Business

SOCIAL TRADING : นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน ที่ต้องจับตามอง

By: Nares Laopannarai May 13, 2018

ปัญหาสำคัญที่ถกเถียงกันมานานจนเกิดเป็นดราม่า (Photoshop พอร์ตลงทุน)ในที่สุดสำหรับวงการเทรดเดอร์ไทย ก็คือมาตราฐานการวัดผลงานของเทรดเดอร์ที่มาเป็นอาจารย์สอนการเทรดเปิดคอร์สกันอย่างอย่างเกลื่อนกลาดว่าเป็น “ตัวจริง” หรือไม่ เพราะไม่เคยมีใครที่อาสามาเป็นตัวกลางวัดผลงานให้ แต่อีกไม่นาน ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าเกิด Social Trading Platform ขึ้น หรือที่เรียกกันว่า Copy Trade

เพราะทุกคนที่อยู่ในระบบจะถูกบันทึกผลการเทรดเอาไว้ทั้งหมดและจะถูกนำมาแสดงให้ทุกคนที่สมัครเข้ามาในระบบได้เห็นผลงานซึ่งไม่สามารถโกหกได้ เพราะถูกเชื่อมเข้ากับระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์โดยตรง เท่ากับว่าเราจะหาเทรดเดอร์ฝีมือเยี่ยมได้โดยง่าย เพราะระบบจะแสดงผลงานการเทรดให้เห็นทุกวันที่สำคัญคือมีความโปร่งใส

นอกจากเห็นผลการเทรดแล้ว คนที่อยู่ในระบบจะสามารถเลือกที่จะ “ติดตาม” เทรดเดอร์ที่มีความสามารถ (จะเรียกว่า The Master) ได้ในสองรูปแบบคือ  เลือกที่จะตามว่าเทรดเดอร์คนนั้นซื้อหรือขายหุ้นหรือสินทรัพย์ใด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจว่าจะซื้อขายตามด้วยตัวเองหรือไม่ หรือเลือกที่จะให้ระบบทำการ “ซื้อขายให้อัตโนมัติ” ซึ่งผู้ติดตามหรือ Follower อาจจะต้องเสียส่วนแบ่งกำไรหรือ Profit Sharing ให้กับผู้เป็น The Master

ตัวอย่างของ Social Trading Platform ที่มีชื่อเสียงในระดับโลกก็คือ Etoro จุดเด่นสำคัญที่ทำให้แพลตฟอร์มประสบความสำเร็จก็คือตัวเทรดเดอร์ หากใครที่มีผลงานการเทรดที่ดี ทางแพลตฟอร์มยินดีที่จะจ่ายเงินเดือนประจำให้เพื่อมัดใจโดยเฉพาะ เมื่อผู้ตามสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องจากการตาม The Master ที่มีความสามารถ จำนวนผู้ใช้งานในแพลตฟอร์มจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อมี Social Trading ในประเทศไทย อยู่สองข้อหลัก ๆ คือ นี่เป็นโอกาสของนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ที่ไม่มีเวลาหรือไม่มีความรู้จะสามารถสร้างผลตอบแทนจากตลาดหุ้นได้ รวมถึงเทรดเดอร์ที่มีฝีมือก็มีโอกาสที่จะสร้างรายได้จนเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงได้ รวมถึงจะสร้างประโยชน์ในภาพรวมคือมูลค่าซื้อขายในตลาดหุ้นจะสูงขึ้น โบรกเกอร์จะมีรายได้มากขึ้นแทนที่จะแข่งกันตัดราคาเพียงอย่างเดียว ที่สำคัญมีโอกาสที่จะสร้างนักลงทุนหรือเทรดเดอร์หน้าใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะในแพลตฟอร์มจะมีระบบซื้อขายจำลองให้ทดลอง ผสมกับรูปแบบการแข่งขันที่เป็นเกมส์จะดึงคนรุ่นใหม่ให้สนใจตลาดหุ้นมากขึ้น เพราะจำนวนผู้ใช้งานเกินกว่าครึ่งมักจะเป็นคนที่ไม่ได้เปิดพอร์ตจริง แต่เข้ามาเพื่อทดลองเทรดก่อน เมื่อพอมีกำไรถึงค่อยเปิดพอร์ตจริง

สำหรับสินค้าที่เทรดอยู่ภายใต้ Social Trading Platform คนทั่วไปมักจะคุ้นเคยกับ Forex และ CFD (ตราสารที่อ้างอิงกับสินค้าโภคภัณฑ์และ Futures ต่างๆ) แต่เร็ว ๆ นี้ทางการไทยกำลังเปิดให้สามารถเทรดสินค้าประเภทหุ้นและ Futures ในประเทศไทยได้แล้ว โดยอยู่ระหว่างการกำหนดแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม ที่ผ่านมาทั้ง สำนักงานกลต. สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ต่างให้แนวโน้มในเชิงบวกต่อการมี Social Trading ในประเทศไทย หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงน่าจะมีการรับรองทางกฎหมายได้ภายในปลายปีนี้

ที่น่าสนใจคือได้มีการเพิ่มสินค้าประเภท Crypto Asset หรือเหรียญดิจิทัลต่าง ๆ ให้สามารถเลือกซื้อขายและติดตามเทรดเดอร์หรือโรบอทที่มีผลงานการเทรดดีได้แล้ว รวมถึงมีการนำ Blockchain มาใช้ในการขยายแพลตฟอร์มให้เติบโตได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ล่าสุด บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ ที่เป็นผู้ดำเนินการแข่งขัน Super Trader Thailand ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาได้จับมือร่วมกับบริษัท Skynet System ในเครือ Asiasoft เปิดตัวแพลตฟอร์ม Social Trading ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วทั้งในระบบของ Crypto Trading และตลาดหุ้นไทย กำลังอยู่ระหว่างทดสอบระบบกับการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นักลงทุนท่านใดเร่ิมสนใจในตัวแพลตฟอร์ม Social Trading แบบนี้ ก็รอติดตามข่าวกันต่อไป เดี๋ยวเราจะเอาข้อมูลการลงทุนดี ๆ มาอัพเดทเรื่อย ๆ ครับ

นายกระทรวง จารุศิระ ประธานกรรมการกลุ่ม บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง จับมือกับ นายปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ออกแพลตฟอร์ม Social Trading สมบูรณ์แบบรายแรกในประเทศไทย พร้อมระดมทุน ICO เร็วๆ นี้

Nares Laopannarai
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line