Life
UNLOCK The Process 03 : DAIKI TSUNETA อัจฉริยะทางดนตรีที่รู้ว่ากรอบมีไว้ให้ ‘แหก’ และก็มีไว้ให้ ‘อยู่’ เหมือนกัน
By: GEESUCH January 31, 2026 236122
“You Are My Special !” กันทั่วบ้านทั่วเมืองเมื่อ 2 ปีที่แล้ว กับ Opening Song ของมังงะ Jujutsu Kaisen : Shibuya Incident ของอาจารย์เกะเกะ ซึ่งเบื้องหลังของเพลงนี้เป็นผลงานของวง J-ROCK ตัวท็อปของญี่ปุ่น King Gnu ที่มีลีดเดอร์ชื่อ ‘Daiki Tsuneta’ อัจฉริยะทางดนตรีวัย 33 ในตำแหน่ง Guitarist / Vocalist / Songwriter / Arrangement และเป็นผู้ก่อตั้งวงขึ้นมา ด้วยความติ่งส่วนตัว โพสต์นี้ก็เลยอยากมาป้ายยาความอัจฉริยะของไดกิ ผู้ชายที่พยายามทำลายกำแพงดนตรีโลกด้วยเพลงภาษาแม่ในแบบที่มีแต่เขาที่ทำได้ !

ถึงแม้ว่าผลงานของเขาจะมีความ Tokyo Sound สุด ๆ แต่เด็กชายไดกิเกิดและเติบโตที่นางาโนะห้อมล้อมด้วยบ้านที่สมาชิกในครอบครัวเล่นดนตรี แม่เป็นครูสอนเปียโนคลาสสิก พ่อเป็นวิศวกรรมหุ่นยนต์แต่เล่นเปียโนแจ๊ซได้ ทำให้ไดกิหลงใหลดนตรีตั้งแต่เด็ก ไดกิถูกสอนให้เล่นเชลโล่ตั้งแต่ 5 ขวบ และเขามักจะเข้าร้าน CD เพื่อซื้ออัลบั้มต่าง ๆ กลับมาฟังเสมอ จนกระทั่งตอนประถมได้ดู Woodstock Festival คอนเสิร์ตนั้นกับ Jimi Hendrix เปลี่ยนชีวิตการเป็นมือกีตาร์ของเขา
พอขึ้นมหาวิทยาลัย ไดกิเลือกเรียนที่ Tokyo University of the Arts (Geidai) สาขาดนตรี สาย Classical เอกเชลโล่ ที่นั่นเขาได้เรียนในคลาสของ Seiji Ozawa ไวทยากรณ์ชาวญี่ปุ่นผู้เคยได้รับรางวัล “Best Opera Recording” จาก Grammy Awards 2016 นั่นคือที่มาของความมโหรี Orchestra Part ในงานทั้งหมดของไดกิ แต่ หลังจากเรียนได้ 1 ปีไดกิก็ตัดสินใจลาออก เพราะอยากทำวงและสร้างงานของตัวเองมากกว่า

“I want to be the first Japanese artist to make it in the world !”
ปี 2013 ไดกิก่อตั้ง King Gnu โดยมีโกลด์ชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าทำเพลงให้อยู่ใน Main Stream Music ของญี่ปุ่น วิธีการคิดก็เลยทำให้ถูกจริตความเป็น J-POP ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ซึ่ง ! จะบอกว่าไดกิได้วางแผนและ Road Map เอาไว้แล้ว เขาจะทำวงนี้ให้ประสบความสำเร็จมาก ๆ ก่อน เพราะว่าในวงการดนตรีญี่ปุ่นถ้าศิลปินทำดนตรีไม่เข้าข่ายกระแสหลัก J-POP โอกาสสำเร็จยากมาก และ King Gnu ก็กลายเป็นวงร็อกแถวหน้าของญี่ปุ่นได้อย่างที่เขาวางหมากไว้ ปี 2019 ไดกิประกาศเดบิวต์ Millennium Parade การมีอยู่ของ Side Project ที่มาเพื่อเป็นที่รองรับการระบายของจินตนาการที่ไหลเป็นสายน้ำของไดกิ เพื่อทำลายกฎแนวเพลง และ Pop Art ที่ทั้งเพลงบนดินและใต้ดินเคยทำมา ซึ่งมีตะกอนไอเดียเกิดมาพร้อมกับ King Gnu เลยล่ะ

สไตล์เพลงของไดกิถูกผู้คนนิยามด้วยคำว่า ‘Tokyo Mixture Rock’ เราเชื่อว่ามีที่มาจากคำว่า ‘Tokyo Chaotic’ ชื่อกอัลบั้มแรกของโปรเกจต์ Millennium Parade ที่ทุกครั้งที่เปิดเพลงฟังมันคือประสบการณ์การเสพ Electronic,Jazz ,Punk, Hard Core, Exprimental เป็นดนตรีที่แสดงให้เห็นถึงการแหกกรอบของไดกิ รื้อโครงสร้างแล้วร่างโลกดนตรีขึ้นมาใหม่ อันเป็นส่วนผสมในความคิดอันซับซ้อนในหัวของเขา ต่างกันกับ King Gnu ที่เห็นว่าเส้นขอบอยู่ตรไหน เอามือยื่นออกไปได้นิดหน่อยให้ศิลปะ POP ART กลมกล่อมขึ้น แต่เกล่านี้ก็เกิดจากความเป็น Eperimental Men ของเขาในการตามหาเสียงที่ใช่ ไม่ว่าจะการใช้กีตาร์โปร่ง Yamaha ตัวละ 3,000 บาท ไปจนถึงค้นพบว่า Megaphone (โทรโข่ง) เหมาะกับเสียงของเขาสุด ๆ
ทั้ง King Gnu และ Millennium Parade ไม่ได้โดดเด่นแค่เพลง แต่ Art Production ล้ำตาแตกทุกตัว เพราะไดกิเป็นคนกำกับอาร์ตทั้งหมดร่วมกับ ‘PERIMETRON’ กลุ่ม chaotic Creative label ที่เขาเป็นคนก่อตั้งขึ้นมา
ว่ากันด้วยของพาร์ท Songwriter ไดกิบอกว่าสไตล์การเขียนเพลงดูจะเข้ากับโลกแฟนตาซีในอนิเมะ มากกว่าโลกแห่งจริง มันเลยง่ายกว่าเสมอในการที่จะเขียนเพลงประกอบอนิเมะ เพราะอนิเมะมีอิสระมากกว่าในการสร้างคำ เครดิตนอกจาก Jujutsukaisen แฟนอนิเมะน่าจะคุ้นกับเครดิตทั้ง Ghost In The Shell SAC_2045 / Bananafish หรือ ranking of kings สุดไฮป์จาก Wit Studio

ถึงจะอัจฉริยะแต่ก็เป็นมนุษย์ – แม้ว่าไดกิไม่เคยกังวลว่าความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองจะหมดอายุ แต่เขารู้สึกไม่ปลอดภัยเสมอเวลาสร้างสิ่งใหม่ที่แตกต่างจากสิ่งที่คนอื่นเคยทำมาอย่างสิ้นเชิง ปรัชญาของไดกิคือ “การทำเพลงดีไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำเพลงที่แตกต่างเพื่อสร้างผลกระทบใหม่ ๆ นั้นยากกว่ามาก”
ครั้งหนึ่งในบทสัมภาษณ์ช่วงที่เขาทำ Ghost In The Shell SAC_2045 เมื่อถูกถามว่า “จุดแข็งของตัวเองคืออะไร ?” Daiki Tsuneta ผู้ชายที่สุดแสนมั่นใจการซัดสาดซาวด์กีตาร์และเสียงร้องเกรี้ยวกราดบนเวที ดูจะกลายเป็นเด็กหนุ่มขี้อายขึ้นมานิด ๆ เขาตอบคำถามนี้ว่า “จริง ๆ ผมก็ไม่มั่นใจเลยว่ามีจุดแข็ง” สิ่งที่มั่นใจคือวิสัยทัศน์ที่ตัวเองได้วางเอาไว้ และการมีเพื่อในทีมที่พร้อมไปด้วยกัน ก่อนจะตอบอย่างตัวละครเอกโชเน็นว่า “จุดแข็งของผมคือการมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ (หัวเราะ)” เป็นความสามารถในการจินตนาการถึงสิ่งที่ยังไม่มีอยู่จริง และด้วยความชัดเจนในวิสัยทัศน์ก็สร้างให้มันเป็นจริงขึ้นมา

“Just like how Rei Kawakubo of Comme des Garcons shocked the world with black, I want to do the same in the music scene”
ไดกิต้องการเป็นนักดนตรีญี่ปุ่นคนแรกที่ทะลวงไปถึงเวทีระดับโลก เขาบอกว่าจริงอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นมีทั้ง Joe Hisaishi กับ Ryuichi Sakamoto แต่พวกเขาเป็นที่รู้จักส่วนใหญ่จากเพลงประกอบภาพยนต์ ไดกิต้องการทำสิ่งเดียวกับที่ Rei Kawakubo ทำให้แฟชั่นของ Comme des Garcons สะเทือนผู้คนทั่วโลก ถึงวันนี้จะยังไม่ถึงเป้านั้น แต่การปล่อยอัลบั้ม The Greatest Unknow ออกมาในปี 2023 สำหรับเรามันไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่น แต่บนโลกนี้ไม่มีวงไหนเหมือนกับวงนี้อีกแล้ว
