Advertisement
CARS

History of ‘Honda Type R’ : เปิดตำนานโลโก้ ‘H แดง’ อีกหนึ่งตำนานความแรงจากแดนอาทิตย์อุทัย

By: HYENA August 3, 2021

สำหรับสาวก Honda คงไม่มีใครปฎิเสธได้ว่าโลโก้ตัว ‘H แดง’ ที่ติดตระหง่านอยู่บนรถตระกูล ‘Type R’ คือนิพพานสำหรับสาวกค่ายนี้ แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่า โลโก้ H แดง นั้นมีความแตกต่างกับรถ Honda ทั่วไปมากแค่ไหน ถึงแม้ว่าตัวรถจะมีรูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายคลึง แต่ต้องบอกเลยว่า ถ้าหาก Honda คันไหนมีโลโก้ H แดง กับเพลทที่เขียนว่า Type R ที่ย่อมาจากคำว่า ‘Racing’ ติดอยู่ รถคันนั้นย่อมมีความพิเศษแตกต่างจากรถทั่วไปแบบสุดขั้วเลยทีเดียว

วันนี้เราจะขอพาทุกคนไปรู้จักกับที่มาที่ไปของตระกูลรถตัวแรงในตำนานของ Honda ให้หายข้องใจในความแตกต่าง รวมไปถึงรายละเอียดของ Type R รุ่นต่าง ๆ ให้กระจ่างชัดตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี


 

The Birth of the Type R Nameplate

ต้นกำเนิดของ Type R คันแรกนั้น ต้องย้อนกลับไปไกลถึงปี 1992

สำหรับบริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Honda เอง ก็เหมือนกับแบรนด์รถยนต์ชั้นนำทั่วโลก ที่มีแนวคิดในการทำรถรุ่นพิเศษออกมา เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่คลั่งไคล้ในสมรรถนะของรถยนต์อย่างจริงจัง รถตระกูล Type R จึงมีความแตกต่างจากรถ Honda ทั่วไปเกือบทั้งคัน เรียกว่าเป็นรถคนละคันกันอย่างสิ้นเชิงก็ไม่ผิดนัก

Type R กับสัญลักษณ์ H แดง คือตัวบ่งชี้แรกที่ทำให้คนทั่วไปสามารถจำแนกได้ทันทีว่า รถคันนี้ถูกสร้างมาด้วยเทคโนโลยีความแรงจากสนามแข่ง มี Performance ล้นแน่นมาตั้งแต่ออกจากโรงงาน โดยผ่านการ Set Up จากมือของทีมช่างผู้เชี่ยวชาญภายโรงงาน Honda จนแทบจะไม่ต้องไปทำการตกแต่งเพิ่มสมรรถนะใด ๆ ก็ขับสนุกและพร้อมลงสนามได้ทุกเมื่อ ทำออกมาแค่ระบบเกียร์ธรรมดาเพื่อเน้นการขับขี่ที่เร้าใจ จึงเป็นที่ต้องการของขาซิ่งผู้ต้องการความดิบเดือด และต้องการการตอบสนองการควบคุมรถที่ต้องใช้ฝีมือในการขับอย่างแท้จริง

Type R สำหรับ Honda เปรียบง่าย ๆ ก็เหมือนกับ ‘AMG’ ที่เป็นตัวแรงของ Mercedes-Benz หรือ ‘M-Power’ ที่เป็นตัวโหดของ BMW

เพลทป้าย และชื่อของ Type R ปรากฏออกมาเรียกเสียงฮือฮาครั้งแรกในปี 1992 บนรถเรือธงของค่าย Honda ในยุคนั้น

‘1992 Honda NSX Type R’ หรือ NSX-R เปิดตัวพร้อมการประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น เป็นโมเดลที่นักสะสมนิยมมากเพราะถูกผลิตขึ้นมาในจำนวนน้อย มูลค่าเรียกว่าขึ้นเร็วกว่าหุ้นและทองคำ จนเกิดการต่อยอดให้เกิดโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่ตามมาในปี 1995 นั่นก็คือ DC2 Honda ‘Integra Type R’ ซึ่งเปิดโอกาสให้มนุษย์โลกชาวญี่ปุ่นเท่านั้นที่จะได้สัมผัสความเหนือชั้นในสมรรถนะของยานยนต์จาก Integra Type R ได้ (Japanese Domestic Market (JDM))

และจากการประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นภายในประเทศญี่ปุ่น จึงเกิดการต่อยอดไปประกาศศักดาความแรงในสหรัฐอเมริกาต่อในปี 1997 โดยใช้ชื่อว่าAcura’ Integra Type R’ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นความนิยม Type R ในโลกตะวันตกจนมาถึงทุกวันนี้

หลายคนคงอยากจะรู้แล้วใช่มั้ยว่า สรุปรวมแล้วตระกูล Type R นั้นมีรุ่นอะไรบ้าง พัฒนาไปไกลขนาดไหน แล้วรถ Honda ที่บ้านกับป้าย H แดง ติดอยู่นั่นใช่ Type R แท้หรือไม่ เราไปดูตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นปัจจุบันกันเลย


1992 Honda NSX Type R (NA1)

เริ่มกันที่ 1 ใน 4 ราชาของรถ JDM อย่าง Honda NSX Type R กันเลย  NSX Type R เป็นบรรพบุรุษจุดกำเนิด Type R เลยก็ว่าได้ หลังจากที่ Honda ได้เปิดตัว Honda NSX ออกมาในปี 1990 และได้รับการขนานนามว่าเป็น Supercar สัญชาติญี่ปุ่นที่ราคาจับต้องได้ พร้อมปะทะกับ Supercar จากฝั่งยุโรปทุกค่าย มันจึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในฝั่งอเมริกา

แต่หลังจากนั้นเพียง 3 ปี ความนิยม Honda NSX กลับค่อย ๆ ลดลงอย่างน่าใจหายเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่สามารถหยุด Honda ซึ่งยังคงพัฒนาต่อยอด NSX อย่างไม่ลดละ จนกระทั่งในปี 1992 Honda NSX Type R ก็ได้ออกมาวางขาย และเป็นการวางขายในตลาดญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ด้วยจำนวนจำกัดเพียงแค่ 483 คัน

ความพิเศษของ Honda NSX Type R นั้นสร้างความแปลกใหม่ให้กับสายตาชาวโลกเป็นอย่างมาก ด้วยการติดตั้งโลโก้ ‘H แดง’ เป็นครั้งแรก ทำการลดน้ำหนักจากตัวธรรมดาที่มีน้ำหนัก 1,350 กิโลกรัม เหลือเพียง 1,230 กิโลกรัม จากการถอดแผ่นซับเสียง ระบบวิทยุ ระบบแอร์ สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยทั้งหลายออกแม้แต่ระบบ Traction control มันจึงเป็นรถที่ดิบสุด ๆ เปลี่ยนมาใช้เบาะรถซิ่ง lightweight carbon-kevlar จาก Recaro รวมถึงล้อ forged aluminium wheels ของ Enkei ส่งผลให้รถเบาลงถึง 120 กก.

แน่นอนว่าเครื่องยนต์ยังคงใช้เครื่องยนต์ V6 24 วาล์ว ขนาดความจุ 3.0 ลิตร และมีแรงม้าเพิ่มขึ้นจาก NSX ตัวปกติจาก 250 แรงม้า เป็น 276 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที และมีแรงบิดเพิ่มขึ้นเป็น 217 ฟุต ที่ 5,400 รอบ/นาที แม้พละกำลังที่เพิ่มขึ้นจะไม่มากมายนัก แต่เมื่อบวกลบกับน้ำหนักที่ลดลงไปถึง 120 กิโลกรัม ก็ทำให้เห็นความแตกต่างในฟีลลิ่งการขับขี่ที่เหนือกว่าได้อย่างชัดเจน

หลังจากนั้นเมื่อเข้าปี 2002 Honda ได้ปล่อย Honda NSX-R (Facelift) ออกมาอีกครั้ง และเป็นการขายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นเช่นเคย Honda NSX-R โฉมนี้ผ่านการลดน้ำหนักให้เบากว่าด้วยการใช้วัสดุ carbon fiber ในจุดต่าง ๆ มากกว่ารุ่นก่อน  จะมีการเพิ่ม Hood ช่องดักลมบนฝากระโปรงหน้าที่ทำจาก carbon fiber เต็มทั้งแผ่น ใหญ่สุดที่เคยติดตั้งในรถ production car ในยุคนั้น สปอยเลอร์หลัง และช่องระบายอากาศที่ดูดุดันยิ่งขึ้น มีดิฟฟิวเซอร์ที่ด้านหลังช่วยเพิ่มดาวน์ฟอร์ซ และสามารถควบคุมการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น มีการอัพเกรดช่วงล่างให้หนึบ ถอดระบบ power steering ออก ระยะแป้นเบรคที่สั้นลง ทำให้สามารถลดน้ำหนักลงไปได้อีก 100 กิโลกรัม แลกกับการขับในชีวิตประจำวันที่ยากขึ้น

เครื่องยนต์ 3.2 L DOHC V6 ประกอบด้วยมือ (hand-assembled) เพื่อความแม่นยำ ผ่านการอัพเกรดจนได้ 290 แรงม้า แต่นักข่าวยานยนต์ญี่ปุ่นบอกว่าตัวเลข output จริงนั้นน่าจะสูงกว่าใน spec sheet พอสมควร ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่หลายค่ายในญี่ปุ่นนิยมทำกันในอดีต


1995  Honda Integra Type R (DC2)

หากพูดถึงชื่อรุ่น City, Civic หรือ Accord หลายคนคงคุ้นหู แต่ถ้าเป็น ‘Integra’ สำหรับคนที่ไม่ได้ถลำลึกเข้าไปในวงการรถอาจจะงง ๆ ว่ามันคือ Honda รุ่นไหน

จริง ๆ แล้ว Integra เป็นรถตัวถัง Coupe’ ที่ขาแรงนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยเอกลักษณ์ของ Integra คือจะเป็นรถ Sport 2 ประตูที่เน้นความโฉบเฉี่ยว และสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ตัวถัง Integra ยังถูกนำมาใช้ในสนามแข่งขันหลายประเภท และยังกวาดรางวัลมาแล้วมากมาย

Honda Integra Gen 1 เกิดขึ้นเมื่อปี 1985 มีรหัสตัวถัง DA1-DA3 ซึ่งในขณะนั้น Honda ยังคงใช้ตัวถังร่วมกับบริษัท Rover อยู่ และนี่คือรถตัวถัง Coupe 2 ประตู เครื่อง NA ในตำนานที่วัยรุ่นขาซิ่งในยุคนั้นถวิลหา หลังจากนั้นจึงออก Gen 2 มาในปี 1989 กับรหัสตัวถัง DA5-DA9 และ DB1-DB2 เป็นรถ Liftback 3 ประตู ต้นตำรับเครื่องซิ่งขนาด 1.6 ลิตร อย่าง B16A, B18A1 และ B17A1 โดยเฉพาะเครื่อง B16A เครื่อง NA ขนาดความจุ 1.6 ลิตร 160 แรงม้าที่มีพละกำลังรอบจัดจ้านต้านทานความแรงของเครื่องบล็อคใหญ่ ๆ ได้อยู่หมัด จนสร้างชื่อเสียงให้กับ Honda โด่งดังไปในวงการรถซิ่งทั่วโลก

และในที่สุด Type R ในตระกูล Integra ตัวแรกก็เกิดขึ้น Honda Integra Type R ที่ใช้รหัส DC2 ในปี 1995 สำหรับ Honda Intega Type R (DC2)  จะมีความแตกต่างระหว่างตัวที่ขายในญี่ปุ่น กับในอเมริกาที่ไฟหน้า โดยในฝั่งญี่ปุ่นจะเป็นไฟหน้านอนยาว แต่ในฝั่งอเมริกาจะเป็นไฟหน้ากลม และด้วยขุมกำลังที่จัดจ้านมาตั้งแต่โรงงานของเครื่องบล็อค B18CR DOHC VTEC 4 สูบเรียง ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 200 แรงม้า แรงบิด 176 นิวตันเมตร เกียร์ชิด 5-speed manual เสริมกันโครงและอัพเกรดช่วงล่าง แม้ไม่มีระบบอัดอากาศ ก็ยังทำอัตราเร่ง 0-100 ได้อย่างยอดเยี่ยมภายใน 6.2 วินาทีเท่านั้น

นอกจากนี้ยังจารึกสถิติในสนามแข่งควอเตอร์ไมล์เอาไว้ในเวลา 14.7 วินาที ซึ่งมีท็อปสปีดที่ปลายเส้น 153 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานของ Honda Integra Type R ตัวสร้างชื่อในตำนาน


1997 Honda Civic Type R (EK9)

1997 Honda Civic Type R (EK9) เป็น Civic โฉมแรกที่มาพร้อมกับโลโก้ H แดง ภายใต้เพลท Type R สำหรับ Honda Civic Type R (EK9) จะมาพร้อมกับตัวถัง 3 ประตู และเครื่องยนต์รหัส B16B 4 สูบ ที่ช่างจาก Honda ใช้วิธีการขัดพอร์ทลูกสูบด้วยมือ เพื่อควบคุมคุณภาพในการผลิตสูงสุด แม้เครื่องจะถูกย่อขนาดลงให้เหลือเพียง 1.6 ลิตร แต่มันกลับทำให้กำลังแรงสะใจถึง 185 แรงม้า แม้ยังไม่ได้โมดิฟายอะไรเพิ่ม มันจึงกลายเป็นโปรดักส์ชั่นคาร์ที่เรียกได้ว่าแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ภายในถูกออกแบบ และตกแต่งให้มีความสปอร์ตดุดัน เสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างใหม่หลายจุด นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งเดินด้ายแดงในจุดต่าง ๆ พวงมาลัยหุ้มหนัง หัวเกียร์ไทเทเนี่ยม และแน่นอนว่าอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นก็ถูกตัดออกไป ไม่มีวิทยุมาให้ ไม่มีระบบกระจกไฟฟ้า ไม่มีระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ เรื่องของความสบายอาจจะตัดทิ้งไป เพื่อแลกกับฟีลลิ่งการขับที่เร้าใจ ดิบ ดุดัน เป็นรถบ้านสายพันธ์ุรถแข่งโดยแท้จริง


1999 Honda Accord Type R

หลายอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริง ๆ แล้ว Honda Accord ที่เป็น Sedan ขนาดใหญ่ ก็เคยมีตัวแรงอย่าง Type R กับเขาเหมือนกัน ว่ากันว่า เพราะมีการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1980 คัน บวกกับภายนอกที่ไม่ค่อยดุดัน หากไม่เห็นโลโก้ H แดง ป้าย Type R และวิงหลังขนาดมโหฬาร แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่ารถคันนี้หมกเม็ดสัญชาตญาณรถเซอร์กิตเอาไว้

เครื่องยนต์ของ Accord Type R คันนี้ก็เร้าใจไม่แพ้ใครด้วยเครื่องยนต์รหัส H22A 2.2 ลิตร 4 สูบ DOHC V-TEC ฝาแดงที่ให้แรงม้าสูงถึง 217 แรงม้า

สำหรับ Honda Accord Type R คันนี้ มันอาจจะไม่โฉบเฉี่ยวแบบ Integra และไม่ได้แรงจัดจ้านคล่องตัวเหมือนกับ Civic Type R แต่มันก็มีเสน่ห์ดึงดูดพ่อบ้านขาซิ่งได้เป็นอย่างดี ด้วยตัวถังสารพัดประโยชน์แบบ 4 ประตูที่หาได้ยากในรถที่มีสมรรถนะสูง ทำให้พ่อบ้านหลายคนมีโอกาสกลับมาซิ่งได้แม้จะต้องมีเบาะเด็กติดอยู่ที่ด้านหลังก็ตาม

หลังจากเปิดตัว และทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นไปในปี 1999 เป็นที่เรียบร้อย มันก็ได้ถูกนำไปขายให้กับพ่อบ้านขาซิ่งในแถบยุโรปซึ่งคนทั่วไปจะรู้จักกันในนาม ‘Euro R‘ แถมยังได้เครื่องยนต์ใหม่เป็น K20A i-VTEC ที่ให้แรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 220 แรงม้า แต่น่าแปลกใจที่มันถูกวางขายไปทั่วยุโรป แต่มีการยกเว้นไม่ให้วางขายในประเทศสหราชอาณาจักร


2001 Honda Civic Type R (EP3)

Civic Type R กลับมาอีกครั้งในรหัส (EP3) ในปี 2001 สำหรับ Honda Civic Type R รุ่นนี้อาจจะไม่เป็นที่นิยมมากนัก ด้วยความแรงเร้าใจที่ให้มากับเครื่องยนต์ K20A  2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ที่ 197 แรงม้า มันดันไปขัดใจกับหน้าตาที่ค่อนข้างจะติ๋มไปสักนิด ทำให้ในช่วงนั้นคนหันไปมองคู่แข่งอย่าง Ford Focus RS ที่มีระบบขับเคลื่อนที่ดีกว่า และ VW Golf GTi ที่แม้มีขนาดความจุเครื่องที่เล็กกว่า แต่ก็มีตัวถังที่เบากว่า แรงกว่ากันไม่น้อย

นอกจากนี้ การออกแบบภายในยังเป็นที่ตะขิดตะขวงใจของเหล่าแฟน ๆ Type R ไม่น้อย โดยเฉพาะเกียร์ที่ถึงแม้จะให้มาสับได้อย่างเมามันส์ถึง 6 สปีด แต่ตำแหน่งในการติดตั้งมาได้ขัดใจสายซิ่งเป็นอย่างมาก จะว่าไปนี่จึงเป็น Civic Type R รุ่นนึงที่ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ บางคนถึงกับตั้งฉายาให้ว่าเป็นรถตู้กับข้าวกันเลยก็มี


2001 Honda Integra Type R (DC5)

ไม่รู้ว่าเพราะ Type R รุ่นก่อนหน้ายอดตกหรืออย่างไร แต่การกลับมาอีกครั้งของ 2001 Honda Intega Typre R อย่าง (DC5) ถือเป็นอีกหนึ่งจุดพีคในตระกูล Type R เลยจริง ๆ ด้วยทรวดทรงที่ดูดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าสไตล์หยดน้ำที่ทำเอาสาย H ทั้งหลายใจละลาย แถมยังนำเอาวิศวกรรมในสนามมาใส่ไว้แบบเต็มเหนี่ยว ทั้งช่วงล่าง วัสดุในการทำแชสซี รวมไปถึงการต่อยอดเครื่องยนต์ที่กลายเป็นตำนานอย่าง K20A

เครื่องยนต์ K20A ฝาแดงแรงฤทธิ์ตัวนี้สร้างความพิศวาสให้กับขาซิ่งทุกคนชนิดโงหัวไม่ขึ้น ด้วยความแรงระดับ 220 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ แรงบิด 152 ปอนด์/ฟุต  แต่ยังคงความมันส์ในการขับขี่ไว้ด้วยเกียร์ 6 สปีด ด้วยน้ำหนักตัวทีเบาหวิวเพียง 1,170 กิโลกรัม ช่วยให้การไต่ระดับความเร็ว 0-100 ได้ดีภายใน 7.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 225 กม/ชั่วโมง


 

2007 Honda Civic Type R (FK2)

ดูเหมือน Honda จะยังคงข้องใจว่าทำไม Civic Type R (EP3) มันถึงไม่ปัง จึงกลับมาพัฒนา Civic Type R ออกมาวัดใจอีกสักครั้งกับรหัสตัวถึง (FK2)  ซึ่งครั้งนี้ต้องบอกเลยว่า Honda ประสบความสำเร็จอย่างมากจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีล้ำสมัยผิดหูผิดตาจนได้รับเสียงชื่นชมทั้งในประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก

แต่ในทางกลับกัน พอมองถึงเรื่องความแรงที่ให้มา 198 แรงม้า ซึ่งมากกว่า Civic Type R ตัวก่อนหน้าเพียง 1 แรงม้า แถมมีน้ำหนักตัวถึง 1,301 กิโลกรัม ก็ทำให้หลายคนลังเลใจ แต่ทั้งหมด Honda ก็ได้ชดเชยความเจ๋งให้ที่ระบบช่วงล่าง Torsion Beam และพอมาดูสมรรถนะของมันจริง ๆ ก็ต้องบอกว่าน้ำหนักตัวทำอะไรความแรงของมันไม่ได้ เพราะอัตตราเร่ง 0-100 ยังมีเลขสวย ๆ ให้เห็นที่ 6.6 วินาที


2007 Honda Civic Type R (FD2)

หลังจากที่ Civic Type R FK2 กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทาง Honda ก็ทำการตีเหล็กที่กำลังร้อนต่อทันที ด้วยการออก Civic Type R (FD2) ตามมาติด ๆ ด้วยความเดิมที่ Civic FD ตัวธรรมดาก็ได้รับความนิยมมากอยู่แล้ว ทำให้ FD2 ยิ่งกลายเป็นรถที่ชาว H แดงใฝ่ฝันจะได้มาครอบครองมากขึ้นไปอีก เห็นได้ชัดจากรถ Civic FD ที่นำไปแต่งใส่ชุดแต่งแปลงโฉมเป็น Type R กันอย่างเนืองแน่น ก็พอจะทำให้เรารู้ได้ว่า กระแสของ FD2 นั้นมันดังสนั่นเพียงใด

ถึงแม้ว่าจะเป็น Type R ที่มีตัวถัง 4 ประตู แต่มันกลับบูมไปทั่วโลกอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยพละกำลังแรงม้าที่สูงถึง 222 แรงม้า เสียง VTEC เปิดที่ไพเราะเสนาะหู กับแฮนเดอริ่งที่เฉียบคมฉับไว ทำให้ใครก็ตามที่ได้ลองขับต่างหลงรักเจ้า FD2 นี้ได้ไม่ยาก หรือถ้าหากที่ให้มานี้ยังไม่สะใจ ใครใจถึงเงินถึงก็จัดไป กับตัว Mugen RR ที่จะอัพแรงม้าให้พุ่งทะยานไปไกลถึง 237 แรงม้า และน้ำหนักที่ลดลงมาจาก 1,270 กิโลกรัมเหลือเพียงแค่ 1,255 กิโลกรัม


2015 Honda Civic Type R (FK2)

หล่อสุดฉุดไม่อยู่ โดนใจวัยรุ่นขาซิ่งสุด ๆ กับ Honda Civic Type R (FK2) ที่คลอดออกมาในปี 2015 และถือเป็นจุดเปลี่ยนหักมุมสำคัญในประวัติศาสตร์ Type R ที่สร้างชื่อเสียงสั่งสมความขลังมาจากเครื่องยนต์ NA VTEC ตัวแรง ณ บัดนี้ Type R ได้ทำการสถาปนา พาระบบ Turbocharger มาอยู่ด้วยแล้ว ถึงแม้หลายคนจะรู้สึกทะแม่ง ๆ ไม่ค่อยชินกับ Honda VTEC Turbo เท่าไหร่ แต่สำหรับนักทดสอบรถทั่วโลกต่างออกมาพูดว่าถ้าได้ลองแล้วจะติดใจ อย่าเพิ่งตัดสินกันแค่ภายนอก

FK2 นั้นแรงจริง ด้วยแรงม้าที่มีมากที่สุดในประวัติศาสตร์ตระกูล Type R จัดมาถึง 303 แรงม้า จากเครื่อง 4 สูบขนาดความจุเพียงแค่ 2.0 ลิตร แถมยังให้แรงบิดมหาศาลถึง 295 ปอนด์/ฟุต ถือว่าเป็นรถที่ดีทั้งต้นทั้งปลาย ซิ่งกระจาย 0-100 ภายใน 5.7 วินาที แถมยังมีทีเด็ดที่ท็อปสปีด 270 กิโลเมตร/ชั่วโมงมาจากโรงงาน  แต่น่าเสียดายที่ทาง Honda เดินสายการผลิตรุ่นนี้อยู่เพียงแค่ 2 ปี ก็ปิดฉากลง


2017 Honda Civic Type R (FK8)

สำหรับสื่อต่างประเทศหลายสำนักต่างพูดเป็นเสียงเดียวกับตอน Honda civic Type R (FK8) คันนี้ออกมาใหม่ ๆ ว่า ‘สวยไม่มาก แต่แรงมาก’ ทันทีที่มีการเปิดตัวที่งานเจนีวามอเตอร์โชว์ปี 2017 ถึงแม้ว่า Honda จะพา Type R ไปคบกับ Turbo แล้วแบบเต็มตัว แต่ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าก็ยังคงเป็นจุดเด่นของรถตระกูลแรงของ Honda นี้ไม่เปลี่ยนแปลง

เครื่องใหม่แน่นอนว่าต้องไฉไลกว่าเก่า จนทำให้เรามองย้อนกลับไปที่ Type R รุ่นเก่า ๆ ที่ว่าแรง อาจกลายเป็นเต่าไปในทันที เมื่อ FK8 คันนี้ มีแรงม้าโหดถึง 316 แรงม้า ซึ่งเมื่อเทียบกับ 2017 Porsche 718 Cayman ตัวธรรมดา ที่ให้แรงม้ามา 300 ยิ่งน่าสนใจ แม้ว่าแรงบิดจากเครื่อง Boxer จะสูงกว่า แต่ก็แค่ 5 หน่วย มันจึงกลายเป็นรถที่คนที่ชอบของแรงจากแดนปลาดิบใฝ่ฝันที่จะครอบครองเป็นอย่างมาก


หวังว่าคงจะถูกใจสาวก Type R ขาซิ่ง สาย H แดงกันบ้างสำหรับเรื่องราวที่เราได้หยิบมาให้ชมกันในวันนี้ และในตอนนี้ดูเหมือนว่า เร็ว ๆ นี้ทาง Honda กำลังจะมีการเปิดตัว 2022 New Honda Civic ใหม่ที่จะมาพร้อมกับ Type R ด้วย ตอนนี้สำหรับสาวก Honda และ Type R คงจะอดใจรอกันแทบไม่ไหว แล้วเรามาลุ้นดูกันดีกว่า Type R ที่จะออกมา Gen ถัดไปหน้าตา และสมถรรนะจะเด็ดสะเด่าเร้าใจแค่ไหน

 

 

Source : 1/2

HYENA
WRITER: HYENA
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line