Just here not long ago

“WHETHER YOU THINK YOU CAN OR YOU THINK YOU CAN’T, YOU’RE RIGHT.”

Henry Ford

“YOU WILL NEVER REACH YOUR DESTINATION IF YOU STOP AND THROW STONES AT EVERY DOG THAT BARKS”

Winston S. Churchill

“I CAN’T RELATE TO LAZY PEOPLE. WE DON’T SPEAK THE SAME LANGUAGE. I DON’T UNDERSTAND YOU. I DON’T WANT TO UNDERSTAND YOU”

Kobe Bryant
  • Entertainment

    SLUR ความสุขของการทำดนตรี คือการได้เห็นคนมาแหกปากร้องเพลงในคอนเสิร์ตของตัวเอง

    By: SPLESS March 20, 2019

    มีหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้ชายอย่างเราตัดสินใจรวมตัวหรือสร้างกลุ่มกันขึ้นมาเพื่อลงมือทำอะไรสักอย่าง อาจจะเป็นความชอบที่ตรงกัน รสนิยมการใช้ชีวิตที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงความฝันที่จะได้ออกวิ่งตามหาเรื่องราวที่สนุกสนานและความสำเร็จให้กับชีวิต เหมือนกับ SLUR (เสลอ) วงดนตรีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแนวทางอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เกิดจากการรวมตัวกันของ เย่-จักรพันธ์ บุณยะมัติ (ร้องนำ), บู้-ธนันต์ บุญญธนาภิวัฒน์(เบส), เฮ้าส์-สรศักดิ์ จันทรมนตรี(กีต้าร์) และ เอม-ธิติพันธุ์ อนะวัชพงษ์(กลอง) จนกลายเป็นวงดนตรีคุณภาพ ซึ่งสร้างความหลากหลายให้กับวงการเพลงไทยมาตั้งแต่ปี 2549 ที่พวกเขาปล่อยอัลบั้มแรกของตัวเองอย่าง Boo! ออกมาให้ทุกคนได้รู้จัก แต่ก็เหมือนชีวิตของทุกคน แน่นอนว่าการเดินทางบนเส้นทางดนตรีมาตลอดระยะเวลากว่า 13 กับผลงาน 5 สตูดิโออัลบั้ม ต่างเต็มไปเรื่องราวและเหตุการณ์ที่มีทั้งปัญหาและช่วงเวลาพิเศษมากมาย แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้ทำให้ทั้ง 4 คนหมดความกระหายในสร้างบทเพลงใหม่ ๆ ออกมาและอัลบั้ม Bin ซึ่งเป็นผลงานชุดล่าสุดก็เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าความสนุกและไอเดียสร้างสรรค์ในงานดนตรีของพวกเขา ไม่เคยลดน้อยลงตามช่วงอายุที่มากขึ้น แต่อะไรจะเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวพวกเขาทุกคน ให้เดินบนเส้นทางอย่างรู้ใจตัวเองอยู่เสมอ วันนี้เรามารับฟังเหตุและเรื่องราวของพวกเขาไปพร้อมกัน พูดถึงจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจของอัลบั้มล่าสุดอย่าง BIN ให้ฟังหน่อยครับ เย่ : ถ้าพูดถึงจุดเริ่มต้นของอัลบั้ม Bin ผมที่ว่ามันเหมือนกับอัลบั้มที่ 4 ตรงที่เราคิดว่าเรายังสามารถคิดเพลงได้อีกยังพัฒนาเพลงต่อได้ เลยอยากจะทำเพลงกันออกมา แต่เรื่องแนวเพลง

    อ่านต่อ
  • FASHION

    ZERO TO HERO : ต่อ อภินันต์ นิธิวานิช ความหลงใหลในรองเท้าที่แปลงเป็น RESH PREMIUM SHOE REPAIR SHOP

    By: SPLESS March 16, 2019

    ถ้าจะบอกว่ารองเท้า คือสิ่งของที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับผู้ชายเราก็คงไม่ผิดนัก เพราะมันคือไอเทมที่มีความสำคัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับไลฟ์สไตล์รูปแบบต่าง ๆ ของการชีวิต รวมถึงเป็นเครื่องแต่งกายชิ้นสำคัญที่บ่งบอกและแสดงออกถึงรสนิยม ความหลงใหล ซึ่งบางครั้งเสน่ห์ของมันก็ทำให้หนุ่ม ๆ หลายคนนอกจากจะชื่นชอบครอบครองเพื่อสวมใส่แล้ว ยังเลือกเก็บสะสมให้เป็นความสุขของจิตใจอีกด้วย แต่ถ้าพูดถึงเรื่องรองเท้ากับคุณ ต่อ-อภินันต์ นิธิวานิช เขาคืออีกคนที่หนึ่งที่หลงใหลในรองเท้าเป็นอย่างมาก ทว่าความชอบของเขาไม่ใช่แค่ความต้องการสวมใส่และสะสมเพียงอย่างเดียว แต่ผลักดันให้ตัวเขาก้าวออกมาเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง เพื่อแบ่งปันรองเท้าให้กับคนอื่นรอบตัวในฐานะเจ้าของร้านรองเท้า ซึ่งหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลรองเท้าผ้าใบคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับร้าน Selektiv ที่เป็นหนึ่งในผลงานของเขา แต่พลังของความหลงใหลในตัวเขาก็ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น จนนำมาสู่การเปิดร้านรับซ่อมและดูแลรองเท้าหนังแบบครบวงจรที่ชื่อว่า “Resh” Premium Shoe Repair Shop อะไรที่ทำให้ชายคนนี้ผลักดันความชอบ ความหลงใหลในรองเท้าที่มีในตัว สู่การทำธุรกิจเกี่ยวกับรองเท้าที่ให้บริการและทำงานด้วยความเอาใจใส่ มาฟังเรื่องราวและเหตุผลของเขาไปพร้อมกับเราได้เลย แนะนำตัวเองและ “Resh” Premium Shoe Repair Shop หน่อยครับ สวัสดีครับผม ต่อ-อภินันต์ นิธิวานิช ครับ สำหรับ “Resh” Premium Shoe Repair Shop จะเป็นร้านซ่อมรองเท้าที่มาจากประเทศญี่ปุ่นครับ ต้องบอกก่อนว่าสำหรับที่ประเทศญี่ปุ่น นี่คือร้านรับซ่อมรองเท้าระดับ Premium

    อ่านต่อ
FOXY LADY: ‘วาเลนตินา พลอย’ทลายกำแพงด้วยความกล้า จากเด็กขี้อายสู่ศิลปินน้องใหม่แห่ง WHATTHEDUCK

เชื่อว่าหลายคนคงจำน้ำเสียงและวิธีร้องอันเปี่ยมเสน่ห์จากเพลง In The End ในรายการ The Voice Thailand Season 6 ได้เป็นอย่างดี ในตอนนั้นสุภาพสตรีที่ร้องเพลงนั้นแนะนำตัวเองว่าชื่อ พลอย-วาเลนตินา จาร์ดุลโล เธอเป็นลูกครึ่งไทย-อิตาลี สุดท้ายถึงแม้เธอจะไปไม่ถึงฝัน ไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ แต่หลังจากนั้นไม่นานเราก็ได้เห็นเธอปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะผู้เข้าร่วมประกวด Miss Thailand Universe 2018 ด้วยความสามารถรอบด้านก็ทำให้เธอคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มาครองได้สำเร็จ ในปี 2019 สาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี คนนี้ก็กลับมาอีกครั้งด้วยบทบาทใหม่ที่ต่างไปจากเดิม เพราะตอนนี้เธอคือศิลปินน้องใหม่ป้ายแดงจากชายคา Whattheduck  แต่ก่อนที่จะฟังผลงานเพลงของเธอ เราไปทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่า ว่ากว่าจะมาถึงทุกวันนี้เธอผ่านอะไรมาบ้าง และนอกจากบทบาทการเป็นศิลปินกับนางงามแล้ว แง่มุมอื่นของชีวิตเธอเป็นอย่างไร “วาเลนตินา พลอย จากค่ายเพลง Whattheduck ค่ะ” เพียงแค่การแนะนำตัวเราก็รู้ได้ทันทีว่าการสัมภาษณ์วันนี้จะต้องเป็นไปด้วยดีแน่นอน เพราะสุภาพสตรีตรงหน้าเธอพกพา Energy และความสดใสมาอย่างเต็มเปี่ยม “คิดว่าตัวเองเป็นคนง่าย ๆ ค่ะ ไม่มีอะไรมากเลย Very Normal Very Simple” ด้วยความที่เธออยู่ต่างประเทศมาเกือบทั้งชีวิต ภาษาไทยเธอเลยยังติดขัดนิดหน่อย และเมื่อคิดศัพท์ไม่ออกเธอก็จะพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเราว่ามันดูน่ารักดี “พลอยคิดว่าตัวเองเป็นคนไทย 100% เลย แต่การเป็นลูกครึ่งก็ทำให้เราได้

PLAY

Fun side of life

  • OFFICIAL TIMEKEEPER ภารกิจแห่งความภาคภูมิใจของ TISSOT เพราะความต่างเสี้ยววินาทีคือช่วงเวลาชี้ชะตาแชมป์

    By: NTman March 23, 2019

    นอกเหนือจากการฟาดฟันพละกำลัง ประชันความเร็ว รวมถึงการประลองชั้นเชิงชิงไหวชิงพริบในสนาม อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกมกีฬานั้นมีความเร้าใจจนสะกดสายตาผู้ชมได้นับล้านทั่วโลก คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากช่วงเวลาบีบหัวใจก่อนจบการแข่งขัน ที่เวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็สามารถชี้เป็นชี้ตายว่าใครคือผู้ชนะ หรือแม้กระทั่งใครคือผู้ที่ได้ตำแหน่งเจ้าของสถิติโลกหน้าใหม่ไปครอง จากความสำคัญของเวลาที่สามารถชี้ชะตาแชมป์ได้เพียงแค่ส่วนต่างเสี้ยววินาที ทำให้การแข่งขันกีฬาระดับโลกทั้งหลายจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีการจับเวลาและการให้คะแนนที่แม่นยำ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเลขของเวลาที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดไคลแม็กซ์ และ ผลคะแนนบนสกอร์บอร์ด ที่ถูกถ่ายทอดไปทั่วโลก คือสิ่งกระตุ้นความรู้สึก เค้นอารมณ์ร่วมของคนดู ซึ่งสร้างความเข้มข้นให้กับการแข่งขันได้ดีไม่แพ้การขับเคี่ยวที่ดุเดือดในสนาม และหากมองในแง่ของผู้แข่งขัน คงไม่มีนักกีฬาคนไหนอยากถูกปล้นชัยชนะ พลาดการสร้างสถิติในช่วงเวลาประวัติศาสตร์เพียงเพราะความผิดพลาดของระบบจับเวลา ด้วยเหตุนี้ทุกทัวร์นาเม้นต์ ทุกการแข่งขัน จึงแทบไม่เหลือพื้นที่ให้กับความผิดพลาด หน้าที่ในการเป็น Official Timekeeper หรือผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขันกีฬาระดับโลก จึงเปรียบเสมือนภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่น่าภาคภูมิใจ และสามารถการันตีความเที่ยงตรงแม่นยำของนวัตกรรมแห่งเวลาให้กับผู้รับหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่ง TISSOT คือแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ Official Timekeeper ในการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ระดับโลกหลายรายการมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 1938 จากจุดเริ่มต้นของเรือนเวลาคุณภาพสูงมาตรฐาน Swiss Made อย่าง TISSOT ที่มีความมุ่งมั่นและความหลงใหลในการพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับวิวัฒนาการของกีฬาประเภทต่าง ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยความซับซ้อน หลากหลายของข้อมูล และ กติกา เพื่อก้าวสู่จุดสูงสุดของเทคโลยีการจับเวลา ทั้งทางด้านอุปกรณ์จับเวลา และทีมงานมืออาชีพหลายร้อยชีวิต ที่พร้อมประการอยู่ในทุกทัวร์นาเม้นต์สำคัญ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ของสถิติ คะแนน และเวลาที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเราจะได้เห็นชื่อของ TISSOT

    อ่านต่อ
  • GMT-Master II, Yacht-Master, Sea-Dweller 3 เรือนใหม่น่าครอบครองจากงาน BASELWORLD 2019

    By: Chaipohn March 22, 2019

    เริ่มงาน Baselworld 2019 อย่างร้อนระอุกันไปแล้ว ท่ามกลางข่าวลืมไม่ค่อยดีเกี่ยวกับนาฬิกาแบรนด์หรูที่ว่าไปได้ไม่ดี แต่ในความเป็นจริงดูเหมือนตลาดจะยังคึกคัก ไม่มีท่าทีจะซึมเศร้ายาวนานเหมือนที่หลายคนหวาดกลัว เอาแค่ Rolex แบรนด์เดียวก็มีการเปิดตัวนาฬิกาในงานนี้มากมายหลายรุ่น แต่บางรุ่นอย่างเช่นตระกูล Oyster Perpetual Datejust 36 หรือ Day-Date 36 ที่อาจจะไม่โดนใจเรามากนัก เราจึงขอเลือกนำเสนอ Rolex 3 รุ่นที่ทั้งโดนใจ เท่ และน่าสะสมกันดีกว่า   Rolex Monochromatic Yacht-Master 42 เริ่มจากเรือนแรก ขอยกให้เป็นเรือนที่เราชอบมากที่สุดใน 3 เรือน นั่นคือ Monochromatic Yacht-Master 42 ที่มาในขนาดใหญ่เหมาะกับข้อมือผู้ชาย ใครมี Submariner หรือ GMT แล้วอยากได้เรือนที่ใหญ่กว่าน่าจะถูกใจ ตัวเรือน White Gold ขนาด 42mm จากเดิมที่หลายคนคุ้นกับขนาด 40mm ขับเคลื่อนด้วยกลไกรุ่นใหม่ Calibre 3235 สำรองพลังงานได้ถึง 70 ชั่วโมง ต้านสนามแม่เหล็กและมีความแม่นยำมากกว่าแฮร์สปริงแบบดั้งเดิมถึง

    อ่านต่อ
  • By: Chaipohn March 13, 2019

    ทุกครั้งที่เราเห็นรถยนต์คลาสสิกสุดสวยในวันนี้ ทำให้เราจินตนากรถึงภาพที่หรูหราราวกับถนนที่โรยด้วยกุหลาบในอดีต แต่ในความเป็นจริงแล้วรถยนต์ที่เกิดขึ้นในช่วงหลัง World War II หลายคันกลับมีประวัติที่ไม่ได้สบายอย่างที่เราคิด เนื่องจากเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นฟูขาดความเสถียร ประชาชนต้องคิดหนักในการใช้จ่าย รวมถึงวัตถุดิบที่ทีขีดจำกัดเป็นอย่างมาก เรียกว่าจะสร้างอะไรขึ้นมาเหมือนต้องเทเงินทุนกันหมดหน้าตัก เดินหมากผิดนิดเดียวอาจะสะเทือนถึงขั้นล้มละลายได้ เช่นเดียวกับ BMW 507 สุดคลาสสิกคันงามคันนี้ ในอดีตมันคือรถยนต์ที่ทำให้ BMW ต้องสั่นสะเทือนเกือบถึงขั้นล้มละลาย แต่ในวันนี้มันคือหนึ่งใน Iconic Car ประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของ BMW พร้อมมูลค่าซื้อขายที่ไปไกลถึงราว 70 ล้านบาท BMW 507 เป็นรถ Roadster ที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปี 1956 – 1959 ราว 10 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของ Germany แม้หลายบริษัทจะเริ่มฟื้นตัวจากร่องรอยแผลจากสงครามมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังมี resource ที่จำกัดมาก ส่งผลถึงค่ายรถยนต์แบรนด์ต่าง ๆ ที่มุ่งผลิตรถยนต์เรียบง่าย ราคาไม่แพง เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น Isetta รถทรงไข่ที่เกิดขึ้นในขณะที่ผู้คนหันไปเลือกใช้ Scooter ในการเดินทาง

  • By: Chaipohn March 12, 2019

    รถยนต์ 1 ในตำนานยอดฮิตของผู้ชายทั้งโลก การถือกำเนิดของ AC Cobra หรือ Shelby Cobra ชื่อเรียกสำหรับทำตลาดในอเมริกาซึ่งพวกเราคุ้นเคยกับชื่อหลังมากกว่า เป็นรถที่หาของแท้ได้ยาก แม้จะมีการทำแบบ Replica ขึ้นมามากแค่ไหน แต่ก็ไม่ทำให้ราคามูลค่าของรถดั้งเดิมลดหายไปได้ แม้จะมีความแตกต่างในคาแรคเตอร์มากแค่ไหน แต่สิ่งนึงที่ Shelby Cobra มีเหมือนกับจุดเริ่มต้นของรถยนต์ระดับโลกทุกแบรนด์ นั่นคือความลุ่มหลงที่หมายจะสร้างรถแข่งให้โลกได้จารึกไว้ของ Carroll Shelby ชายผู้มีความเร็วอยู่ในหัวใจ และเป็นผู้ให้กำเนิด Shelby Cobra แก่โลกใบนี้เมื่อ 57 ปีที่แล้ว Carroll Shelby เด็กชาว Texas ที่เกิดมาพร้อมปัญหาลิ้นหัวใจตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ทำให้เค้ามีปัญหาด้านสุขภาพมาโดยตลอด แต่กระนั้นมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาแยก Shelby ออกจากความรักในการแข่งขันรถยนต์ได้ แม้ในวัยหนุ่มเค้าจะยังไม่มีรถเป็นของตัวเอง แต่ก็พยายามไปหยิบยืม Allards ของเพื่อนเพื่อใช้ซิ่งแข่งอยู่เป็นประจำ และนั่นก็ทำให้ Shelby ประทับใจในรถบอดี้น้ำหนักเบาจาก UK ที่ใส่ขุมพลัง V8 บล็อคใหญ่จาก US เข้าอย่างจัง ซึ่งเป็นอิทธิพลที่ทำให้เกิดเป็น Shelby

  • By: Chaipohn March 6, 2019

    อีกไม่นานวงการรถยนต์คงต้องหาคำจำกัดความใหม่ เมื่อคำว่า Sportcar เริ่มธรรมดาเกินไป และคำว่า Hypercar เริ่มถูกใช้กันมากขึ้น และปัจจุบันดูเหมือนกำลังของ Hypercar กำลังถูกท้าทายจากหลายค่ายผู้ผลิตรถยนต์ที่พัฒนาก้าวข้ามกำแพง 0 – 100 km/h ใน 2 วินาที ล่าสุด Pininfarina, Italian Designer เก่าแก่ตั้งแต่ปี 1928 , จากผู้เชี่ยวชาญด้านออกแบบ Supercar ที่วันนี้ไดัผันตัวมาผลิตสุดยอดรถสปอร์ตของตัวเอง และสถิติที่ทำได้ก็ถือว่าไม่ธรรมดา กลายเป็นรถที่เร็วในอันดับต้น ๆ ของโลก Pininfarina Battista รถพลังงานไฟฟ้าที่พกพละกำลังมามากถึง 1,900 แรงม้า เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Geneva Motor Show ผลิตจำนวนจำกัดแค่ 150 คันเท่านั้น Pininfarina Battista ใช้ lithium ion battery pack 120 kWh คุณภาพสูงจาก Rimac พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งแยกสู่ล้อทั้ง 4 อย่างอิสระ พร้อมลดน้ำหนักโครงสร้างที่ผลิตจาก

  • By: Chaipohn March 1, 2019

    ในปี 2006 Audi เปิดตัวรถสปอร์ตของค่ายที่มีดีไซน์สุดพิเศษ นั่นคือ Audi R8 เครื่องยนต์ 4.2-liter V8, หลังจากนั้น 3 ปี Audi R8 ได้เผยโฉมรถเวอร์ชั่นที่สมรรนะสูงต่อสาธารณชนที่เฝ้ารอแรงม้าที่จัดจ้านมากขึ้น คำตอบของ Audi ในวันที่ 8 ธันวาคม 2008 คือ R8 5.2-liter V10 engine ที่มีแรงม้า 525 ตัว แต่เริ่มออกโชว์ตัวจริง ๆ ในงาน Detroit Auto Show เดือนมกราคม 2009  10 ปีต่อมาถึงวันนี้ Audi ได้ระลึกถึงวันแห่งความทรงจำดี ๆ ครั้งนั้น ด้วยการเปิดตัวเวอร์ชั่นสุดพิเศษแบบ Limited Edition และแน่นอนว่ามันต้องมาพร้อมเครื่อง V10 ที่ผ่านการรีดแรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 620 ตัว นั่นคือ 2019 Audi

  • By: TOISAN February 27, 2019

    Ford Mustang คือรถคลาสสิกที่เคยสร้างตำนานบนท้องถนนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้ Lego บริษัทของเล่นสัญชาติเดนมาร์กและบริษัทรถยนต์ชื่อดังผู้สร้างมัสแตงอย่าง Ford ร่วมกันทำให้รถยนต์สุดเท่ Ford Mustang GT ปี 1967 กลับมาอีกครั้งในรูปแบบของเล่น   Ford Mustang ปี 1967 ถือเป็นรถยนต์ในตำนานสุดคลาสสิกที่ถูกพัฒนาให้เป็นรถยนต์ครบเครื่องทั้งความเร็ว ความแรง และรูปทรงที่สวยงาม ก่อนหน้านี้ Lego เคยสร้างโมเดลจากรถยนต์ยี่ห้อ Ford มาแล้ว เช่น Ford Mustang GT ปี 1968 สี Highland Green และ Ford Fiesta WRC ของทีมแข่ง M-Sport ในศึก World Rally Championship มาพร้อมตัวต่อราว 183-204 ชิ้น แต่ครั้งนี้ Lego และ Ford จะสร้าง Ford Mustang GT ปี 1967 ให้เป็นโมเดลที่มีสเกลใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ส่วนเลโก้ที่ได้โมเดลจาก

HOT THIS WEEK

#7daysinarow

Improve yourself
รอมั่นใจก่อนเพื่อไล่ตามเป้าหมาย ข้อผิดพลาดที่นักจิตวิทยาบอกว่าคนส่วนใหญ่กำลังทำผิดวิธี By: anonymK March 14, 2019

“เออ…ก็อยากทำนะ แต่ว่ายังไม่กล้าขนาดนั้น” เวลาเราเผชิญหน้ากับอะไรสักอย่างที่มันไม่มีอะไรมาการันตีความสำเร็จ 100 % เรามักจะหลุดประโยคนี้มาเสมอ ว่าสนใจแต่ไม่อยากเสี่ยงเพราะถ้าเผลอทำอะไร ๆ ตามที่คิดไว้แล้วออกมาผิดพลาด ความซวยต้องมาเยือนแน่นอน ดังนั้น ปัญหาใหญ่วันนี้ที่เจอกันแทบทุกคนคือ การรออะไรสักอย่างมา spark joy พอที่จะทำให้ลุกไปทำตามฝัน หรือทำตามสิ่งที่คิด Amy Morin นักจิตวิทยาเผยว่าเธอมักจะถามคนที่เปิดประตูเข้ามาปรึกษาเพื่อหาหนทางพิชิตเป้าหมายว่า “คุณคิดว่าควรจะทำยังไงให้มันสำเร็จตามเป้า” คำตอบเดิมซ้ำ ๆ ที่ได้ยินจากปากแทบจะทุกคนเลยคือ “พัฒนาความมั่นใจ” “ผมอยากมั่นใจขึ้นเพื่อออกไปทำธุรกิจของตัวเอง” “ฉันอยากรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นจะได้กลับไปโรงเรียน” จุดประกายที่อยากเปลี่ยนแปลงนั้นน่าชื่นชม แต่ Amy Morin บอกว่าปัญหาอยู่ที่คำตอบต่างหากที่ผิดสเตปไปหน่อย ความจริงคนเราจะคว้าเป้าหมายได้ไม่ควรรอให้มั่นใจก่อนแล้วค่อยทำ แต่ความมั่นใจมันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเรา take action หรือลงมือทำต่างหาก ซึ่งพูดน่ะมันง่ายแต่พอจะทำมันยากมา ถ้าทุนเดิมเราไม่ได้รู้สึกดีกับตัวเองสักเท่าไหร่ ชาว UNLOCKMEN คนไหนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วกำลังรู้สึกว่า เราเลยนี่หว่า ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะเรารวบรวมวิธีที่นักจิตวิทยาแนะนำมาไว้ด้านล่างเพื่อ follow ตามแล้ว ลงมือเลย มีใครเคยพยายามคิดบวกเยอะ ๆ แล้ว แต่ยังย่ำอยู่กับที่ไหม? ไอ้ที่เราเคยใช้วิธีพูดกับตัวเองว่า “เราเก่ง” “เรามั่นใจ”

ไฟเขียว “SAFE LEAVE” ในสกอตแลนด์ พนักงานเจอความรุนแรงในครอบครัวลาได้ 10 วันไร้ข้อจำกัด By: anonymK March 13, 2019

Domestic Violence เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมมายาวนาน ความเจ็บปวดของการถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจจากคนใกล้ชิด ไม่ต่างจากแผลที่โดนกระหน่ำซ้ำลงที่เดิมทำให้ปากแผลเปิดอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มันจึงต้องใช้เวลาเยียวยานานและส่งผลกระทบต่อชีวิตของเหยื่อกับสังคมรอบข้างกว่าที่คิด ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาระดับสากลที่แต่ละประเทศกำเนิดองค์กรต่าง ๆ เพื่อยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ล่าสุด South Ayrshire council ร่วมมือกับองค์กรช่วยเหลือสตรีท้องถิ่นในประเทศสกอตแลนด์ อนุมัตินโยบายมอบวันลาที่เรียกว่า “Safe Leave” กับพนักงานที่ประสบเหตุการณ์ Domestic Violence เป็นแห่งแรกในยุโรป เสนอวันลาเพื่อพักผ่อนทั้งหมด 10 วัน แบบไม่หักเงิน และไม่หักสวัสดิการวันลาอื่น ๆ เพื่อให้พนักงานใช้เวลานี้สำหรับกระบวนการศาล การบำบัด หรือการพบแพทย์เพื่อเยียวยาอย่างเต็มที่ไร้ข้อจำกัด สามารถเลือกใช้วันลาได้ไม่ว่าจะเป็นการลาต่อเนื่องหรือลาแยกตลอดทั้งปีก็ทำได้ทันที ข้อดีของการให้วันลาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแสดงความเห็นอกเห็นใจในฐานะมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้ทุกคนที่กำลังประสบเหตุการณ์นี้กล้าลุกขึ้นสู้เพื่อความปลอดภัยและสิทธิ์การใช้ชีวิตของตนเอง อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ชาว UNLOCKMEN บางคนอาจจะรู้สึกว่าเราเอาข่าวนี้มาบอกทำไม จะรู้ไปเพื่ออะไรเพราะบ้านเรายังไม่มีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์บังคับ แต่ข้อเท็จจริงในย่อหน้าถัดไปจะเฉลยว่าทำไมพวกเราถึงต้องรู้และตื่นตัวกับสิ่งเหล่านี้ไว้บ้าง ผู้ชายมากกว่า 40% คือเหยื่อของ Domestic Violence คุณเคยเจอแฟนที่บ้านกรีดร้องเวลาทะเลาะกัน หรือลงไม้ลงมือเขวี้ยงของและตบตีใส่เมื่อเธอไม่พอใจไหม ? เราเชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักจะเจอเหตุการณ์แบบนั้น แต่เรื่องนี้สังคมมักไม่ค่อยพูดถึง เวลาข่าวนำเสนอเรื่อง Domestic Violence ผู้หญิงคือภาพจำของตัวละครที่เป็นเหยื่อเสมอ แต่จากผลสำรวจของ

มีไฟแต่ใจหมด: ‘BROWNOUT อาการหมดใจกับงาน’ที่ทำให้องค์กรเสียคนเก่ง ๆ ไป By: PSYCAT March 13, 2019

ผู้ชายทำงานอย่างเราอาจเคยได้ยินคำว่า Burnout ผ่านหูกันมาบ้าง หรือที่ชวนหดหู่ยิ่งกว่าคือบางคนเคยเผชิญหน้ากับอาหารหมดไฟไร้แรงจะทำงานมาด้วยตัวเอง (UNLOCKMEN เคยเขียนถึงอาการหมดไฟไว้ ย้อนอ่านได้ที่ BURN OUT SIGNS: สัญญาณหมดไฟของคนทำงาน ทำยังไงให้ไฟกลับมาลุกโชนอีกครั้ง) แต่คล้ายกับว่าอาการหมดไฟจะไม่ใช่อุปสรรคเดียวที่คนทำงานอย่างเราจะต้องก้าวข้ามไปให้ได้ เพราะ “อาการหมดใจ” หรือ Brownout นั้นก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน อาการนี้ไม่ใช่แค่หมดไฟจะไปต่อ แต่มันคือหมดใจกับระบบการทำงานและองค์กร รวมถึงเป็นสาเหตุที่คนเก่ง ๆ และมีความสามารถจำนวนมากตัดสินใจลาออกจากงานอย่างไม่มีใครหรืออะไรจะรั้งไว้ได้ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนหมดใจกับงาน? ในฐานะผู้บริหารหรือเจ้าขององค์กรเราควรจัดการกับอาการนี้เพื่อรักษาคนเก่ง ๆ ไว้ได้อย่างไร? หมดใจไม่ใช่เล่น ๆ สาเหตุใหญ่ที่ทำให้คนเก่ง ๆ จากไป เมื่อเราพูดถึงอาการ Burnout เราก็มักจะเห็นภาพของคนที่หมดอาลัยตายอยากกับงานเสียเต็มประดา เพราะไฟในตัวมันมอดไหม้ไปสิ้นแล้ว จะทำอะไรก็เบื่อหน่าย อาการก็ออกมาให้เห็นชัด ๆ ว่าไม่พร้อมจะลุกขึ้นมาทำอะไรอย่างที่เคยทำได้ แต่ Brownout นั้นต่างออกไป จินตนาการถึงแสงจากดวงดาวที่ไม่ได้ดับสนิทมืดลงทันที แต่ยิ่งเฝดห่างออกมาเท่าไหร่แสงก็ยิ่งริบหรี่ลงเท่านั้น เพราะคนที่เข้าข่ายอาการ Brownout นั้นการทำงานภายนอกจะเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่ภายในใจต่างหากที่มันได้ตายจากองค์กรไปแล้วโดยมีสาเหตุมาจากหลายสิ่งในองค์กร อาการเหล่านี้มักจะเกิดกับคนทำงานเก่ง ๆ หรือคนในองค์กรที่มีประสิทธิภาพกว่าคนอื่น (ผลสำรวจระบุว่า Top Performer หนึ่งในสามมีอาการนี้และกำลังหางานใหม่) คนเก่งในองค์กรนั้นเมื่อหมดใจกับงานตรงหน้าหรือหมดใจกับองค์กรที่ทำ พวกเขามีทางเลือกมากกว่าคนที่ทำงานไม่เก่งจึงไม่แปลกใจที่องค์กรมักเสียคนทำงานเก่ง

STAY STRONG: ‘เทคนิคปลุกใจตัวเองฉบับเร่งรัด’ วันที่เหนื่อยแต่ต้องไปต่อ ไม่มีแม้แต่เวลาท้อ By: april March 4, 2019

ความเหน็ดเหนื่อยที่เกาะกินความรู้สึก บางครั้งมันไม่ได้มีสัญญาณบอกล่วงหน้า มันอาจเข้ามาหาเราแบบกะทันหัน จนเราไม่อาจตั้งตัวได้ทัน เซบ้าง ล้มบ้าง แต่ต้องไปต่อ เพราะชีวิตยังมีอย่างอื่นให้ทำมากกว่ามานั่งท้อ อาจฟังดูโหดร้าย แต่เมื่อชีวิตจริงมันเป็นแบบนั้น เราคงไม่มีทางเลือกไหนนอกจากลุกขึ้นสู้ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ UNLOCKMEN ขอแนะนำเทคนิคเจ๋ง ๆ ให้หนุ่ม ๆ ลุกขึ้นสู้แบบฉับไว ภายในระยะเวลาอันสั้น เหมือนเป็นชุด Kit ซ่อมแซมตัวเองอย่างง่ายและรวดเร็ว เปลี่ยนข้อผิดพลาดเป็นโอกาสแก้ไข เมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว เราไม่อาจนั่ง Time Machine ไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ มันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ทำได้คือการแก้ไขเรื่องราวให้ดีขึ้น หากทำข้อที่ผ่านมาได้แล้ว ลองปรับ Attitude ของเราให้มองเรื่องผิดพลาดนี้ไม่เป็นเรื่องร้ายแรงเกินไปนัก ลองมองเป็นโอกาสที่เราได้เห็นจุดบกพร่องของตัวเอง และเอาโอกาสนี้มาแก้ไขปรับปรุงตัวเองให้เป็นเราเวอร์ชั่นที่พัฒนาขึ้นไปอีกหนึ่งก้าวกันดีกว่า พอรู้ตัวแล้วว่าเราเคยพลาดจุดนี้ ถือโอกาสนี้เป็นการเตือนตัวเองให้คอยระวังทุกครั้งที่เกิดสถานการณ์ใกล้เคียงกัน ระวังไม่ให้เราต้องผิดพลาดจุดเดิมซ้ำ ๆ เพราะนั่นหมายความว่าเราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยจากความผิดพลาดครั้งก่อน เตือนตัวเองอยู่เสมอว่าครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้เราใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ไม่ว่าจะผิดหวังเรื่องอะไรมา ชีวิต ความรัก งาน อย่าลืมว่าการผ่านมันไปให้ได้ ไม่ใช่ทางเลือก แต่มันคือสิ่งที่เราต้องทำและต้องผ่านมันไปได้จริง ๆ ไม่ว่าจะด้วยการแก้ปัญหา การยอมรับความผิดหวัง ปล่อยให้เวลาค่อย ๆ ลบเลือนบาดแผลเหล่านั้น หมดไฟเมื่อไหร่

คนรักเท่าผืนหนัง คนชังก็ช่างมัน ‘HALO EFFECT’ อาการมองข้ามข้อเสียของคนโปรด By: april February 4, 2019

เมื่อสมัยเรียนเนี่ย เรามักจะมีเพื่อนสักคนที่จะเป็นคนโปรดของครู ทำหน้าที่นักเรียนดีเด่นชนิดที่ต้องยกตำแหน่งอยู่เป็นไปให้แบบไร้คู่แข่ง พอมาในวัยทำงาน เราเองก็รู้สึกได้ว่าสิ่งเหล่านั้นยังไม่หายไป เรายังเจอลูกรักของเจ้านาย ที่ยังไง้ยังไงก็จะเป็นคนโปรดอันดับหนึ่งเสมอ ผิดพลาดไปยังไงก็จะกลับคืนสู่บังลังก์ลูกรักได้ทุกครั้งไป  มันคืออาการที่มองเห็นแต่ด้านดีของคน ๆ นั้น ไม่ใช่แค่ในมุมของคนที่มีสถานะสูงกว่ามองคนที่ต่ำลงมาอย่างเจ้านาย-ลูกน้อง ครู-นักเรียน เท่านั้น แต่คนทั่วไปอย่างเรา ๆ คนที่สถานะเท่ากันก็สามารถมีภาพมายานี้บังตาได้เหมือนกัน UNLOCKMEN จะพามาดูกันว่า ไอ้อาการนี้มันเป็นยังไง และมันส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง พร้อมทางออกสำหรับทุกฝ่าย HALO EFFECT ภาวะ ‘HALO EFFECT’ ถูกค้นพบโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน Edward L. Thorndike ตั้งแต่ปี 1920 นู่นแล้ว ซึ่งมันมีความหมายอย่างง่ายที่สุดคือการที่เราเทิดทูนใครคนหนึ่งแต่เพียงด้านดีของเขาเท่านั้น แล้วด้านไม่ดีล่ะ ? เขาก็ยังมีด้านไม่ดีเหมือนกัน แต่เราเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นมันและโฟกัสไปแต่ด้านดีของเขาเพียงอย่างเดียว เหมือนกับว่าเรามองคนโปรดคนนั้นในมิติเดียวนั่นแหละ ราวกับเป็นตัวละครจากวรรณกรรมโรแมนติก ที่คนดีก็จะดี๊ดี ดีมันอยู่อย่างนั้น ไม่ได้มองว่าเขาคือคนทั่วไป ที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี มองข้ามข้อเสียไปแบบเนียน ๆ ยังไม่พอ ข้อดีที่เขามีนั้นก็ถูกเทิดทูนแบบ Overrated อีกด้วย ช่างเป็นคนโปรดแบบหาใครมาเปรียบไม่ได้เสียจริง ๆ  อาการแบบนี้ฟังดูมันเหมือนเจ้านายที่มีคนโปรดในออฟฟิศ ที่จะได้ทุกอย่างไปแบบไม่ต้องลงแรงเท่าคนอื่น

ความสำเร็จมากมาย แต่ทำไมเติมไม่เคยเต็ม ? เพราะความสำเร็จและความรู้สึกไม่ใช่สิ่งเดียวกัน By: april January 28, 2019

ความสำเร็จที่รายล้อมรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน ตำแหน่งที่สมกับความสามารถ ค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกับความทุ่มเท ด้านชีวิตส่วนตัว บ้านหลังใหญ่ รถคันโปรดที่พาเราไปไหนมาไหนทุกที่ แต่แล้วเรากลับพบว่าท่ามกลางความสำเร็จที่พาของรอบตัวเหล่านั้นมา มีบางสิ่งข้างในที่มันขาดหายไป ความรู้สึกเว้าแหว่งยามที่ควานลงไปพบแต่ความดำมืดและความว่างเปล่า หากคุณเกิดความรู้สึกเหล่านั้นอยู่ในใจ UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาสำรวจความรู้สึกของตัวเองว่าอะไรกันที่มันขาดหายไป เราจึงรู้สึกว่าเติมอะไรก็ไม่เคยเต็ม เรามัวแต่ใช้เวลาไปกับสิ่งที่ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ เมื่อเราเติบโตขึ้นจนถึงวัยที่ได้ใช้ชีวิตจริง ๆ อย่างวัยทำงาน ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ถูกต้องมาก่อนสิ่งที่ถูกใจ สังคมรอบข้างหล่อหลอมให้เราเชื่อว่า หากทำแบบนั้นได้ เราจะดูเป็นคนมีวุฒิภาวะ รู้จักเลือกสิ่งที่จำเป็นมาก่อนสิ่งอื่น จนนั่นทำให้เราใช้เวลาไปกับสิ่งที่ถูกต้องเสียมากมาย หากไม่ทันรู้ตัวก็อาจจะใช้ครึ่งชีวิตที่เหลือไปกับสิ่งที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวเลยก็ได้ แต่นั่นก็จำเป็นต้องทำจริง ๆ นั่นแหละ แล้วการทำสิ่งที่ถูกต้องมันแย่ตรงไหนกัน ? คำตอบคือมันไม่แย่เลย หากเรารู้จัก Balance ชีวิตของเราให้ดีในทุกด้าน ไม่ให้ตัวเองตึงเพราะสิ่งที่ถูกต้องเกินไป จนตัวเองกลายเป็นหุ่นยนต์หาเงิน แล้วจะทำยังไงเราถึงจะ Balance ชีวิตของเราได้ ไปดูข้อต่อไปกัน   ยังไม่ลงมือทำสิ่งที่รัก หลายคนต่างเคยมีความฝันหรืองานอดิเรก ความชอบ ที่มันยังอยู่ในใจของเราเสมอมา เพียงแต่ในตอนเด็กเราไม่ได้มีกำลังมากพอที่จะ Support สิ่งนั้นไปได้สุดทาง (แต่ถ้าใครทำได้แล้ว เรายินดีด้วยจากใจจริง) พอโตขึ้นมาอยู่ในวัยทำงาน เรามีกำลังทรัพย์มากพอที่จะ Support สิ่งที่เรารัก แต่ว่าเรากลับไม่มีเวลาให้มันเสียอย่างนั้น

SET UP TO FAIL SYNDROME: “โรคทำอะไรก็โดนหัวหน้าด่าตลอด”อาการนี้มีที่มาและทางแก้ By: PSYCAT January 24, 2019

Set-Up-To-Fail Syndrome อาจไม่คุ้นหูผู้ชายอย่างเรามากนัก แต่ถ้าพูดถึงอาการที่ว่าไม่ว่าเราจะขยับตัวไปทางไหนทำอะไรก็โดนหัวหน้างานเพ่งเล็ง จับตา พร้อมตำหนิหรือต่อว่าอยู่ตลอด จนเหมือนว่าตัวเราช่างไม่เคยมีความดีในสายตาเขาเลย อาการแบบนี้แหละคือ Set-Up-To-Fail Syndrome คือไม่ว่าจะตั้งใจทำเท่าไหร่ก็พลาดไปหมด! อาการนี้มีที่มาที่ไป รวมถึงมีทั้งทางป้องกันและแก้ไข สำหรับใครที่ไม่ได้เป็นระดับลูกน้อง แต่คือหัวหน้าหรือมีตำแหน่งที่ต้องบริหารจัดการคนก็อย่าเพิ่งไปไหน เพราะการที่คุณมองว่าใครสักคนแย่ จนต้องตำหนิเขาทุกวัน รู้หรือไม่ว่าคุณเองนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุของ Set-Up-To-Fail Syndrome ซึ่งท้ายที่สุดมันทำร้ายทั้งตัวลูกน้อง หัวหน้า ทีม และอาจจะทำให้ทั้งองค์กรพังทลายลงได้ ถ้าไม่อยากพัง อ่านให้จบ แล้วรีบแก้ไขก่อนที่จะสายเกินไป Set-Up-To-Fail Syndrome ความผิดพลาดครั้งแรกนำไปสู่วงจรสยองในองค์กร Set-Up-To-Fail Syndrome นั้นเกิดจากทั้งตัวหัวหน้าและลูกน้อง จินตนาการถึงตอนทำงานใหม่ ๆ เรียกว่าตอนเริ่มต้นน้ำต้มผักก็ว่าหวาน แน่ล่ะ เพราะตอนรับเข้าทำงานหัวหน้าและองค์กรก็ย่อมรับคนทำงานจากคุณสมบัติที่น่าสนใจและครบถ้วนในตัวคนนั้น เมื่อเริ่มทำงานทุกอย่างก็ยังราบรื่น สวยงามไปจนกระทั่งลูกน้องทำบางอย่างผิดพลาดขึ้นมา ไม่ว่าความผิดพลาดนั้นจะเล็กหรือใหญ่แต่ก็นับเป็นความผิดพลาด เมื่อนั้นเองที่หายนะกำลังคลืบคลานเข้ามาโดยที่ทั้งเจ้านายและลูกน้องยังไม่รู้ตัว เมื่อเกิดความผิดพลาดครั้งแรกขึ้น ความสัมพันธ์ที่เคยดีระหว่างหัวหน้าและลูกน้องจะถูกสั่นคลอน หัวหน้ามักจะเริ่มต้นสงสัยในศักยภาพของลูกน้อง เริ่มคลางแคลงใจว่าคนคนนี้เก่งจริงหรือเปล่า มีความสามารถอย่างที่หัวหน้าเคยเชื่อจริงหรือไม่ ก็เพราะคุณทำงานแย่ไง ผมเลยต้องกำกับใกล้ชิด! สิ่งที่ตามมาหลังจากลูกน้องทำงานพลาดก็คือหัวหน้าจะเริ่มทำสิ่งที่เรียกว่า “Micro manage” เริ่มลงมาดูการทำงานของลูกน้องแบบละเอียดทุกขั้นตอน จากเดิมที่เคยแค่สั่งงาน แล้วก็รอรับงานตามเวลาที่กำหนด

ทำงานเก่ง ทำไมไม่ได้เป็นหัวหน้า? เฉลยปัญหาโลกแตกที่ทำให้คุณไม่โตจากสิ่งที่ทำ แม้จะโปรแค่ไหนก็ตาม By: anonymK January 10, 2019

ทำมากี่ปีดีดักก็ยังอยู่ที่เดิม หัวหน้าที่ดีแต่สั่งให้เราทำโน่นทำนี่เอาเข้าจริงก็ไม่เห็นว่าจะเจ๋งกว่าเราสักอย่าง กูนี่แหละมดงานหาเงินเข้าบริษัท นี่เป็นเรื่องที่คุยกันเสมอนอกฤดูโปรโมตตำแหน่งและยิ่งใกล้ช่วงโบนัส เรื่องนี้ยิ่งเดือดระอุขึ้นกว่าเดิม เพื่อไขปัญหาโลกแตกให้กระจ่างว่าทำไมเราทำดีไม่ได้ดี หรือบอสจะตาบอดมองไม่เห็นความสามารถของเราถึงไม่ได้เลื่อนขั้นให้ แต่ดันไปเลือกคนอื่นแทน UNLOCKMEN ได้รวบรวมข้อมูลคลายสงสัยมาแบ่งปันแล้ว ลองดูว่านอกจากการเป็นเจ้าพ่อเทพด้านสกิลการทำงานแล้ว คุณสมบัติเหล่านี้คุณขาดมันอยู่ไหม เพราะถ้าคุณเป็นคนแบบเดียวคำอธิบายด้านล่าง นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้านายไม่เลื่อนให้คุณเป็นหัวหน้ากับเขาสักที   ขาด DNA องค์กร เรื่องง่าย ๆ ที่ไม่ง่ายเอาเสียเลยคือคุณไม่ค่อยมีลมหายใจแบบเดียวกับองค์กรเท่าไหร่ ใส่ใจแต่งานที่ตัวเองทำมากเกินไป ทำให้ต่อให้ผลงานโคตรเด่นแค่ไหนก็ไม่มีวันโตได้มากกว่าเดิม เพราะเจ้านายคิดว่าถ้าเขาโปรโมตคุณขึ้นมา เมล็ดพันธ์ุต่าง ๆ ในองค์กรคงไม่ได้ดอกผลในทางเดียวกันแน่ ๆ เนื่องจากคุณดันไม่เข้าใจวิธีคิดขององค์กร กำไร การวางแผน เป้าหมาย สภาพแวดล้อมที่มีอยู่สักนิด ลองคิดสภาพว่าถ้าองค์กรเป็นคนหนึ่งคน คุณคือ Head ของบริษัท เราให้คุณเป็นส่วนหัวที่กระจายหน้าที่ไปส่วนอื่น แต่คุณดันทำผลงานโดดเด่นเฉพาะของตัวเองเท่านั้น หัวก็จะโตเอา ๆ แต่ตัวด้านล่างลีบเพราะการเติบโตไม่กระจายไปส่วนอื่นเลย มันก็ไม่ต่างจากการทำให้องค์กรเป็นโปลิโอ ขาลีบก็เดินไปไม่ได้ แขนลีบก็หยิบจับอะไรไม่ได้อยู่ดี สู้เขาเอาคนที่ไม่ต้องเก่งเท่าคุณแต่ทำให้องค์กรเติบโตมาทำ ยังไงมันก็ดีกว่าเห็น ๆ   สื่อสาร 0 คะแนน ส่วนใหญ่คุณเห็นใช่ไหมว่าผู้นำดีแต่พูด ทว่าทำไม่เก่งเท่าที่คิด เหตุผลเพราะมันคือคุณสมบัติที่ต้องมี

โดนกรีดหัวใจแค่ไหนก็สู้ไหว รู้จัก WABI-SABI ปรัชญาญี่ปุ่นช่วยกู้ความสุขเมื่อเฟลเพราะงานไม่เพอร์เฟกต์ By: anonymK January 9, 2019

“วันนี้ทำงานพลาดว่ะ” คือหนึ่งใน Topic ที่ทำให้เพื่อนที่ไม่ค่อยได้คุย ไม่ได้รวมตัวกันมานานกลับมาคุยกันเพื่อระบายอารมณ์ และไม่ว่าเพื่อนฝูงจะอยู่ระดับไหนของบริษัท เป็นคนตัวเล็กหรือใหญ่ขององค์กรประเด็นนี้ก็จะทยอยมาให้ได้ยินเหมือนกันเสมอ “เป็นลูกน้องที่โดนลูกค้าด่า เป็นเจ้านายที่บริหารงานไม่ดี เป็นเจ้าของที่ไม่สร้างกำไร ฯลฯ” แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการนั่งขยายว่าไปทำผิดอะไรมา หรือสิ่งที่พวกมันต้องจ่ายเพื่อรับผิดชอบความผิดเหล่านั้นตามขนาดความเล็กใหญ่ของเรื่องที่เจอ กลับเป็นเรื่องผลกระทบทางอารมณ์ของพวกมันมากกว่า เพราะบางคนเฟลนาน เฟลไม่จบไม่สิ้น ถึงงานนั้นจะผ่านไปจนเริ่มโปรเจกต์ใหม่ก็ไม่หายจนสุดท้ายต้องล้มเหลวจริงจากการจับจด ขณะที่บางคนแค่บ่น ยอมรับและก้าวต่อไปก็ทำงานได้ดีขึ้น เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงปรัชญาญี่ปุ่นที่เรียกว่า 侘寂  (wabi-sabi) “วาบิ-ซาบิ” หรือการมองเห็นความงามที่ไม่สมบูรณ์แบบของญี่ปุ่น ซึ่งมาจากการรวม 2 คำ ได้แก่ Wabi (侘び) ที่แปลว่า ความเรียบง่าย สมถะ และ Sabi (寂び) ที่แปลว่า ความเงียบสงัด สภาพจิตใจที่สงบนิ่ง และสูงส่ง ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้คือส่วนผสมที่ลงตัวที่ทำให้เราเห็นแง่มุมของการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ซับซ้อน และไม่เจ็บปวด ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะสร้างบาดแผลให้เราไว้มากแค่ไหนก็ตาม เพราะสรรพสิ่งล้วนไม่สมบูรณ์ และทุกความผิดพลาดต่างมีความสวยงาม สูงสุดจากสามัญ Zero be Hero ที่มาของ Wabi-Sabi หรือการมองเห็นความสวยงามจากสิ่งไม่จีรังหลายคนคงเปรยว่าคล้ายกันกับ “อนัตตา” ของศาสนาพุทธเหลือเกิน บอกได้เลยว่า

THE MEN EXPERT BIBLE CHAPTER 4
THE MEN EXPERT BIBLE CHAPTER 3
COVERSATION WITH BEER APOSTROPHYS
CONVERSATION WITH POY PORTRAIT
A GIRL WE LOVE – PAN PAN RASIKA SAISEANG
CONVERSATION WITH THE TOYS: THIS IS ME