Life

UNLOCKER CLUB X PENG DOGKILLMEN รวมเรื่องราว CUMING OF AGE ต้องรู้ ถ้าอยากเป็น MUSIC ART DIRECTOR ที่โคตรเก่ง !

By: GEESUCH February 26, 2026

UNLOCKER CLUB X PENG DOGKILLMEN ปาร์ตี้เปิดปี 2026 ของพวกเราเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา เราชวน ‘เป๋ง-ชานนท์ ยอดหงษ์’ Music Art Director ตัวจี๊ดของวงการเพลงที่รู้จักในชื่อ DOGKILLMEN คุยเรื่อง Work Life & How To Cumming Of Age ถ้าจะเติบโตไปให้ดีในสายงาน Music Art Director ในวงการเพลงไทยมีอะไรที่ต้องรู้บ้าง !

บทความนี้ UNLOCKMEN รวบรวม Highlight Topic ประเด็นที่จะช่วยให้คุณทำงานสายสร้างสรรค์ (โดยเฉพาะ Art Director) ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งจากปาร์ตี้ที่หนักหน่วงเอาไว้ให้หมดแล้ว หลายเรื่องก็เป็นสิ่งที่พี่เป๋งไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน และอีกหลายเรื่องก็ถูกรีดออกมาจากมุมมองและความรู้สึกส่วนตัวของผู้ชายที่รักในอาชีพของตัวเองอย่างสุดชีวิต

สำหรับคนที่ไปงานในวันนั้น เปิดอ่านบทความนี้เพื่อเล็คเชอร์บทเรียนที่คุณอาจจะลืมไป (เพราะปาร์ตี้กันหนักเกิน) และสำหรับชาว UNLOCKER ที่พลาด งานหน้าเรามาเจอกันที่ ULM SPACE ไม่นานเกินรอครับ


UNLOCKMEN : ถ้าสาย Graphic Designer อยากจะเทิร์นตัวเองเป็น Art Director มีวิธีการฝึกยังไงบ้าง แล้วต้องสร้าง Portfolioสมัครงานยังไง

“เราไม่เคยทำพอร์ต Art Director เลย 555 แต่คิดว่า Graphic Designer กับ Art Director จริง ๆ เป็นอาชีพที่ไม่ได้ไกลกัน เพราะว่า Graphic Designer ในวันที่ไม่มี Art Director ก็ต้องดูงานด้วยตัวเองให้ได้”

“สำหรับวิธีการคิดงานเพื่อเป็น Art Director เราเคยใช้วิธีนี้ เราชอบเอางานของคนอื่นมาคิดว่าถ้าเป็นเราเองจะทำออกมายังไงเราชอบคิดจากงานคนอื่นเว้ย อย่างพวกบิลบอร์ดพวกรถยนต์แม่งต้องเรียกร้องความสนใจขั้นรุนแรงมาก” 

“แต่ก่อนจะคิดว่างานชิ้นนั้นเขาทำยังไง เราจะกลับไปดูก่อนว่างานชิ้นนี้ปัญหาของมันคืออะไร ปัญหาไม่ใช่เรื่องของ “สวยหรือไม่สวยนะ” ของงานคือระหว่างทางคนที่ทำงานชิ้นนั้นคิดงานโดยที่เขาต้องคุยอะไรกันกับทีมบ้าง เราคิดภาพย้อนกลับไปถึงตอนที่เขาถ่ายงาน เลยไปจนถึงตอนคุยบอร์ดเขาโยนไอเดียอะไรกัน ไอเดียก่อนหน้านี้เค้าต้องคิดอะไรมาบ้างวะ เราชอบคิดแบบนี้ทุกชิ้น แล้วก็คิดไปจนถึงต้นหัวถึงโปรดักส์ แล้วคิดย้อนกลับไปอีกทีนึง “ถ้าเป็นเราจะทำออกมาเป็นยังไง” มันสนุกมากเลยนะ”

“เรารู้สึกว่าคนเป็น Art Director ต้องฝึกคิดพวกนี้ว่ะ คิดไปเรื่อย ๆ แล้วก็พยายามเปิดกว้าง สมมุติว่าถ้าเราไม่ชอบงานอยู่ชิ้นนึง “แล้วเราไม่ชอบมันเพราะอะไร?” มันต้องมีคำตอบให้ได้ด้วย ไม่ใช่ไม่ชอบเพราะว่ามันไม่สวย”

UNLOCKMEN : ถ้าอยากเป็น Art Director สายดนตรีในปี 2026 ต้องเริ่มต้นยังไง

“ไม่อยากจะแนะนำตรงนี้เท่าไหร่ เพราะว่าเดี๋ยวมาแย่งงานเรา 555” 

“ถ้าจะให้แนะนำก็ไม่รู้จะแนะนำยังไง ก็สนุก เราเชื่อว่ามันก็เหมือนกับทุก ๆ งานมั้ง ศึกษาหาข้อมูล ชอบ ยุคนี้แม่งง่ายกว่ายุคเราเยอะ หาข้อมูลง่ายกว่ามาก ยุคเราแม่งซื้อหนังสืออย่างเดียว รอศิลปินอัพเดตเว็บไซต์” 

“อยากเล่าเรื่องนี้ วันก่อนเราตรวจงาน Thesis เด็กมหาวิทยาลัย แล้วรู้สึกสงสารเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังจะจบ รู้สึกว่าเขามีเพื่อนน้อย และไม่มีเพื่อนที่ปรึกษา ทั้ง ๆ ที่เขามีแหล่งข้อมูลเยอะมากนะแต่ไม่สามารถหยิบมันมาใช้ได้ มันมีแต่ข้อมูลดิบแต่ว่าเขาไม่สามารถหยิบมันมาประกอบเป็นงานได้” 

“ถ้าสนใจอยากทำด้านนี้จริง ลองคิดย้อนกลับไปบนพื้นฐานที่เคยเรียน Art Direction มา แล้วก็เขียน Key Massage สำหรับเราเรื่องนี้สำคัญ เพื่อให้สามารถหยิบไอเดียออกมาใช้ถูก ไม่งั้นมันจะไหล อย่าให้ความสวยของงานคนอื่นมาหลอกตาเรา ไม่งั้นงานเป๋และแกนจะหาย”


UNLOCKMEN : อยากชวน UNLOCK ไอเดีย คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้งานของ DOGKILLMEN แตกต่างจากงานของ ART MUSIC DIRECTOR คนอื่น 

“เราไม่รู้ว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่นรึเปล่า แต่เราเป็นมนุษย์ที่ไม่อยากให้งานตัวเองเหมือนกับคนอื่น เหตุผลคือ “ถ้าเราทำเหมือนเขาเราไม่มีทางทำดีสู้เขาได้เลย” ในยุคที่เรายังอยู่ Genie Records ตอนนั้น Art Director สายนี้มีอยู่ไม่เยอะ แล้วคนอื่นเขาทำงานกันสวยมาก เราทำแบบนั้นไม่ได้ก็เลยทำอีกแบบเท่านั้นเอง”

“แต่วิธีการคิดงานหลักสำคัญของเราที่ปักหมุดเป็นสิ่งแรก คือเราต้องทำ Art Direction ให้เป็นงานที่จะใช้ได้แค่กับศิลปินคนนี้เท่านั้น จะไม่มีทางที่สามารถเอา Art Direction นี้ไปอยู่กับศิลปินอื่นได้เลย โดยใช้วิธีการหา Key Message มาเป็นหลักสัก 5 ข้อ ซึ่งทั้ง 5 ข้อนี้แม่งต้องอยู่กับงานชิ้นนี้ได้เท่านั้นเว้ย พูดไปเหมือนชมตัวเองนิดนึง 555 แต่ด้วยวิธีนี้ด้วยมั้งที่ทำให้มันงานมีความแข็งแรง”

“ส่วนสำคัญของการทำงานแบบนี้ คือตอนเด็ก ๆ เราโตมากับบ้านที่น้าของเราเวลาที่ไปซื้อเสื้อผ้ากัน แล้วคนขายจะชอบขายของว่า “ตัวนี้กำลังฮิตเลยนะพี่ ซื้อเหอะ เชื่อผม” น้าของเราก็จะพูดว่า “ตัวไหนที่ขายไม่ออกน้องเอาตัวนั้นมาเลย” เชี่ย มันทำให้เราเห็น Mindset ที่แม่งเจ๋งว่ะ ตอนนั้นเด็ก ๆ ก็ยังไม่รู้นะว่าทำแบบนี้ได้ด้วย น้าของเราเขาบอกว่าอย่าไปใส่เสื้อผ้าเหมือนคนอื่นเลย แต่งให้มันต่างสนุกกว่าเยอะ”

“มันทำให้วิธีคิดงานเราช่วงหนึ่งกลายเป็นพวก ‘ต่อต้านเทรนด์’ อะไรกำลังมากูไม่ทำ แต่เดี๋ยวนี้ไม่เป็นละ เริ่มเข้าใจมากขึ้นละว่ามันต้องมี มันไม่สามารถตัดทิ้งได้เลย เหล่านี้มันก็เลยทำให้งานของเราแตกต่างจากคนอื่นด้วยมั้ง ลูกค้าที่เป็นวงดนตรีหรือค่ายเพลงก็เลือกเราจากอะไรแบบนั้นด้วยเหมือนกัน ก็เลยเป็นคาแรคเตอร์ของเราโดยที่เราก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน”

“มีอยู่ช่วงนึงเราเคยตั้งคำถามกับมันว่าทำไมทุกอย่างที่เกิดขึ้นถึงต้องมีดีไซน์ที่เหมือนกันหมดเลย แล้วบางครั้งแต่ละงานแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าคือของศิลปินคนไหน เป็นข้อเล็ก ๆ ที่อยู่ในหัว เป็นความกลัวของเราเองที่กลัวว่าศิลปินที่เราทำให้จะไม่โดดเด่นออกมา”

“สมมุติว่ามีเทรนด์กำลังมา ในยุคนึงเป็น Typo Chromium กำลังฮิต แล้ว Art Work ของศิลปินยุคนั้นก็ทำออกมาเหมือนกันหมด เราไม่ได้บอกว่าเขาผิดนะ แต่ถ้าเอามาวางด้วยกันมันจะแยกไม่ออกเลยว่าเป็นของศิลปินคนไหน นั่นเป็นสิ่งที่เรากลัวเอง มันเลยพาไปถึงว่า ช่วงนึงเราไม่ได้แค่หนีเทรนด์ดีไซน์เท่านั้น แต่เรายังหนีงานของตัวเองด้วย เราอยากทำงานที่คนอื่นดูไม่ออกว่าเราทำ แล้วงานไหนที่คนมาบอกว่าดูไม่ออกว่าเป็นงานของเรา มันจะมีความสุขมากเลย”

“แต่นั่นมันคือช่วงวัยนึง ตอนนี้เราก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว รู้สึกว่าเราก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งหนีสไตล์ที่เราสร้างขึ้นมา บางครั้งก็ทำย่ำจนมันเด่นขึ้นมาก็ไม่ผิด แต่ก็ยังชัดเจนใน Art Direction ต่อทั้งตัวศิลปิน โปรดักส์ ซึ่งตอนนี้เรายึดมากเลยว่า ถ้าศิลปินคนไหนเป็นสายเทรนด์สูง เราก็ต้องหยิบเทรนด์ขึ้นมาใช้ด้วยเหมือนกัน เราพยามจะไม่หนี”

UNLOCKMEN : สำหรับพี่เป๋งงานของ Art Director คือการเอาเอกลักษณ์ของศิลปินออกมาให้มากที่สุด โดยที่ไม่เอา Signature Design ของตัวเราเข้าไปกวน แล้วถ้าแบ่งสัดส่วน 100% มันออกมาเป็นงานที่เป็นพี่เป๋งกี่เปอร์เซ็นต์-เป็นของศิลปินกี่เปอร์เซ็นต์

“ตำแหน่งของเราคือ Art Director ไม่ใช่ Artist เราแบ่งตรงนี้ชัดเจนมาก ถ้าเมื่อไหร่เขามองว่าเราเป็น Artist เราจะแทบจะเอา 100% ใส่เข้าไปในงานนั้น แต่ถ้าเป็น Art Director เราแทบจะเริ่มต้นจากศิลปินทั้งหมดเลยเว้ย”

“ยกตัวอย่างอัลบั้ม ‘ดัม-มะ-ชา-ติ’ ของ Bodyslam โจทย์คือธรรมชาติ เราก็ตีต่อไปว่าธรรมชาติคือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ธรรมชาติคือการเปลี่ยนแปลง การยอมรับ ก็เลยเสนอพี่ตูนไปว่า “งั้นเราถ่ายฟิล์มกันไหมพี่” ทุกอย่างคือถ่ายฟิล์มหมด แปลว่าถ้างานนี้ถ่ายผิดพลาดก็ต้องยอมรับความผิดพลาดนั้นนะ ถามว่าไอเดียนี้มาจากเรามั้ย มันก็มาจากเราที่ได้มาจากเขาอีกที แล้วช่างภาพไม่ใช่ช่างภาพ แต่เป็นเพื่อนก้อย ทีนี้โคตรมันส์เลย แล้วก็มีหุ่นของพี่โน้ต อุดม ที่พี่ตูนขอให้มีสิ่งนี้อยู่บนปกนอกนั้นจะทำอะไรก็ได้ เราก็เลยเอาหุ่นตั้งกลางน้ำที่นาเกลือ ซึ่งน้ำมันสะท้อนนิดนึงแล้วเกิดมีความบิดเบี้ยวเล็ก ๆ ต่อให้คุณต้องการความสมบูรณ์แค่ไหน มันก็จะไม่สมบูรณ์อยู่ดี ปกข้างหลังก็เลยพลิกกลับด้านอีกทีนึง แค่นั้นเอง”

“วิชวลแบบนี้มันมาจากเราตรงที่เราชอบวงพวกสาย Pink Floyd สาย Progressive เราเคยคิดในใจตั้งแต่ตอนเริ่มทำงานด้านนี้ว่า “กูต้องขอทำปกอัลบั้มที่แม่งไม่มีชื่อศิลปิน ไม่มีตัวหนังสืออะไรบนปกให้ได้” เพราะวงอย่าง Pink Floyd มันทำอย่างนั้นใช่ปะ ไม่มีอะไรเลยเป็นวิชวลอย่างเดียว แล้วอะไรที่มันสเปซเยอะ ๆ แล้วก็ให้คนดูแล้วแบบ มึงทำอะไรของมึงวะ แบบมีแต่คำถาม ก็อัลบั้มนี้ก็ถือว่าเป็นการฟินในตัวเอง ซึ่งไอเดียมันก็มาจากศิลปินด้วย มาจากตัวเราด้วยเหมือนกัน”


UNLOCKMEN : ชวนคุยในวันที่พี่เป๋งเป็น Art Music Director และมี DOGKILLMEN Team แล้ว ตอนนี้ทีมพี่เป๋งมีใครทำอะไรบ้าง

“ทีมเราตอนนี้เรียกว่าอาจจะไม่ได้เป็นบริษัท แต่เป็นทีมกระจายกันไป เราใช้วิธีรูปแบบใหม่คือ ‘เป๋ง’ เป็น Art Director แล้วก็หาคนที่เป็น Graphic Designer, Photographer, Producer มารวมตัวกันเพื่อทำแต่ละชิ้นงานโปรเจกต์” 

“เพราะว่าหลัง ๆ ใช้วิธีการนี้ เราก็เลยอยากให้คนเฉพาะทางที่เก่งเข้ามาช่วย เช่น ทำงาน Logo Design ก็หาคนที่ถนัดสายนี้เลยมาทำ ยกตัวอย่างงานที่เคยทำให้ ‘พี่เสก LOSO’ เราก็จะเลือกช่างภาพเป็น ‘พี่เอก ณุภัทร อาจกล้า (nupat A photographer)’ ถ้าเป็นสายแฟชั่นรุ่นใหญ่หน่อยก็จะใช้ ‘พี่เชน (chubby chain)’” 

“เราจะเป็นสายเลือกใช้คนเฉพาะ เพราะเรากลัวว่างานมันจะไปไม่สุดในทางของมัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับงบแหละครับ ไม่ได้บอกว่าใช้คนที่ไม่ถนัดด้านนี้จะทำได้ไม่ดีนะ เราเลือกแบบ Specific Artist เพื่อทำให้เราทำงานง่าย คน Art Director จะได้ไม่ต้องห่วง”

“คนที่จะเข้ามากับทีมเราอันดับแรกเลยต้อง ‘เป็นคนกินเหล้า’ เราจะชวนดื่มก่อนเลย โห อันนี้แม่ง ช่วยให้รู้เลยว่าคนนี้แม่งเป็นยังไง ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เข้ามาก็จะกิน-ส่วนใหญ่จะกินขั้นแบบขั้นเละด้วย 555 แต่ส่วนใหญ่ที่เข้ามาทำงานกับทีมเรา (DOGKILLMEN TEAM) เป็นคนรักสนุกกันอยู่แล้ว เพราะสายดนตรีมันจะเป็นคนสนุก ไม่ค่อยซีเรียส เพราะงานซีเรียสเขาก็จะคงไม่อยากมาทำกับเรา เชื่อว่าเป็นอย่างงั้นนะ”

UNLOCKMEN : ใน DOGILLMEN Team จะเห็นว่าทีมมีคนที่อายุห่างกันหมดเลย ทำงานด้วยกันยากมั้ย

“อายุห่างกันมันดีนะ หงุดหงิดแต่ดี เพราะว่าน้องมันจะมีข้อมูลหรือสิ่งที่เขาเสพในทางของเขามาเติมเต็มให้เรา ตัวเราแม่งคือเด็กที่เกิดในปี 1981 แล้วงานที่เราเสพแม่งคือชาวร็อกชายแท้เสื้อดำสักแขน แต่พอต้องมาทำงาน Billkin & PP Krit “ฉิบหายละกูต้องรู้อะไรบ้างวะ” ทำอะไรเราก็ทำไม่เป็น เพราะว่าในหัวเรามันจะเป็นแบบดูแรง ๆ นิดนึง อย่างพวก Perses หรือตอน 4EVE เราไม่มั่นใจจริง ๆ แต่พอโชคดีที่น้อง ๆ ในทีมทุกคนเขารู้ สมมุติว่าถ้าเกิดงานสไตล์พวกนี้ เราจะให้น้องในทีมพวกน้องผู้หญิงเป็นคนดู “มึงเคาะเลยว่าอันไหนสวย” แต่เราจะเป็นคนคิด Art Direction หลัก” 

“จริง ๆ เราคิดไปขายน้องด้วยซ้ำแล้วก็ให้พวกมันคอมเมนต์เลย บางทีก็จะเจอ “โคตรเชยเลยพี่แม่งอย่างแก่” เราก็ต้องเชื่อ เพราะว่าเราไม่ได้อยู่ในเทรนด์ของยุคนี้แล้ว มันต้องหาตรงกลางร่วมกัน แต่ส่วนใหญ่จะค่อนไปทางน้อง ๆ เพราะว่าเขาเข้าใจสิ่งนี้มากกว่าเรา ถ้าเราไปเอา Art Direction แบบพี่เสกโลโซใส่กับพีพีก็เหี้ยอยู่นะ 555 สุดท้ายก็ต้องบอกว่าสนุก เราได้พลังจากน้อง ๆ กับข้อมูลที่เขาเติบโตมา เราร็อกเขาก็ T-Pop เนาะ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว”

UNLOCKMEN : อะไรเป็นสิ่งที่ใช้ตัดสินในงานสร้างสรรค์ที่ไม่มีถูกผิด ระหว่างงานของพี่เป๋งกับ New Generation ใครทำได้ถูกต้องกว่ากัน

“อันนี้ง่ายมากครับ ก็เอา Art Direction ของเรากับเขาส่งให้ลูกค้าเคาะเองเลย แล้วหลาย ๆ ครั้งพอส่งลูกค้าก็กลายเป็นว่าของพวกมันโดนลูกค้าเลือกเกือบหมดเลย เพราะว่าเขาเข้าใจโลกยุคนี้มากกว่าเรา แต่ถ้าเกิดว่าเป็นศิลปินใน Generation เรา เราก็จะขอทำให้ดูเองครับน้อง ๆ อะไรแบบนี้ “อันนี้ของกู !” มีปรับตบตีให้เขานิดนึง แต่จะปล่อยให้เขาคิดมากกว่าเพราะว่าเราไม่อยากให้เขาอยู่ในฐานะที่เป็นน้องในทีมแล้วฟังแต่เราอะ ถ้าน้องเถียงเมื่อไหร่เราจะชอบเลย แต่ต้องเถียงด้วยเหตุผลนะ”


UNLOCKMEN : เวลาที่คิดงานไม่ออกเจอ Art Block พี่เป๋งจัดการยังไง

เวลาสอนนักศึกษาเราจะเจอคำถามนี้บ่อย ถ้าคิดงานไม่ออกเราจะไม่ค่อยคิดงาน แต่เราจะทำสิ่งนี้ “เราจะกลับมาคิดว่าตัวเองคิดงานไม่ออกเพราะว่าอะไร ?” หาตรงนี้ให้เจอก่อน มันอาจจะเป็นเพราะว่า 1.เรามีความสามารถไม่พอกับงานชิ้นนี้ 2.เราไม่อยู่ในจุดที่จะเข้าใจงานได้ 3.เราอยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อมจะคิดงานรึเปล่า เช่น อกหักจนคิดงานสดใสไม่ได้ หรือขี้ไม่ออกก็มีผลนะเว้ย”

“ลองแก้ไขทีละจุด สมมุติถ้ารับงานวง 4EVE เป็นงานแบบที่เราไม่เคยทำมาก่อนเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนแรกวงมีกี่คน 555 เราก็ต้องไปหาข้อมูลก่อน นั่งดูเอ็มวีที่ผ่านมาว่าเขาเป็นยังไง สักพักเราจะเริ่มเข้าใจ แต่เราก็ไม่เชียร์ให้ตะบี้ตะบันทำนะ ลองปล่อยให้สมองมันได้ทำงานด้วยตัวมันเอง หาอย่างอื่นทำไปด้วยก็ดีเหมือนกันครับ”

UNLOCKMEN : ในวันที่ทำงานเก่งแล้วจัดการกับ ‘อีโก้ (EGO)’ ตัวเองยังไง

“เราเคยเป็นคนที่มีอีโก้คิดว่าตัวเองเก่ง แต่เราก็ทำลายมันทิ้ง พอทำลายก็รู้สึกว่าตัวเองกระจอกไม่เก่ง ก็เลยคิดว่าจริง ๆ แล้วอีโก้แม่งก็สำคัญว่ะ อยู่ที่เราใช้ยังไงมากกว่า เป็นคำพูดเฉย ๆ แหละ อีโก้มันทำให้ตัวเองมีกำลังใจทำอะไรบางอย่างโดยไม่โน้มไปตามสิ่งอื่น”

UNLOCKMEN : พี่เป๋งมีวิธีจัดการกับวันที่ Burn Out ในชีวิตการทำงานของ DOGKILLMEN ยังไงบ้าง

“ขอเล่าเรื่องนี้ให้ฟังดีกว่า ทุกคนรู้ว่าเราเคยอยู่ค่ายเพลง Genie Records เนาะ ตอนนั้นที่ทำงานทุกอย่างมันโอเคมาก แต่เรากลับเป็นผู้ทำลายชีวิตด้วยตัวเอง เราเริ่มทำตัวเหี้ยจัดเลยครับ ไม่ค่อยไปออฟฟิศ ไม่ค่อยส่งงาน แต่เขาก็ดูแลเราอย่างดี สุดท้ายเราใช้วิธีการวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้นด้วยการขอลาออก เป็นการตัดสินใจว่า “กูจะเป็นเด็กที่ไม่อยากให้พ่อแม่สปอยล์อีกต่อไป ไม่งั้นชีวิตกูจะกลายเป็นคนแก่ที่ไร้คุณภาพ” เพราะถ้าเราไม่ตั้งใจทำงานในวันที่เป็นฟรีแลนซ์เราก็จะไม่มีเงินใช้” 

“ณ ตอนนี้ที่เราเริ่มปฏิเสธงานด้านดนตรีหรือหลายอย่าง ก็เพราะรู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรที่มันวนลูปแล้วก็รู้สึกว่ามันเหมือนว่ากราฟมันกำลังค่อย ๆ ลง และเราก็อยากไปเริ่มต้นอะไรบางอย่างใหม่ก็เลยสับสวิตช์ตัวเองด้วยเหมือนกัน”

“เราใช้วิธีการแก้ปัญหา Burn Out แบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่นก็คงหนีไปบวชในป่า เราก็ใช้วิธีอะไรอย่างงั้นนะครับ เราว่าคนเราต้องยอมทำอะไรบางอย่าง เสียสละหรือทำลายอะไรบางอย่างเพื่อได้บางอย่างกลับมา ไม่งั้นมันจะพังทั้งหมดเลยครับ”


UNLOCKMEN : พี่เป๋งกลัว AI จะแย่งงานตัวเองมั้ย

“เราว่า AI มันเข้ามาแย่งงานเราอยู่แล้วล่ะ เพราะสมมุติว่าถ้าลูกค้าไม่ได้มีงบขนาดนั้นเขาก็ไม่สามารถจ้าง Art Director หรือ Graphic Designer แล้วก็ต้องให้ AI มาทำงานแทน มันเป็นสิทธิ์ของเขาอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้ผิดอะไรนะ ถามว่ากลัวมั้ย เราเคยกลัว แต่ว่าพอได้ลองศึกษาก็ต้องบอกว่าเราแม่งเข้าใจผิดว่ะ จริง ๆ เราไม่ควรกลัว แต่เราควรเอามันมาเป็นพวก ทำให้ตอนนี้เราแค่กลัวแค่จะตกรถตาม AI ไม่ทันมากกว่า ตอนนี้เราก็เลยให้มันมาเป็นน้องในทีมเราคนนึงดีกว่าที่จะพึ่งพามันอย่างเดียว” 

UNLOCKMEN : พี่เป๋งมองว่า AI สามารถสร้างศิลปะได้มั้ย / และการที่มนุษย์สร้างศิลปะจาก AI ด้วยความคิดของเราเอง จะนับว่าเป็นศิลปะมั้ย

“เรามองว่า AI ไม่สามารถสร้างงานศิลปะได้ งานศิลปะมันมาจากกระบวนการ ที่มีทั้งสุนทรียะ ประสบการณ์ ฝีมือ แล้ว AI มันดำเนินการจากฐานข้อมูลเพื่อสร้างเป็นชิ้นออกมา เราก็เลยไม่ได้มองว่า AI เป็นผู้สร้างงานศิลปะออกมาได้”

“มันมีคำถามนึงที่เราโดนถามมา 2-3 ครั้ง “พี่คิดว่า AI ไม่สามารถแย่งอะไรจากพี่ได้ ?” ก็น่าจะเป็นคำว่า ‘เพื่อน’ กับ ‘คอนเนคชั่น’ แต่พอมาถึงคำว่าเพื่อน ไอ้เหี้ย AI แม่งก็สามารถเป็นฐานข้อมูล หรือคนแม่งก็ใช้ Chat GPT คุยเป็นเพื่อนได้เหมือนกัน ก็เลยคิดว่าสิ่งที่ไม่สามารถเอาไปได้หรือว่ามันจะคือความเป็น Artist วะ”

“เรากลับมาตั้งหัวแถวใหม่ ปี 2026 ก็เลยเลือกที่จะไปฝั่ง Merchandise กับสร้างงาน Personal Art ส่วนตัวของเรามากขึ้น แล้วเราแม่งก็อายุเข้าเลข 45 แล้ว รู้สึกว่าถ้าเราไม่ทำตอนนี้ เราจะไม่ได้ทำอีกแล้วเว้ย มันเหมือนกับเป็นปีที่รู้สึกได้ว่าเรามีอีกความฝันเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง จากที่เมื่อก่อนเรามีความฝันที่อยากจะเป็น Art Director ที่ทำด้านดนตรีมาตลอด แต่นี่มันเป็นความฝันสุดท้ายของเราที่มีอยู่ ตอนนี้คือการทำแบรนด์หรือการสร้างงาน Art ที่เป็นของเรา”


UNLOCKMEN : มันจะมีบรีฟที่ลูกค้าชอบบอกกับทีม DOGKILLMEN เสมอว่า อยากลองได้งานที่เสี่ยงหรืออะไรใหม่ ๆ สำหรับพี่เป๋งนิยามคำว่า ‘งานที่เสี่ยง’ ว่ายังไง

“ต้องบอกก่อนว่าเราไม่เคยรู้เรื่องนี้ น้องแบงค์คนที่เคยทำงานอยู่ทีมเดียวกับเราเคยถามลูกค้าว่าทำไมถึงเลือกทีม DOGKILLMEN ทำงาน ลูกค้าใช้คำว่า “อยากลองเสี่ยงดู” มันเหมือนจะเป็นคำชม จริง ๆ เป็นคำด่าแบบอยากลองเสี่ยง” 

“อย่างของวง Room39 อัลบั้มที่ 2 ชื่อ Restart (2017) ลูกค้าบอกว่า มีสอง Art Direction ที่เขาวางไว้มี Art Director ทั้งหมด 2 เจ้า ซึ่งลูกค้าบอกว่าอีกเจ้าหนึ่งทำงานออกมาสวยชัวร์แน่นอน แต่ถ้าเป็นเป๋งเนี่ยไม่ชัวร์ว่าจะสวยไหม แล้วไม่ชัวร์จะออกไปเป็นยังไง “แต่อยากลองเสี่ยง” เพราะว่าอยากได้ไอเดียที่เหมือนเป็นงานเชิงทดลอง”

“จริง ๆ วิธีคิดแบบที่มันเป็นเหมือนโครงสร้าง คิด Art Direction อย่างที่เราทำมันมีความทดลองบางอย่างด้วยเหมือนกันนะ เขาอยากลองผิดลองถูก แล้วงานที่ทดลองไปด้วยกันมันจะสนุกเว้ย เพราะถึงแม่งจะวิ่งไปปลายทางเดียวกัน แต่ว่าระหว่างทางมันจะวิ่งแบบเตะกันไปเตะกันมา มันเหมือนลองเสี่ยงไปด้วยกัน สุดท้ายปลายทางมันจะได้สิ่งใหม่ ถามว่าสวยไหมคงตอบไม่ได้ เพราะว่าเรื่องของความสวยเป็นเรื่องส่วนบุคคลอยู่แล้ว แต่ถามว่าได้สิ่งใหม่กว่าเดิมไหม ได้แน่นอน เพราะว่าเราจะไม่ทำตามสูตรเดิม” 

“อย่างที่เราเคยทำ PERSES ซิงเกิ้ล ‘KITTY SWAG’ เขาก็ติดต่อมาบอกอยากลองให้มันดูร็อคขึ้นจากที่วง PERSES เคยดูเนี๊ยบ ๆ มาก่อน หรืออย่างวง Lipta ตอนที่เขาทำคอนเสิร์ต “มาม่า Presents Lipta 20 ปี คอนใหญ่ไฟกะพริบ” มันชัดมาก ตอนนั้นแทนติดต่อเรามาก็คิดเลยนะว่า “เฮ้ย จริงเหรอครับ” แล้วพี่คัทโตะก็คุยกันบอกว่าเขาอยากได้ความเป็นชายแท้ในตัวเรา คือเขาบอกว่างานของ DOGKILLMEN แต่ละชิ้นดูเป็นชายแทร่มากครับ แล้ววงเขาจะเป็นวงแบบนิ่ม ๆ น่ารัก ๆ พอให้เราทำงานก็เลยออกมาระเบิดชายแท้จัดเลยครับ” 

“ยกตัวอย่างวง Serious Beacon คอนเสิร์ต ‘มาม่า presents SERIOUS BACON ฟอร์มยักษ์ Concert’ ตอนแรกสุดเขาตั้งใจทำให้มีความเนี๊ยบแบบ Wes Anderson มีความสมมาตร การใช้สี งานเหล่านี้เป็นงานที่เราไม่รู้เลยว่าตอนจบจะเป็นอะไร เรากับศิลปินแล้วก็ค่ายหาความเป็นไปได้ไปด้วยกัน เราโคตรชอบอะไรแบบนี้ แต่มันต้องเป็นศิลปินที่มีเวลาให้เรานะถึงจะทำได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็จะไม่ค่อยมีเวลาแบบนั้นกันแล้ว”

“สำหรับเรา ‘งานที่ดี’ คืองานที่เสร็จ Final ออกมาแล้วไม่เหมือนเดิม มันคืองานที่ออกมาแล้วฉีกไปจากวิธีการของวงแบบเดิมที่มีอยู่ แต่จริง ๆ ของ Lipta เขาก็เปลี่ยนแค่ครั้งเดียวแล้วเขาไม่เปลี่ยนแล้วนะ เหมือนเขาได้รู้ว่าความเป็นชายแท้ของกูอาจจะไม่ใช่แล้ว”

“ตอบไม่ได้ว่าดีที่สุดของมันคืออะไรแต่มันได้เปลี่ยนแปลง สำหรับเราอันนี้แม่งสำคัญ แต่ข้อนึงที่เราแม่งไม่มีทางให้เกิดขึ้น เราเคยบอกน้องในทีมกับน้องนักศึกษาหลายคน ไม่ว่ายังไงก็ตามงานที่แย่ที่สุดคืองาน Copy เราขอเลย บอกว่างานห่วยแค่ไหนก็ยังมีค่ามากกว่างาน Copy อะ เราติดและจะไม่ยอมแค่เรื่องนั้นเลย”


UNLOCKMEN : ช่วยแชร์วิธีการทำแบรนด์ดิ้งของ DOGKILLMEN หน่อย อยากรู้ว่าพี่เป๋งมีวิธีการทำแบรนด์ดิ้งกับ DOGKILLMERN MERCH ยังไงบ้าง

“ทุกอย่างเป็นความชอบล้วน ๆ เลยเว้ย อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ว่าเราชอบดูงานของคนอื่น แล้วชอบคอมเมนต์ในใจ สามารถดูเสื้อคนอื่นแล้วรู้สึกว่า “ทำไมเราไม่ขยับสีนี้เป็นอย่างอื่นนะ” เราอยากจะลองทำสิ่งที่ไม่เป็นการโกหกความรู้สึกของตัวเอง ตอนนี้กำลังทำอยู่คือการที่ปกติเราทำงานสาย Commercial หรือว่าสายดนตรี เราจะมีเรื่องคอนเซ็ปต์ของ Art Direction วางมา แต่พออันนี้เราจะไม่คิดไรเลยทำแม่งอย่างเดียวเลย”

“แบบกูว่ากูสวยอย่างนี้ กูไม่มีไอเดีย ความหมายคืออะไร ไม่มี ใช้เศษขยะจากผลไม้ที่ซื้อมากิน แล้วมันมีสติ๊กเกอร์แปะแล้วก็หยิบมาแปะฉีกแล้วไม่รู้คำตอบเลย”

“เราได้สิ่งนี้มาจากลูกเรา วันก่อนเขาทำเคส Iphone เอง ด้วยการใช้เทปพันเคสขึ้นมาแล้วเขานั่งขำสนุกมาก เอาเทปกาวเทปสีเอาดินเบามาปั้นแปะแปะระบายสี ใช้สีอะคริลิคป้ายแล้วมีเทปสะท้อนแสงแปะ ๆ เต็มไอโฟนเขาเลย แล้วก็เอาไปโรงเรียนกลับมา “พ่อ เพื่อนบอกไม่เห็นสวยเลย แต่ไหมว่าสวยออก”

“เราก็รู้สึกว่าแจ๋วว่ะคำพูดนี้ พอมีคนบอกไม่สวยเขาบอกทำไมของเขาสวยนะเว้ย เขาตั้งใจแล้วเขาสนุกกับมันมาก เราก็เลยใช้วิธีในการทำแบบนั้น งั้นกูทำบ้าง โคตรมีความสุขเลยอะ อนาคตเร็ว ๆ นี้อาจจะแสดงงานหรือว่าสร้างมาเป็นลายเสื้อเพื่อให้คนที่ชอบเหมือนเราได้จับจอง เพราะรู้สึกว่าทั้งครึ่งชีวิตของเราที่ทำงานมา มันผ่านกระบวนการที่มีทั้งลูกค้าทั้งเหตุและผลทุกอย่างมาตลอด พอลองทำอะไรที่ไม่ต้องคิดเหี้ยอะไรเลย อยากทำก็ทำ สวยรึเปล่าไม่รู้ แต่กูว่าแม่งดีอะ”

UNLOCKMEN : พี่เป๋งอยากให้แบรนด์ DOGKILLMEN ไปถึงตรงไหน และอยากให้มันตอบอะไรกับชีวิตของพี่เป๋ง

“ถ้าคิดไกลก็อยากให้เป็นแบรนด์ที่มีคนต่อคิวในการซื้อ อยากให้ไปจุดนั้นเหมือนกันครับ แล้วก็อยากให้มันเป็นงานที่เราทำแล้วมีความสุขแล้วทำเงินได้อะ เอาเอาแค่นั้นเลยแล้วกัน ได้อยู่บ้านนั่งทำงานของเราแล้วไม่มีใครมาเป็นผู้ตัดสินว่าอันนี้แม่งสวยหรือไม่สวย” 

“แต่อนาคตถ้ามันขายไม่ออกอาจจะฉิบหาย แล้วกูต้องตัดสินใจใหม่และในการทำอะไรบางอย่าง ตอนนี้มันยังอยู่ในช่วงเวลาที่ยังเพิ่งเริ่มก่อสร้าง แล้วคนก็ยังให้ค่ากับงานชิ้นนี้อยู่” 

“แต่อนาคตก็ไม่แน่เพราะว่าเราก็เข้าใจนะ อย่างศิลปินนักดนตรีหลายคนก็เคยใฝ่ฝันว่าอยากสร้างเพลงที่เป็นงานศิลปะโดยที่กูแม่งต้องการสร้างตัวตนสิ่งนี้ขึ้นมา แต่เมื่อไหร่มันมีเรื่องของความเป็นอยู่เรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องที่แม่งไม่สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตตัวเองได้ มันก็ต้องเป๋อะไรบางอย่างด้วยเหมือนกัน เราก็เชื่อว่าอนาคตอาจจะเป็นอย่างงี้ก็ได้ หรืออาจจะไม่เป็นอย่างงี้ก็ได้ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าเลือกได้ก็คงเลือกแบบที่ทำแล้วตัวเองสนุกมีความสุขแล้วก็มีเงินใช้”

GEESUCH
WRITER: GEESUCH
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line