Work

ลาไม่ได้ งานไม่เสร็จ อย่าท้อ! ลอง 5 เทคนิคปั่นงานไฟลุกนาทีสุดท้ายส่งท้ายปี 2019

By: anonymK November 15, 2019

กำลังเจอปัญหานี้อยู่ใช่ไหม ? วันลายังไม่หมด อยากจะลาใจจะขาดแต่ก็กลัวทำงานไม่ทัน ให้หิ้วงานไปด้วยก็ฉุดรั้งความสนุก เรื่องนี้เราเข้าใจดี UNLOCKMEN จึงขอเปิดสูตรการทำงานให้เสร็จเร็วขึ้น Overclock ตัวเองโดยไม่ลดคุณภาพงานภายในบทความสั้น ๆ ไม่เกิน 5 นาทีนี้

ใครพร้อมแล้วตั้งสติอ่านทุกบรรทัดแล้วเอาไปทำ ตะลุยงานวันนี้ให้หมดกองจนโต๊ะโล่งได้จาก 5 วิธีต่อไปนี้

POMODORO Technique

ไอเดียของ Pomodoro มาจากเครื่องจับเวลาทำครัวประเภทนี้ แต่เป็นรูปมะเขือเทศ

นี่คือเทคนิคการสร้างประสิทธิภาพการเคลียร์งานระดับนาทีขั้นเทพที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องจับเวลาตอนทำกับข้าวรูปมะเขือเทศ (คำว่า Pomodoro เป็นภาษาอิตาเลียนแปลว่ามะเขือเทศ) ที่นักศึกษาคนหนึ่งคิดขึ้น แต่หลายคนในโลกทำแล้วได้ผล เขาใช้เวลาแค่ 25 นาทีจับเวลาเพื่อสะสางงานนั้นตาม 6 ขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เลือกงานที่ตั้งใจทำให้เสร็จ
  2. ตั้งนาฬิกาให้เตือนใน 25 นาที
  3. ทำงานจนกว่านาฬิกาจะดัง
  4. จบ 1 รอบให้จดและนับไว้
  5. เบรกไปพักสักสมองสัก 5-10 นาที
  6. ครบ 4 รอบ เพิ่มเวลาพักเป็น 20-30 นาที

การสร้างเดดไลน์กระตุ้นตัวเองแบบนี้ทำให้เวลาไม่หลุดลอยไประหว่างวัน ใช้เวลาทำงานได้เต็มที่ ดังนั้นจากที่ไหล ๆ ไปเข้าโซเชียลและทำอย่างอื่นจนเพลินมันจะเข้ารูปเข้ารอยและเพิ่มจำนวนงานขึ้นได้

 

5 นาที สลับไปเรื่อย ๆ ทุกงาน

ใครที่มีงานในมือหลายหน้าที่จัด มั่นใจว่าถ้ามัวรอปั่นจบเป็นอย่าง ๆ ยังไงก็ไม่ทันการ แถมยังจะโดนด่าอีก แนะนำให้ใช้วิธีแบบอีลอน มัสก์ ที่เขาใช้เวลาแบ่งเป็นเซต เซตละ 5 นาที ข้อดีคือเขาบอกว่าวิธีนี้ทำงานแล้วไม่ไหล ได้เนื้อไม่มีน้ำ โดยใช้วิธีแบ่งงานชิ้นใหญ่เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วทำให้เสร็จเพื่อสร้างชัยชนะเล็ก ๆ เหมือนเก็บเลเวลในเกม

 

กฎ 2 นาที

ไม่เดี๋ยวก่อน ต้องเดี๋ยวนี้! นี่เป็นกฎเหล็กการทำงานที่หนังสือหลายเล่มแนะนำ และหนึ่งในหนังสือที่เราคิดว่าให้เวลาเคลียร์งานน้อยสุด ๆ ไปเลยคือ Getting Thing Done ของ David Allen นักเขียนหนังสือแนวโปรดักทีฟที่ดังมาก ๆ ในอเมริกาที่ให้ไอเดียการฟาดเรียบทุกงานจิ๊บจ๊อย ใช้เวลาเพียงแค่ 2 นาทีเท่านั้น

2 นาทีต้องจะทำอย่างไร ?

วิธีไม่ยาก แค่ประเมินว่างานไหนใช้เวลาไม่เกิน 2 นาทีแล้วมันจะเสร็จก็ลงมือทำเลย ถ้าส่งเมลไม่เกิน 2 นาที ทำเลยไม่ต้องรอ เดินเอาของไปให้เจ้านาย ไม่เกิน 2 นาทีทำเลย ล้างจานไม่เกิน 2 นาที ทำเลย ข้อดีคือย่ิงตัดสินใจเร็วทำเร็ว งานจะไม่พอก ปกติเรามองข้ามเรื่องเล็กน้อย แต่พอมันเล็กน้อยรวมกันมาก ๆ เลยทำให้งานเราไม่เสร็จ ดังนั้น ถ้าอ่านบทความของเราส่วนที่เหลืออีกไม่เกิน 2 นาทีก็จบ คุณก็ควรจะทำเลย!

 

รวบงานเหมือนกันไว้ลุยทีเดียว

อันนี้อาจจะต่างจากข้างบนทั้ง 3 ข้อหน่อย เพราะไม่ใช่เรื่องการจัดการเวลา แต่เป็นการจัดการประเภทของงานให้สะดวกสำหรับเคลียร์มากขึ้น เขาเรียกวิธีการทำแบบนี้ว่า Batching คือการเอางานเล็ก ๆ คล้าย ๆ กันอย่างการทำเอกสาร จ่ายค่าโทรศัพท์ หรือสิ่งจิตปาถะต่าง ๆ มารวมเป็นก้อน แล้วจัดเวลาเพื่อสะสางความจุกจิกนี้ครั้งเดียว

เหตุผลง่าย ๆ ที่ต้องทำแบบนี้ เพราะงานประเภทนี้ค่อนข้างดูดเวลาเรากว่าที่คิด เคยไหม พอเราดูเอกสารทีไรเรามักจะแวะไปทำโน่นทำนี่อย่างอื่นเสมอ จนรู้ตัวอีกทีงานก็ไม่เสร็จ ถ้ามีสัก 10-20 บิล แล้วเรากดทำเอกสารทีสลับทำงานที แต่หนหนึ่งแวะโซเชียลโน่นนี่ เผลออีกทีผ่านไป 2 ชั่วโมงแล้วกว่าจะจัดการเสร็จทั้งที่งานไม่ได้เยอะขนาดนั้น ดังนั้น ถ้าเรารวบมันมาให้เห็นว่านี่เป็นงาน! และใช้เวลากับมันเน้น ๆ ย่อมจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

 

ดึกอีกหน่อย เพื่อใช้เวลาความสุขในอนาคต

ข้อนี้ไม่ใช่วิธีที่อยากแนะนำ แต่ถ้าจัดการได้เร็วตามเทคนิคด้านบนแล้วยังไม่ทัน 8 ชั่วโมงต่อวันตามชั่วโมงการทำงาน นี่คือทางเลือกสุดท้ายก่อนเที่ยวจริง ๆ วิธีง่าย ๆ คือคุณต้องหันกลับมามองตัวเองแล้วว่าต้องบวกเวลาเพิ่มตรงไหนได้บ้างถึงจะทำให้งานลุล่วงได้โดยไม่มีภาระผูกพัน

สังเกตตัวเองว่าชอบทำงานช่วงเช้าหรือกลางคืนมากกว่า บางคนชอบทำงานตอนเช้าเพราะสมองสดชื่น ทำงานลื่นไหลกว่าแนะนำให้มาถึงออฟฟิศเช้าขึ้นแล้วเคลียร์งาน แต่ถ้าคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายอยากทำงานสงบ ๆ เพราะช่วงกลางวันไม่มีสมาธิ เพิ่มช่วงเวลาดึก ๆ ในออฟฟิศทำงานอีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงอาจจะดีกว่า พอเวลามาก จัดการตามเทคนิคได้ วันหยุดที่เรารอคอยคงไม่ไปไหน

ทั้งหมดนี้เป็น 5 เทคนิคปั่นงานให้ไฟลุก ร้อนหลังแค่ไหนก็ต้องสบายตอนปลายปีให้ได้ หวังว่าชาว UNLOCKMEN ที่กำลังจะเขียนใบลาให้เจ้านายเซ็นจะพบทางออกจากบทความนี้และไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ แต่ใครที่กลัวลืม กดแชร์โพสต์ เซฟโพสต์ไว้อ่านเตือนความจำกันได้ เพราะเราเป็นบ่อย ๆ ทำงานไปเรื่อย ๆ สักพักก็ลืมเป้าหมายจนเหลวเป๋ว

 

“อ่านจบแล้วไปทำงานที่เรารัก
ปั่นงานกัน จนกว่างานมันจะท้อเราไปเอง”
anonymK
WRITER: anonymK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line