Just here not long ago

“WHETHER YOU THINK YOU CAN OR YOU THINK YOU CAN’T, YOU’RE RIGHT.”

Henry Ford

“YOU WILL NEVER REACH YOUR DESTINATION IF YOU STOP AND THROW STONES AT EVERY DOG THAT BARKS”

Winston S. Churchill

“I CAN’T RELATE TO LAZY PEOPLE. WE DON’T SPEAK THE SAME LANGUAGE. I DON’T UNDERSTAND YOU. I DON’T WANT TO UNDERSTAND YOU”

Kobe Bryant
  • CARS

    2021 BMW 3 SERIES GRAN SEDAN (G28) ขุมพลัง 258 แรงม้า กับพื้นที่ในห้องโดยสารที่กว้างขึ้น

    By: Chaipohn February 23, 2021

    การเดินทางมาถึงประเทศไทยของ 2021 BMW 3 Series Gran Sedan ในรหัส 330Li M Sport ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ BMW ทำตลาดรถฐานล้อยาว (Long Wheelbase) ในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2000 ในอดีตถ้าเราต้องการรถยนต์ที่มีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารเบาะหลังที่กว้างขวางนั่งสบายระดับ Long Wheelbase จะมีทางเลือกเพียงรถ flagship ของค่ายอย่าง BMW 7 Series ที่นอกจากจะบอดี้ใหญ่โตอยู่แล้ว ยังมีตัวเลือกรหัส Li หรือบอดี้ฐานล้อยาว Long Wheelbase ให้เลือกเป็นครั้งแรกใน 7 Series E32 Generation ที่ 2 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า Executive ที่ต้องการพื้นที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษ และเป็นบอดี้ที่ประสบความสำเร็จจนกระทั่งถึง 7 Series G11 / G12 Generation ที่ 6 ในปัจจุบัน รองลงมาก็เป็น

    อ่านต่อ
  • CARS

    DRIVE: Mercedes-AMG GT C ROADSTER V8 BI-TURBO 550HP “A HOT ROD ROCKET”

    By: Chaipohn January 5, 2021

    ก่อนหน้านี้เราได้นำเอา Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในโมเดลที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับนักขับรถตัวจริง มันสามารถใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน สมรรถนะที่ถูกถ่ายทอดจาก AMG เครื่องยนต์ 6 สูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบ พ่วง EQ Boost 435 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ 0-100km/h ใน 4.5 วินาที แม้จะไม่ใช่ One man, one engine แต่ก็เต็มไปด้วยจิตวิญญาณรถแข่งโดยทีม AMG ในทุกรายละเอียด เชื่อว่าหลายคนอาจจะมีคำถามในใจว่า ตัวเลขสมรรถนะของ Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ ยังขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นโมเดลพิเศษที่สุดของค่ายอย่างตระกูล Mercedes-AMG GT ที่ถูกดีไซน์และสร้างโดย Mercedes-AMG เพื่อเป็นรถ Supercar โดยเฉพาะ มันจะสุดขนาดไหน วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว ขอสรุปล่วงหน้าสั้น

    อ่านต่อ
THE COLLECTOR’S GUIDE: รู้จักกลไก TOURBILLON ความหรูหราขั้นสุดของเรือนเวลา

ถ้ามันใช้ได้เหมือนกัน จะไปทำให้มันยุ่งยากทำไม? คำกล่าวนี้ขึ้นอยู่กับความท้าทายและ Passion ของแต่ละคน รถยนต์หลักแสนกับหลักสิบล้าน ที่ขับได้เหมือนกัน ทำไมต้องจ่ายแพงกว่าเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด คำตอบคือการไปให้ถึงที่สุดของ Passion นั้น ซึ่ง “ความเป็นที่สุด” คำ ๆ นี้ คือสิ่งที่แทบทุกคนอยากไปถึงหรือครอบครอง สามารถพบเห็นได้ในทุกวงการ รถที่เร็วที่สุด เครื่องบินที่ใหญ่ที่สุด เพชรที่สวยที่สุด หรือแม้แต่นาฬิกาที่แพงที่สุด แต่เคยสงสัยกันมั้ยว่า อะไรคือเหตุและผลที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นถึงเป็นที่สุด เพื่อปลดล็อคความเป็นที่สุดให้กับชาว UNLOCKMEN วันนี้เราจะมาดูว่า อะไรคือเหตุและผลของการเป็นที่สุดของนาฬิกา แบรนด์นาฬิกาทั้งหลายตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันต่างคิดค้นนวัตกรรมระบบกลไกใหม่ ๆ ออกมาเพื่อเป็นจุดขายและยกระดับให้กับแบรนด์ตัวเอง แต่คนส่วนใหญ่คงคิดว่าระบบกลไกของนาฬิกาบนโลกใบนี้คงมีเพียงไม่กี่แบบ อย่างเช่น Manual (ระบบไขลาน), Automatic (ระบบไขลานอัตโนมัติ) และ Quartz (ระบบควอทซ์) ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ระบบกลไกของนาฬิการะดับสูงยังมีอีกมากมายหลากหลายรูปแบบ และหนึ่งในนั้นก็คือ Tourbillon (ตูบิยอง) สุดยอดระบบกลไกนาฬิการะดับสูงที่ได้รับการยอมรับจากนักสะสมทั่วโลกว่าเป็นหนึ่งในที่สุดของระบบกลไกนาฬิกา และต่างปรารถนาที่จะหามาครอบครองกัน ด้วยความยากในการผลิต วัสดุที่นำมาใช้ผลิตต้องมีคุณภาพสูงจึงทำให้สุดยอดระบบกลไกนี้มีต้นทุนการผลิตที่แพงโขเลยทีเดียวด้วยเหตุนี้ Tourbillon จะถูกบรรจุอยู่ในนาฬิการะดับสูงเท่านั้น ลองถามคนใกล้ตัวที่เป็นนักสะสมนาฬิกา แค่เห็นคำว่า Tourbillon ก็รู้ได้ทันทีว่าของดีแน่นอน กลไก Tourbillon ถูกคิดค้นขึ้นโดย

PLAY

Fun side of life

  • หนังโคตรดีอายุครบ 10 ปี ย้อนรำลึกหนังเทพปี 2011 พร้อมอัพเดทโปรเจคน่าสนใจในปัจจุบัน

    By: unlockmen May 7, 2021

    นาฬิกาหมุนไปอย่างรวดเร็วแค่ไหน ขนาดหนังที่เรารู้สึกว่าเพิ่งจะดูในโรงได้ไม่นาน ตอนนี้หนังเหล่านี้มีอายุครบ 10 ปีแล้วเรียบร้อย UNLOCKMEN จึงพาคุณย้อนไปทบทวนความทรงจำของหนังเหล่านี้ ที่กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า “หนังเหล่านี้เจ๋งจริง” และมาสำรวจกันว่า 10 ปีผ่านไป นักแสดงและผู้กำกับตอนนี้ทำหนังอะไรกันอยู่ จะได้ตามต่อกันได้ในอนาคต เริ่มต้นด้วยหนังคัลท์กระหึ่มโลก ที่ผสานทั้งความเหงาและความเถื่อนเอาไว้หลังพวงมาลัย ผลงานการกำกับแจ้งเกิดของ Nicolas Winding Refn เรื่องราวของสตันท์แมนหนุ่มที่กลางวันรับงานผาดโผนในกองถ่าย ส่วนค่ำคืนรับหน้าที่เป็นสารถีรับส่งเหล่าอาชญากร ชีวิตที่เต็มไปด้วยความผาดโผน กลับไม่อาจจัดการความเหงาของหัวใจตัวเองได้ หนังแสดงให้เห็นภาพชายเหงาในเมืองใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยสไตล์และสีสันอันเฉียบคม ผสมผสานด้วยดนตรี New Wave / Post-Punk ส่งผลให้พระเอกหนุ่ม Ryan Gosling กลายเป็นนักแสดงสายอาร์ตที่เต็มเปี่ยมด้วยความเท่และความคูล แถมด้วยแจ็คเก็ตแมงป่องที่เป็นเอกลักษณ์และเพิ่มสไตล์ให้หนังกลายเป็นที่โจษจันแห่งยุคสมัยได้โดดเด่นเป็นอย่างมาก 10 ปี ผ่านไป – หลังจากหนังเรื่องนี้โด่งดังในสายอาร์ต ทั้งผู้กำกับและ Ryan Gosling ก็โคจรมาพบกันอีกครั้งในหนัง Only God Forgives (2013) ที่มีถ่ายทำในไทย ล่าสุดผู้กำกับหันเหไปกำกับซีรีส์ดราม่าอาชญากรรม Too Old to Die Young

    อ่านต่อ
  • CITIZEN ANA-DIGI TEMP STAR WARS COLLECTION 6 เรือนใหม่จากคาแรคเตอร์ดังสำหรับนักสะสมตัวจริง

    By: Chaipohn May 6, 2021

    เป็นซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จมากสำหรับ Citizen Ana-Digi Temp Star Wars Collection หลังเปิดตัวสองเรือน สองคาแรคเตอร์แรก Rebel Pilot และ Trench Run ไปในเดือนมีนาคม ซึ่งมีจุดเด่นที่ดีไซน์คลาสสิค แต่อัดแน่นด้วยฟังก์ชันทันสมัยไม่ว่าจะเป็น dual time, alarm, digital time, chronograph, calendar และ temperature ล่าสุด Citizen Aan-Digi Temp ได้เปิดตัวอีก 6 เรือน 6 คาแรคเตอร์เด่นออกมาเพิ่ม บอกเลยว่าเท่น่าสะสมทุกเรือน เพราะมีทั้ง Darth Vader, Boba Fett, R2-D2, C3PO, Stormtrooper และ BB-8 แต่ละเรือนจะมาพร้อมโลโก้ Star Wars และสัญลักษณ์ของตัวละครแต่ละตัว ในดีไซน์ที่แตกต่างกันทั้งหมด เช่น Darth Vader จะมาในโทนสี

    อ่านต่อ
  • By: Chaipohn May 5, 2021

    ไม่ใช่เรื่องปกติที่เราจะได้เห็น Supercar ดีไซน์จากแรงบันดาลใจของความเป็นมอเตอร์ไซค์ แต่สำหรับ Suzuki ซึ่งมีทั้งรถยนต์และตำนานความแรงแห่งโลกสองล้ออย่าง Hayabusa จึงไม่ยากที่จะนำจุดเด่นของยานพาหนะทั้งสองอย่างมาใช้เป็น design concept ในการออกแบบ Misano คันนี้ขึ้นมา Suzuki Misano ชื่อที่ได้มาจากสนามแข่งใน Italy เป็นโปรเจคที่เกิดจากการร่วมมือกันของ Suzuki และสถาบันออกแบบ Istituto Europeo di Design (IED) ที่รวมเอาทั้งจุดเด่นของ DNA มอเตอร์ไซค์และรถยนต์ Suzuki เข้าไว้ด้วยกัน ผลงาน Roadster supercar ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็น Italian ตัวถังน้ำหนักเบาด้วยขนาดที่กะทัดรัดยาวเพียง 4 เมตร (เกือบเท่ากับ Mazda MX5 ที่ยาว 3.91 เมตร) ภายในมีที่นั่งเรียงหน้ากระดานเพียง 2 ที่ ด้านข้างใช้สำหรับเก็บแบตเตอรี่และสัมภาระ ความสูงจากเบาะถึงพื้นเพียงแค่ 1 เมตรเท่านั้น เพื่อประสบการณ์ความรู้สึกใกล้เคียงกับการขี่มอเตอร์​ไซค์ในสนามแข่งมากที่สุด โคมไฟหน้าออกแบบเส้น LED ให้มีลวดลาย

  • By: Chaipohn April 29, 2021

    ผลงานล่าสุดของสำนัก Custom มอเตอร์ไซค์สายเท่ Hookie Co. ที่ได้นำ Triumph Bonneville Bobber รถจักรยานยนต์​ Hot Rod ยอดฮิตในดวงใจสาย Custom เพราะมีครบทั้งความเร้าใจในการขับขี่ สมรรถนะ สเปค และสไตล์ มาจัดการออกแบบใหม่อีกครั้งในแบบ minimal เน้นความ รูปทรงที่ดูแตกต่าง แต่ที่จริงแล้ว Hookie Co. ออกแบบ Black Orca คันนี้ด้วยการสร้างชิ้นส่วนขึ้นมาใหม่โดยพยายามปรับเปลี่ยนดีไซน์ของ Triumph Bobber ให้น้อยด้วยการแตะต้องอุปกรณ์ถอดเปลี่ยน ไม่แตะต้องชิ้นส่วนโครงสร้างหลักของตัวรถ แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นดูเท่ขึ้นมาก Hookie Co. ทำการเปลี่ยนพาร์ท DAZZLE cover, BULLET turn signals, FROZEN grips, GUARD radiator และ Alcantara SNUG solo seat ในโทนสีดำ blacked-out ซึ่งเป็นสีถนัดสุดของ Hookie Co.

  • By: Chaipohn April 24, 2021

    ถ้า Mercedes-Benz มี AMG ฝั่ง Honda ก็มี Mugen แต่อาจจะไม่เน้นจูนความแรง เพราะมักจะมีแค่ชุดแต่งเสริมอารมณ์สปอร์ตให้รถบ้าน Honda ดูดุดันขึ้น และนี่คือการเปิดตัว Honda HR-V ใหม่ ที่มาพร้อมการใส่ชุดแต่ง Mugen รอบคัน เปลี่ยนฟีลลิ่งรถบ้านให้กลายเป็นรถซิ่ง JDM มันอาจจะไม่หวือหวาอะไรมาก แต่สำหรับคนที่เล็ง HR-V โมเดลใหม่เอาไว้ จะได้เห็นภาพรถคู่ใจคันใหม่ว่าสามารถแต่งอะไรได้บ้างจากโรงงาน ในญี่ปุ่น Honda HR-V Mugen จะมีให้เลือกเฉพาะรุ่น Hybird HR-V (แต่รุ่นอื่นก็สามารถสั่งชุดแต่งเพิ่มภายหลังได้) เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ผสมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลัง 129 brake horsepower แม้จะไม่มากมายอะไร แต่สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันก็ถือว่าเหลือเฟือ แถมยังได้ความประหยัดพลังงานสูงสุด แน่นอนว่าการแปะป้าย Mugen ไม่มีผลกับแรงม้า แต่สิ่งที่ได้เพิ่มคืออารมณ์ล้วน ๆ ด้วยชุดแต่งรอบคัน ตั้งแต่กระจังหน้าลายขวางที่ดูโหดจัดพร้อมป้าย Mugen และสเกิร์ตหน้าเสริมเพิ่มความเตี้ยจากพื้นดิน รวมถึงสเกิร์ตข้างและหลังรอบคันยันกรอบป้ายทะเบียน

  • By: BAO April 22, 2021

    ในช่วงปี 1960 – 1970 ถือเป็นยุครุ่งเรืองของ Steve McQueen นักแสดงชายชาวอเมริกันผู้มีบทบาทการแสดงที่โดดเด่นจนถูกขนานนามว่าเป็น “King of Cool” หรือ ราชาแห่งความเจ๋ง ซึ่งหนังหลายเรื่องที่เขาแสดงนั้นได้รับเสียงตอบรับดีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น The Sand Pebbles หรือ The Magnificent Seven แต่นอกจากเรื่องการแสดงแล้ว การฟิตหุ่นของ Steve McQueen ก็น่าสนใจเหมือนกัน เพราะหุ่นของเขาในช่วงนั้นเรียกได้ว่าเฟิร์ม และเป็นแรงบันดาลใจให้คนได้ไม่น้อย ว่ากันว่า เขาเริ่มออกกำลังกายเรื่อยมาตั้งแต่ยุค 1950s เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นนักแสดง โดยเขาจะออกกำลังกายในตอนเช้าของทุกวัน และใช้เวลาออกกำลังกายราววันละ 2 ชั่วโมงต่อวัน ก่อนที่เขาจะล้มป่วยลงด้วยโรคมะเร็งและเสียชีวิตในวัย 50 ปี ในบทความนี้ UNLOCKMEN อยากพาไปดูว่าเขาเคยออกกำลังกายอะไรมาบ้าง พร้อมแนะนำเคล็ดในการออกกำลังกายสำหรับมือใหม่ด้วย จ๊อกกิ้ง แม้ McQueen จะไม่ชอบการ Cardio สักเท่าไหร่ แต่เขาก็สามารถทำได้เมื่อจำเป็นต้องทำ โดยในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Tom Horn ปี

  • By: Chaipohn April 20, 2021

    ผลงานการนำสองช่วงเวลาจากอดีตและอนาคตมาบรรจบกัน ผลงานที่น่าสนใจของ Hyundai กับการปลุกชีพ 1975 Hyundai Pony รุ่นแรกสุด ให้กับมาดูเท่ล้ำยุคด้วยขุมพลังไฟฟ้า และมันก็ดูดีมากเลยทีเดียว 1975 Hyundai Pony Heritage EV รถ two-door hatchback คันนี้ออกแบบโดย hyundai‘s Interior Chief Designer ‘Hak Soo Ha’ เป็นผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองโอกาสเปิด Hyundai Motorstudio Busan แห่งใหม่ใน Busan โดยการนำรถ Pony มาถอดแยกชิ้นส่วนจนหมด ก่อนจะเริ่มติดตั้งระบบไฟฟ้า มอเตอร์ และแบตเตอรี่เข้าไปแทนที่เครื่องยนต์เดิม แต่ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดสเปคของระบบขับเคลื่อนว่าใช้แบตเตอรี่ความจุเท่าไหร่ รายละเอียดของดีไซน์ทั้งภายนอกภายในนั้นสวยงาม สะท้อนศักยภาพของทีมออกแบบใน Hyundai ที่พร้อมสำหรับการขยับเข้าสู่ยุคของ EV ด้วยรูปทรง Retro ของ Pony ที่ถูกเสริมไฟหน้าและไฟท้าย pixelated LED ใหม่ในโคมเดิม สามารถสร้างคาแรคเตอร์ที่น่ารักและทันสมัย กระจกมองข้างบนซุ้มล้อหน้าถูกแทนที่ด้วยกล้องซึ่งเป็นดีไซน์ยอดฮิตของรถยนต์ในยุค 1970s ภายในถูกปรับเปลี่ยนใหม่หมดด้วยอุปกรณ์ทันสมัยในดีไซน์ที่คลาสสิค

HOT THIS WEEK

#7daysinarow

Improve yourself
Tickler File เทคนิคการบริหารเอกสารที่ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ By: BAO May 7, 2021

สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องการหลงลืมนัด วันสำคัญ หรือ เวลาส่งงาน จนมำพลาดพลั่งอยู่บ่อยครั้ง ในบทความนี้ UNLOCKMEN มีเทคนิคที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันชื่อว่า ‘Tickler File’ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถจัดการกับภาระที่ต้องทำในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ชีวิตเราเป็นระบบระเบียบได้มากขึ้นอีกด้วย Tickler File หรือ 43 Folders System คือ วิธีการจัดเอกสารโดยกาใช้แฟ้มข้อมูลทั้งหมด 43 โฟลเดอร์ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ โฟลเดอร์ที่เรียงตามวันของเดือน (วันที่ 1 – 31 ) จำนวน 31 โฟลเดอร์ และ โฟลเดอร์ที่เรียงตามเดือนของปี (เดือนที่ 1 – 12 ) จำนวน 12 โฟลเดอร์ โดยโฟลเดอร์กลุ่มแรกจะทำหน้าที่ในการใส่สิ่งจำเป็นสำหรับวันนั้น หรือ ต้องการให้มีการแจ้งเตือนในวันนั้น ส่วนแฟ้มเดือนจะทำหน้าที่รวบรวมเอกสารสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละเดือน วิธีการใช้งาน Tickler File คือ เราเอาเอกสารหรือไฟล์ที่เราอยากให้ความสนใจในวันใดวันหนึ่งในอนาคต เช่น

เพิ่มความสดชื่นให้เราพร้อมทำงานในทุกวันด้วย 6 วิธีกระตุ้นโดปามีนในร่างกาย By: BAO May 6, 2021

ร่างกายของเราประกอบไปด้วยฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต อาทิ โดปามีน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ช่วยให้เราสามารถโฟกัสและเกิดแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น หากสารตัวนี้หลั่งออกมาในปริมาณมาก มันก็จะทำให้เรายิ่ง productive ในการทำงานมากขึ้นได้ ฉะนั้น เราเลยอยากมาแนะนำวิธีการบูสโดปามีน เพื่อให้ทุกคนรู้สึก feel good ตลอดเวลาทำงานกัน ออกกำลังกาย หากมีเวลาว่าง เราขอแนะนำให้ทุกคนออกกำลังกันสักหน่อย เพราะการออกกำลังกายมีประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ช่วยให้ร่างกายเกิดการสร้างเซลล์สมอง ชะลอความแก่ของเซลล์สมอง แถมยังช่วยเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนต่าง ๆ เช่น นอร์เอพิเนฟริน (สร้างความตื่นตัว) เซโรโทนิน (ต้านความเครียด) และโดปามีน ซึ่งเป็นสารเคมีประเภทที่ช่วยให้อารมณ์ของเราดีขึ้นได้ ซึ่งการออกกำลังกายเราไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานอย่างที่คิดเลย เพียงแค่ออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นเวลา 10 – 20 นาทีก็เห็นผลแล้ว ทำสมาธิ การทำสมาธิไม่ว่าจะในท่ายืน นั่ง หรือ เดิน ก็เป็นผลดีต่อจิตใจของเราทั้งนั้น เพราะมันช่วยเพิ่มระดับโดปามีนในร่างกายของเราได้ ส่งผลให้เราอารมณดี โฟกัสได้มากขึ้น และมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้แน่ชัดว่า การทำสมาธิช่วยเพิ่มโดปามีนในมือใหม่หรือไม่ แต่ในกลุ่มคนที่มีประสบการณ์แล้วมันเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เราเลยอยากแนะนำให้ทุกคนฝึกการทำสมาธิกันเอาไว้ โดยอาจเริ่มจากการนั่งสมาธิก่อนซึ่งเป็นอะไรที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยมากที่สุด นวด หากพนักงานออฟฟิศคนไหมมีเวลาว่าง อาจลองไปใช้บริการร้านนวดแผนไทยสักร้าน

SHIFT WORK SLEEP DISORDER วิธีรับมือกับการทำงานที่ทำให้เรานอนผิดเวลา By: BAO May 6, 2021

พอเข้าสู่วัยทำงานแล้ว การนอนดูจะเป็นเรื่องที่ยากขึ้นยากขึ้นทุกที เพราะเวลาทำงานได้เบียดบังเวลานอนพอสมควร บางคนต้องทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่น และมีเวลานอนไม่เพียงพอ ส่วนบางคนทำงานแบบ Shift Work คือ ทำงานในเวลาที่คนอื่นนอน และนอนในเวลาที่คนอื่นทำงาน ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดปกติที่เรียกว่า ‘Shift Work Sleep Disorder’ ได้ เราเลยอยากมาแนะนำวิธีรับมือกับความผิดปกติประเภทนี้ Shift Work Sleep Disorder (SWSD) คือ ความผิดปกติด้านการนอนที่เกิดจากการมีเวลาทำงานที่ไม่ปกติ เช่น แบ่งกะทำงาน (Split Shifts) ทำงานช่วงกลางคืน (Graveyard Shifts) หรือเช้าตรู่ (Early Morning Shifts) ทำให้ร่างกายและนาฬิกาชีวิต (วงจรเซอร์คาเดียน) ทำงานไม่สัมพันธ์กัน ปกตินาฬิกาชีวิตของเราจะทำงานร่วมกับแสงและความมืด ในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ตาของเรารับรู้แสงอาทิตย์ และจะไปกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกมีพลังและตื่นตัว (เช่น คอร์ติซอล) ส่วนในเวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์ สมองจะผลิตฮอร์โมนอีกตัวหนึ่งที่ทำให้ร่างกายรู้สึกง่วงและผ่อนคลายชื่อว่า ‘เมลาโทนิน’ การทำงานไม่เป็นเวลา ทำให้ตาของเรารับแสงผิดเวลาบ่อยครั้ง ส่งผลให้นาฬิกาชีวิตไม่สอดคล้องกับร่างกาย เราจึงเกิดความผิดปกติต่าง ๆ เช่น รู้สึกง่วงอย่างหนักในเวลาที่ควรตื่น

PROFESSIONAL DETACHMENT: ทักษะที่จะช่วยให้เราแก้ปัญหาเรื่องงานได้ดีขึ้น By: BAO May 6, 2021

ทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในตำแหน่งบริหาร เช่น ผู้บริหาร หรือ ผู้จัดการ คือ ความสามารถในการพาตัวเองออกจากอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง เพราะ 2 สิ่งนี้อาจทำให้เราคิดแบบไม่เป็นเหตุเป็นผล ส่งผลให้การตัดสินใจย่ำแย่ลง และอาจนำไปสู่การแก้ปัญหาผิดพลาด ซึ่งสร้างความเสียหายต่อธุรกิจได้ UNLOCKMEN เลยอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก Professional Detachment ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในเวลาที่เผชิญหน้ากับปัญหา้รื่องงาน อะไร คือ PROFESSIONAL DETACHMENT ? Professional Detachment คือ ความเชี่ยวชาญด้านการแยกตัวเองออกจากอารมณ์และความรู้สึกเมื่อเจอกับความตรึงเครียดสูง เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างเป็นเหตุเป็นผลมากที่สุด โดยคนที่มีทักษะด้านนี้ มักจะมีความอดทนสูง ใจเย็นได้ในทุกสถานการณ์ และไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งเวลาจัดการปัญหา Professional Detachment เป็นสกิลที่สำคัญต่อคนที่ทำงานในตำแหน่งบริหารมาก เพราะการทำงานในตำแหน่งนี้ จำเป็นต้องใช้การตัดสินใจที่เป็นเหตุเป็นผล และใช้อารมณ์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะถ้าพวกเขาเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยอารมณ์ เช่น ความเครียด ความกดดัน หรือ ความตื่นตระหนก มันจะส่งผลเสียต่อการตัดสินใจ วิธีคิด และการลงมือแก้ปัญหา ในทางกลับกัน หากเรามีความอดทน สามารถใจเย็นต่อหน้าปัญหาได้ นอกจากจะสามารถแก้ไขมันได้ดีขึ้นแล้ว มันยังทำให้คนอื่นเคารพและยอมรับในตัวเรามากกว่าเดิมด้วย เราจะตัดสินใจโดยใช้อารมณ์ให้น้อยที่สุดได้อย่างไร ? มนุษย์มักใช้อารมณ์ในการนำทางชีวิตมาตลอด

ทำธุรกิจด้วยแนวคิดจาก PABLO ESCOBAR อัจฉริยะด้านการตลาดผู้สร้างแบรนด์โคเคนจากศูนย์ By: Chaipohn May 6, 2021

ในโลกของยาเสพติดคงไม่มีชื่อไหนโด่งดังไปกว่า ‘Pablo Escobar’ เจ้าพ่อโคเคนแห่งโคลัมเบีย เขาเปรียบเสมือน Michael Jackson แห่งวงการสิ่งผิดกฎหมาย เรื่องราวของเขาถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์มากมาย แต่ที่ประสบความสำเร็จที่สุดก็ต้องยกให้ซีรีส์ Narcos จาก Netflix ยุค 80 เป็นยุคที่ยาเสพติดกำลังเฟื่องฟูถึงขีดสุด มีผู้ค้ารายใหญ่หลายก๊กหลายเหล่า แต่ Pablo Escobar สามารถพาตัวเองไปอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดได้ แค่ความใจถึงและเหี้ยมเกรียมคงไม่เพียงพอแน่นอน เขาต้องมีกลยุทธ์ในการทำธุรกิจที่ดีด้วย ถึงแม้ว่าธุรกิจของ Pablo Escobar จะเป็นธุรกิจผิดกฏหมาย แต่ก็ต้องยอมรับในความเด็ดขาดและฉลาดในกลยุทธ์ ดังนั้นเราคิดว่าเคล็ดลับการทำธุรกิจของเขาก็มีประโยชน์และสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจของทุกคนได้แน่นอน Escobar ตั้งใจจะทำให้โคเคนของเขาเป็นโคเคนที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก มีความบริสุทธิ์สูงกว่าเจ้าอื่น ๆ จึงเข้มงวดเรื่องคุณภาพการผลิต เขาไม่เชื่อในกลไกตลาดที่จะต้องตัดราคาแข่งกันเพื่อทำยอดขายให้ได้มากกว่า เพราะถ้าสินค้ามีคุณภาพต่อให้ราคาจะสูง ยังไงลูกค้าก็ยินดีจ่าย โดยเฉพาะในโลกยาเสพติดอย่างโคเคน ที่คุณภาพเป็นสิ่งที่จับต้องได้ไม่ยาก และยิ่งทำให้คนติดงอมแงมมากขึ้นด้วย และข้อนี้ถือว่า Escobar คิดถูก ส่งผลให้ยอดขายโคเคนของเขาพุ่งสูงว่าแก๊งค้ายาใด ๆ บนโลก โดยเฉพาะการขยายไปตลาดอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ต่อจากข้อด้านบน Escobar รู้ดีว่ากำลังซื้อของตลาดเป็นสิ่งสำคัญ ในโคลัมเบีย เขาขายโคเคน 1 กรัมได้ราคาแค่

“เราคงไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้” Learned Helplessness เมื่อปัญหาเรื้อรังทำลายความหวังในการแก้ไข By: BAO April 30, 2021

บ่อยครั้งที่เราต้องเจอกับสถานการณ์ที่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ยาก และตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งความอันตรายของสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเหล่านั้น คือ มันอาจทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Learned Helplessness ซึ่งเป็นอาการประเภทที่ทำให้เรายิ่งแก้ปัญหาและทำงานได้แย่ลงกว่าเดิม Learned Helplessness คือ ภาวะที่มนุษย์เจอกับความตรึงเครียด หรือ ควบคุมไม่ได้มาเป็นเวลานาน จนพวกเขาเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง หรือ ไร้ความสามารถในการควบคุมสถานการณ์นั้นอย่างสิ้นเชิง และสุดท้ายเมื่อมีโอกาสที่พวกเขาจะควบคุมหรือแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ พวกเขาก็จะหมดกำลังใจ และไม่พยายามที่จะคลี่คลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เหล่านั้นอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น คนที่พยายามเลิกสูบบุหรี่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ แล้วคิดว่า ตัวเองเกิดมาเพื่อเป็นนักสูบบุหรี่ เป็นต้น คนที่ตกอยู่ในภาวะนี้จะมีลักษณะเหล่านี้ เผชิญหน้ากับความเจ็บปวดทางใจในฐานะผู้ถูกกระทำ (passive) กล่าวคือ เมื่อพวกเขาเจอกับความยากลำบาก พวกเขาจะนิ่งเฉยและไม่ลงมือทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เหล่านั้น พวกเขาจะไม่เรียนรู้ว่าการ take action หรือ การตอบสนองต่อปัญหาจะช่วยให้พวกเขาสามารถควบคุมมันได้ และอาจมีระดับความเครียดที่สูงกว่าปกติอีกด้วย Learned Helplessness ถือเป็นปัญหาที่ขัดขวางการใช้ชีวิตของเราพอสมควร เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกสิ้นหวังเวลาอยู่เบื้องหน้าปัญหาที่ซับซ้อน หมดแรงจูงใจในการแก้ปัญหา ทำลายความมั่นใจในการใช้ชีวิต และทำให้เรามองโลกในแง่ลบอีกด้วย อีกทั้งมันยังส่งผลเสียต่อความสามารถในการทำงานของเรา งานวิจัย (2004) จากภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัย Cedarville University ได้ศึกษาผลของ Learned Helplessness

“เอางานมาอีก !!” วิธีรับมือกับ Toxic Productivity อาการคลั่งโปรดักทีฟจนเสี่ยงเบิร์นเอ้าท์ By: BAO April 29, 2021

ความโปรดักทีฟดูจะมีประโยชน์ต่อหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตลูกผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน หรือ การพัฒนาตัวเอง ถ้าเราตั้งใจทำงาน มีความกระตือรือร้นในการทำผลงานให้ออกมาดีอยู่เสมอ เราสามารถก้าวหน้าได้เร็วกว่าใครเพื่อน แต่ความโปรดักทีฟที่มากเกินไปอาจให้ผลแย่ต่อชีวิตของเราเหมือนกัน เพรามันอาจนำมาซึ่งความรู้สึกผิดจากการหยุดทำงาน และทำให้เราไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างสุขใจ เราเรียกความคลั่งไคล้ความโปรดักทีฟแนวนี้ว่า Toxic Productivity หรือ ภาวะผลิตภาพเป็นพิษ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำลายสุขภาพจิตของมนุษย์ได้มากพอสมควร UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำวิธีการเอาชนะอาการนี้ เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจมากขึ้น รับรู้อาการ Toxic Productivity ก่อนที่เราจะลงมือแก้ปัญหาอะไรก็ตาม เราควรเข้าใจปัญหานั้นในระดับหนึ่งก่อน เพราะถ้าเราไม่เข้าใจปัญหา เราก็จะไม่มีความรู้เพียงพอสำหรับการแก้ปัญหา สำหรับเรื่อง Toxic Productivity ก็เช่นกัน ถ้าเราไม่รับรู้ว่าตัวเองกำลังมีปัญหานี้ การแก้ปัญหามันก็ยาก เราเลยอยากพูดถึงสัญญาณของ Toxic Productivity เพื่อให้ทุกคนลองเช็คตัวเองกันดู ได้แก่ สูญเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำหรือคิดเรื่องงาน  คาดหวังปริมาณงานที่ตัวเองควรทำได้สูงเกินไป รู้สึกผิดหรือล้มเหลวเมื่อหยุดทำงาน รู้สึกว่าทำงานได้น้อยเกินไปบ่อย ๆ  รวมถึง มีอาการนอนไม่ค่อยหลับ เพราะกังวลถึงเรื่องที่ยังค้างคา รับฟังคนที่รู้ใจ บางทีเราอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกเรื่องงานครอบงำชีวิตมากเกินไป หรือ บางทีก็รู้ แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาอะไร เมื่อเราไม่พูดคุยกับคนอื่น เราอาจเกิดอาการคิดเองเออเอง ซึ่งส่งผลเสียต่อเราและคนรอบข้าง อย่างการใช้ชีวิตคู่

“เหมือนต้องแข่งกับเวลาอยู่เสมอ” รู้จัก Hurry Sickness อาการป่วยไข้จากความเร่งรีบของชีวิต By: BAO April 27, 2021

เราอยู่ในยุคที่ทุกอย่างดูจะเดินทางได้เร็วไปหมด ไม่ว่าจะเป็น การพูดคุย การรับส่งข่าวสาร หรือ การทำงาน ฯลฯ ซึ่งวิถีชีวิตที่เร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนนี้ อาจทำให้เรากลัวการใช้ชีวิตแบบ slow life ขึ้นมา ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น กลัวว่าจะตามกระแสไม่ทัน กลัวว่าจะทำงานไม่ทัน เป็นต้น และถ้าความกลัวหนักข้อขึ้น มันจะพัฒนาเป็น Hurry Sickness ได้ ซึ่งอาการนี้กระทบต่อความสุขของเราได้พอสมควร เราเลยอยากมาพูดถึงวิธีการรับมือกับ Hurry Sickness ให้อยู่หมัด Hurry Sickness คือ ภาวะที่เรารู้สึกว่าต้องทำทุกอย่างด้วยความเร่งรีบตลอดเวลา โดยคนที่มีอาการนี้มักจะรู้สึกกดดันหรือตื่นตระหนกเหมือนต้องแข่งขันกับเวลา ส่งผลให้พวกเขาทำทุกเรื่องด้วยความเร่งรีบ ซึ่งสาเหตุที่อาการนี้เกิดขึ้นมา อาจเป็นเพราะรู้สึกว่าเวลาหนึ่งวันมีน้อยเกินไปสำหรับทำสิ่งต่าง ๆ หรือกลัวว่าถ้าทำอะไรช้าไปแล้ว จะพลาดอะไรบางอย่างไป จึงต้องรีบทำสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว กล่าวคือ Hurry Sickness เกิดขึ้นจากอาการยอดฮิตอย่าง Fear of Missing Out (FOMO) ได้เหมือนกัน พฤติกรรมที่ชัดเจนในกลุ่มที่เป็น Hurry Sickness คือ

“เอาใจบอส ขัดลูกน้องตลอดเวลา” รู้จัก Kiss Up Kick Down พฤติกรรมสุดแย่ที่คนทำงานควรรู้จัก By: BAO April 26, 2021

ปัญหาหนึ่งที่พนักงานประจำในองค์กรหรือธุรกิจ มักเจอกัน คือ “การถูกกลั่นแกล้ง” จากคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า ซึ่งจอมกลั่นแกล้งเหล่านี้ มักมีลักษณะร่วมกัน คือ มีความสามารถในการประจบคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าเก่ง และการกลั่นแกล้งลูกน้องเป็นเหมือนการโชว์พาวอย่างหนึ่ง พฤติกรรมสุดนี้มีชื่อเรียกว่า “Kiss Up Kick Down” โดย Kiss Up หมายถึง การเอาอกเอาใจคนที่อยู่เหนือกว่า ส่วน Kick Down หมายถึง การเตะหรือทำร้ายคนที่อยู่ต่ำกว่า Kiss Up Kick Down เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ทำงาน ตัวคนทำ รวมถึง ลูกน้องที่เป็นผู้รับการกระทำ ดังนั้น จะเป็นเรื่องดี ถ้าคนทำงานรู้จักพฤติกรรมนี้ และสามารถรับมือกับได้อย่างมีประสิทธิภาพ นิยามดั่งเดิมของ Kiss Up Kick Down คือ สถานการณ์ที่พนักงานระดับกลางในบริษัทหรือองค์กร แสดงความสุภาพ หรือ เลียแข้งเลียขา คนที่มีตำแหน่งสูงกว่า เช่น ผู้บริหาร หรือ CEO แต่แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

TAO – THE ROCK PUB
ZERO TO HERO P’ROONG SMALLROOM
THE REAL JINN DHR
GARAGE LOMOSONIC
PERFECTION OF LIFE: MATTHEW DEAN @ LIFE ONE WIRELESS
THE COLLECTOR – MINSO