Just here not long ago

“WHETHER YOU THINK YOU CAN OR YOU THINK YOU CAN’T, YOU’RE RIGHT.”

Henry Ford

“YOU WILL NEVER REACH YOUR DESTINATION IF YOU STOP AND THROW STONES AT EVERY DOG THAT BARKS”

Winston S. Churchill

“I CAN’T RELATE TO LAZY PEOPLE. WE DON’T SPEAK THE SAME LANGUAGE. I DON’T UNDERSTAND YOU. I DON’T WANT TO UNDERSTAND YOU”

Kobe Bryant
  • CARS

    2021 FORD MUSTANG MACH 1 COUPE อัพเกรดทุกอย่างทั้งรูปร่างและสมรรนะ

    By: Chaipohn June 18, 2020

    ห่างหายจากตำแหน่งรหัสที่แรงที่สุดในตระกูล Mustang มากว่า 17 ปี โดยยอมให้ Cobra ที่พัฒนาโดย SVT (Special Vehicle Team) ครองตำแหน่ง top of the line ของม้าป่าไปตั้งแต่ปี 1979 วันนี้ Ford ได้เปิดตัวรหัส Mach 1 กลับมาทำตลาดอีกครั้ง แต่จะยังคงตำแหน่งทางการตลาดให้แรงที่สุดในโมเดล Mustang แต่น้อยกว่าตระกูล Shelby และ Cobra ซึ่งวันนี้ All-new version ก็ได้เผยโฉมออกมาแบบเต็ม ๆ เรียบร้อยแล้ว Ford Mustang Mach 1 เครื่องยนต์ 5.0-liter Coyote V-8 480 แรงม้า 570 นิวตัน-เมตร (แรงขึ้นกว่า 2020 Mustang GT 20 แรงม้า

    อ่านต่อ
  • CARS

    REVIEW 2020 MERCEDES-BENZ GLC 220d 4MATIC COUPE AMG DYNAMIC

    By: Chaipohn June 11, 2020

    หลายคนอาจจะเคยสงสัยเหมือนเรา ว่าเพราะอะไร ถึงค่ายรถถึงนิยมดีไซน์รถยนต์ Coupe SUV ออกมาขาย ทำไมเราถึงต้องเอารถที่มีจุดเด่นเรื่องพื้นที่ห้องโดยสารและที่เก็บสัมภาระ ลดขนาดมันให้เล็กลง เพื่อแลกกับความโฉบเฉี่ยวสวยงามที่เพิ่มขึ้น แถมยังต้องจ่ายเงินแพงกว่าหลายแสนบาท? จนกระทั่งเราได้รีวิวมัน ถึงได้เข้าใจว่าอารมณ์ของรถ Coupe SUV และการขับขี่ในความเร็วสูงนั้น มันแตกต่างกันจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม BMW และ Porsche ถึงต้องมีรถทรงนี้ออกมาขายกันอย่างจริงจัง ที่จริง BMW เป็นผู้ริเริ่มการทำ Coupe SUV ไม่ว่าจะเป็น X4, X6 ซึ่งมีความสวยงามโฉบเฉี่ยวมากขึ้น และก็ทำกำไรได้มากกว่ารุ่นทั่วไป เช่นเดียวกับ Mercedes-Benz ที่ตั้งราคาขายรุ่น Coupe SUV ไว้สูงกว่าปกติพอสมควร อย่างใน GLC 220d 4MATIC Coupe’ AMG Dynamic Facelift คันนี้ราคา 4,040,000 บาท ซึ่งต่างจากรุ่นหลังคาปกติ GLC 220d Off-Road ราคา 3,239,000

    อ่านต่อ
BLAKEN สำนัก CUSTOM เรือนเวลาสุด HYPE เพิ่มคุณค่านาฬิกาให้เป็นเรือนพิเศษสำหรับคุณ

คงยากจะปฏิเสธว่าความเป็นปัจเจกคือคุณค่าที่มีราคาเฉพาะตัว และราคาที่ว่านั้นคือสิ่งที่ผู้ชายอย่างเรา ๆ รวมถึงใครอีกหลายคนยอมควักกระเป๋าจ่ายหากพอใจ ยืนยันได้จากไอเทม Limited Edition มากมายในโลกหล้า ซึ่งถูกซื้อขายส่งต่อไปด้วยราคาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความพึงพอใจและความภาคภูมิใจของผู้ครอบครองล้วน ๆ โดยไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น และสำหรับวงการเรือนเวลา เหล่าผู้หลงใหลจักรกลบอกเวลาทั้งหลายคงรู้กันดีว่าเป็นอีกวงการที่นอกจากจะให้คุณค่ากับคุณภาพการผลิต, เทคโนโลยีบอกเวลาอันแม่นยำซับซ้อน รวมถึงชื่อชั้นประวัติศาสตร์ความเป็นมาของแบรนด์ และเรื่องราวอันเป็นที่กล่าวขานของคอลเลคชันต่าง ๆ อีกสิ่งหนึ่งซึ่งถือเป็นปัจจัยสร้างคุณค่าให้กับนาฬิกาแต่ละรุ่นแต่ละเรือน คงหนีไม่พ้นโมเดลพิเศษ Limited Edition ต่าง ๆ ที่จำกัดสิทธิ์การครอบครองไว้สำหรับไม่กี่คนในโลก แต่ถ้าคิดว่าการได้ครอบครองรุ่น Limited คือที่สุดแล้ว วงการนี้ยังไปได้สุดทางยิ่งกว่า เพราะยังมีอีกทางเลือกสำหรับสาย Customized ที่ช่วยสร้างความเป็นปัจเจกเสริมเอกลักษณ์ให้นาฬิกาหรูเรือนโปรดของพวกเรา ให้กลายเป็นไอเทมพิเศษไม่เหมือนใครในฐานะ ‘เรือนเดียวในโลก’ เราเชื่อว่าใครที่เล่นนาฬิกาน่าจะเคยได้ยินกิตติศัพท์ของ BLAKEN สำนักแต่งเรือนเวลาจากประเทศเยอรมันกันมาบ้างพอสมควร กับเรื่องราวงานปรับแต่งนาฬิกาแบรนด์หรูหลากรุ่นเพื่อสร้างคุณค่าด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่างให้เรือนเวลารุ่นนั้น ๆ มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของ BLAKEN โดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในส่วนกลไกบอกเวลา เพื่อเคารพและยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกของเทคโนโลยีที่แบรนด์ต้นกำเนิดภาคภูมิใจ โดยการ Customized ขั้นสูงที่ทำให้ BLAKEN โดดเด่นและแตกต่าง ทำให้ซีรีส์พิเศษจาก BLAKEN ที่ผลิตมาเพียงไม่กี่เรือนในโลกนั้นต่างเป็นที่ต้องการของนักสะสม อีกทั้งยังเป็นที่ไว้วางใจในการสั่งผลิตแบบ Personalized เรือนเดียวในโลก

PLAY

Fun side of life

  • Nissan GT-R Offroad “Godzilla 2.0” ตัวแรงยกสูงพร้อมลุยทุกที่ที่มีทาง

    By: Chaipohn July 10, 2020

    บนถนน คงไม่มีใครกล้าหาเรื่อง Godzilla จากแดนญี่ปุ่น Nissan GT-R จรวดทางเรียกนักฆ่า Supercars แต่สำนักแต่งอย่าง Classic Youngtimers Consultancy คิดว่าถนนยางมะตอยยังไม่เพียงพอ GT-R ต้องเป็นหนึ่งในทางฝุ่นด้วย จึงเป็นที่มาของโปรเจค Nissan GT-R Offroad ‘Godzilla 2.0’ ภายนอกยังคงมีความดุดันของ Nissan GT-R อยู่เต็มเปี่ยม แต่ที่เพิ่มขึ้นคือลวดลาย Camoflage wrap และช่วงล่างแบบ Offroad ซึ่งยก GT-R ให้มี clearance ใต้รถเพิ่มเป็น 12 cm. เพียงพอที่จะเข้าไปลุยทางป่าเขาแบบ Rally Racing พร้อมซุ้มล้อแปลกตาที่สร้างพื้นที่สำหรับช่วงล่างและยาง Offroad ที่โหดสำหรับสายลุยมากขึ้น ด้านหน้ามีการติดตั้ง LED spotlight 2 ดวง ด้านบนติดตั้ง Roof rack, light bar และล้ออะไรขนาดใหญ่เพื่อใช้เปลี่ยนในยามไม่คาดฝัน และมันใหญ่เกินกว่าจะเก็บไว้ในช่องยางอะไหล่ปกติ

    อ่านต่อ
  • CANON EOS R5 การกลับมาอย่างเท่ของชาวหนอน รองรับ 8K RAW video 30 fps

    By: Chaipohn July 9, 2020

    หลังจากชาวหนอนต้องเงียบกริบอยู่หลายปี บางคนก็ปันใจไปหา Nikon บ้างก็ปันใจไปหา Sony แต่แล้วอยู่ ๆ Canon ก็เปิดตัวฮีโร่ที่จะเรียกศรัทธาจากมิตรรักแฟนเพลงให้กลับมายืดอกพกกล้องกันอีกครั้งอย่างภาคภูมิใจ กับกล้อง flagship ตัวใหม่ของค่าย Canon EOS R5 ที่มีดีทั้งวีดีโอและภาพนิ่งชนิดค่ายอื่นต้องรีบกลับไปทำการบ้านมาใหม่เลยทีเดียว Canon EOS R5 ถือเป็นกล้องโปรแบบ full-frame mirrorless ที่จัดสเปกมาอย่างโหดเหมือนโกรธและอั้นมานาน ใช้เซนเซอร์ Full-frame CMOS 45-megapixel native ISO 100-51,200 (extension สูงสุด 102,400) ตัวประมวลผล DIGIC X Image Processor ถ่ายภาพนิ่งได้เร็วต่อเนื่องสูงสุด 20 ภาพต่อวินาทีด้วย Electronic shutter และ 12 ภาพต่อวินาทีด้วย Mechanical shutter พร้อม in-body five-axis sensor-shift image stabilization 8

    อ่านต่อ
  • By: Chaipohn July 7, 2020

    ถ้าคิดถึงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ และไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีคนสร้างมันขึ้นมา ว่ากันว่าสิ่งนั้นมักจะหาได้ในประเทศญี่ปุ่น ขึ้นชื่อว่าเย็นก็หนาวมาก แต่หน้าร้อนก็ร้อนจัดไม่ต่างจากบ้านเราเลย และมีท่าทีจะร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี นักประดิษฐ์แดนอาทิตย์อุทัยจึงไม่พลาดที่จะสร้างสรรค์ทางออกมหัศจรรย์อย่าง Reon Pocket อุปกรณ์สร้างความเย็นความร้อน หรือเรียกว่าเป็นทั้งแอร์ และฮีตเตอร์แบบพกพา ผลงานของ Startup Accelaration Progam by Sony ของญี่ปุ่น ดังนั้นเชื่อมือได้ว่าไม่ใช่ของไก่กาแน่นอน Reon Pocket portable thermoelectric cooling and heater ของ Sony รูปร่างหน้าตาดูคล้าย Magic Mouse ของ Apple มีขนาดเล็กแค่ราวบัตร ATM น้ำหนักเบาเพียง 85 กรัม สามารถทำความเย็นได้ต่ำสุดที่ราว 13 องศาเซลเซียส และเพิ่มความร้อนให้ได้มากที่สุด 8 องศาเซลเซียส จากอุณหภูมิร่างกายปกติ ซึ่งต้องใช้สอดเสียบเข้าไปในเสื้อที่ออกแบบให้มีช่องด้านหลังบริเวณคอของผู้สวมใส่ โดยอุปกรณ์จะเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ให้เราควบคุมอุณหภูมิที่ต้องการด้วย Smartphone

  • By: SPLESS July 7, 2020

    ต้องยอมรับว่า “เสื้อยืดวินเทจ” คือหนึ่งในไอเทมที่ได้รับความนิยมในทุกยุคสมัย เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผู้คนก็ยังหลงใหลและชื่นชอบการสวมใส่ไอเทมชิ้นนี้อยู่ตลอดเวลา กระแสที่มีมานานและไม่เคยจางหายไป ส่วนนึงอาจเป็นเพราะเหล่าแฟชั่นนิสต้าผู้ทรงอิทธิพลหลายคนหยิบมันมาสวมใส่มากขึ้น ก็ยิ่งทำให้ร้านเสื้อวินเทจในบ้านเราเกิดขึ้นตามมาเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามสำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบการตามหาเสื้อวงปีหายากหรือเสื้อยืดวินเทจในสไตล์ที่อยากครอบครอง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะต้องไปที่ไหน วันนี้ UNLOCKMEN อยากมาชี้เป้า 5 ร้านเสื้อยืดวินเทจที่คุณควรไปเยือนสักครั้ง หากคุณไม่พลาดของแรร์และงานคุณภาพดีไป จะมีร้านไหนบ้างมาชมไปพร้อมกันเลย   ร้านแรกที่เราอยากแนะนำคือ Know Where Studio อาณาจักรเสื้อยืดวินเทจของ โย-โยธิน พูนสำโรง เจ้าของร้านผู้ใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การจัดร้านที่ออกมาสวยงามไม่ต่างจากการจัด exhibition โชว์ของหายาก รวมถึงการตามหาของเข้าร้านที่เรียกได้ว่ามีของปีลึก ของหายาก ของออกคล่อง ครบทุกสไตล์ในแห่งเดียว ที่ Know Where Studio เราจะได้เห็นกองทัพเสื้อวินเทจถูกจัดเรียงเอาไว้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อวง เสื้อทัวร์ เสื้อแนวสปอร์ตเรโทร รวมไปมอสกีโต้เฮด และเสื้อยืดลายตัวการ์ตูนที่มีให้เลือกจำนวนมาก ล่าสุดเพิ่งเปิดสาขาใหม่ใกล้กับ BTS สะพานควาย หนุ่ม ๆ ที่อยากรู้จักเสื้อวินเทจให้ดีขึ้นสามารถแวะเวียนไปเยี่ยมชมและเลือกซื้อกันได้เลย Facebook: www.facebook.com/Knowwherestudio Instagram: www.instagram.com/knowwherestudio/  

  • By: Chaipohn July 3, 2020

    เมื่อคุณต้องการนาฬิกาที่มีกลไกเที่ยงตรงแบบ Swiss Made รวมเข้ากับความอึดทนเทคโนโลยีกันกระแทกของ G-shock จากญี่ปุ่น ไอเดียนั้นกลายเป็นจริงในที่สุด จะเรียกว่าเป็น Independent Watch ชนิดนึงก็ได้ นี่คือ ‘Swiss Shock’ ผลงานการ Custom โดย Wolfensohn ซึ่งไม่ใช่ชื่อแบรนด์บริษัทนาฬิกาใหญ่โตอะไร เค้าเป็นเพียงผู้ชายที่มีชื่อว่า Wolfensohn Michael อายุ 35 ปี ผู้ชื่นชอบในเรื่องของงานดีไซน์ แฟชั่น มอเตอร์ไซค์ และนาฬิกา โปรเจคนี้ก็เกิดขึ้นเมื่อวันนึง Wolfensohn เกิดหลงรัก full-metal G-Shock GMW-B5000D-1 เวอร์ชั่นวัสดุ Limited เข้าเต็มเปา แต่พอจะซื้อก็กลับพบว่ามัน Sold Out จึงคิดว่าอยากได้นาฬิกาที่กลไกล้ำสมัย และวัสดุเคสรวมถึงหน้าปัดมีความหรูหราเหมือนในนาฬิกาจาก Switzerland Wolfensohn จึงเลือกใช้ตัวเครื่อง ETA 2824-2 automatic movement ที่มีชื่อเสียงในด้านความซับซ้อนและความเที่ยงตรงระดับ f +/-4 sec/day up

  • By: NTman July 3, 2020

    คงยากจะปฏิเสธว่าความเป็นปัจเจกคือคุณค่าที่มีราคาเฉพาะตัว และราคาที่ว่านั้นคือสิ่งที่ผู้ชายอย่างเรา ๆ รวมถึงใครอีกหลายคนยอมควักกระเป๋าจ่ายหากพอใจ ยืนยันได้จากไอเทม Limited Edition มากมายในโลกหล้า ซึ่งถูกซื้อขายส่งต่อไปด้วยราคาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความพึงพอใจและความภาคภูมิใจของผู้ครอบครองล้วน ๆ โดยไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น และสำหรับวงการเรือนเวลา เหล่าผู้หลงใหลจักรกลบอกเวลาทั้งหลายคงรู้กันดีว่าเป็นอีกวงการที่นอกจากจะให้คุณค่ากับคุณภาพการผลิต, เทคโนโลยีบอกเวลาอันแม่นยำซับซ้อน รวมถึงชื่อชั้นประวัติศาสตร์ความเป็นมาของแบรนด์ และเรื่องราวอันเป็นที่กล่าวขานของคอลเลคชันต่าง ๆ อีกสิ่งหนึ่งซึ่งถือเป็นปัจจัยสร้างคุณค่าให้กับนาฬิกาแต่ละรุ่นแต่ละเรือน คงหนีไม่พ้นโมเดลพิเศษ Limited Edition ต่าง ๆ ที่จำกัดสิทธิ์การครอบครองไว้สำหรับไม่กี่คนในโลก แต่ถ้าคิดว่าการได้ครอบครองรุ่น Limited คือที่สุดแล้ว วงการนี้ยังไปได้สุดทางยิ่งกว่า เพราะยังมีอีกทางเลือกสำหรับสาย Customized ที่ช่วยสร้างความเป็นปัจเจกเสริมเอกลักษณ์ให้นาฬิกาหรูเรือนโปรดของพวกเรา ให้กลายเป็นไอเทมพิเศษไม่เหมือนใครในฐานะ ‘เรือนเดียวในโลก’ เราเชื่อว่าใครที่เล่นนาฬิกาน่าจะเคยได้ยินกิตติศัพท์ของ BLAKEN สำนักแต่งเรือนเวลาจากประเทศเยอรมันกันมาบ้างพอสมควร กับเรื่องราวงานปรับแต่งนาฬิกาแบรนด์หรูหลากรุ่นเพื่อสร้างคุณค่าด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่างให้เรือนเวลารุ่นนั้น ๆ มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของ BLAKEN โดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในส่วนกลไกบอกเวลา เพื่อเคารพและยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกของเทคโนโลยีที่แบรนด์ต้นกำเนิดภาคภูมิใจ โดยการ Customized ขั้นสูงที่ทำให้ BLAKEN โดดเด่นและแตกต่าง ทำให้ซีรีส์พิเศษจาก BLAKEN ที่ผลิตมาเพียงไม่กี่เรือนในโลกนั้นต่างเป็นที่ต้องการของนักสะสม อีกทั้งยังเป็นที่ไว้วางใจในการสั่งผลิตแบบ Personalized เรือนเดียวในโลก

  • By: SPLESS July 3, 2020

    สำหรับคนที่หลงใหลความเร็ว คงไม่มีประสบการณ์ไหนดีไปกว่าการมีโอกาสได้สัมผัสรถยนต์ในฝันของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเดนตายของรถญี่ปุ่น ชอบพลังของรถยุโรปหรืออเมริกา หรือจะหลงใหลในเรื่องราวของรถคลาสสิก แต่รถยนต์ระดับตำนานใช่ว่าจะมีโอกาสได้สัมผัสกันง่าย ๆ ทำให้สารคดีที่เกี่ยวกับรถยนต์กลายเป็นตัวแทนในการบอกเล่าเรื่องราว รวมถึงถ่ายทอดแง่มุมที่หลายคนไม่เคยรู้ และสำหรับหนุ่ม ๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับความเร็ว วันนี้เราได้รวบรวม 9 สารคดีแห่งโลกที่คุณไม่ควรพลาดมาไว้ให้แล้ว จะมีเรื่องอะไรบ้าง มาชมไปพร้อมกัน Love the Beast ภาพยนตร์สารคดี เรื่องราวของนักแสดงหนุ่มผู้หลงใหลในการขับรถยนต์อเมริกันมัสเซิลคาร์นามว่า Eric Bana ที่ต้องการเติมเต็มความฝันตลอด 25 ปี กับรถยนต์คันแรก Ford XB Falcon Hardtop รุ่นปี 1974 ที่ซื้อมาตอนอายุ 15 Love the Beast จะพาเราไปรู้จักอีกแง่มุมชีวิตของนักแสดงเจ้าบทบาทกับการเข้าแข่งขันรายการสุดหฤโหดอย่าง Targa Tasmania Rally พร้อมเพื่อนคนรักรถทั้ง Jeremy Clarkson และ Jay Leno ที่มาร่วมแบ่งปันความหลงใหลในรถยนต์แบบเข้าเส้นไปด้วยกัน Truth in 24 สารคดีที่พูดถึงทีมแข่งรถของ Audi

HOT THIS WEEK

#7daysinarow

Improve yourself
พูดแบบไหนเจ้านายก็ไม่เคยฟัง? อย่าเพิ่งท้อ “กลวิธีสื่อสารตรงจุดจน CEO ต้องหยุดฟัง” By: PSYCAT July 10, 2020

เจ้านายใจแคบไม่เคยรับฟังผมเลย, ใช่สิ เรามันไม่ใช่พนักงานคนโปรดนี่นา หัวหน้าถึงไม่เคยรับฟังเราเลย ประโยคตัดพ้อทำนองนี้และอีกสารพัดสารพันประโยชน์อาจเกิดขึ้นกับคนทำงานได้ เพราะมีความตั้งใจเต็มเปี่ยมที่จะพูด แต่กลับขาดคนรับฟัง โดยเฉพาะหลาย ๆ เรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญ ต้องการสื่อสารกับระดับหัวหน้างาน หรือ CEO เท่านั้นถึงจะคลี่คลายไปได้ หลายครั้งพูดไปก็ดูคล้ายไม่เคยถูกรับฟัง หรือบางครั้งยังพูดไปไม่ถึงไหน CEO ก็ต้องเจียดเวลาไปทำงานอื่นเสียแล้ว แทนที่จะตัดพ้อต่อไป UNLOCKMEN ชวนมาปลดล็อกศักยภาพการทำงานไปอีกขั้นด้วยกลวิธีที่อาจทำให้ CEO ต้องหยุดฟังคุณมากขึ้น หยุดชักแม่น้ำทั้งห้า “ว่าด้วยสิ่งที่ CEO ยังไม่รู้และต้องรู้” เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เมื่อต้องการนำเสนอ หรือโน้มน้าวให้ผู้ฟังเชื่ออะไรสักอย่างที่เราต้องการจะสื่อเราจะเกริ่นสารพัดสิ่งให้ดูน่าเชื่อถือ ให้อีกฝ่ายมีอารมณ์ร่วม หรือคล้อยตาม โดยเฉพาะเมื่อตั้งใจจะโน้มน้าว CEO ด้วยแล้ว เราก็ยิ่งเผลอขุดทุกสกิลชักแม่น้ำทั้งห้ามาเพื่อบอกว่าเชื่อเราสิ เราถูกนะ สิ่งที่เราคิดมันใช่แหละ แต่อย่าลืมว่าคนระดับ CEO หรือหัวหน้างานวัน ๆ หนึ่งเขามีสิ่งที่ต้องทำ มีผู้คนให้ต้องพบปะพูดคุยมากเท่าไร ถ้าเรามัวแต่เกริ่นแม่น้ำมาครบทุกสาย ก็ไม่แปลกใจที่จะถูกตัดสินว่าเรื่องเรามีแต่น้ำ และยังไม่มีอะไรสำคัญเร่งด่วน รวมถึงหลาย ๆ หนที่เราเกริ่นไปยืดยาวก็เป็นสิ่งที่ CEO ไม่เข้าใจว่าจะมาบอกเขาทำไม เพราะเขารู้อยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องเกริ่นเพื่อโน้มน้าวให้เปลืองเวลามากนัก อะไรที่ CEO

“หยุดวิ่งตามคนอื่นเพราะจุดยืนคนไม่เหมือนกัน” 5 หนังสือความสำเร็จในมุมที่ต่างออกไป By: PSYCAT July 8, 2020

เราต่างหายใจอยู่บนโลกยุคที่เห็นความสำเร็จของคนอื่นผ่านหน้าจอมือถือได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราเห็นความสุขที่เพื่อน ๆ ใช้เงินมหาศาลแลกกับการพักผ่อนหรูหราในวันที่เราแสนเศร้า เราเห็นคนรู้จักก้าวหน้าในหน้าทีการงานแบบก้าวกระโดด แต่เรายังอยู่ที่เดิม นี่คือโลกที่เรามองเห็นคนอื่นได้ง่ายดาย แต่กลับยิ่งทำให้เราใจหายกับสิ่งที่เราเป็นมากขึ้นทุกวัน ๆ เมื่อชีวิตคนอื่นก้าวไปไกล เมื่อเห็นใคร ๆ ประสบความสำเร็จ เมื่อเห็นผู้คนมากมายที่เข้าถึงความสุขแบบที่เราเข้าไม่ถึง เราจึงอดเอาตัวเองไปเทียบไม่ได้ เราไขว่คว้า วิ่งไล่ตาม อยากสุขแบบนั้น สำเร็จแบบนี้ มีเงินแบบโน้น ซึ่งการกระหายที่จะดีขึ้นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่การวิ่งไล่ตามความสำเร็จของคนอื่น อาจทำเราแสนเหนื่อยแสนท้อ โดยหลงลืมไปว่า จริง ๆ แล้วแต่ละคนมีบริบทที่ไม่เท่ากัน มีต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกัน และแน่นอนว่าเวลาในการประสบความสำเร็จก็ไม่เท่ากันด้วย ก่อนที่จะวิ่งไล่ล่าความสำเร็จในแบบคนอื่นจนหมดแรงไปเสียก่อน เราอยากชวนคุณมาพักทบทวนความสำเร็จ ทบทวนจุดยืน ทบทวนคุณค่าด้วยหนังสือ 5 เล่มที่จะพาไปสำรวจความสำเร็จในมุมอื่น ๆ ที่ต่างออกไป หลังอ่านจบ เราอาจตระหนักได้มากขึ้นว่าเราล้วนมีความสำเร็จในแบบของเรา และมันไม่จำเป็นต้องมาถึงในเวลาเดียวกับที่คนอื่นเขามาถึงก็ได้   วิทยาศาสตร์แห่งความสำเร็จ “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” อาจเพราะเราเติบโตมากับคำสอนแบบนี้ตั้งแต่จำความได้ จึงไม่แปลกที่ทุกครั้งที่เราเห็นเพื่อนเราสำเร็จ ได้ดิบได้ดี เราจะเชื่อว่าเพราะเขาพยายาม ในขณะเดียวกันเราก็โบยตีและโทษตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเพราะเราไม่พยายามหรือพยายามไม่พอถึงยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ วิทยาศาสตร์แห่งความสำเร็จ

ทำงานหนักแทบตายทำไมยังไม่ก้าวหน้า? ‘5 วิธีปลดล็อกความสำเร็จ’ที่คุณอาจมองข้ามไป By: PSYCAT July 7, 2020

ในหนึ่งชีวิตการทำงานของมนุษย์มีคุณสมบัติหลายต่อหลายอย่างที่นำไปสู่ “การประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน” แต่หลายครั้งเราก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า จบมหาวิทยาลัยที่น่าเชื่อถือก็แล้ว ประวัติการทำงานน่าชื่นชมก็แล้ว เก่งก็เก่งแล้ว ทำงานหนักก็ทำแล้ว แต่ทำไมยังไม่พอ? ทำไมเราถึงไม่ไปสู่จุดที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเสียที? ทำไมหัวหน้าไม่เคยเห็นความพยายามนี้? ทำไมเรายังดูเป็นค่าเฉลี่ยทั่ว ๆ ไป ทั้ง ๆ ที่เราก็พยายามในทางของเรา? อาจเป็นเพราะบางครั้งแค่เก่ง และทำงานหนักอาจยังไม่พอ การที่มนุษย์ประสบความสำเร็จ หรืออย่างน้อยก็โดดเด่นพอให้คนมองเห็นความสามารถนั้น ต้องอาศัยปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย UNLOCKMEN อยากชวนมาปลดล็อกศักยภาพการทำงานไปอีกขั้น ที่เก่งและทำงานหนักก็ดีอยู่แล้ว แต่เราอยากชวนมาทบทวนตัวเอง เผื่อหลงลืมปัจจัยบางสิ่งไป จะได้ไหวตัวทัน หาทางปรับตัวอีกตั้ง แล้วลองมุ่งสู่ความสำเร็จหรือการเติบโตที่เราตั้งใจ ก่อนจะท้อหรือหมดไฟ เพราะคิดว่าเก่งไปก็เท่านั้น ขยันไปก็ไม่ได้อะไร เก่งและทำงานหนัก แต่ยึดติดพื้นที่เดิม ๆ “ต้องกล้าเริ่มในพื้นที่ใหม่ ๆ บ้าง” การเป็นคนทำงานที่มีเครดิตดี ดูเป็นคนเก่ง แถมพ่วงด้วยการทำงานหนักมาตลอดก็มีราคาที่ต้องจ่าย หนึ่งในนั้นคือ “ค่าความกลัวที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซน” เพราะการที่เรารู้ว่าถ้าเราทำงานหนักในแบบของเรา ในพื้นที่ของเรา มันคือสูตรที่เราคุ้นเคย คือพื้นที่ที่เรามั่นใจในความสามารถของเราเต็มเปี่ยม เราจะทำงานหนักไปอีกกี่ปี เราก็รู้ว่าเราไม่มีทางผิดพลาดแน่ ๆ แต่วิธีการทำงานแบบนี้เองก็เป็นกับดักของคนเก่งและทำงานหนัก เพราะความสำเร็จใหม่ ๆ

บังคับคนมันง่าย แต่จะโน้มน้าวใจต้องใช้ฝีมือ ‘เทคนิคที่มีไว้โน้มน้าวใครก็สำเร็จ’ By: PSYCAT July 1, 2020

กว่าจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหาร หรือเป็นผู้นำในองค์กรที่ใครต่อใครเคารพนับถือนั้นไม่ใช่แค่ทำงานเก่ง หรือมีอำนาจ สักแต่ชี้นิ้วบังคับให้ใครทำอะไรตามใจเท่านั้น แต่ทักษะหนึ่งที่มีความหมายต่อการทำงานบริหาร (และในแทบทุกตำแหน่ง) คือ “การโน้มน้าวใจคน” จะมีประโยชน์อะไรถ้าไอเดียที่คิดมาสุดจะแหลมคม แต่เสนอออกไปก็ไม่มีใครอินหรืออยากทำด้วย โดยเฉพาะเมื่อต้องขายโปรเจกต์นี้ให้ทั้งองค์กรฟัง รวมไปถึงเมื่อต้องขายลูกค้า เพราะอย่างนั้นไอเดียที่หลักแหลม การทำงานที่เก่งกาจ จึงต้องมาพร้อมศาสตร์และศิลป์แห่งการโน้มน้าวใจคน ลองใช้วิธีเหล่านี้โน้มน้าวคน การโน้มน้าวครั้งต่อไปอาจสำเร็จมากขึ้นได้ เพราะโน้มน้าวไม่ใช่บังคับ ต้องว่าด้วย “คุณค่า” ไม่ใช่การกระทำ การเป็นผู้บริหาร แล้วอยากให้คนในทีมทำตามต้องการอาจไม่ยากอย่างที่คิด เพราะการชี้นิ้วสั่ง ๆ ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร แต่การจะทำให้คนในทีมทำตามที่เราวางแผนไว้ด้วยแพสชันเต็มเปี่ยม ด้วยความตั้งใจทะลักล้นก็ย่อมต้องอาศัยการโน้มน้าวใจให้เขาเต็มใจทำให้ได้ การโน้มน้าวขึงไม่ได้ว่าด้วยการชี้นิ้วสิ่งให้ใครไปทำอะไร แต่คือการสื่อสารกับอีกฝั่งด้วย “คุณค่า” ที่บุคคลนั้นยึดถือ นึกภาพง่าย ๆ ว่าถ้าเรากำลังทำโปรเจกต์ด้านการศึกษาขึ้นมาสักงาน แล้วอยากให้ AE ในทีมไปขายโปรเจกต์นี้ให้ได้ การสั่งอาจง่าย ๆ ด้วยการบอกว่า “คุณรีบไปขายงานนี้ให้ได้ภายในอาทิตย์นี้เลยนะ ผมอยากทำยอดให้ทันเวลา” แต่การโน้มน้าวใจให้ AE อยากทำงานนี้ อาจเป็นการเล่าถึงคุณค่าของโปรเจกต์นี้ การศึกษาที่จะได้ส่งต่อออกไปให้เด็กทั่วประเทศที่อยู่ห่างไกล อนาคตทางการเรียนรู้ที่ AE จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้ลูกหลานในอนาคต การโน้มน้าวใจละเอียดอ่อนกว่าการสั่งให้ใครทำอะไรเฉย

มืออาชีพวัดกันที่ผลงาน ไม่ใช่ความรู้สึก “5 วิธีลดอคติส่วนตัว”อุดรอยรั่วในองค์กรให้อยู่หมัด By: PSYCAT June 24, 2020

“อคติ” พูดถึงคำนี้อาจจะดูไกลตัวออกไปหน่อย แต่ถ้าถามว่าคุณเคยรู้สึกลำเอียงบ้างไหม? หมั่นไส้ใครเป็นพิเศษหรือเปล่า? หรือชื่นชมใครออกนอกหน้าเกินไปหรือไม่? ไม่แปลกที่ในองค์กรเราอาจมีใครสักคนที่ถูกชะตานักหนา และเกลียดขี้หน้าแบบไร้สาเหตุ โดยที่ 2 คนนี้แทบไม่ได้ทำอะไรต่างกันเลย แต่เราก็รู้สึกแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว นี่เองที่เรียกว่า “อคติ” หลายคนเข้าใจว่าอคติมีแต่การไม่ชอบแบบไม่มีเหตุผล แต่ที่น่าสนใจคือการที่เราชอบแบบไม่มีเหตุผลก็นับเป็นอคติรูปแบบหนึ่งเช่นกัน ในสถานการณ์ทั่วไปอคติก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร แต่ถ้าพูดถึงพื้นที่ทำงานที่ต้องการความมืออาชีพอย่างสูงอคติคือสิ่งที่ต้องกำจัดให้ไวเพื่อการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ “ยอมรับก่อนว่ามีอคติ” หนทางลดอคติขั้นต้น ถ้าคุณเสพติดอะไรสักอย่างที่ไม่ดี น้ำอัดลม กาแฟ บุหรี่ หรือสิ่งใดก็ตามที่เสพปริมาณมาก คุณจะไม่มีวันลด ละ หรือเลิกมันลงได้ ถ้าคุณไม่ยอมรับก่อนว่าคุณเสพติดมัน หรือไม่ยอมรับว่ามันมีข้อเสีย “อคติ”เองก็เช่นกัน หากเราคิดว่าก็ไม่ได้อคติสักหน่อย หรือก็ใช่ ลำเอียงบ้าง แต่ก็ไม่เห็นจะกระทบกับการทำงานเลย เมื่อนั้นเราก็จะไม่มีวันลงมือจัดการอคติของตัวเองที่อาจส่งผลในที่ทำงานสักที โดยปกติมนุษย์เราสามารถมีอคติหลาย ๆ รูปแบบอยู่ในตัวอยู่แล้ว เช่น เราอาจคิดว่าเพื่อนร่วมงานคนนี้พูดมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิง (แต่ข้อเท็จจริงคือไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะพูดมาก) เช่นเดียวกันกับที่ใรที่ทำงานจะมีคนที่เราไม่ชอบขี้หน้าเอามาก ๆ อยู่หนึ่งคน และคนที่ไม่ว่าทำอะไรก็ช่างน่าชื่นชมอีกหนึ่งคน ขั้นแรกให้เราสำรวจตัวเองให้ดีว่าที่เราชอบหรือไม่ชอบบุคคลนี้ เพราะอะไร? ทบทวนดูว่าคำตอบที่เราให้กับตัวเองนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่? หรือถ้ากลัวเราตอบแบบอคติอีก ก็ลองแทนชื่อพวกเขาด้วยชื่อสมมติ แล้วลองถามคนอื่น ๆ ดูว่าคำตอบที่เราให้มันดูสมเหตุสมผลพอที่จะชอบหรือไม่ชอบหรือเปล่า? อีกทางอาจลองแทนค่าคำตอบเหล่านั้นด้วยชื่อคนอื่นดู

“รุ่นไม่ใหญ่แต่ใจนิ่ง” 4 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณมีอิทธิพลต่อคนอื่นมากกว่าที่คิด By: PSYCAT June 17, 2020

ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘Influencer’ เราคงเผลอผูกโยงความหมายเข้ากับการตลาดออนไลน์ เน็ตไอดอล การมีผู้ติดตามจำนวนมาก มียอดไลก์ ยอดแชร์มหาศาล แต่พ้นไปจากความหมายของการมีผู้ติดตามออนไลน์จำนวนมาก ๆ Influencer อาจหมายความถึงการที่เราเป็นผู้มีอิทธิพลต่อคนอื่นมากกว่าที่คิด (หยุดก่อน เราไม่ได้หมายความถึงผู้มีอิทธิพลจำพวกมาเฟีย วายร้าย เจ้าพ่อด้วยเช่นกัน) แต่ถ้าสังเกตดี ๆ ในองค์กร หรือในทีม จะมีสักคนที่แม้ไม่ได้ตำแหน่งใหญ่โตอะไร แต่พูดอะไรใครก็พร้อมคล้อยตาม ทำงานอะไรคนก็ยินดีอาสาช่วยเหลือ มีคุณสมบัติของการเป็นผู้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกคนรอบข้างโดยที่ใครคนนั้นไม่จำเป็นต้องมียอดผู้ติดตามล้นหลาม แต่มีสัญญาณบางอย่างที่คุณลองสังเกตตัวเอง (และเพื่อนร่วมองค์กร) เพราะเราอาจเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอิทธิพลต่อใคร ๆ โดยไม่รู้ตัวมาก่อน คุณคือศูนย์กลางข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ สัญญาณสำคัญสัญญาณหนึ่งที่ชี้ว่าในองค์กรนี้ ทีมนี้ หรือสภาพแวดล้อมนี้คุณมีอิทธิพลต่อคนรอบข้างมากคือการที่คุณคือจุดศูนย์รวมข้อมูล คุณรู้ว่าหัวหน้ากำลังเพ่งเล็งการทำงานของใคร คุณเข้าใจว่าทีมบริหารกำลังต้องการสื่อสารกับทีมมาร์เก็ตติง หรือรายละเอียดอื่น ๆ เช่น ใครกำลังแอบชอบใคร แต่การเป็นจุดศูนย์กลางข้อมูล เป็นคนละเรื่องกับการตั้งตัวเป็นหัวหอกล้อมวงนินทาคนอื่น โดยการนินทาอาจเป็นการพูดต่อ ๆ กันไปในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง หรือยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่ไม่ว่าใครทำอะไร ข้อมูลเหล่านั้นมักมาถึงมือคุณก่อนเสมอ นั่นคือสัญญาณสำคัญของการเป็นผู้มีอิทธิพล เพราะหมายความว่าคนในเครือข่ายสังคมที่อยู่วางใจ หรือเชื่อใจว่าการที่ให้ข้อมูลกับคุณไป คุณจะสามารถนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือเพื่อช่วยเหลือคนอื่นได้ Georgia Institute of Technology

เก่งแล้วต้องฟังคนอื่นด้วย ‘5 วิธีฟังอย่างมืออาชีพ’ไม่ใช่ลุยเดี่ยวคนเดียวไม่รับฟังใคร By: PSYCAT June 16, 2020

“การสื่อสาร” ถือเป็นทักษะสำคัญโดยเฉพาะในวันที่โลกไร้พรมแดน ใครสื่อสารได้ไวกว่า แถมทรงประสิทธิภาพกว่า โน้มน้าวใจได้มากกว่า หรือทำให้ลูกค้า เจ้านาย คนในทีมเห็นภาพร่วมกันได้มากกว่าก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง จึงไม่แปลกที่ผู้ทรงอิทธิพลและประสบความสำเร็จระดับโลกจะเป็นคนที่มีทักษะการสื่อสารอันทรงพลัง อย่างไรก็ตามคำว่าสื่อสาร เหมือนจะถูกลดลงเหลือแค่เพียง “การส่งสารออกไป” เรามีคอร์สเรียนจำนวนมากที่สอนว่าต้องพูดอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ต้องพรีเซนต์งานแบบไหนถึงจะจับใจคนฟังในครั้งเดียว จนเราหลงลืมไปว่าในการสื่อสารนั้น นอกจากส่งสารออกไปแล้ว เราต้องรู้จัก “รับฟัง” และรับสารอย่างมืออาชีพให้ได้ด้วย ผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายต่อหลายคนก็ไม่ใช่เพราะเขาเก่งอยู่คนเดียว หรือพูดดีเพียงอย่างเดียว แต่เขาเหล่านั้นมีศิลปะการรับฟังอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน การรู้จักฟังผู้อื่นยังมีส่วนช่วยให้เราเป็นผู้บริหารหรือคนทำงานที่มีประสิทธิภาพขึ้นได้ เพราะเราจะได้รับความคิดเห็นจากมุมที่แตกต่างมากขึ้น รวมถึงการสร้างบรรยากาศแห่งการกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น (และไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ) เมื่อเราแสดงให้ทุกคนในทีมเห็นว่าเราพร้อมรับฟัง (โดยเฉพาะเมื่อคุณเป็นผู้บริหาร) นอกจากนั้นการรู้จักฟัง ยังช่วยป้องกันความผิดพลาดได้มากกว่า เมื่อเราคิดคนเดียวแล้วอาจพลาดอะไรไป การฟังหลายรอบ หรือรอบเดียวจากหลายคนช่วยให้เราพิจารณาหลายอย่างได้ถี่ถ้วนขึ้น หรือแม้แต่การแก้ไขปัญหาที่ฟังความคิดเห็นหลายแบบแล้วมากลั่นกรอง ก็ทำให้เราเห็นวิธีแก้ได้เร็วขึ้นและมากขึ้นเช่นกัน สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมา เราเป็นผู้ฟังที่ดีพอหรือยัง? หรือถ้าอยากฝึกทักษะการฟังให้ดีขึ้นกว่านี้ทั้งเพื่อใช้ในที่ทำงาน ทั้งเพื่อจะเจรจาธุรกิจจะทำอย่างไรได้บ้าง นี่คือ ‘5 วิธีฟังอย่างมืออาชีพ’ ที่เราอยากให้คุณลองฝึกดู จดจ่อกับการฟัง คือการใส่ใจและให้เกียรติ โลกอาจฝึกเราให้ทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกันมาอย่างเชี่ยวชาญ แต่ไม่ใช่กับ “การฟัง” แม้เราจะรู้ตัวเองดีว่าเราสามารถฟังใครพูดก็ตามไปพร้อม ๆ กับการเปิดโน้ตบุ๊กเช็กอีเมลได้ เปิดเฟซบุ๊กอัปเดตข่าวล่าสุดได้ หรือเขียนรายงานไปพลาง

เมื่อคิดมากไป จนใจแย่ชีวิตพัง “หยุดคิดมากแล้วช่างแม่งบ้างก็ได้” เพื่อเยียวยาตัวเราเอง By: PSYCAT June 10, 2020

ชีวิตเรายากกันไปคนละแบบ มีเรื่องท้าทายกันไปคนละอย่าง โดยเฉพาะในสถานการณ์ตอนนี้ที่เหมือน COVID-19 พาชีวิตเราขึ้นประจำที่นั่งบนรถไฟเหาะตีลังกาที่ไม่มีจุดหมาย บางช่วงพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่บางทีก็ตีลังกาพลิกกลับหลัง หรือดำดิ่งจนหัวใจแทบวาย การคิด การวางแผน หรือการทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อมุ่งมั่นทำให้ชีวิตให้ดีขึ้นนั้นไม่ผิดอะไร แต่การวางแผนหรือการแก้ปัญหาก็ต่างกับ “การคิดมาก” พอสมควร หลายคนคิดมากแล้วสามารถพาตัวเองออกจากความคิดเหล่านั้นได้ ในขณะที่บางคนจมอยู่กับ “การคิดมาก” จนบั่นทอนตัวเองและคนใกล้ตัว “กังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ดึงดันกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว” สำรวจตัวเองหน่อยว่าคุณคิดมากไปหรือเปล่า? การเป็นคนคิดมาก กับการเป็นคนช่างคิดและวางแผนรอบคอบนั้นมีเส้นแบ่งบาง ๆ กั้นอยู่ หลายคนปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความคิด ความกังวล หรือสิ่งที่แก้อะไรไม่ได้แล้ว แต่อ้างกับคนอื่นว่า ผมแค่เป็นคนรอบคอบ ฉันแค่เป็นคนช่างคิดช่างวางแผน  ลองสำรวจตัวเองอีกครั้งว่าเรากำลังครุ่นคิด หมกตัวอยู่กับสิ่งที่เราจัดการได้แน่ ๆ จริงไหม? หรือบางเรื่องมันพลาดไปแล้ว ให้ตายอย่างไรก็แก้ไม่ได้ (ซึ่งคนละเรื่องกับการคิดถึงทางแก้ในอนาคต) ในขณะที่บางสิ่งที่เรากังวลก็คือสิ่งที่ยังมาไม่ถึง และบางทีมันอาจไม่ได้มาถึงในรูปแบบที่เราเอาแต่คิดถึงมันก็ได้ (ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการวางแผนรับมือกับปัญหาที่เราเจอ) ดึงดันกับอดีต คิดมากในสิ่งที่แก้ไม่ได้และคิดไปก็ไม่ได้อะไร “เมื่อเช้าไม่น่าพูดแบบนั้นในที่ประชุมเลย หัวหน้าจะมองเรายังไงนะ? คนในทีมต้องมองว่าเราโง่แน่ ๆ” “ไม่น่าตัดสินใจลาออกจากที่ทำงานเก่าเลยว่ะ ถ้ายังอยู่ที่นั่น ป่านนี้คงมีความสุขไปแล้ว จะตัดสินใจลาออกทำไมวะ?” “ถ้าเลือกแผนการตลาดอีกแผนคงดีกว่านี้ เลือกแผนนี้แล้วห่วยจัง ทำไมทีมเลือกแผนห่วยแบบนี้?”  กังวลกับอนาคต

POMODORO TECHNIQUE กฏการเคลียร์งาน 25 นาทีจบ ที่จะช่วยให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปตลอดกาล By: PSYCAT May 31, 2020

เป็นสถานการณ์สุดฮิตที่เหล่าคนทำงานอย่างเรา ๆ คุ้นชินเป็นประจำ หรือถ้าว่ากันตามตรงก็เป็นกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาลนั่นแหละ การผัดวันประกันพรุ่งอาจยังไม่เคยส่งผลกระทบกับใครจัง ๆ แรง ๆ เพราะว่ากันว่าคนผัดวันประกันพรุ่งเนื้อแท้ไม่ใช่คนขี้เกียจแต่มีวิธีจัดการเวลาและลำดับความสำคัญในการทำงานตามรูปแบบของตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าการทำงานให้ทันเดดไลน์จะราบรื่นไปหมดทุกอย่าง ไหนจะความกดดัน ไหนจะความร้อนรน จะดีแค่ไหนถ้ามีเทคนิคการทำงานเพื่อคนชอบผัดวันประกันพรุ่งโดยเฉพาะ ที่รับรองว่าคุณจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมแน่นอน! ‘Pomodoro Technique’ คือชื่อเทคนิคการทำงานทรงประสิทธิภาพที่ถูกคิดค้นขึ้นโดย Francesco Cirillo นักพัฒนาและผู้ประกอบการ ผู้คิดค้นเทคนิคนี้ขึ้นมาช่วงปี 1980 เนื่องจากเขารู้สึกว่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยมันเป็นอะไรที่ยุ่งมาก ทำงานก็ไม่ดี เรียนก็ไม่ได้เรื่อง ชีวิตไม่มีประสิทธิภาพเอาเสียเลย Pomodoro ก็ไม่ได้มาจากไหน แต่มาจากเครื่องจับเวลาสำหรับการทำอาหารที่ทำเป็นรูปมะเขือเทศของเขานั่นเอง (Pomodoro เป็นภาษาอิตาเลียนที่แปลว่ามะเขือเทศ) แต่อย่าคิดว่านี่เป็นแค่วิธีกิ๊กก๊อกของนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่ง เพราะช่วงปี 1990 วิธีนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคการทำงานที่ทำให้คนทำงานได้มีประสิทธิภาพที่สุด สำหรับคนที่อยากรู้ว่า ‘Pomodoro Technique’ ทำอย่างไร? ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง? จริง ๆ ก็ง่ายแสนง่ายแค่มีนาฬิกาปลุก สมาร์ทโฟน หรืออะไรที่สามารถตั้งเวลาได้ และความตั้งใจของเราก็พอแล้ว วิธีการก็ง่ายแสนง่ายด้วย 6 ขั้นตอนต่อไปนี้ 1.เลือกงานที่คุณต้องการจะทำให้เสร็จขึ้นมา งานแบบไหนก็ได้ งานเล็ก งานใหญ่ งานที่ค้างไว้เป็นอาทิตย์

THE COLLECTOR – MINSO
ZERO TO HERO: JDED FEDFE
Masterpiece: Gemories Thailand
GARAGE: ‘โอ๊ค’ & ‘สมเมย์’ แห่ง VOM Records
GARAGE: LIVE SESSION – BEAGLE HUG
THE REAL EP.3: เอม ณัฐณัฐ