคนได้ HIGH & HYPE กับความน่ารักล้นเหลือของพวกเธอและทำความรู้จักตัวตนของพวกเธอเหล่านี้กันอีกครั้ง   อิ้งค์ – วรันธร เปานิล ความน่ารักที่มาในรูปแบบเพลง Synth-Pop ไม่ใช่แค่ในคอลัมน์ A GIRL WE LOVE ของ UNLOCKMEN

    อ่านต่อ
  • Life

    รู้จักโรค “ขยันมากไป” สาเหตุ อาการ และทางออก ก่อนที่เราจะกลายเป็นโรคบ้างานเรื้อรัง

    By: TOISAN December 6, 2018

    สิ่งที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นต้องพบเจออยู่เสมอคือความตึงเครียดในการทำงานแต่ละวัน ซึ่งความเครียดเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นภาพลักษณ์ให้กับคนทั่วโลกได้เห็นว่าคนญี่ปุ่นมักบ้างาน แต่ความขยันมากไปนั่นแหละที่จะสร้างความลำบาก เพราะบางครั้งก็เสียเวลาไปกับการทำโอทีแบบฟรี ๆ โดยไม่เกิดประโยชน์อะไร กลับถึงบ้านก็ดึกดื่นแถมยังต้องรีบตื่นเช้ามาทำงานอีก (แต่สำหรับบางบริษัทที่ยืดหยุ่นเวลาเข้างาน เช่นพนักงานมาสาย ก็ควรจะทำงานให้ครบ 8 ชั่วโมง หรือถ้าบริษัทไหนมี OT การทำงานเลิกดึก ๆ ก็อาจจะไม่ถูกจัดอยู่ในหมวดนี้นะครับ) วัฏจักรแบบมนุษย์เงินเดือนที่เวียนไปทุกวันและไร้ซึ่งการตอบคำถาม ว่าทำอย่างไรถึงจะมีความสุขท่ามกลางกองงานพะเนิน แล้วโรคบ้างานแบบนี้มีโอกาสจะเกิดกับมนุษย์เงินเดือนไทยมากน้อยแค่ไหน? จุดเริ่มต้นของโรคบ้างานหรือ Workaholic เริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ. 1969 เหล่าทีมวิจัยค้นพบโรคที่เรียกว่า โรคบ้างาน หรือ คาโรชิ จากการเสียชีวิตของหนุ่มชาวญี่ปุ่นอายุ 29 ปี เพราะพื้นฐานของคนญี่ปุ่นที่ถูกปลูกฝังในเรื่องของความมุ่งมั่นตั้งใจ ความภักดีต่อองค์กรที่ตัวเองอยู่ รวมถึงเรื่องความรับผิดชอบที่สูงลิบ มักทำงานหามรุ่งหามค่ำที่กลายเป็นภาพจำมาตรฐานสัญลักษณ์ของคนตั้งใจทำงานในญี่ปุ่น จึงทำให้โรคบ้างานกลายเป็นโรคยอดฮิตของชายชาวญี่ปุ่นไปอย่างช่วยไม่ได้ เดิมทีโรคบ้างานนั้นพบแค่ในหมู่ชายชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่จากเหตุการณ์ที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับความเครียดในการทำงานที่ไม่ต่างจากญี่ปุ่นเท่าไหร่นัก ทำให้โรคนี้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก รวมถึงในประเทศไทย จากการสำรวจประชากรไทยพบว่ามีผู้คนที่เป็นโรคบ้างานถึงร้อยละ 67 ของจำนวนประชากรทั่วประเทศ และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นไม่หยุด เราอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า งานหนักไม่เคยฆ่าใคร ซึ่งขอบอกเลยว่าไม่จริง! ถึงแม้ในบางครั้งเหล่าผู้ขยันทำงานเกินเหตุอาจรู้สึกสนุกไปกับการทำงานหนัก โดยไม่คิดว่าจะส่งผลกระทบกับร่างกายเท่าไหร่นัก ซึ่งผลกระทบที่คาดไม่ถึงนี้หมายถึงโรคภัยต่าง ๆ ที่เข้ามาอย่างไม่รู้ตัว ทั้งความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ  รวมถึงเป็นอัมพาต

    อ่านต่อ
HIGH & HYPE: ศิลปะคืออะไรกันแน่? หาคำตอบจาก ‘ตัวตน 5 ศิลปินที่เรารักที่สุดในปีนี้’

“ศิลปะแม่งคืออะไรกันแน่?” ประโยคคำถามไม่สั้นไม่ยาว แต่ชวนให้ผู้ชายอย่างเรากุมขมับครุ่นคิดได้ไม่รู้จบ เข้าขั้นปัญหาโลกแตกจำพวกความรักคืออะไร ? หรือไก่กับไข่อะไรมันเกิดก่อนกันวะ ? ศิลปะสำหรับบางคนจึงเป็นสิ่งสูงส่งไกลตัว ศิลปะคือสิ่งกินไม่ได้ แล้วเราแม่งจะไปสนใจมันทำไม ? ในขณะที่ศิลปินก็ดูเป็นคนเข้าถึงยาก พูดจารู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำช่างสูงส่ง ล้ำค่า ในขณะที่คนทำงานศิลปะบางคนนิยามสิ่งที่พวกเขาทำต่างออกไป ศิลปะมันไม่ได้สูงส่งอะไรอย่างที่ใครพยายามยัดเยียด ศิลปะไม่ใช่ศีลธรรมล้ำค่าที่ใครต้องมาเคารพ กราบไหว้ ศิลปะสำหรับพวกเขาจึงอาจหมายรวมถึงการกิน-ขี้-ปี้-นอน ใช่ ศิลปะหมายถึง “ชีวิต” ที่จะเป็นใคร สูงส่งหรือไม่ก็เข้าถึงศิลปะได้เท่า ๆ กัน วิธีคิดที่ว่าศิลปะไม่จำเป็นต้องสูงส่งหรือปีนบันไดดู ทีม UNLOCKMEN ลงความเห็นร่วมกันว่าโคตรเท่ และเมื่อถึงปลายปี ห้วงเวลาที่เราตระเวณสนทนากับศิลปินมาหลากหลายแล้วต้องรวมลิสต์ HIGH & HYPE ให้เหลือ 5 คน เราจึงยกให้ 5 ศิลปินต่อไปนี้เป็นศิลปินที่เราว่า HIGH & HYPE ในความหมายของการสร้างสรรค์แบบที่เราชอบที่สุดในปี 2018   แพร-รัมภาพร วรสีหะ ศิลปะแม่งคืออะไรกันแน่: ศิลปะอาจคือการร้อยเรียงตัวตน ศิลปะแบบที่เราถูกฝังหัวมาตั้งแต่เด็ก อาจหมายถึงบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่หรือศิลปะต้องรับใช้สังคม แต่กับ แพร-รัมภาพร

PLAY

Fun side of life

  • VISIT: บุกงาน TIGER ROAR ที่กรุงโซล ในค่ำคืนแห่งการกู่ก้องคำราม ระเบิดพลังสร้างสรรค์ฉีกกรอบ

    By: NTman December 4, 2018

    เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสบินลัดฟ้าไปกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อร่วมงานปาร์ตี้สุดเจ๋งอย่าง Tiger Roar โดย ไทเกอร์เบียร์ ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีดีแค่ดนตรี หรือความเมามันส์ตามประสาปาร์ตี้ทั่ว ๆ ไป แต่มันถือเป็น Art Exhibition ขนาดย่อม ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะภายในงานคือการรวมพลเหล่าเสือซ่อนเล็บ กลุ่มคนมีของจากหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นดนตรี การเต้น แฟชั่น ศิลปะ เทคโนโลยี รวมถึงการทำอาหาร ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความเป็นศิลปินที่มีพลังสร้างสรรค์อัดแน่นอยู่เต็มร่าง และต่างก็รอวันฉายแสงระเบิดฟอร์มผลงานอันยอดเยี่ยมออกมาให้ทั้งโลกได้ประจักษ์แก่สายตา โดยงาน Tiger Roar นั้นถูกจัดขึ้นเพื่อเปิดตัวแคมเปญระดับโลกอย่าง Tiger Roar Collective ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ไทเกอร์เบียร์พร้อมเปิดโอกาสให้กับเหล่าศิลปินหน้าใหม่ผู้มากความสามารถ ได้ร่วมกันทำงานและเผยศักยภาพการสร้างสรรค์ของผลงานของตัวเองในรูปแบบที่ฉีกขนบเดิม ๆ ด้วยมุมมองของแบรนด์ไทเกอร์เบียร์ ที่เชื่อว่าความคิดที่ยอดเยี่ยม ไม่ได้เกิดในห้องประชุมเท่านั้น แต่อาจได้มาจากถนนหนแห่งต่าง ๆ ในโลก จนเป็นที่มาของการมุ่งผลักดันศักยภาพอันซ่อนเร้นของศิลปินหน้าใหม่ที่สร้างสรรค์ผลงานตนเองในวิถีที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบ (Uncaged) และความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกในอนาคต และพิกัดสำหรับปลดปล่อยเสียงคำรามแห่งพลังสร้างสรรค์ที่เราได้มาเยือนในครั้งนี้ก็คือ เกาะลอยน้ำเซบิทซอม (Sebitseom) ซึ่งเป็นศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมสำหรับจัดแสดงงานศิลปะและการแสดงร่วมสมัย ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยในงานนี้ถือเป็นครั้งแรกของไทเกอร์เบียร์ในกรุงโซล ที่ได้มีการนำผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินหน้าใหม่ผู้มากความสามารถหรือเรียกว่าเหล่า Talent ทั้งหมด

    อ่านต่อ
  • KAWS BACK! เจาะ COMPANION กะโหลกไขว้ ปริศนาความคลั่งไคล้ของนักสะสมฟิกเกอร์สายสตรีท

    By: anonymK December 3, 2018

    AS MEN GET OLDER, THE TOYS GET MORE EXPENSIVE. โลกความจริงวันนี้มันสอนเราว่ายิ่งพวกเราโตขึ้น ของเล่นนอกจากไม่หายไป เรายิ่งยอมจ่ายค่าของเล่นแพงขึ้นเรื่อย ๆ แปรผันไปตามรายได้ของเรา เพราะพอเราโตขึ้น หาเงินได้มากขึ้น เป็นธรรมดาที่เราจะจ่ายเพื่อให้ได้ของที่ถูกใจ และหนึ่งในความสนใจที่เราสนใจคือฟิกเกอร์! ดังนั้นเมื่อเจอข่าวว่า KAWS กำลังออกคอลเลกชั่นใหม่ที่ชื่อว่า “CLEAN SLATE” ซึ่งกำลังจะเปิดให้กดจองในวันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค. นี้ เราเลยอยากอัปเดต Toy for boys ตัวใหม่ให้ได้รู้พร้อมกันเผื่อใครจะกดจองกดซื้อไปสะสมที่บ้าน แต่ก่อนจะเตรียมนิ้วล็อกไปจองกัน เพื่อให้อินกันอีกนิดกับกระแสความดังของ KAWS ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับโลก การันตีได้จากผลงานที่ collab กับแบรนด์ดังเต็มไปหมด ทั้งเสื้อผ้า สนีคเกอร์ ฯลฯ เราเลยขอใช้โอกาสนี้แชร์เรื่องราวที่มาความดังที่ทำให้มันมีมูลค่าสุดโหดขนาดดาวน์บ้านและรถได้ บอกเลยว่างานนี้รู้ไว้ใช่ว่า เพราะบางทีคุณอาจบังเอิญเข้าไปตลาดฟิกเกอร์ได้มันมาในราคาถูกแต่ไปปั่นต่อจนได้ราคางามก็ได้   WHATEVER WE LOVE, KAWS’S INSIDE. ถ้าถามเราว่าทำไมผู้ชายสาย collector มากมายถึงชอบงานของ KAWS

    อ่านต่อ
  • By: NTman November 20, 2018

    ด้วยภาระหน้าที่มากมาย ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเล่น เรื่องการใช้ชีวิต บ่อยครั้งที่ผู้ชายมักจะทุ่มพลังให้กับ ชีวิตทุกด้านอย่างเต็มที่ ลุยงานเครียดหามรุ่งหามค่ำ เชียร์บอลดึก ปาร์ตี้หนัก หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาเล่นเกมผ่อนคลายก็ยังอดไม่ได้ที่จะมีอาการหัวร้อนติดลมเล่นต่อจนสว่างคาตา ยิ่งปาร์ตี้หนัก ๆ ดูบอลดึก ๆ แล้วต้องตื่นเช้าไปทำงานทั้งที่หน้าโทรม ๆ แบบนี้ไม่เวิร์คแน่ ซึ่งการใช้พลังอย่างหนักหน่วงแบบนี้เป็นประจำ เป็นต้นตอของปัญหาใบหน้าเหนื่อยโทรม ดูอ่อนล้า หมองคล้ำ ขนาดส่องกระจกเห็นหน้าตัวเองยังหดหู่ใจ แล้วนับประสาอะไร เมื่อต้อง ออกไปพบเจอผู้คนก็คงไม่วายที่จะถูกมองเหมือนคนหมดสง่าราศี ไร้เสน่ห์ เสียบุคลิก ส่งผลต่อความมั่นใจเข้าอย่างจัง และหลายครั้งที่ใบหน้าโทรมเหมือนซอมบี้ ที่ดูเหนื่อยล้า หมองคล้ำ ยังอาจทำให้พลาดโอกาสดี ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย และปัญหาที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่ไม่ควรปล่อยไว้ แต่จะให้ปรับพฤติกรรมเปลี่ยนวิถีชีวิตก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งที่ทำได้คือหาทางออกให้ผู้ชายอย่างเรา ๆ ยังคงสามารถใช้ไลฟ์สไตล์เต็มที่ โดยที่ยังมีใบหน้าดูดี เปล่งปลั่งกระจ่างใสเต็มไปด้วยพลัง พร้อมสแตนด์บายความหล่อรอรับโอกาสดี ๆ ที่มีเข้ามาในทุกสถานการณ์ The Men Expert Bible #4 by L’Oreal Men Expert ไบเบิลเสริมหล่อ Ep 4 ขอแนะนำขั้นตอนปลุกพลังฟื้นฟูผิวหน้าให้สดชื่นกระจ่างใส บอกลาหน้าโทรมเหนื่อยล้าไปได้เลย เริ่มต้นปลุกผิวด้วยการล้างหน้า:

  • By: NTman November 6, 2018

    ทุกครั้งที่มีเหตุให้ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะออกเดินทางท่องเที่ยวพักร้อน หรือไปคุยงานเจรจาธุรกิจ เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ชาว UNLOCKMEN ให้ความสำคัญไม่แพ้การเตรียมตัวซื้อตั๋ว จองที่พัก จัดกระเป๋าให้พร้อมสำหรับทริปนั้น ๆ นั่นก็คือเรื่องของความรวดเร็วสะดวกสบายระหว่างการเดินทาง ตามสัญชาตญาณพื้นฐานของผู้ชายอย่างเรา ๆ ที่ไม่ชอบอะไรวุ่นวาย เน้นง่ายเข้าว่า จนเลือกที่จะยอมจ่ายมากกว่าเพื่อแลกกับบริการหรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้ดีกว่า ไม่ต้องเหนื่อยกับขั้นตอนที่ยุ่งยาก จนต้องเสียแรง เปลืองเวลามากมายเกินความจำเป็น เพราะคงไม่มีอะไรดีไปกว่าในวันเดินทางมีรถลีมูซีนสุดหรูมารับถึงหน้าบ้านยิงตรงเข้าสู่สนามบิน พร้อมผู้ช่วยส่วนตัว ที่คอยอำนวยความสะดวกในการเช็คอินรวมถึงขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองแบบสะดวกรวดเร็วผ่านช่องทาง Fast Track มีเวลาเหลือเฟือให้แวะนั่งจิบกาแฟเพลิน ๆ ในเล้าจ์รับรองพิเศษระหว่างรอขึ้นเครื่อง ลืมภาพที่ต้องลากกระเป๋าพะรุงพะรัง เดินงมหาเคาน์เตอร์เช็คอิน เข้าคิวต่อแถวต.ม. ยาวเหยียดไปได้เลย ซึ่งสิทธิพิเศษเหล่านี้ ในบางเรื่องใช่ว่าจะสามารถควักเงินจ่ายกันไปโต้ง ๆ แล้วจะได้มา แต่มันเป็นเรื่องของการบริหารเงิน รู้จักใช้เงินให้เป็น ในเมื่อมีทุนอยู่กับตัวก็ต้องมองหาช่องทางใช้จ่ายให้คุ้มค่า หรือจะเรียกว่าเป็นการลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิประโยชน์มากมายที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายสายเดินทางอย่างพวกเราก็คงไม่ผิดนัก และช่องทาง ที่เราเองประทับใจในสิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมายจากที่นี่ จนอยากแนะนำให้ชาว UNLOCKMEN ได้รู้จัก นั่นก็คือ การมีสถานะเป็นลูกค้า Citigold ซึ่งสถานะนี้ได้มาจากการฝากเงิน หรือนำเงินไปลงทุนกับกองทุนต่าง ๆ ผ่านธนาคารซิตี้แบงก์ ในยอดเงินตั้งแต่

  • By: april October 31, 2018

    ปีนี้ถือเป็นปีทองของคอนเสิร์ตที่แท้จริง ตั้งแต่ต้นปีศิลปินฝั่งกระแสหลักไปจนถึงอินดี้ ต่างแห่แหนกันมาระเบิดความมันส์ที่ไทยแลนด์กันแบบไม่มีเว้นเดือน จนมาถึงปลายปีก็ยังไม่มีผ่อนแรง ยังคงมีตารางคอนเสิร์ตแน่น ๆ กันไปจนถึงต้นปีหน้า สำหรับใครที่มีเพื่อนเป็นคอเดียวกันอาจไม่มีปัญหาสำหรับการไปตะลุยคอนเสิร์ต แต่คนที่มีเหตุให้ต้องฉายเดี่ยวนี่สิ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่มันช่างหงอยเหงากันตั้งแต่ซื้อบัตรใบเดียวแล้ว UNLOCKMEN ขอเป็นกำลังใจให้คนเหงาทุกคนได้ยืนหยัดได้ในทุกสถานการณ์ และในคอนเสิร์ตนี้ก็ด้วย เรามีเทคนิคเจ๋ง ๆ ของการเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตคนเดียวแบบพร้อมรบ แถมอาจจะได้เพื่อนเพิ่มไปคอนเสิร์ตหน้าด้วยกันได้อีกด้วย เช็กเวลา สถานที่ และเตรียมบัตรให้พร้อม หลายครั้งแล้วที่เป็นอันต้องแห้วคอนเสิร์ตเพราะไปผิดที่บ้าง ไปยืนเสียเวลาหน้างานเพราะดูเวลาผิดบ้าง ร้ายสุดคือไปผิดวัน! ไปก่อนวันจริงยังไม่เท่าไหร่ ถ้าไปหลังวันจริงนี่เงินปลิวหายไปกับสายลม ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องตลกที่รู้สึกว่าใครมันจะไปลืมกันวะ เรายืนยันว่ามีคนแบบนี้อยู่จริง ๆ อาจจะเพราะจำเดือนผิด จำวันผิด แต่เพื่อความชัวร์ เราแนะนำให้ตั้ง Reminder เตือนตัวเองก่อนถึงเวลาจริงหนึ่งสัปดาห์ เตือนวันก่อนจะไปหนึ่งวัน เตือนวันจริงอีกครั้งให้รู้ตัวอยู่ตลอด นอกจากเวลาแล้ว สถานที่ก็ต้องเตรียมพร้อมเช่นกัน หาทางไปทางกลับวางแผนกันให้ดี การไปตายเอาดาบหน้าที่คอนเสิร์ตนั้น บอกเลยว่าโดนฟันราคาหัวแบะแน่นอน เตรียมวันเวลาซะพร้อม แต่ดันลืมบัตรไว้ที่บ้าน แบบนี้ได้ไปยืนหน้าแห้งอยู่หน้าคอนเสิร์ตแน่นอน ดอกจันไว้ที่ Reminder นั่นแหละว่าให้เตรียมบัตรให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นบัตรแข็ง บัตรอ่อน ติดไว้ในกระเป๋าอยู่เสมอหรือบัตร QR Code ก็เตรียมเอาไว้ในโทรศัพท์อยู่เสมอ พร้อมบัตรประชาชนด้วยเช่นกัน

  • By: anonymK October 30, 2018

    จะเรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำปีของ Google ก็ได้ที่คอยสรรหาความสนุกมาเติมให้เรามากกว่าการใช้งานฟีเจอร์หลักเสมอ โดยเฉพาะการทำ Doodle เด็ด ๆ ปล่อยออกมาตามเทศกาลให้เราเล่นกัน เช่นเดียวกับปีนี้ก็มีมินิเกมเทศกาลปล่อยผีมาให้เราเล่นเพื่อรับเทศกาลกับเขาเหมือนกัน สำหรับใครที่อยากเล่นเกม Doodle นี้ ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวหรือเล่นกับกลุ่มเพื่อนเพื่อความสะใจ มาเตรียมตัวก่อนเล่นพร้อมกันได้ แค่เปิดหน้า google เท่านั้น แถมให้อีกนิดว่าถ้าเปิดลำโพงดัง ๆ จะช่วยให้เล่นเกมได้มันส์ขึ้นด้วย   เกมผีเก็บลูกไฟวิญญาณ เราตั้งชื่อมันว่าเกมผีเก็บลูกไฟวิญญาณตามลักษณะการเล่นของมันแล้วกัน ก่อนอื่นเบื้องต้นต้องบอกก่อนว่าเกมนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายตามสี คือสีเขียวและสีม่วง โดยแต่ละทีมจะมีตัวละครหลายตัวที่มีชื่อและหน้าตาแตกต่างกัน ดังนี้ ตัวละครฝ่ายสีเขียว ตัวละครฝ่ายสีม่วง เริ่มต้นเราจะได้เล่นฝั่งสีเขียว วิธีเล่นอย่างง่าย แค่กดปุ่มลูกศรบนคีย์บอร์ดบังคับขึ้น ลง ซ้าย ขวา ผีน้อยในเกมก็จะเคลื่อนตัวตามนั้น ไล่เก็บลูกไฟวิญญาณสีฟ้าไปเรื่อย ๆ ต่อท้ายตัวให้เป็นแถวยาว ขั้นตอนนี้ถ้าใครงง ๆ ให้กดทดลองเล่นตาม Tutorial ก่อนได้ จากนั้นค่อยเริ่มเปิดศึกกับฝ่ายตรงข้ามด้วยการบังคับตัวเราให้ไปชนกับหางซึ่งเป็นลูกไฟวิญญาณของสีฝั่งตรงข้ามเพื่อขโมยให้มาติดอยู่กับฝั่งเราก่อน จากนั้นก็ลากเข้าฐาน ถ้าเราเก็บได้มาก เกมจะเพิ่มสกิลเด็ด ๆ ให้ตัวละครของเรา ไม่ว่าจะเป็นการติดสปีดตัวละคร หรือแม่เหล็กไว้ดูดวิญญาณจากฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ จำไว้ว่าอย่าลืมส่องสกอร์ความโปรดักทีฟของทีมเราด้านบนด้วย ถ้ากำลังตามหลังต้องรีบตีตื้นให้ทันการจับเวลาเกมที่เหลือ เมื่อจบเกมจะมีการประกาศฝ่ายที่ชนะและบอกว่าเราได้สกอร์เท่าไหร่ในเกมนี้

  • By: NTman October 30, 2018

    จากข้อเท็จจริงที่ว่าผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลา 1/3 ของชีวิตไปกับการนอน จึงแทบปฏิเสธไม่ได้ว่าห้องนอนนั้นถือเป็นอีกพื้นที่สำคัญของชีวิต ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่เป็นห้องสำหรับพักผ่อน ห้องนอนยังเป็นพื้นที่ที่สามารถสะท้อนตัวตนของเราออกมาได้เป็นอย่างดีผ่านเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงข้าวของต่าง ๆ ที่เราเลือกใช้ภายในห้อง ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ผู้คนทั้งหลาย รวมถึงผู้ชายอย่างเรา ๆ ต่างก็อยากมีห้องนอนในฝันที่ตกแต่งออกมาในรูปแบบที่ตัวเองปรารถนา ในสไตล์ที่เป็นตัวเองอย่างที่สุด แต่ถึงแม้ใจจะอยากแต่งห้องแบบเต็มที่ ก็ใช่ว่าจะจับต้นชนปลายความต้องการในหัวให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างของห้องนอนในฝันได้ชัดเจนขนาดนั้น วันนี้ UNLOCKMEN จึงขอแนะนำ 5 สไตล์การตกแต่งห้องนอนแมน ๆ ให้ออกมาเท่สมใจ เพื่อเป็นจุดตั้งต้นของไอเดียการออกแบบพื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องนอนที่ถ่ายทอดความเป็นตัวเองออกมาได้ชัดเจนที่สุด และที่สำคัญคือต้องไม่หลุดคอนเซ็ปต์ความเท่ในแบบที่ผู้ชายอย่างเราต้องการ ไอเดียแรกสำหรับผู้ชายสายคลาสสิก เน้นคุมโทนสีน้ำตาลของพื้นห้อง และเฟอร์นิเจอร์ไม้ ขาดไม่ได้กับโซฟาหนังดี ๆ เอาไว้นั่งอ่านหนังสือสักตัว พร้อมเพิ่มความโดดเด่นสร้างลูกเล่นให้กับห้องไม่ให้ถูกกลืนไปด้วยสีน้ำตาลเพียงอย่างเดียวด้วยการเลือกเตียงนอน หรือ ตกแต่งผนังหัวเตียงในโทนสีเทา ซึ่งให้ความแตกต่างแต่ก็ยังกลมกลืนกับอารมณ์โดยรวมของห้องนอนสไตล์นี้   ถ้าความเรียบง่ายคือรูปแบบการใช้ชีวิตที่โปรดปราน การแต่งห้องนอนแนวมินิมัลคือทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะในความน้อยก็ยังมีความเท่แฝงอยู่ภายใต้ผนังห้องสีเทาเข้มตัดกับสีน้ำตาลอ่อนของเนื้อไม้ที่นำมาตกแต่งกรุเป็นผนังหัวเตียง และสำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับห้องนอนแนวนี้เราแนะนำว่าควรหาเฟอร์นิเจอร์เรียบ ๆ ที่ไม่เน้นดีเทลของพื้นผิวและรูปทรงอะไรมากมายมาใช้ พร้อมเพิ่มมิติให้กับห้องด้วยการใช้สีดำเข้ามาแซมในส่วนของกรอบบานประตู, หน้าต่าง หรือไม่ก็โชว์ความติสท์ด้วยกรอบรูปสีดำเรียบ ๆ ก็ดูเท่ไม่ใช่เล่น   อีกหนึ่งทางเลือกของหนุ่มสายมินิมัล แต่เพิ่มความอบอุ่นในแบบฉบับนิปปอนขึ้นมาอีกนิด เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงผนังหัวเตียงไม้สีอ่อนยังเป็นหัวใจสำคัญหลักในการสร้างอารมณ์ความอบอุ่นเรียบง่ายให้กับห้องนี้ ที่แตกต่างออกไปก็จะเป็นในเรื่องของการเพิ่มสีสันรวมถึงลูกเล่นงานดีไซน์ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้ห้องนอนห้องนี้ดูมีรายละเอียดและความขี้เล่นที่เพิ่มมากขึ้น

HOT THIS WEEK

#7daysinarow

Improve yourself
ไอเดียเป็นล้านแต่ทำจริงไม่สำเร็จ ‘ลอง 5 วิธีปั้นไอเดียฟุ้งฝันให้เป็นจริง’เข็นครกขึ้นภูเขาก็ไหว By: anonymK December 7, 2018

สิ้นปีกำลังจะมาถึงในไม่กี่อาทิตย์ เพื่อไม่ให้ปลายปีนี้เราต้องเฉามานั่งไล่ลิสต์ที่เขียนไว้ต้นปีเพื่อกดก๊อปปี้วาง แล้วไปพอกไว้ปีหน้า UNLOCKMEN ขอทำหน้าที่เป็นป๋าดัน แนะนำวิธีคลอดไอเดียเป็นล้านที่คุณมี ให้มันไม่เป็นแค่จินตนาการฟุ้ง ๆ ในอากาศ สามารถบรรลุเป้าหมายได้แม้ว่าคุณจะงานล้นมือหรือมีเวลาน้อยนิดแค่ไหนก็ตาม เหตุผลคนดองไอเดีย ไม่ได้ขี้เกียจแค่ทางเลือกมันเยอะเกิน ใครที่ไอเดียพลุ่งพล่านมาหลายปี แต่ชั่วชีวิตนี้ไอเดียก็ยังเป็นได้แค่ไอเดียเฉย ๆ ไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างในชีวิตจริงสักที เรื่องนี้อธิบายได้ว่ามันมีเหตุผลของมัน เพราะเคยมีนักจิตวิทยาทำวิจัยเรื่องการวางแผนลงทุนเพื่อนการเกษียณสำหรับพนักงานไว้แล้วพบว่า ยิ่งเรามีทางเลือกให้เลือกเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ แทนที่เราจะได้ทำตามทางเลือกเหล่านั้นกลับกลายเป็นว่าไอ้ทางเลือกเยอะ ๆ นี่แหละที่สกัดดาวรุ่งเรา จนสุดท้ายคนที่เข้าร่วมการวิจัยที่เจอทางเลือกลงทุนเยอะ ๆ เข้าไปเลยล้มแผนออมเพื่อเกษียณมันซะเลย ดังนั้น การขยับไปทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นสิบเป็นร้อยสิ่งนี่แหละที่มันดูดพลังงานเราเหลือเกิน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นกับเรา นี่คือ 5 สิ่งที่เราควรปักหมุดในใจและลงมือทำเสมอไม่ว่าจะคิดอะไรอยู่ ใครพร้อมลุยก่อนสัปดาห์สุดท้ายของปีจะมาถึงก็เริ่มได้ทันที ไม่ต้องรอฤกษ์ปีใหม่แต่อย่างใด   1. สร้างเดดไลน์ย่อย ๆ ให้เดินตาม โปรเจ็กต์งานชิ้นนี้ให้เวลา 2 เดือน ฟังดูเหมือนจะนานเพราะเราคิดเอาเองว่างานชิ้นนั้นวันสองวันก็เสร็จแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงสิ่งที่เราเจอมันกลับกลายเป็นหวุดหวิดจะไม่ทันเสียได้ ถ้าใครอยู่ในอาการนี้อาจจะเข้าข่ายว่าเรากำลังเข้าโหมด Parkinson Law ที่กล่าวไว้ว่า “การทำงานมันยืดจนเต็มเวลาเดดไลน์ได้เสมอแหละ” ซึ่งถ้าถามว่าเวลาไปไหนหมด ทำไมไปปั่นตอนใกล้นนาทีสุดท้ายมันชัดเลยว่าเราเอาไปเติมอย่างอื่น เช่น

รู้จักโรค “ขยันมากไป” สาเหตุ อาการ และทางออก ก่อนที่เราจะกลายเป็นโรคบ้างานเรื้อรัง By: TOISAN December 6, 2018

สิ่งที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นต้องพบเจออยู่เสมอคือความตึงเครียดในการทำงานแต่ละวัน ซึ่งความเครียดเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นภาพลักษณ์ให้กับคนทั่วโลกได้เห็นว่าคนญี่ปุ่นมักบ้างาน แต่ความขยันมากไปนั่นแหละที่จะสร้างความลำบาก เพราะบางครั้งก็เสียเวลาไปกับการทำโอทีแบบฟรี ๆ โดยไม่เกิดประโยชน์อะไร กลับถึงบ้านก็ดึกดื่นแถมยังต้องรีบตื่นเช้ามาทำงานอีก (แต่สำหรับบางบริษัทที่ยืดหยุ่นเวลาเข้างาน เช่นพนักงานมาสาย ก็ควรจะทำงานให้ครบ 8 ชั่วโมง หรือถ้าบริษัทไหนมี OT การทำงานเลิกดึก ๆ ก็อาจจะไม่ถูกจัดอยู่ในหมวดนี้นะครับ) วัฏจักรแบบมนุษย์เงินเดือนที่เวียนไปทุกวันและไร้ซึ่งการตอบคำถาม ว่าทำอย่างไรถึงจะมีความสุขท่ามกลางกองงานพะเนิน แล้วโรคบ้างานแบบนี้มีโอกาสจะเกิดกับมนุษย์เงินเดือนไทยมากน้อยแค่ไหน? จุดเริ่มต้นของโรคบ้างานหรือ Workaholic เริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ. 1969 เหล่าทีมวิจัยค้นพบโรคที่เรียกว่า โรคบ้างาน หรือ คาโรชิ จากการเสียชีวิตของหนุ่มชาวญี่ปุ่นอายุ 29 ปี เพราะพื้นฐานของคนญี่ปุ่นที่ถูกปลูกฝังในเรื่องของความมุ่งมั่นตั้งใจ ความภักดีต่อองค์กรที่ตัวเองอยู่ รวมถึงเรื่องความรับผิดชอบที่สูงลิบ มักทำงานหามรุ่งหามค่ำที่กลายเป็นภาพจำมาตรฐานสัญลักษณ์ของคนตั้งใจทำงานในญี่ปุ่น จึงทำให้โรคบ้างานกลายเป็นโรคยอดฮิตของชายชาวญี่ปุ่นไปอย่างช่วยไม่ได้ เดิมทีโรคบ้างานนั้นพบแค่ในหมู่ชายชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่จากเหตุการณ์ที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับความเครียดในการทำงานที่ไม่ต่างจากญี่ปุ่นเท่าไหร่นัก ทำให้โรคนี้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก รวมถึงในประเทศไทย จากการสำรวจประชากรไทยพบว่ามีผู้คนที่เป็นโรคบ้างานถึงร้อยละ 67 ของจำนวนประชากรทั่วประเทศ และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นไม่หยุด เราอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า งานหนักไม่เคยฆ่าใคร ซึ่งขอบอกเลยว่าไม่จริง! ถึงแม้ในบางครั้งเหล่าผู้ขยันทำงานเกินเหตุอาจรู้สึกสนุกไปกับการทำงานหนัก โดยไม่คิดว่าจะส่งผลกระทบกับร่างกายเท่าไหร่นัก ซึ่งผลกระทบที่คาดไม่ถึงนี้หมายถึงโรคภัยต่าง ๆ ที่เข้ามาอย่างไม่รู้ตัว ทั้งความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ  รวมถึงเป็นอัมพาต

นอนเยอะได้เปรียบ! บริษัทญี่ปุ่นเพิ่มค่าตอบแทนให้พนักงานที่นอนเต็มอิ่ม เพราะทำงานได้ดีกว่า By: PSYCAT November 27, 2018

การทำงานหามรุ่งหามค่ำหรือทำงานแล้วต้องนอนน้อยจนแทบไม่ได้นอนสำหรับผู้ชายอย่างเราดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว บางครั้งยิ่งนอนน้อยเพราะทำงานหนักมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดูเป็นคนที่น่าชื่นชมจากคนในองค์กรมากเท่านั้น ค่านิยม “ผมนอนน้อย เพราะทำงานหนักมากเพื่อองค์กร” จึงเป็นค่านิยมที่ผู้ชายแข่งกันคว้ามาครอบครอง แต่ยิ่งนอนน้อยแปลว่าเราทำงานหนักหรือทำงานมีประสิทธิภาพเสมอไปจริง ๆ หรือเปล่า ? นั่นเป็นคำถามที่องค์กรต้องทบทวนให้ดี ในขณะที่บริษัทจากญี่ปุ่นแห่งหนึ่งคิดไม่เหมือนชาวบ้านเขา ใครทำงานหนักเลยนอนน้อยอะไร ไม่สน! เราขอประกาศนโยบายว่าเป็นพนักงานบริษัทนี้การนอนเต็มอิ่มต้องมาก่อนโว้ย! ความจริงจังของนโยบายนี้ไม่ใช่แค่การประกาศลอย ๆ ว่าพวกคุณจงไปนอนให้เต็มอิ่มแล้วบริษัทจะรักคุณเป็นการตอบแทน แต่นโยบายนี้ให้ผลตอบแทนจริงจังโดยกติกาก็คือพนักงานคนใดที่นอนหลับอย่างน้อยคืนละ 6 ชั่วโมง อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์จะได้รับคะแนนพิเศษจากบริษัทซึ่งคะแนนพิเศษนี้ใช้แลกค่าตอบแทนอีกที บริษัทที่ใจป้ำผู้ออกนโยบายเพื่อคนนอนเยอะแห่งนี้คือ Crazy Inc. บริษัทออแกไนเซอร์งานแต่งงานซึ่งให้ค่าตอบแทนสูงสุดถึง 64,000 เยน หรือราว ๆ 187,000 บาทต่อปี โดยค่าตอบแทนไม่ได้มาในรูปแบบเงินสดแต่เป็นคูปองที่สามารถใช้จับจ่ายซื้ออาหารในโรงอาหารของบริษัทได้ ในสายตาเราอาจจะมีเสียดายตาละห้อยเล็กน้อยที่ค่าตอบแทนไม่ใช่เงินสด แต่ถ้าพิจารณาดูดี ๆ การได้นอนเต็มอิ่ม แถมยังประหยัดค่าอาหารทุกมื้อที่มากินที่ทำงานได้ เงินเหลือไปทำอย่างอื่น แถมสุขภาพกายสุขภาพจิตดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน ส่วนใครที่คิดจะโกงเวลานอน พี่อาจจะต้องผิดหวังไปตามระเบียบเพราะ Crazy Inc. เขาใช้แอปพลิเคชันติดตามการนอนโดยเฉพาะ เพื่อตรวจจับว่าเรานอนจริง ๆ ไหม หลับลึกจริง ๆ หรือเปล่า คุณภาพการนอนเป็นอย่างไร ซึ่งแอปพลิเคชันนี้พัฒนาขึ้นโดย

UNLOCK YOUR TRAITS: นิสัยที่ผู้ชาย EQ สูงต้องมีติดตัวไว้ เพื่อประสบความสำเร็จในชีวิต By: PERLE November 26, 2018

นอกจาก IQ (Intelligence Quotient) หรือความฉลาดทางเชาว์ปัญญาแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่หนุ่ม ๆ จะขาดไม่ได้เพื่อเป็นบุคคลคุณภาพในสังคมคือ EQ (Emotional Quotient) หรือความฉลาดทางอารมณ์ ทั้งสองสิ่งนี้ต่างก็ช่วยเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน จะขาดด้านใดด้านหนึ่งไปไม่ได้ สำหรับ IQ นั้นทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันหมายถึงอะไร และก็น่าจะเคยผ่านการทดสอบเพื่อวัดระดับของตัวเองกันมาแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักอีกด้านของความฉลาด ที่ไม่เกี่ยวกับความรู้ แต่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ให้มากขึ้น สำหรับ EQ นั้นประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้านด้วยกัน Awareness of Emotions: การตระหนักรู้ถึงอารมณ์ตัวเองและคนรอบข้าง Harnessing of Emotions: การควบคุมอารมณ์และปรับใช้อารมณ์เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตได้อย่างเหมาะสม Managing of Emotions: การจัดการบริหารอารมณ์ วันนี้เราจะมาพูดถึงพฤติกรรมหรือนิสัยที่ผู้มี EQ สูงพึงกระทำ เพราะสิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งการประสบความสำเร็จในอนาคต รู้จักตัวเอง หนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของการเป็นผู้มีความฉลาดทางอารมณ์คือการตระหนักรู้ถึงอารมณ์ตัวเอง การรับรู้ถึงอารมณ์ตัวเองจะทำให้เราสังเกตถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและรับมือมันได้อย่างถูกต้อง ก่อนจะนำไปสู่การแก้ปัญหาแบบเป็นขั้นเป็นตอน ใจเย็น มีสติ ไม่วู่วาม ทำให้ปัญหาถูกคลี่คลายในแบบที่ควรจะเป็น รับรู้ถึงอารมณ์ผู้อื่น การรับรู้แค่ตัวเองนั้นไม่เพียงพอ เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์สังคม เกือบทุกช่วงเวลาของชีวิตเราคือการอยู่ร่วมกับคนอื่น ดังนั้นการที่เราสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกคนอื่นได้จะทำให้เรารู้ว่าเราควรปฏิบัติกับคน ๆ นั้นอย่างไร ควรใช้คำพูดแบบไหนกับคนแบบนี้ ควรปลอบเวลาไหน ควรกระตุ้นเวลาไหน

กินไปต้องออกฤทธิ์ เผยเว็บฯ คำนวณเวลาดีดจากการจิบกาแฟให้เก็บเกี่ยวศักยภาพได้ครบทุกวินาที By: anonymK November 22, 2018

กินกาแฟตอนน้ีจะดีดตอนไหน เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาธรรมเพราะส่วนมากจะบอกเฉพาะตัวเลขคร่าว ๆ ไม่เจาะจงเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ชายเราหยุดเสพกลิ่นหอมของคาเฟอีน กับรสขมคั่ว อมเปรี้ยวตัดปลายในบางพันธ์ุของเมล็ดกาแฟได้ ล่าสุดมีคนอยากแก้ปริศนาให้กระจ่างยิ่งกว่าโคนัน เลยสร้างเว็บฯ เอาใจคอกาแฟทุกคน ไม่ว่าคุณจะกินเพื่อตื่น กิ่นเพื่อดื่มด่ำ ทุกหยดที่กินของมันมีประสิทธิภาพกันแบบเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน โดยเว็บนี้จะทำการคำนวณช่วงเวลาที่คุณดื่ม ว่ามันจะทำให้คุณดีดตอนไหน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่นับเวลาแบบส่ง ๆ แต่นับกับแบบลงลึกเพื่อตัวคุณคนเดียว เพราะคุณต้องกรอกข้อมูลทั้งเรื่องการนอน จำนวนช็อตกาแฟ ฯลฯ ของตัวเอง Coffee Kick Calculator วิธีคำนวณ 1. ระบุตัวเลขการพักผ่อนของคุณ นอนหลับสนิทตลอดคืนไหม หรือนอนแล้วผวาตื่นงัวเงีย 2. เลือกสิ่งที่เราต้องการดูจากกราฟ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาตื่นตัวเต็มที่ เวลาตอบสนอง ช่วงที่รู้สึกผ่อนคลาย ความแผ่วจากการดื่ม และการตอบสนองอื่น ๆ ซึ่งแน่นอนว่ากราฟจะมันจะมีทั้งขาขึ้นและขาลง 3. ใส่ช่วงเวลาที่คุณตื่นขึ้นมา 4. อธิบายลักษณะกาแฟที่ดื่ม ทั้งปริมาณและเวลาที่ใช้ดื่มหรือคุณจะ custom ละเอียดกว่านั้นถ้าสามารถป้อนลงไปได้ในระดับมิลลิกรัม ยิ่งละเอียดยิบแค่ไหนก็วัดได้แม่นขึ้นเท่านั้น 5. ทุกครั้งที่เรากรอกข้อมูลลงไป ไม่ว่าจะเป็นวันไหน แต่ช่องอื่นก็จะได้รับการประมวลผลให้ปรากฏขึ้นมาด้วย 6. กราฟด้านล่างสุดจะแสดงประสิทธิภาพทั้งช่วงที่ดีและช่วงที่ลดลง ใครลองไปเล่นแล้วลองมาพิสูจน์กันว่าตรงจริงอย่างที่เว็บมันคำนวณไหม เราเองก็ว่าอยู่ระหว่างทดลองเช่นกันเพราะจะได้

5 แทคติคจิตวิทยาก่อนสัมภาษณ์งานที่จะพาเราวิ่งเข้าเส้นชัย By: anonymK November 20, 2018

ไม่ว่าพวกเราจะทำงานผ่านมากี่ที่ แต่เชื่อว่าความรู้สึกช่วงสัมภาษณ์ก็ยังเป็นโมเมนต์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับเราอยู่ดี บางครั้งเรียกได้ว่านาทีต่อนาทีที่ตอบโต้กันระหว่างเรากับผู้สัมภาษณ์เราก็แทบทำนายได้แล้วว่าเราจะได้งานนี้หรือชวดต้องไปสัมภาษณ์ครั้งหน้า เพื่อให้ผู้ชายอย่าง เราสามารถโต้กลับการสัมภาษณ์ได้แบบไม่ต้องเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว วันนี้ UNLOCKMEN ได้รวบแทคติคจิตวิทยาเพิ่มโอกาสพิชิตการสัมภาษณ์งานที่เขาทดสอบกันมาว่าพาวินกันนักต่อนัก จาก 5 สิ่งต่อไปนี้ให้ไปลองเลือกใช้กัน   นัดเวลาสัมภาษณ์ให้อยู่ช่วงวันอังคาร 10.30 5 วันทำการโอกาสจะทำให้ HR มีแรงดลใจนัดเราในวันอังคารอาจจะยากสักหน่อย แต่ถ้าเลือกได้ก็ลองระบุเวลานี้กันดู เพราะเขาว่ากันว่าเวลานี้จะเป็นช่วงที่ให้การสัมภาษณ์รีแลกซ์ เนื่องจากยังเป็นช่วงเวลาที่ไม่เร่งรีบเท่ากับต้นสัปดาห์และไม่ปั่นเหมือนวันสุดสัปดาห์ ส่วนเรื่องเวลาเน้นหลีก 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงเช้าไว้ เพราะช่วงเช้าเป็นช่วงที่หลายบริษัทกำลังประชุมกันซึ่งเขาจะเอาเวลาช่วงนั้นไปโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำอยู่ กับช่วงบ่ายคล้อยเย็นไว้ด้วย เพราะคนสัมภาษณ์เขาไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรแล้วนอกจากอยากกลับบ้าน อย่าสัมภาษณ์ช่วงต่อจากผู้แข่งขันตัวเป้ง เราอาจจะไม่รู้ว่าใครเป็นคู่แข่งที่โหดสุดในการสัมภาษณ์ แต่ถ้าบังเอิญรู้เข้าก็ให้เลี่ยงการประเมินในช่วงใกล้กันไว้ เพราะมันเสี่ยงมากที่เราจะโดนปัดออกจากสนามแข่งแบบไม่รู้ตัว เนื่องจากนักวิจัยพบว่าผู้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่วางบรรทัดฐานการประเมินจากพื้นของผู้สมัครแต่ละคนในวันสัมภาษณ์นั้น จากการวิจัยของ University of Pennsylvania และ Harvard University จึงเผยความจริงหนึ่งว่า ระยะเวลาอันตรายของการสัมภาษณ์โดยมีผู้สมัครม้ามืดมาเป็นคู่เทียบซึ่งเราควรหลีกเลี่ยงนั้น นับตั้งแต่สัปดาห์เดียวกันผู้สมัครคนนั้นมาเหยียบบริษัทในฝันเราเพื่อสัมภาษณ์ ยาวต่อเนื่องไปถึงสัปดาห์ต่อไป ใครที่งงก็ให้จำไว้ว่าไปสัมภาษณ์อาทิตย์ที่ 3 หลังจากที่ไอ้ตัวเต็งนั่นมาสัมภาษณ์แหละที่ปลอดภัย   เลือกเนื้อผ้าให้เหมาะกับเนื้องาน ไม่ใช่แค่สุภาพอย่างเดียวเท่านั้นที่จะชนะใจ แต่เรื่องสีเสื้อมันก็มีการวิจัยเช่นกันว่ามีผลกับการให้คะแนนของผู้สัมภาษณ์ โดยจากการสัมภาษณ์เพื่อเก็บสถิติของ Career Builder

“ขโมยงานก็ได้ ให้งานก็ดี” สลายข้อสงสัย จะดีไหมถ้าอนาคต RESUME ของเราถูกคัดโดย AI ? By: anonymK November 19, 2018

แว่วมาสักระยะแล้วเรื่องการนำ AI มาทำตำแหน่ง Hr คัดคนเข้าทำงาน เราเชื่อว่าหลายคนที่ได้ยินอาจรู้สึกกลัวเพราะนับวันเจ้าปัญญาประดิษฐ์เริ่มจะมีอำนาจควบคุมเรามากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการปรักปรำและเท่าทันระบบการหางานในโลกวันนี้ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป UNLOCKMEN จึงได้ติดตามและไขภาพมัว ๆ ที่คนอาจจะคิดไม่ออกว่าทำไมถึงต้องมีการใช้ AI เข้ามาทำหน้าที่นี้ และมันยุติธรรมกับมนุษย์อย่างเราไหม JUST EXTENSION ก่อนจะพารานอยด์กับอาชีพ ว่า Hr จะโดนขโมยงานไปอีกอาชีพหนึ่งแล้วเหรอ ขอให้งดแตกตื่นเพราะการนำ AI มาช่วยคัดกรองคนเข้าทำงาน เขาใช้มันเป็นแค่ส่วนขยายที่เพิ่มเข้ามาเท่านั้น เนื่องจากสุดท้ายแล้วความกดดันระหว่างคนสัมภาษณ์กับคนสมัคร หรือการใช้จิตวิทยาเข้าประกอบการทดสอบเพื่อคัดเลือกคนมันก็ยังจำเป็นอยู่ วิชาชีพของการเป็น Hr ก็ยังคงสำคัญกับองค์กรเสมอ แต่นั่นจะเป็นขั้นตอนในสเตปที่ 2-3 ไม่ใช่ขั้นตอนแรกถ้าหากบริษัทที่เราจะเข้าไปทำงานเขาใช้ปัญญาประดิษฐ์มาร่วมในการกรองคน…   MATCH ME WITHOUT BIAS ในเมื่อ Hr เดิมก็ไม่ได้หายไปแล้วทำไมเราถึงต้องมี AI ซึ่งไร้หัวใจมาเป็นผู้ร่วมตัดสิน Resume ที่เรามุ่งมั่นทำแทบเป็นแทบตายด้วย ถ้าคุณกำลังตั้งคำถามนั้นตอนที่กำลังอ่านอยู่ นั่นแหละ คำตอบมันอยู่ตรงนั้น “ความไร้หัวใจมันจำเป็นกับการคัดกรอง” มนุษย์ละเอียดอ่อนเรื่องอารมณ์กับการให้คะแนนมากเกินไป เราให้แต้มกับบางอย่างที่ถูกใจ และตัดแต้มเมื่อเหม็นขี้หน้าหรือไม่ถูกชะตา และไม่ว่าคุณจะทำเช่นไรคุณจะไม่มีวันเอาตัวเองออกจากความ Bias โดยสัญชาตญาณของตัวเองได้

KPIs คือไม้เรียว “OKRs คือไม้กายสิทธิ์”: รู้จักเครื่องมือพัฒนาที่ทุกองค์กรหัวก้าวหน้าต้องใช้ By: anonymK November 16, 2018

11 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ทำงานมาแป๊ปเดียวนี่ก็กำลังจะสิ้นปีอีกแล้ว เราเชื่อว่าช่วงเวลานี้ผู้ชายเราส่วนใหญ่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตปลายปีอย่าง “การประเมินผลการทำงาน” ทำให้ต้องรีบปั่นความ Productive โค้งสุดท้ายเพื่อเรียกคะแนนโบนัสกันสักหน่อย เมื่อ “Measure is coming.” มันก็ถึงเวลาที่แบบประเมินอักษรภาษาอังกฤษจะกลับมาให้ได้ยินอีกครั้ง ทั้ง PDCA, KPIs (อันนี้ได้ยินบ่อย หลายบริษัทในไทยก็ยังทำอยู่) และ OKRs แต่ที่ดูจะมาแรงสุดจนหลายบริษัทออกมาโหมกระหน่ำทำตามกันตอนนี้คือ OKRs ซึ่งเราได้ไปเก็บข้อมูลและนำมาอธิบายให้ชาว UNLOCKMEN เห็นภาพกันมากขึ้น แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องนั้น คุณว่าระบบการประเมินการทำงานที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้มันเป็นอย่างไรบ้าง ดีไหม แล้วมันวัดคุณภาพของคุณได้จริงหรือเปล่า   “ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน” เสี้ยวความจริงในวันนี้ ก่อนที่จะไปเข้าเรื่อง KPIs กับ OKRs เรามาพูดเรื่องการประเมินกันก่อนเลยดีกว่า อันที่จริงถ้าจะมีใครสักคนที่รู้และบอกว่าคุณทำงานนั้นได้ดี หรือเต็มความสามารถของตัวเองจริงหรือเปล่า มันก็มีแต่ตัวคุณเท่านั้นที่รู้ว่าความจริงมันเป็นอย่างไร เพราะคุณคือคนลงมือทำและรู้ดีว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันยากหรือง่าย แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเข้ามาอยู่ในระบบของบริษัท คุณก็ต้องเข้าสู่ระบบตัดเกรดโดยผู้มีอำนาจสูงกว่า ด้วยมาตรฐานที่สามารถมองเห็นได้เป็นรูปธรรมมากกว่าความรู้สึก เพื่อให้ทางบริษัทรู้ว่าเขาจ้างคนได้สมราคาไหม หรือคนนี้ควรได้รับค่าตอบแทนคุ้มความเหนื่อยตลอดปีเป็นโบนัสก้อนโตหรือเปล่า และนั่นแหละคือที่มาของการประเมิน ยุคสมัยของการประเมินเกิดขึ้นครั้งแรกก่อนที่เราจะเกิดกันเสียอีก เพราะเริ่มต้นก่อนปี 1900 โดยเขาเรียกยุคนั้นว่า “The Age of Reform”

ท้อได้แต่อย่าจม ใจดีกับตัวเองให้เป็น พฤติกรรมที่จะช่วยทำให้คุณทำงานได้ดีกว่าเดิม By: anonymK November 15, 2018

เคยไหม เวลาที่เราทำงานแล้วดันพลาดเพราะจุดบกพร่องที่เรามองไม่เห็นแต่เจ้านายดันมองเห็นและเรียกเราเข้าไปรับฟังคำปรับปรุง หลังฟังคอมเมนต์เราก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะเงียบ ๆ เฝ้าบอกตัวเองว่าจะไม่ทำผิดอีก จับจดกับมันจนนอยด์ โทษตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่ากูมันไม่ดี กูมันห่วย ความคิดแบบนั้นบางคนอาจจะสามารถพลิกไปใช้ในทางบวกให้ทำงานดีขึ้นได้ แต่เชื่อเถอะว่าการเฆี่ยนตัวเองบ่อย ๆ จากความคิดลบเพียงอย่างเดียว มันจะรีดพลังงานและความกระหายที่จะทำงานของเราไปจนหมด ดังนั้น เพื่อให้ทำงานได้โปรดักทีฟแบบไม่ต้องเจ็บทั้งตัวจากการโดนตำหนิของคนอื่น แล้วยังมาเจ็บใจซ้ำเพราะตำหนิตัวเอง ลองมาเปลี่ยนความคิด แล้วใจดีกับตัวเอง ให้โอกาสกับความผิดพลาดเสียบ้าง แล้วคุณจะรู้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ใช่ความเหลาะแหละ แต่เป็นประสิทธิภาพที่ดีเกินคาด หลักการนี้ไม่ใช่เรื่องหลักลอย แต่นำมาผลงานและการศึกษาของ 2 นักวิจัย คือ Leah Weiss ศาสตราจารย์ที่ Stanford University Graduate School of Business ที่เขียนผลงาน How We Work: Live Your Purpose, Reclaim Your Sanity, and Embrace the Daily Grind (เราทำงานกันอย่างไร: อยู่เพื่อเป้าหมาย ฟื้นฟูจิตใจ และโอบกอดงานประจำ) กับ Shauna

THE MEN EXPERT BIBLE CHAPTER 4
THE MEN EXPERT BIBLE CHAPTER 3
COVERSATION WITH BEER APOSTROPHYS
CONVERSATION WITH POY PORTRAIT
A GIRL WE LOVE – PAN PAN RASIKA SAISEANG
CONVERSATION WITH THE TOYS: THIS IS ME