1-Video Page -Top Hilight 1
  • 1-Video Page -Top Hilight 1

    ORIS STAR EDITION การคืนชีพของนาฬิกาสำคัญของแบรนด์จากยุค 60s

    By: Chaipohn April 16, 2026

    Oris หยิบหนึ่งในนาฬิกาสำคัญของแบรนด์กลับมาอีกครั้งกับ Star Edition ซึ่งเป็นการตีความใหม่ของ Oris Star ปี 1966 รุ่นที่เคยสะท้อนจิตวิญญาณ modernist ของยุคนั้นได้ชัดมาก ทั้งทรง tonneau หรือ barrel-shaped case, เส้นสายยาวเพรียว และภาพลักษณ์ที่ต่างจากนาฬิกาทรงกลมคลาสสิกแบบเดิม ๆ อย่างชัดเจน รุ่นใหม่ยังคงรักษาคาแรกเตอร์เดิมไว้ค่อนข้างครบ ตัวเรือนทำจาก stainless steel ขนาด 35 มม. หนา 11 มม. และมีระยะ lug-to-lug 41.5 มม. ทำให้ใส่ง่ายกับข้อมือส่วนใหญ่ ทรงเคสมีความโค้งพุ่งและลากต่อกับ lugs แบบ integrated ดูลื่นตาและมีกลิ่นอาย space-age ชัดเจน ผิวตัวเรือนเน้น vertical satin-brushed finish ตัดกับ polished bevels กว้าง ๆ เพื่อดึงรูปทรงให้เด่นขึ้น ขอบ bezel

    อ่านต่อ
  • 1-Video Page -Top Hilight 1

    ULYSSE NARDIN SUPER FREAK ฉลอง 25 ปีของ Freak ด้วยเรือนที่บ้ากว่าเดิมอีกขั้น

    By: Chaipohn April 16, 2026

    ถ้าพูดถึงนาฬิกาที่ไม่เดินตามกติกาเดิมของโลก watchmaking ชื่อของ Ulysse Nardin Freak คือหนึ่งในตัวจริงมาตลอด และในวาระครบรอบ 25 ปี แบรนด์ก็ปล่อยของด้วย Super Freak รุ่นใหม่ ที่ถูกวางให้เป็น flagship ของตระกูลทันที พร้อมเคลมแบบไม่เขินว่าเป็น “the most complicated time-only watch ever created” ตัวเรือนมาใน white gold ขนาด 44 มม. ซึ่งเล็กลงเล็กน้อยจาก Freak S ขนาด 45 มม. แต่ข้างในกลับซับซ้อนขึ้นอีกระดับ โครงสร้างของนาฬิกาถูกสร้างแบบ seven-plane architecture ทำให้เกิดมิติความลึกแบบสุด ๆ มองผ่านหน้าปัดแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองลงไปในเครื่องจักรหลายชั้น ตาม DNA ของ Freak ตัว movement คือสิ่งที่ใช้บอกเวลาอยู่แล้ว แต่ใน Super Freak แนวคิดนี้ถูกผลักไปไกลกว่าเดิมมาก

    อ่านต่อ