Advertisement
World

เจาะลึกจุดเด่นแทคติก “Ralf Rangnick” กับภารกิจพลิกโฉมปีศาจแดง Man Utd. ให้กลับมาแรงฤทธิ์

By: JEDDY November 27, 2021

กระแสข่าวแรงมาก สำหรับ ราล์ฟ รังนิก ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกีฬาและพัฒนาของ โลโคโมทีฟ มอสโคว ทีมดังจากประเทศรัสเซีย ที่ ณ ตอนนี้มีหลายแหล่งข่าวฟันธงว่าเจ้าตัวตกลงเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนถึงสิ้นฤดูกาล พร้อมกับรับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของสโมสรหลังจบฤดูกาล 

รังนิก สร้างชื่อของตัวเองมากที่สุดในตอนที่คุมทีมแอร์เบ ไลป์ซิก  ถึงแม้ว่าตัวผู้เล่นจะไม่ได้มีชื่อเสียงระดับเวิร์ลคลาส แต่ด้วยแทคติกอันเฉียบคมทำให้ไลป์ซิกก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของบุนเดสลีกา แถมยังวางรากฐานที่สำคัญไว้ให้กับทีมอีกด้วย นอกจากนั้นรังนิกยังเคยพาชาลเก้ 04 คว้าแชมป์เดเอฟเบ โพลคา เมื่อฤดูกาล 2010-2011  มาแล้วด้วยเช่นกัน

รังนิกเองก็ได้รับการยอมรับและยกย่องฝีมือการคุมทีมและบริหารทีมจากวงการฟุตบอลเป็นอย่างมาก แล้วอะไรคือจุดเด่นแทคติกของรังนิกที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงแนวการเล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แม้แต่ Jurgen Klopp ยังต้องเอ่ยปากว่า การมาของ Ralf Rangnick เป็นข่าวร้ายสำหรับทีมคู่แข่ง เรามาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันครับ

เจ้าพ่อแห่งการเพรสซิ่งหนักมาก

จุดเด่นของรังนิกคือการ Counter Pressing ที่เต็มไปด้วยคุณภาพและหวังผลได้ ทันทีที่เสียบอลในแดนของคู่ต่อสู้ ลูกทีมของเขาตั้งแต่แนวรุกจนถึงแนวรับจะขยับไล่บีบให้คู่ต่อสู้เข้ามาอยู่ในนวงล้อมสี่เหลี่ยมโดยไม่ทันตั้งตัว แนวรับจะดันสูงขึ้นมาจนเกือบถึงบริเวณครึ่งสนาม หลังจากนั้นก็จะหาจังหวะดักแย่งบอลกลับคืนมาให้ไวที่สุด 

แทคติกที่ใช้นี้เป็นที่นิยมของฟุตบอลเยอรมันสมัยใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ “Gegenpressing” ซึ่ง ยอร์เกน คลอปป์, โธมัส ทูเคิ่ล, ยูเลียน นาเกลส์มันน์ และเจสซี่ มาร์ช ต่างก็นำแบบแผนนี้ไปใช้จนประสบความสำเร็จ และพวกเขาก็มีรังนิกที่เป็นทั้งอาจารย์และแรงบันดาลใจนั่นเอง

หากแทคติกนี้ถูกนำมาใช้กับแมนยูไนเต็ด ผู้เล่นที่น่าจะหลุดออกนอกระบบคงหนีไม่พ้น อองโตนี่ มาร์กซิยาล เพราะเป็นนักเตะที่เวลาทีมตั้งรับจะเน้นชิลไม่เน้นวิ่ง ส่วนนักเตะทุกคนคงต้องเตรียมร่างกายให้ฟิตมากกว่าเดิมเพราะได้วิ่งกันลืมเหนื่อยแน่นอน

แม้จะเป็นฟุตบอลที่เน้นเพรสซิ่ง แต่ปรัชญาฟุตบอลของรังนิกคือเกมรุกแบบสร้างสรรค์ เอนเตอร์เทนแฟนบอลแบบเต็มที่


เคาน์เตอร์ แอทแทค 

หลังจากที่เพรสซิ่งจนเอาบอลกลับมาได้ รังนิกก็วางแผนต่อไว้ได้อย่างแยบยลเพราะเขาซ่อนกลยุทธ์การโต้กลับไว้ได้อย่างน่ากลัว ทันทีที่แย่งบอลได้ ผู้เล่นแนวรุกจะขยับไปตามช่องตามที่ได้ซ้อมกันมา และใช้การต่อบอลเพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถเข้าพื้นที่อันตรายเพื่อจบสกอร์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น 

รังนิกจะไม่ยอมเสียเวลาให้ลูกทีมป้ายบอลออกข้างวนไปวนมา หรือส่งบอลคืนหลังจนเสียโอกาสทำประตู แต่จะเน้นเจาะตรงกลางตามช่องว่างของแนวรับคู่แข่ง เป็นการวัดดวงแบบกล้าได้กล้าเสีย ช่วยเพิ่มความเร้าใจให้กับคนดู เพราะแฟนบอลส่วนมากไม่มีใครชอบดูฟุตบอลตั้งรับชวนหลับ

หากแทคติกนี้ถูกปรับกับแมนยูไนเต็ด แน่นอนว่าจะทำให้เกมรุกน่ากลัวขึ้นอีกหลายเท่า ด้วยคุณภาพของตัวผู้เล่นในแนวรุกแล้วเชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์รังนิกได้ดีทีเดียว จริง ๆ แล้วการเล่นเคาน์เตอร์ แอทแทตที่อันตรายเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน


การจบสกอร์ที่แม่นยำ

เพรสซิ่งได้ โต้กลับไว แต่ถ้าไม่มีแนวรุกที่จบสกอร์คมกริบมันก็ไร้ค่า รังนิกประสบความสำเร็จกับไลป์ซิกเพราะมีแนวรุกที่ไว้ใจได้จนทำให้ติโม แวร์เนอร์แจ้งเกิดกลายเป็นกองหน้าระดับท็อปมาแล้ว

หากสังเกตเกมรุกของรังนิกจะพบว่าแนวรุกจะโจมตีขึ้นมาเป็นแผง ช่วยให้มีตัวเลือกและพื้นที่ทำประตูมากยิ่งขึ้น ที่เห็นบ่อย ๆ คือจะมีปีกสองข้างจี้เข้ามาก่อนจะปาดบอลเข้าตรงกลางมาเพื่อเพิ่มโอกาสจบสกอร์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น หรือบางครั้งก็ใ้ช้กองหน้าที่อยู่ภายในกรอบเขตโทษวิ่งหลอกล่อให้แนวรับหลงทางเพื่อเปิดพื้นที่ให้ปีกทำประตูแทน 


ใช้แนวรุกที่มีความเร็ว

นอกจากการจบกสอร์ที่เฉียบคม ความเร็วและความไวถือเป็นหัวใจสำคัญของแนวรุกเช่นกัน การมีแนวรุกที่สามารถวิ่งฉีกหนีกองหลังได้จะทำให้ทีมของคุณน่ากลัวขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย และจะมีโอกาสโจมตีเข้าสู่กรอบเขตโทษของฝั่งตรงข้ามได้สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็มีผู้เล่นแนวรุกที่มีทั้งความเร็วและมีเทคนิคเอาตัวรอดสถานการณ์ดวลเดี่ยวได้ ไม่ว่าจะเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช่, เมสัน กรีนวู้ด รวมไปถึงคริสเตียโน่ โรนัลโด้ แม้ว่าอายุอานามจะใกล้เลขสี่ แต่สปีดยังถือว่าจัดจ้านไม่แพ้วัยรุ่น


รูปแบบแผนการเล่น

แผนการเล่นของรังนิคที่ใช้เป็นประจำคือ 4-2-3-1  เน้นไปที่กองกลางตัวรับ 2 คน ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอาจจะต้องซื้อผู้เล่นที่เหมาะสมในตำแหน่งนี้ที่มากกว่า เฟร็ด และ สกอตต์ แม็คโทนิเนย์ ส่วน เนมันย่า มาติช ก็โรยราจนเกินไปเนื่องจากอายุเยอะแล้ว

ส่วนแนกรุกมักจะใช้กองหน้าคนเดียวหรือบางครั้งก็สองคน ตัวยืน ณ​ เวลานี้แน่นอนว่าคงจะต้องหนีไม่พ้น โรนัลโด้ ส่วนกองหน้าตัวต่ำหรือกองกลางตัวรุกก็น่าจะเป็น บรูโน่ แฟร์นานเดส แถมยังมี เอดินสัน คาวานี่ เป็นตัวสอดแทรกได้อีกหนึ่งคน

 

นอกเหนือจากแทคติกแล้ว รังนิกคือคนที่มีสายตาอันเฉียบคมในการเลือกนักเตะ เขาสามารถซื้อนักเตะราคาถูกมาปลุกปั้นให้กลายมาเป็นนักเตะระดับท็อปได้ ไม่ว่าจะเป็น ซาดิโอ มาเน่, นาบิล เกอิต้า, ติโม แวร์เนอร์ หรือโรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ก็ผ่านการคัดสรรจากมือของรังนิคเองทั้งหมด

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ถนัดที่สุดของรังนิกอาจจะไม่ใช่การคุมทีม แต่เป็นการบริหารทีมในสไตล์ Director Of Football มากกว่า เพราะเขาจะเป็นคนวางรากฐานอันแข็งแกร่งให้กับสโมสรในทุก ๆ สัดส่วนที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล

เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่าติดตามจริง ๆ สำหรับการเข้ามาของ ราล์ฟ รังนิก เขาจะเปลี่ยนแปลงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ดีขนาดไหน และจะพาทีมกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่เหมือนในยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้หรือไม่ ผลงานเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ครับ

JEDDY
WRITER: JEDDY
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line