Work

ยินดีด้วยครับ! คุณกำลังร่วมงานกับคนจิตป่วน ตรรกะประหลาด ขาดเหตุผล

By: G-NEAK August 7, 2019

การใช้ชีวิตที่ว่ายากดูเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลย ถ้าเทียบกับอุปสรรคที่เรียกว่า ‘การทำงาน’ เพราะนอกจากต้องต่อกรกับเจ้านายจู้จี้ขี้บ่นที่พร้อมก่นด่าทุกครั้งหากทำพลาดเพียงเล็กน้อย สิ่งที่หินไม่แพ้กันคือการผจญกับเพื่อนร่วมงานตรรกะป่วยที่ทำเอาผู้ชายอย่างเราประสาทจะแดก

แม้งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Behavioral Sciences & the Law เผยว่าร้อยละสามของผู้นำธุรกิจนั้นมีสุขภาพจิตที่ผิดปกติ และประชากรทั่วไปมีแนวโน้มป่วยจิตเพียง 1% เท่านั้น แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเราจะหลุดพ้นจากคนจำพวกนี้ได้โดยง่าย

คนที่มีระบบการคิดแปลก ๆ และใจกล้าบ้าบิ่นไม่ได้ปรากฏแค่ในภาพยนตร์ระทึกขวัญเท่านั้น บางครั้งโลกก็เหวี่ยงพวกเขามาให้เราเดินสวน กระทบไหล่ หรือแย่ที่สุดคือมาเป็นเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศ แถมภาวะจิตป่วนก็มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอีกด้วย

ทำให้หนุ่ม ๆ ต้องระแวดระวังเป็นพิเศษ เพราะเพื่อนชายในออฟฟิศอาจไม่ได้คิดดีกับคุณเสมอไป แล้วเพื่อนร่วมงานแบบไหนที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคจิตและเราควรตีตัวออกห่างมากที่สุดกันล่ะ?

“จะไปกลัวอะไรวะ ไม่มีใครรู้หรอก”

ถ้าคุณมีเพื่อนร่วมงานที่แสวงหาความตื่นเต้น ใช้ชีวิตโลดโผน และรักที่จะเสี่ยงอันตราย เพราะไม่เคยกังวลเรื่องความปลอดภัยของตนและผู้อื่น นี่เป็นอีกสัญญาณที่บอกว่าเพื่อนร่วมงานของคุณคนนี้อาจไม่ปกติ

เขามักจะโน้มน้าวเพื่อนในออฟฟิศให้เข้าร่วมกิจกรรมแสนอันตราย หาเรื่องแกล้งคนโน้นคนนี้อยู่เรื่อย แอบทำงานนอกในเวลางาน หรือแม้แต่หนีการประชุมที่หัวหน้าไม่ได้เข้า แม้จะไม่ใช่คนโรคจิตทุกคนที่จะทำพฤติกรรมเช่นนี้ แต่พวกเขาค่อนข้างมีความสามารถที่จะพาคนอื่นไปผจญหรือเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องอันตรายในหัวพวกเขา

“อ๋อ! เรื่องนี้ผมดูข่าวมาเมื่อเช้าเลยครับ จริง ๆ ไม่น่าจะใช่แบบนั้นนะ ”

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเพื่อนร่วมงานจิตป่วนคือเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ รอบรู้ทุกเรื่องราว และดึงดูดผู้คนอย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยพฤติกรรมเก่งกล้าบ้าบิ่นเกินบรรยาย บวกกับความพยายามที่จะตั้งตนเป็นศูนย์กลางจักรวาลในออฟฟิศ ทำให้คนอื่นมองเขาว่าโดดเด่นกว่าใคร ๆ

แต่เมื่อใดที่หนุ่ม ๆ ปล่อยประโยคสนทนายิงตรงไปที่เขา พวกคุณอาจทราบได้ว่าเสน่ห์ที่ใครหลายคนมองเห็นนั้นเป็นเรื่องโกหก เพราะแท้ที่จริงเพื่อนร่วมงานป่วยจิตคนนี้ไม่ได้รู้ถึงความตื้นลึกหนาบางของประเด็นที่จะพูดคุยกันแม้แต่น้อย เขาเพียงสร้างสถานการณ์ให้ตนเป็นที่สนใจ เข้ากับคนอื่นได้ และดูเป็นมิตรเท่านั้นเอง

“ต้องขอโทษด้วยครับ แต่จริง ๆ ผมคิดว่าความผิดพลาดมันเริ่มต้นตั้งแต่…”

อ่านมาถึงตรงนี้คงพอจะรู้แล้วว่าตรรกะและความสมเหตุสมผล เป็นเรื่องที่ไม่ควรคาดหวังสำหรับเพื่อนร่วมงานคนนี้เลย เพราะการขาดความสมดุลทางด้านอารมณ์ทำให้พวกเขาไม่สามารถรับรู้ถึงความเห็นอกเห็นใจ สำนึกผิด หรือแม้แต่แสดงความเสียใจอย่างจริงใจ

อย่างมากแค่เอ่ยปากว่า “ขอโทษ” เพื่อให้ตนเอาตัวรอดจากสถานการณ์ทางอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นอยู่ ณ ขณะนั้น แม้จะทำทีเหมือนยอมรับข้อผิดพลาด แต่ภายในใจของพวกเขากลับไม่ได้เชื่อแบบนั้น ไม่ต้องคาดหวังถึงความจริงใจ เพราะพวกเขาไม่เคยคิดว่าตนผิดและแทบไม่เคยรู้สึกผิดเลยสักนิด เหมือนอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนคิดว่า พวกเขารู้จักเนื้อเพลง แต่ไม่ได้รู้จักเพลง

“ถึงผมไม่เคยทำ แต่ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครทำมันได้ดีกว่าผม”

ความคิดที่เชื่อว่าตนไม่เคยทำพลาดและถูกไปเสียหมดทุกข้อ นำมาสู่พฤติกรรมหลงตัวเอง เย่อหยิ่ง และคิดว่าตนดีกว่าผู้อื่น ถึงจะไม่ได้มีผลการวินิจฉัยเชิงการแพทย์ แต่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งลักษณะนิสัยของเพื่อนร่วมงานที่มีแนวโน้มจะป่วยจิต

การมีแรงจูงใจในการแข่งขันและโหยหาความก้าวหน้าในหน้าที่การงานนั้นเป็นเรื่องดี แต่ถ้าพวกเขาทำได้สักครึ่งหนึ่งของสิ่งที่พูดก็คงจะยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ด้วยมุมมองที่บิดเบี้ยวทำให้คนพวกนี้ไม่อาจประเมินศักยภาพที่ตนมีและมองเห็นปัญหาของตนได้ จึงเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับความผิดและยอมรับว่าผู้อื่นเหนือกว่าตน

 

ถ้าไม่อาจเลี่ยงการทำงานร่วมกับเพื่อนจิตป่วยคนนี้ได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือยับยั้งพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของเขา เลิกสรรเสริญเยินยอในทางที่ผิด และเว้นระยะห่างของคุณกับหนุ่มคนนี้สักหน่อย เพราะสักวันเขาอาจทำร้ายตัวคุณไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้

แต่ถ้าหนุ่ม ๆ สามารถมองข้ามกระบวนการคิดที่บิดเบี้ยว ตรรกะพังยับเยิน และทนกลั้นใจทำงานอย่างเป็นมืออาชีพได้ โปรดรู้ไว้ว่าวันนั้นเป็นวันที่คุณอดทน แข็งแกร่ง และพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

 

COVER SOURCE SOURCE

G-NEAK
WRITER: G-NEAK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line