การผจญภัยไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่การแพ็กกระเป๋าออกเดินทางไกล แต่ยังหมายถึงการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ในทุก ๆ วัน เช่นเดียวกันกับที่นาฬิกาคู่กายที่ดีจึงไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลา แต่ต้องสะท้อนคาแรกเตอร์และพร้อมลุยไปกับเราในทุกสถานการณ์ ล่าสุด MIDO แบรนด์นาฬิกาสวิสระดับตำนาน ชวน UNLOCKMEN บินลัดฟ้าไปร่วมอีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟไกลถึง Walkerhill Aston House กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อเผยโฉมสมาชิกใหม่ล่าสุดอย่าง Ocean Star 200 เรือนเวลาที่ผสานสมรรถนะของ Diver Watch เข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย พร้อมไฮไลต์เด็ดคือการปรากฏตัวของ อีจงซอก (Lee Jong Suk) ในฐานะ Asian Brand Ambassador อย่างเป็นทางการ บรรยากาศภายในงานถูกเนรมิตด้วยแสงสีส้มซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ภายใต้แคมเปญ Treasure Your Time ที่พาย้อนรอยประวัติศาสตร์ความคลาสสิกของจักรวาล Ocean Star แต่ที่เรียกแสงแฟลชได้รัว ๆ คือการปรากฏตัวของหนุ่ม ‘อีจงซอก’ ที่มาพร้อมลุคสุดสมาร์ตและนาฬิกา Ocean Star 200 เรือนใหม่บนข้อมือ ‘อีจงซอก’ ได้เผยความรู้สึกว่า “ผมชื่นชอบเสน่ห์ของคอลเลกชันนี้ที่สะท้อนทั้งความแข็งแกร่งและความคล่องตัว หน้าปัดสีน้ำเงินตัดกับดีเทลสีส้มของ
Impossible to Ignore!! ปลุกเร้าความเท่ ที่ไม่อาจละสายตา กับ The Original Culture Collection ดร็อปใหม่ล่าสุดจาก CUB House ที่พร้อมเปลี่ยนท้องถนนให้เป็นรันเวย์ รอบนี้จัดเต็มกับคอลเลกชันเสื้อผ้าที่ดึงจิตวิญญาณ ‘สตรีทคัลเจอร์’ มาขยี้รวมกับกลิ่นอายความคราฟต์สไตล์ ‘วินเทจเรซซิ่ง’ ออกมาเป็นไอเทมที่โคตรจัดจ้าน ทลายทุกขีดจำกัดของการแต่งตัว ด้วยดีไซน์ที่พร้อมให้ทุกคนหยิบไปสับ ไปลุย ไปใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยง จะออกไปบิดมอเตอร์ไซค์กินลม หรือไปเดินเล่นชิลล์ ๆ ก็โคตรเซลฟ์กับลุคสุดจึ้งดึงดูดทุกสายตาแบบยากจะปฏิเสธ อ่านมาถึงตรงนี้จะมัวรออะไร รีบพุ่งตัวไปสัมผัสงานคราฟต์ที่ผสมผสานความซิ่งและความสตรีทเข้าด้วยกันแบบโคตรกลมกล่อมของจริงได้แล้ววันนี้ ที่ CUB House ทั้ง 16 สาขา ทั่วประเทศ
เรื่องราวของนักศึกษาเอกคณิตศาสตร์ ผู้เปลี่ยนหอพักมหาวิทยาลัย NYU ให้กลายเป็นร้านขายเสื้อผ้าของตัวเอง จนโดนไล่ออกจากหอ สู่การผงาดบนรันเวย์ Paris Fashion Week และถูกเชิญให้เป็น Guest Desiner คนแรกของประวัติศาสตร์เพื่อแบบคอลเลกชันให้เมซงระดับตำนานอย่าง Louis Vuitton ตามมาด้วยชื่อเสียงและผลงานระดับโลกอีกมากมาย นี่ไม่ใช่พล็อตหนัง Hollywood แต่คือชีวิตจริงของ Colm Dillane ชายผู้อยู่เบื้องหลัง KidSuper แบรนด์สตรีทแวร์สุดขบถที่บุกไปทลายหอคอยงาช้างของโลกแฟชั่นดั้งเดิมได้สำเร็จ ด้วยปรัชญาโคตรเรียบง่ายที่ว่า “Anything is Possible.” วันนี้เราจะย้อนดูเส้นทางความห่ามของเขาและแบรนด์ KidSuper ไปด้วยกัน พร้อมปิดท้ายด้วยสปอยล์งานคอลแลบเดือดดร็อปล่าสุด Jameson x KidSuper ที่เตรียมมาเขย่ากิเลสสายสตรีทชาวไทยเร็ว ๆ นี้ 𝙄𝙧𝙞𝙨𝙝 𝘽𝙡𝙤𝙤𝙙, 𝘽𝙤𝙧𝙙𝙚𝙧𝙡𝙚𝙨𝙨 𝙔𝙤𝙪𝙩𝙝 : Colm Dillane ลืมตาขึ้นมาดูโลกในนิวยอร์ก แต่มีเลือดผสมไอริช-สเปนไหลเวียนอยู่อย่างเข้มข้น ชีวิตวัยเด็กของเขาคือการเดินทางโยกย้ายถิ่นฐานเป็นกิจวัตร ได้เจอกับประสบการณ์ที่หลากหลายทั้งการใช้ชีวิตในเม็กซิโกซิตีที่ต้องนั่งรถกลับบ้านโดยมีบอดี้การ์ดติดอาวุธคุ้มกัน สู่การย้ายไปปักหลักที่วิสคอนซินยาวนานถึง 7 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาเรียกว่าวัยเด็กในอุดมคติ ที่นี่เองที่แพสชันต่างขั้วถูกหล่อหลอมขึ้นในตัวเขา คุณแม่ที่เป็นครูสอนภาษาสเปน
Multifort TV Big Date Special Edition S01E02 การกลับมาอีกครั้งของซีรีส์เรือนเวลาที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความครีเอทีฟเหนือจินตนาการ ผลงานล่าสุดจากแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง MIDO สำหรับ Multifort TV Big Date Special Edition S01E02 เรือนนี้ พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยหน้าปัดสีสันสดใส ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคลื่นสัญญาณรบกวนหลากสี ชวนให้หวนคิดถึงยุคทองของโทรทัศน์ ถูกถ่ายทอดอย่างพิถีพิถันลงบนตัวเรือนทรงทีวีขนาด 40 มม.สุดคลาสสิก โดดเด่นสะดุดตากับมิติความลึกของชิ้นงาน ด้วยลวดลายที่ใช้เทคนิคขึ้นรูปนูน มีช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ใช้ตัวเลขสีขาวบนพื้นดำพร้อมเสริมขอบแสดงนาทีด้านในหน้าปัด ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน และถือเป็นครั้งแรกของตระกูล Multifort TV ที่ใช้วัสดุตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบพีวีดีสีเทาขัดซาตินสุดเรียบหรู มาพร้อมสายนาฬิกา 3 สไตล์ที่ไปกันได้กับทุกลุค ไม่ว่าจะเป็นสายสายสเตนเลสสตีลขัดเงาบริเวณข้อตรงกลางให้ลุคเรียบหรูดูสุขุม เติมเต็มความสดใสด้วยสายนาฬิกายาง 2 เฉดสีที่มีดีไซน์ปั๊มลวดลายนูน ทั้งสีน้ำเงินสดเติมความเท่แบบโมเดิร์น และสีเหลืองสดที่ช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้กับวันสบาย ๆ ฝาหลังของ Multifort TV Big Date Special
ในยุคที่ความเป็น “ตัวตน” คือคุณค่าอันดับหนึ่งของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความแตกต่างระหว่างบุคคล แฟชั่นและเทคโนโลยีจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่ “สวมใส่หรือใช้งาน” แต่ต้องสามารถ “แสดงความเป็นตัวตน” ได้อย่างชัดเจน การร่วมมือกันระหว่าง DEEPAL S05 และ Wonder Anatomie จึงไม่ใช่เพียงแค่งาน Collaboration หากแต่เป็น “การผสานรวม” ที่ลบเส้นแบ่งระหว่าง ยานยนต์ และ แฟชั่น อย่างชัดเจน ผสานการเป็น “Function” และ “Fashion” เข้าด้วยกัน กับแนวคิด “Fashion is Everywhere” ซึ่งตีความว่าทุกสัมผัสของชีวิต ล้วนมีสิทธิ์สะท้อนตัวตนได้ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเสื้อผ้าหรือเส้นสายของรถยนต์ DEEPAL S05 สื่อสารผ่านงานดีไซน์ที่ไม่ได้มีแค่ “รูปลักษณ์” แต่ยังสะท้อนถึง “อัตลักษณ์” ของผู้ขับขี่ ผ่านแนวคิด Iconic Design แฝงฟังก์ชันการใช้งานในแต่ละองค์ประกอบอย่างมีนัยยะ ดีไซน์แบบ Interstellar Wing ที่เชื่อมโยงกับโลกอากาศยาน ให้ความรู้สึกทะยานไปข้างหน้า เป็นตัวแทนของผู้ใช้ที่ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ Panoramic Sunroof
ในจักรวาลของ Rolex นอกจากความหรูหราของนาฬิกา ยังมีความเกี่ยวข้องบนข้อมือของผู้นำและนักปฏิวัติที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์โลกอยู่หลายคน แต่มีไม่กี่คนที่ใส่ Rolex ไว้บนข้อมือได้ทรงพลังเทียบเท่า Fidel Castro อดีตผู้นำแห่งคิวบา – ชายผู้สวมนาฬิกา Rolex พร้อมกันสองเรือน ภาพขาวดำอันเลื่องชื่อของ Castro ในชุด fatigues สีมะกอก ขณะจับมือ Nikita Khrushchev หรือนั่งอยู่ที่องค์การสหประชาชาติในนิวยอร์ก ภาพเหล่านั้นเผยให้เห็นชัดเจนว่าเขาสวมนาฬิกา 2 เรือนซ้อนบนข้อมือเดียวกัน เรือนแรกคือ Rolex Submariner Ref. 6536 หรือ 5513 ในยุคสมัยที่ยังเป็น tool watch อย่างแท้จริง (mid-1950s – 60s) ที่สร้างขึ้นเพื่อโลกใต้น้ำ มักถูกใช้โดยนักปฏิบัติการทางทหาร, หน่วยรบพิเศษ, และนักปฏิวัติอย่าง Fidel Castro เรือนที่สองคือ ROLEX DAY-DATE ตัวเรือนทองคำ 18k สาย President bracelet ถือเป็น
อัพเดทข่าวดี เมื่อ Seiko Prospex Alpinist Series เรือนเวลาสุดเท่ สำหรับผู้หลงใหลในเสน่ห์แห่งผืนป่าและเหล่านักผจญภัยภาคพื้นดิน ได้เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ยกขบวนพร้อมให้เป็นเจ้าของกันหลายรุ่น แต่สำหรับรุ่นที่ถือเป็นไฮไลต์ของคอลเลกชันนี้คือ Seiko Prospex Alpinist GMT Asia Limited Edition inspired by Hornbills รหัส SPB493J ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือนทั่วโลก เปิดตัวพร้อมให้เป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวัน ‘Love Hornbills Day’ หรือ ‘วันรักนกเงือก’ เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของนกเงือก ที่เป็นตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และเป็นนักปลูกป่าที่อบอวลไปด้วยความรักอันน่ายกย่อง ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของเรือนเวลาเรือนนี้ โดย Seiko Prospex Alpinist GMT Asia Limited Edition inspired by Hornbills มาพร้อมกลไกการทำงานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 6R54
รหัส m79360n-0024 ของซีรีส์ Black Bay คือการตอกย้ำการเป็นเรือนเวลาระดับประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Tudor ซึ่งเป็นการจับส่วนผสมของนาฬิกาดำน้ำระดับโปรเข้ากับ Sports Chronograph ผสมผสานอย่างลงตัวทั้งฟังก์ชันและดีไซน์ นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมกลไกอัตโนมัติ Calibre MT5813 (COSC) สำรองพลังงาน 70 ชั่วโมง มาพร้อมกลไก Column Wheel & Vertical Clutch ที่ให้เราใช้งานได้แบบ Everyday Watch ด้วยสายนาฬิกาตัวล็อค TUDOR “T-Fit” สุดปลอดภัยใส่ On Hand ได้ตลอดวัน และด้วยไซส์ซิ่งตัวเคสความกว้างขนาด 41 มม. / ความหนา 14.4 มม. ของนาฬิกา Stainless Steel ตัวนี้ ก็เหมาะกับทุกสไตล์ มาพร้อมฟังก์ชันกันน้ำลึกถึง 200 เมตร ว่ากันด้วยไฮไลต์ความงดงามบนหน้าปัดของ Flamingo Blue ที่เป็นการตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งการแหกฏของแบรนด์ Tudor อีกครั้ง
นอกจาก Moonwatch ที่โด่งดัง หลายคนอาจลืมไปว่าก่อนที่จะมาเกี่ยวข้องกับ Apollo program และ Moonlanding ที่จริงแล้วในอดีตปี 1957 Speedmaster มีต้นกำเนิดมาจากการเป็น racing chronograph ออกแบบมาเพื่อจับเวลา lap time และ average speed ในสนามแข่งด้วยการออกแบบ tachymeter scale ให้อยู่บนขอบหน้าปัดเป็นครั้งแรก และ Omega ก็ยังเคยมี Flightmaster pilot watch 12 Hour-GMT complication ที่แตกไลน์จาก Speedmaster ในปี 1969 นาฬิกาเรือนนี้จึงเป็นการนำตำนานที่หลายคนอาจจะหลงลืมไปให้กลับมาอีกครั้งในชื่อ Speedmaster Pilot Flight Qualified Omega Speedmaster Pilot Flight Qualified นาฬิกา pilot ที่มีกลิ่นอายของการเป็น military-tool ตัวเรือน fully brushed ปัดลายเต็มเรือนขนาด
สำหรับแฟนพันธุ์แท้ G-SHOCK รวมถึงใครที่หลงใหลในนาฬิกาพันธุ์แกร่งดีไซน์เท่ พร้อมขึ้นข้อไปด้วยกันได้กับทุกไลฟ์สไตล์ น่าจะเคยประทับใจในโมเดล GA-2100 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากต้นตระกูลแกร่งอย่าง G-SHOCK DW-5000 กับงานออกแบบที่ผสมผสานระหว่างระบบอะนาล็อก และดิจิตอลเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว และต้องบอกว่าความโดดเด่นของ GA-2100 ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์ G-SHOCK GM-2110D นาฬิกา G-STEEL ที่ถ่ายทอดทุก DNA มาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเอกลักษณ์ของกรอบทรงแปดเหลี่ยม และงานดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่แข็งแกร่ง ขาดไม่ได้กับเทคโนโลยีบอกเวลา 2 ระบบทั้งอะนาล็อก และดิจิตอล พร้อมแสดงข้อมูล World Time ได้มากถึง 31 เขตเวลา ซึ่งใจความสำคัญทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา ได้ถูกนำเสนอใหม่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเรียบหรูล้ำสมัย ด้วยกรอบสเตนเลสสตีลทรงแปดเหลี่ยมที่ได้รับการหลอมและขัดเงาอย่างพิถีพิถัน เข้ากันได้ดีกับสายโลหะดีไซน์เท่ และแน่นอนว่าตัวเรือนภายใน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของความทนทานระดับตำนานนั้นผลิตขึ้นจากเรซินคุณภาพดีเสริมใยแก้วความแข็งแกร่งสูง พร้อมลุยทุกสถานการณ์ด้วยคุณสมบัติกันน้ำลึกที่ระดับ 20 บาร์ (200 เมตร) และถึงแม้จะทนทานขั้นสุด แต่ต้องบอกว่า G-SHOCK GM-2110D นั้นไม่ได้มีบอดี้ที่ใหญ่โตเทอะทะจนเกินไป เพราะนาฬิกาเรือนนี้คือเจ้าของตำแหน่งนาฬิการุ่นผสมของ G-SHOCK ที่บางที่สุด กับความบางเพียง 11.8 มม.


