Life

Antifragile Mindset แนวคิดที่จะช่วยให้เราทนทานต่อเรื่องเลวร้าย เพื่อการเติบโตขึ้นอย่างสง่างาม

By: BAO April 22, 2021

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้เราอยู่ในยุคที่ไม่มีความมั่นคง ชีวิตของเราสามารถเจอเรื่องที่ไม่คาดฝันได้ตลอดเวลา

แน่นอนว่า ความเครียด ความกังวล หรือ ความเศร้า ก็เป็นสิ่งที่เราเจอกันบ่อยขึ้นด้วย เพราะเมื่อเราเจอกับเรื่องที่ไม่คาดฝัน ความรู้สึกแย่ ๆ ก็มักเกิดขึ้นตามมาเป็นธรรมชาติ

ดังนั้น เพื่อให้ทุกคนสามารถเอาชีวิตรอดจากยุคใหม่ UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ Antifragile Mindset แนวคิดที่จะช่วยให้เราทนทานต่อเรื่องเลวร้าย และสามารถเติบโตขึ้นอย่างสง่างาม

Antifragile หรือ ความสามารถในการต้านทานความเปราะบาง เป็นคุณสมบัติของมนุษย์ที่ได้รับการกล่าวถึงโดย Nassim Nicholas Taleb นักเขียนและนักคิดด้านการเงินผู้มีชื่อเสียง เขาได้อธิบายในหนังสือที่ชื่อ “Antifragile: Things That Gain from Disorder” (2012) ว่า Antifragile ถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญต่อธุรกิจ รัฐบาล และบุคคลที่อยากมีความก้าวหน้าในโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงง่าย

ทักษะนี้จะช่วยให้เรารับมือกับ Black Swan (เหตุการณ์ผิดปกติและคาดเดาไม่ได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเราอย่างใหญ่หลวง) ได้อย่างเป็นมืออาชีพมากขึ้น ทำให้เรากลัวมันน้อยลง และสามารถทำใจยอมรับมันเป็น บทเรียน หรือ ประสบการณ์ ได้ง่ายขึ้น

Antifragile ถือเป็นคุณสมบัติที่อยู่ตรงข้ามกับ Fragile (ความเปราะบาง) สิ่งของที่เปราะบางมักจะพังลงเมื่อเจอกับความเครียดหรือความกดดัน แต่สิ่งที่มีคุณสมบัติตรงข้าม (Antifragile) จะไม่พังทลายลงเมื่อเจอสิ่งเดียวกัน กลับกันมันจะแข็งแกร่งมากขึ้นทุกครั้งที่เจอกับความกดดัน

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเรามี Antifragile Mindset เราจะมีความทนทานต่อความยากลำบาก เรื่องที่ทำร้ายจิตใจ ปัญหาที่ไม่คาดฝัน รวมถึงความผิดปกติ และสามารถเติบโตขึ้นท่ามกลางสิ่งเหล่านั้นได้ด้วย

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจคิดว่า Antifragile เหมือน Resilience หรือ ความอดทน ซึ่งสองอย่างนี้แตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่ว่า

“คนที่มีแนวคิด Antifragile จะสามารถทนทานต่อเรื่องยากลำบากและเติบโตจากการเจอเรื่องเหล่านั้นได้ ส่วนคนที่มีความอดทน จะทนทานความยากลำบากได้ แต่พวกเขาจะไม่เติบโตขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงตัวเองจากการเจอเรื่องเหล่านั้น”

การสร้าง Antifragile Mindset เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างมาก เพราะเรากำลังอยู่ในยุค COVID-19 ซึ่งเป็นยุคที่ความไม่แน่นอนสูง และทำให้เกิดความเครียดหรือความกลัวได้ง่ายมาก เราจึงจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งทางความคิด เพื่อให้เรารับมือกับปัญหาด้านอารมณ์ได้ดีขึ้น ดังนั้นเราจึงมีวิธีการพัฒนา Antifragile Mindset ให้ทุกคนได้ลองทำกัน

  1. เริ่มจากการสำรวจตัวเองบ่อย ๆ เพราะความเครียดมักทำให้สมองของเราทำงานผิดปกติ เช่น ทำให้เกิด flight or fight response ส่งผลให้การตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ แย่ลงได้ เราเลยควรหาเวลาว่างมาเช็คสภาพตัวเองว่ากำลังรู้สึกหม่นหมองอยู่หรือไม่ แล้วหาทางผ่อนคลายความเครียด ก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องสำคัญจะดีกว่า แล้วเราจะรับมือกับเรื่องต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และ Antifragile ได้มากขึ้นด้วย เพราะอารมณ์จะเล่นงานเราได้น้อยลง
  2. ต่อมาการนำกลยุทธ์ Barbell strategy มาใช้ก็เป็นวิธีที่ดีเหมือนกัน ซึ่งกลยุทธ์นี้คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (safe zone) ควบคู่กับ การทำเรื่องเสี่ยงที่มีความเล็กน้อย ยกตัวอย่างเช่น “ทำงานประจำ” ควบคู่กับ “การลงทุน” กลยุทธ์นี้จะช่วยให้เรารู้สึกมีความมั่นคงจากงานประจำ ในขณะเดียวกัน ก็มีโอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนด้วย
  3. อีกวิธีหนึ่ง คือ เราต้องพยายามทำให้ตัวเองมีออฟชั่นมากที่สุด เพราะเวลาเราเจอกับปัญหา การมีทางเลือกในการแก้ปัญหาหลาย ๆ ทางย่อมดีกว่ามีแค่ทางเดียว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเวลาเรามีปัญหาด้านการงานเงิน โดนไล่ออกจากงาน การมีทางเลือกในการหาเงินหลายทางเช่น งาน freelance หรือ passive income จากพอร์ตหุ้นหรือ Crypto ย่อมดีกว่าการมีรายได้จากช่องทางเดียว
  4. การโฟกัสกับสิ่งที่เราควบคุมได้ก็สำคัญเหมือนกัน เพราะมันจะช่วยให้เราไม่เครียด มีความทนทาน และแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าการโฟกัสกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือ วิกฤตทางสังคมหรือเศรษฐกิจที่เกิดจากความผิดพลาดของภาครัฐ

สุดท้าย เพื่อให้เราเป็นคนที่แข็งแกร่งมากขึ้น การทำลายความเปราะบางของตัวเองก็เป็นเรื่องที่จำเป็นเหมือนกัน เช่น การเลิกสูบบุหรี่ ชำระหนี้ เลิกเล่นการพนัน เลิกคบเพื่อนแย่ หรือ กินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เป็นต้น เมื่อเราทำลายความเปราะบางของตัวเองได้แล้ว เราจะรู้สึกดีกับตัวเอง มั่นใจในความสามารถของตัวเอง และกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีที่จะช่วยให้ผู้ชายทุกคนกลายเป็นคนที่แข็งแกร่ง หรือ Antifragile ได้ เราหวังว่าทุกคนจะสามารถนำไปใช้ และพัฒนาชีวิตตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้


 

SOURCE: 1 / 2

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line