World
HAPPENING RIGHT NOW
  • World

    “ฝุ่นหนาขนาดนี้แล้วจะให้ผมทำยังไง ?” ชวนดูนโยบายแก้ปัญหามลพิษของรัฐบาลต่างประเทศ

    By: TOIISAN January 13, 2020

    หลายคนลืมตาตื่นบนที่นอนแล้วเปิดโทรศัพท์ดูในตอนเช้าจะพบว่ามีข้อความต่าง ๆ จากเพื่อนฝูง คนในครอบครัวว่า ‘อย่าลืมใส่แมสก่อนออกจากบ้าน’ หรือจะเป็น ‘พรุ่งนี้ไปดูเครื่องฟอกอากาศกันไหม’ ทั้งหมดคือความห่วงใยของผู้คนที่พยายามปกป้องตัวเองและคนที่รักจากฝุ่นควันเป็นพิษ เรารักตัวเอง เรารักคนรอบข้าง แล้วรัฐบาลที่ห่วงใยประชาชนกำลังทำอะไรอยู่ ?  เมื่อลุกจากเตียงแล้วเปิดหน้าต่างดูก็จะเห็นด้วยตาตัวเองว่าฝุ่นหนาฟุ้งกระจายอยู่ทั่ว เพราะปัญหาฝุ่นควันที่เรียกกันจนติดปากว่า PM 2.5 เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิดแถมในตอนนี้มันก็ยังคงอยู่ UNLOCKMEN จึงอยากพาทุกท่านไปพบกับประเทศต่าง ๆ ที่พบปัญหาเดียวกันกับประเทศไทย และดูสิว่ารัฐบาลของแต่ละประเทศมีนโยบายหรือวิธีแก้ปัญหาอากาศไม่สะอาดอย่างไรกันบ้าง   อินเดีย เริ่มจากประเทศที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องร้อง ‘อี๋’ กันเป็นแถบกับสาธารณรัฐอินเดีย เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องฝุ่น เมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในโลก ผู้คนกว่า 1.339 พันล้านคน เมืองที่แสนเป็นตัวของตัวเอง มีชนชั้นวรรณะ มีไลฟ์สไตล์แสนเฉพาะตัว  เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีคนเยอะที่สุดในโลก การผลิตในระบบอุตสาหกรรมก็ต้องมากตามจำนวนประชากร อินเดียเองก็เจอปัญหามลพิษทางอากาศไม่ต่างจากไทย แถมมีทีท่าจะหนักกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกประจำปี 2561 ระบุว่าแต่ละปีมีประชากรโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยมลพิษกว่า 6,500,000 คน และอินเดียก็เคยขึ้นเป็นอันดับหนึ่งเมืองที่มีมลพิษเยอะที่สุดในโลก  นโยบายของรัฐบาลอินเดียที่เร่งจัดการกับปัญหานี้มีหลายทางด้วยกัน ทั้งสั่งลดการก่อสร้างและการรื้อถอนที่ทำให้เกิดฝุ่นทันที มีมาตรการฉีดพ่นน้ำไม่ต่างจากไทย แต่น้ำที่อินเดียใช้อัดแน่นด้วยคุณสมบัติไฟฟ้าสถิต ผลที่ออกมาคือน้ำคุณสมบัติพิเศษนี้สามารถดักจับฝุ่นได้ดีกว่าน้ำประปาธรรมดา เมื่อพบว่าค่าฝุ่นขึ้นสูงเกินกำหนด มีคำสั่งให้ปิดโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินชั่วคราว ดึงมาตรการการจำกัดจำนวนรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนน เช่น รถยนต์เอสยูวีเครื่องยนต์

    อ่านต่อ
  • World

    “อาชญากรรม รถซิ่ง คาวเลือด” ตระเวนยามค่ำในนครแห่งดารากับช่างภาพที่ใช้ชีวิตบนความเสี่ยง

    By: TOIISAN January 2, 2020

    ‘ลอสแอนเจลิสไม่เคยหลับ’ นี่คือคำกล่าวที่ได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ เกี่ยวกับแอลเอ เมืองขนาดใหญ่ทางเศรษฐกิจของรัฐแคลิฟอร์เนียร์ แหล่งรวมผู้คนที่มีฝันและแหล่งบ่มเพาะอาชญากรออกมาก่อคดีในยามวิกาล เสียงบดยางของเศรษฐีนักซิ่งซูเปอร์คาร์และคนเมาเพิ่งกลับจากงานปาร์ตี้ พวกเขาเหล่านี้มีส่วนทำให้เกิดอาชีพ ‘ช่างภาพข่าวอาชญากรรม’ ถ้าเลือกได้คนส่วนใหญ่ก็คงจะอยากถ่ายสิ่งสวยงาม ถ่ายสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่สำหรับช่างภาพสายข่าวอาชญากรรม พวกเขาจะต้องปรับวิถีชีวิตใหม่ให้สวนทางกับคนทั่วไป ถ่ายภาพไม่น่าดู และใช้ชีวิตในโลกสีเทา ๆ ที่ทำให้พวกเขามีกินมีใช้  ชีวิตของ Scott Lane มีไลฟ์สไตล์คล้ายภาพยนตร์เรื่อง Nightcrawler (หนังที่เล่าเรื่องราวของช่างภาพข่าวอาชญากรรมที่อยู่ตรงเส้นแบ่งระหว่างเงินกับจรรยาบรรณ) ส่วนชีวิตจริงของ Scott มีหน้าที่ถ่ายรูปส่งไปยังสำนักข่าวต่าง ๆ เขาพูดถึงงานของตัวเองว่ามันแสนง่าย เพียงแค่นอนตอนกลางวัน ทำงานตอนกลางคืน ออกตระเวนไปทั่วแอลเอเพื่อถ่ายภาพอุบัติเหตุใหญ่อย่างรถชน จับตาดูว่าจะมีโจรปล้นมินิมาร์ตหรือไม่ หาเหตุการณ์ไม่เข้าท่าเพื่อถ่ายรูปแลกกับเงิน  เมื่อรู้เนื้องานที่ Scott ต้องทำอยู่ทุกวัน บางคนอาจจะอุทานว่านี่มันบ้า เพราะงานของเขาเสี่ยงไม่ต่างจากพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือนักดับเพลิง เขาต้องลงพื้นที่จริง ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อรูปถ่ายเพียงหนึ่งหรือสองใบ แถมต้องเห็นแต่ภาพน่าสยดสยอง ถ่ายรูปศพ บ้านที่กำลังไหม้ทั้งหลัง หรือแก๊งวัยรุ่นที่กำลังต่อยกัน อย่างไรก็ตาม Scott กล่าวว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่ต้องเสี่ยง อย่างเหตุการณ์รถซูเปอร์คาร์ชนเสาไฟฟ้าจนเละ เขาก็เพียงเข้าไปถ่ายรูปรถที่ชนไปแล้วและส่งให้สำนักข่าวเท่านั้น  งานของ Scott เริ่มต้นขึ้นเมื่อการจราจรแน่นขนัดในยามเย็นเริ่มคล่องตัว เขาจะขับรถไปทั่วลอสแองเจลิส เมืองที่ไม่เคยหลับใหล มองหาเหตุฉุกเฉิน

    อ่านต่อ