Advertisement
DESIGN

MASTERPIECE : ‘HUNTER’ นักล่านอกกำแพง ประติมากรรมเต็มตัวตนชิ้นแรกของ ‘RUKKIT’ สตรีทอาร์ตทิสแนวหน้าไทย

By: anonymK November 29, 2021

ศิลปินแต่ละคนมีสไตล์ที่ชัดเจนและมักมีภาพผลงานสำเร็จในหัวที่ชัดเจนยิ่งกว่า

ตัวตนและงานศิลปะคือหัวใจของศิลปิน แต่ยิ่งพวกเขารู้จักและเข้าใจตัวเองได้ดีก็ยิ่งง่ายกับการปฏิเสธผลงานที่ไม่ใช่สไตล์ตัวเองได้เร็วขึ้นเท่านั้น ทำให้หลายปีที่ผ่านมาแม้จะมีกระแสเรียกร้องผลงานของ ‘RUKKIT – รักกิจ ควรหาเวช’ ศิลปินสตรีทอาร์ตแถวหน้าของวงการในรูปแบบ 3D มากขนาดไหน ก็ยังไม่เคยมีใครได้เห็นชิ้นงานประติมากรรมที่ถอดแบบผลงานบนกำแพงจริง ๆ ของเขามาก่อน

กระทั่งล่าสุด รักกิจปล่อย ‘Hunter’ ผลงานประติมากรรมชิ้นแรกที่ร่วมมือกับ PATIMA Design ในโปรเจกต์ BOO_X_ Rukkit ออกมาสู่สายตาทุกคนและผลงานชิ้นนี้เขาพูดกับเราอย่างเต็มปากว่า “ผมว่าอันนี้เป็นงาน 3D ที่ใกล้เคียงกับงาน 2D สมบูรณ์แบบ 100% ชิ้นแรกเลย” จึงเป็นที่มาที่ทำให้ UNLOCKMEN ต้องหาโอกาสบุกมาเยือน PATIMA Design เพื่อนั่งพูดคุยกับเขาในครั้งนี้

‘HUNTER’


อิสระและสัญชาตญาณนักล่าของ RUKKIT

ก่อนจะเริ่มพูดคุยกัน เราเดินวนเวียนอยู่รอบ ‘Hunter’ ประติมากรรมลอยตัวผลิตจากไฟเบอร์กลาสขนาด 75 ซม. รูปสุนัข ยกกล้องมือถือส่องเทียบระหว่างภาพถ่ายกับผลงานจริงอยู่นาน แต่ภาพในจอเทียบไม่ได้กับของจริงที่เรากำลังยืนมองและสัมผัสอยู่ตอนนี้ทั้งรูปทรง สีสันและความรู้สึกมีชีวิตชีวาอัดแน่นไปด้วยพลัง

รักกิจเล่าที่มาของการทำงานชิ้นนี้ว่าช่วงโควิดที่ผ่านมาเขาได้รับการชักชวนจากพี่บุ๋ม Patima Design ผู้ริเริ่ม BOOxProject โปรเจกต์คอลแลปส์งานกับศิลปินเพื่อถ่ายทอดตัวตนและผลงานในรูปแบบประติมากรรมที่จับต้องได้ สำหรับเขาที่ยังไม่เคยผลิตผลงานแนวนี้มาก่อนไม่ลังที่จะตอบตกลง จากนั้นก็ปรับจูนและทำงานร่วมกันกับทีมช่าง ใช้เวลา 3 เดือน จนในที่สุดสำเร็จออกมาเป็นผลงานชิ้นนี้

“Hunter เป็นงานสเก็ตช์ช่วงโควิดที่เราเลือกมาจากความชอบ anatomy ของหมาป่าและหมาจิ้งจอก ทั้ง 2 ตัวนี้มี anatomy คล้ายกันเลยตั้งใจออกแบบให้อิสระไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นตัวอะไร จริง ๆ มีซ่อนพวก Typography ไว้ในงานซี่งมันจะอ่านได้ทั้ง Wolf และ Fox

เรามาจากสายการออกแบบจะชอบพวก Typography ชอบ Font Pattern Graphic ก็จะแอบใส่สิ่งที่ตัวเองชอบลงไปในงาน ใช้คู่สีส้มกับน้ำเงินที่เป็นสีตรงข้ามและเป็นตัวแทนของสัตว์ทั้ง 2 ตัวนี้ คนดูไปอาจจะมองว่าเป็นหมาป่าหรือว่าหมาจิ้งจอกก็ได้ครับ แต่ทั้งคู่มีวิถีชีวิตและสัญชาตญาณความเป็นนักล่าในตัวเหมือนกันเลยตั้งชื่อผลงานนี้ว่า Hunter”


ศิลป์บนกำแพงที่คุ้นเคยคือความกลัวที่ต้องก้าวข้าม

เราตั้งคำถามว่าเมื่อเป็นศิลปินเก่งและผลงานดี ทำไม Hunter ถึงเป็นประติมากรรมลอยตัวเต็มรูปแบบชิ้นแรกที่ต้องใช้เวลารอคอยนานหลายปี รักกิจจึงอธิบายเบื้องหลังผลงานว่าที่ผ่านมาเขาเลือกยืนหยัดในผลงานที่ต้องคงเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ก่อน หากไม่ดี ไม่ใช่ ก็เลือกจะเลี่ยงประยุกต์งานไปในรูปแบบอื่นหรือเลือกไม่ทำไปเลย

“งานประติมากรรมที่ผ่านมาเป็นวิธีการเอาตัวรอดของเราเพราะงานบนกำแพงเราเป็น 2D เรามั่นใจว่าเป็นตัวเรา 100% พอมาเป็นประติมากรรม เมื่อก่อนทำ 3D ไม่เป็น ทำอะไรเกี่ยวกับการปั้นไม่เป็นเลยนึกไม่ค่อยออกว่าถ้างานเป็นสามมิติมันจะเป็นยังไง เอกลักษณ์ของเรา Outline ที่เป็นเส้นดำจากการใช้ Block Stencil ควรจะออกมาประมาณไหน แล้วตอนนั้นก็ยังไม่คิดว่าจะมีใครที่จะมาช่วยเราจุดนี้ได้ มีแต่คนบอกว่าอยากทำ ๆ นะ แต่พอเอาไปทำออกมาก็ยังไม่ใช่ ไม่ใกล้เคียงเลย เลยรู้สึกว่ามันยากมาก งานผมมันเหมือนมีมิตินะแต่พอมันบิดมุมไปมันจะกลายเป็นอีกอาร์ตเวิร์กนึงไปเลยถ้าจูนกันไม่ได้”

พอช่วงโควิดเราใช้เวลาเรียนรู้โปรแกรม 3D เลยขึ้นฟอร์มจากโปรแกรมแล้วส่งมาให้ทาง BOO_x  ที่น่าตื่นเต้นคือยังไม่ทันจบงานในโปรแกรม 3D ทาง BOO_x ก็ปั้นงานแบบเรียลขึ้นมาเลย มันส์ดี ช่วงหลังเราเลยทิ้ง ไม่ได้สนใจไฟล์โปรแกรม 3D อะไรแล้ว ผมไม่เคยคิดว่าช่างจะปั้นขึ้นมาได้ เพราะว่าเราคิดเองทำเองยังรู้สึกว่ามันยากเลย แต่พอช่างขึ้นของจริงแล้ว มันเห็นภาพ แล้วก็แก้ไขตรงนั้นได้เลยทันทีเข้ากับสไตล์ที่เป็นตัวเองเลยชอบมาก รู้สึกสนุกมาก”


เปิดรับและดื้อดึง
ความท้าทายใหม่ของประติมากรรมเต็มตัวชิ้นแรก

สิ่งที่ยากที่สุดของการสร้างสรรค์ผลงานจากคนเก่งและเชี่ยวชาญหลายคนที่มารวมตัวกันไม่ใช่วิธีการทำงานให้สำเร็จ แต่เป็นระหว่างทางที่ต้องสื่อสารปรับจูนเพื่อให้ได้ผลงานที่น่าพอใจ

“ตอนแรกเราก็นึกว่าช่างจะจินตนาการเหมือนเรา แต่พอทำออกมาช่างคิดอีกแบบนึง บางจุดเราคิดว่าส่วนนี้จะลึกลงไป จะเฉียง ช่างอาจจะมองเป็นอีกแบบทำให้ตัวดีเทลไม่ตรงกันเท่าไหร่ แต่ก็ทำใจได้เพราะความคาดหวังของเรา เรามองเรารู้อยู่คนเดียวไง ก็พยายามไม่ยึดติดตัวเองมาก ปล่อยให้ช่างมีอิสระในการทำด้วย เพราะบางทีฟิกเกอร์เขาถนัดและทำมาเยอะกว่าเรา

ส่วนบางจุดที่มองต่างกันอย่างช่างไม่รู้ว่าตอนที่ทำกำแพง Stroke สีดำมีความสำคัญกับงานเรามากแค่ไหน ตอนขึ้นงานมาให้ครั้งแรกยังไม่มี Outline เพราะเขามองแบบเป็นรายละเอียดของคู่สีมาชนกัน เราก็บอกว่าไม่มีไม่ได้ อธิบายกัน เพราะตัวงานหลักๆ ของเรามันคือ Outline ที่เป็น Stroke สีดำ เราแชร์กันตรงนี้ ยอมปรับในส่วนที่รู้สึกโอเค ซึ่งพอแก้แล้วดูอีกทีก็แทบจะเป็นสิ่งที่เราต้องการ 100% แล้ว”

“ตอนพี่บุ๋มโทรมาบอกว่าแบบนี้มันดูแบน ๆ ก็ยังไม่เข้าใจ เห้ย แบนคืออะไรวะ ตอนแรกก็ยังดื้ออยู่ ดื้อมาก เราอุตส่าห์ลงสีแบบดูเป็นมิติแล้ว ก่อนเข้ามาที่สตูดิโอเรายังคิดในใจว่าสงสัยช่างทำไม่ได้มั้ง จนเข้ามาดูก็มารู้ปัญหาแล้วว่าทำไมถึงไม่มีมิติ

ตอนสเก็ตช์เวลาเรามอง 2D เราจะลงสีเข้มตรงพื้นที่ที่เราอยากให้มันดูลึก แต่พอเป็นงานปั้นจริง ๆ ลงพื้นเข้มไปมันไปกลืนแสงเงาของส่วนที่นูนขึ้นมา เพราะฉะนั้นพอมันไม่เห็นแสงเงาก็เลยกลายเป็นดูแบน คือมันต้องพ่นจริงเราถึงเห็น ตอนนั้นก็เลยรู้เลยว่าการลงสีงานปั้นมันต้องเป็นยังไง ทีแรกเลยคิดจะปรับตามใจช่างเพื่อให้งานดูมีมิติมาก ๆ จนสีมันหายไปเยอะ งานออกมาสีเท่ คุมโทนมาก แต่พอพี่บุ๋มทักว่าอย่างนี้เราชอบไหม เราก็กลับมานั่งคิด มาเทียบกันกับตัวเดิม รู้สึกว่าชิ้นงานที่มีหลายสีมันยังดูใกล้เคียงตัวเรามากกว่า เลยกลับไปแก้สีตัวเก่า สลับโทนสี แก้ตรงจุดที่ดูแล้วมันแบน พยายามปรับจูนเข้าหากันจนได้ออกมาเป็นงานที่เราชอบกันทั้งคู่”

ถึงศิลปินจะต้องหล่อเลี้ยงด้วยอัตตาแต่การคุยกันวันนี้ทำให้รู้ว่า ผลงานที่ดีย่อมไม่ได้เกิดจากการทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว บางอย่างอาจจะต้องสลัดความคุ้นเคย หันมาเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อสร้างผลงานดี ๆ ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง เช่นเดียวกับ Hunter ผลงานประติมากรรม Limited Edition ชิ้นแรกของรักกิจที่สะกดสายตาทำให้ทุกคนสัมผัสได้ทั้งความสวยงาม ความทุ่มเทและตัวตนแท้จริงของศิลปิน การันตีว่านอกจากเราแล้ว วันนี้รักกิจก็ยืนวนดูผลงานของเขาหลายรอบด้วยความพอใจเช่นกันและกำชับว่าชิ้นนี้เขาเองก็ต้องมีไว้ที่บ้าน

เหมือนที่รักกิจพูดกับเราว่า “เมื่อก่อนจะติดว่าทำอาร์ตเวิร์กมุมไหนก็มุมนั้น แต่สำหรับตัวนี้พอลองหันมองมุมซ้ายมุมขวา จะถ่ายมุมไหนก็สามารถขึ้นกำแพงพ่นได้เลย เราเห็นสามมิติแบบนี้จริง ๆ งานสามมิติมันต้องแบบนี้ มุมไหนก็เป็นเรา หมุนมุมไหน ไปอยู่บนกำแพงก็ดูเป็นงานเรา”

ผลงานชิ้นนี้ UNLOCKMEN ไม่แนะนำให้คุณดูแค่ภาพ อ่านแค่ข้อความ แต่อยากชักชวนไปพิสูจน์รายละเอียดที่เลนส์กล้องเก็บได้ไม่ครบด้วยตาของคุณเอง ซึ่งขณะนี้กำลังจัดแสดงชิ้นงานจริงอยู่บริเวณชั้น 1 ของ Siam Center ที่สำคัญยังมีข่าวดีสำหรับเหล่านักสะสม เพราะ ‘Hunter’ จากโปรเจกต์ BOO_X_ Rukkit เปิดให้คุณออกล่าเพื่อครอบครองผลงานศิลปะชิ้นนี้แล้วในจำนวนจำกัด

ใครที่อยากตามเก็บผลงานประติมากรรมชิ้นแรกของ Rukkit สามารถติดต่อเพื่อสอบถามและสั่งจองได้ทุกช่องทางตามข้อมูลด้านล่างตั้งแต่วันนี้ – 15 มกราคม 2565 สนนราคาอยู่ที่ 90,000 บาทเท่านั้น

www.booxproject.com
Line : @booxproject
IG : @boo_x_project


PHOTOGRAPHER: Warynthorn Buratachwatanasiri

anonymK
WRITER: anonymK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line