เชื่อว่าพวกเราคุ้นเคยกับชื่อ Eleanor Ford Mustangs กันเป็นอย่างดี แต่อาจจะคิดว่าชื่อนี้ติดตัว Ford Mustangs มาตั้งแต่ออกจากโรงงาน ที่จริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นครับ ชื่อ Eleanor เป็น codename ที่มาจากภาพยนตร์เรื่อง Gone in 60 Seonds ต้นตำรับจากปี 1974 รวมถึง Deadline Auto Theft ในปี 1983 ผลงานการกำกับโดย Tody Halicki แต่คนส่วนใหญ่จะรู้จักจากการ remake ภาพยนตร์ Gone in 60 Seconds ปี 2000 แสดงโดย Nicolas Cage กับรถ 1967 Shelby GT500 สีเทาคาดดำแต่งเต็มข้อสุดสวยงาม แต่ชื่อ Eleanor ที่โด่งดังก็มาพร้อมปัญหารุงรังไม่น้อย เพราะ Denice halicki ภรรยาของผู้สร้าง Gone
ในปี 1993 เป็นครั้งแรกที่ Porsche เปิดตัว 911 3.6 Turbo เพิ่มความจุเครื่องยนต์จาก 3.3-liter เป็น 3.6-liter single-turbo flat-six ให้ output มากถึง 355 hp ซึ่งเป็นตัวเลขที่แรงที่สุดของ Porsche ในขณะนั้น แต่รถคันที่เห็นอยู่พิเศษและหายากยิ่งกว่า เป็นรหัส Turbo S ที่ Porsche ใช้เครื่องยนต์รหัส X88 ซึ่งผ่านการจูนสำหรับลงแข่งในรายการ IMSA race cars ซึ่งจะอัพเกรดทั้ง bigger turbo, upgraded intercooler, bigger fuel injectors, upgraded camshaft, new exhaust รวมให้พละกำลังมากถึง 380 horsepower and 384 pound-feet of torque แรงสูสี
คนอื่นอาจมองไปไม่รู้ว่ามันพิเศษแค่ไหน แต่สำหรับนักสะสมและชาว Bimmers อาจจะรู้ว่านี่คือสุดยอดของแรร์หายาก 1987 BMW Alpina B7 Turbo Coupe/1 เป็นรถที่ Alpina นำ BMW 6 Series มาทำ full conversion เป็นครั้งแรก จากจำนวน Alpina B7 Turbo Coupe ทั้งหมดสร้างขึ้นมา 130 คัน มีเพียงแค่ 20 คันในโลกที่ได้ติดตั้ง catalytic converters และมีชื่อรหัสแยกย่อยไปเป็น B7 Turbo Coupé/1 Katalysator Alpina B7 Turbo Coupe/1 Katalysator สามารถรีดแรงม้าจากเครื่องยนต์ 3.5-liter turbocharged จาก 630 CS E24 ให้ได้ output มากถึง 324 แรงม้า
สำหรับนักสะสม McLaren P1 น่าจะเป็น sports car ที่ทั้งแรงและแพงสะใจ แต่ถ้าคุณต้องการความแรงที่พิเศษมากกว่า สำนัก Lanzante มีรุ่นพิเศษยิ่งกว่า นั่นคือการนำ McLaren P1 GTR รถแข่งแบบ track-only มาปรับแต่งให้กลายเป็นรถบ้านที่ขับแบบ road-legal ได้ McLaren P1 GTR-spec ถูกผลิตออกมาเพื่อลงแข่งในสนาม มีจำนวนทั้งหมด 58 คันในโลก ขุมพลัง 986 แรงม้า จากเครื่องยนต์ 3.8-liter V8 twin-turbocharged พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ทำความเร็ว 0-100 km/h ได้ใน 2.8 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดเกือบ 350 km/h แถมยังมีน้ำหนักตัวเบากว่า P1 รถบ้านถึง 50kg จากการถอดสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างในห้องโดยสารทิ้งไป การนำรถแข่ง track-only มาดัดแปลงใหม่ให้เป็น road-legal โดยเฉพาะอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน กระจกข้าง
รถบางรุ่นเกิดมาก็มีมูลค่าน่าเก็บสะสมทันทีที่ออกจากสายพานการผลิต Porsche 911 ในร่าง Speedster คันนี้ก็เช่นกันครับ นี่คือ 1989 Porsche 911 Speedster รถที่ถูกเปิดตัวอย่างสุดเซอร์ไพรส์ในงาน Frankfurt International Auto Show ปี 1987 ทุกคนในงานคาดว่าจะได้เห็นตัวถัง Cabrio แต่กลับกลายเป็น Speester ที่หรูหราน้อยกว่า แต่กลับมีมูลค่ามากกว่าเพราะผลิตในช่วงเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น 1989 Porsche 911 Speedster สร้างบนพื้นฐานของ 930 Turbo จึงได้ตัวถัง widebody แต่ไม่มี ‘whale tail’ เพราะถูกแทนที่ด้วย “camel hump” ผลิตแผ่น fiberglass ครอบตัวถังด้านท้าย ใช้ขุมพลัง 3.2-liter air-cooled flat six-cylinder 231 horsepower and 195 pounds-feet of
ยังคงฉลอง 50 ปี BMW M อันอย่างต่อเนื่อง และนี่ก็เป็นการเปิดตัวที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบปีนี้ของ BMW กับการนำตำนาน BMW 3.0 CSL (E9) หรืออีกชื่อเรียกคือ BMW Batmobile รถแข่งที่ทำเวลา 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลา 6.8 วินาทีตั้งแต่ยุค 70s กลับมาโลดแล่นอีกครั้งใน 2023 BMW 3.0 CSL ซึ่งเป็นรถที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครในตระกูล ความแตกต่างภายนอกผ่านการติดตั้งชุดพาร์ทใหม่รอบคัน โป่งล้อหน้าหลังที่ rear wing ขนาดใหญ่ที่ทำให้มันได้ชื่อว่า Batmobile แปะสัญลักษณ์ M Power ไว้เต็มพื้นที่ ดีไซน์ไฟท้ายและช่องดักอากาศ ผลิตจาก Carbon Fiber Reinforced Plastic ซึ่งผลิตและประกอบในโรงงาน Dingolfing ซึ่งเป็นโรงงานผลิต Rolls-Royce และติดตั้งแบบ hand-built เช่นเดียวกัน รวมถึงเส้นสาย M graphics บนตัวถังสี
Lunaz สำนักผู้เชี่ยวชาญด้านการจับ classic Range Rover มาชุบชีวิตด้วยขุมพลังไฟฟ้า เป็นบริษัทขนาดเล็กที่มีกำลังการผลิตปีละเพียง 50 คัน ในราคาเริ่มต้นคันละ 12 ล้านบาท แต่ดูจากภาพก็รู้ว่ายอดจองเต็มโควต้าทุกปี ผลงานของ Lunaz แบ่งเป็นสองรุ่นย่อย เริ่มจาก “Country” ในสีฟ้า Maya Blue เป็น Land Rover Range Rover รุ่นคลาสสิคที่นำมาตัดหลังคาแบบ drop-top ใช้ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 360 แรงม้า แรงบิด 612 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ all-wheel-drive ด้านในตกแต่งอย่างหรูและทันสมัย ด้านหลังมีที่นั่งเลาจน์สำหรับผู้โดยสาร 6 คน ปูพื้นด้วยไม้ Mocca Walnut อย่างกับนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นโรงแรมหรู รุ่นต่อมาคือ “Town” ใช้ตัวถัง long-wheelbase Range Rover เน้นความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารมากกว่าจะเน้นลุย หลังคาสามารถเปิดได้แบบ open-top หากต้องการรับลม ภายในใช้จอ
Nissan Z GT4 เปิดตัวอย่างหล่อในงาน SEMA 2022 มาพร้อมป้ายราคา $229,000 หรือราว 9 ล้านบาท ไม่รวมภาษีไทย เผื่อใครอยากซื้อไปทำรถแข่ง ถือว่าโหงวเฮ้งดีทีเดียว สำหรับตัวแข่งเวอร์ชันแรกของ Nissan Z ที่พัฒนามาเพื่อแข่งขันในรายการ GT4 class เผยโฉมแล้วบนเวที SEMA 2022 มาพร้อมขุมพลังเริ่มต้น VR30DDTT twin-turbo V6 450 hp 443 lb-ft of torque ซึ่งเป็นตัวเลขที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของ “Balance of Performance” (BOP) ที่จำกัด max output ไว้ไม่ให้จูนกันแรงเกินไป แปลว่ารถคันนี้ยังสามารถไปได้เร็วกว่านี้อีกหลายเท่าตัว ภายนอกของรถคันนี้แต่งขึ้นมาสำหรับงาน SEMA โดยเฉพาะ ดังนั้นรถแข่งคันจริงอาจจะมีสีและลวดลายที่แตกต่างออกไป ตัวเลข 23 บนฝากระโปรงรถเป็นเลข Exclusive Number ของ Nissan ซึ่งระลึกถึงประวัติศาสตร์ด้านการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ในช่วงปี
กระตุกผ้าคลุมเผยโฉมออกมาแล้วครับ สำหรับ Hypercar คันล่าสุดที่สร้างขึ้นเพื่อลงแข่งขันรายการ FIA WEC World Endurance Championship (WEC) เป็นการกลับสู่การแข่งขัน Le Mans ในรอบ 50 ปี ภายใต้รหัส 499P ซึ่งสะท้อนดีไซน์แรงบันดาลใจจาก Ferrari 312 Group 6 ในปี 1971 และรถแข่งทั้งสองคันจะใช้หมายเลข 50 และ 51 จาก 312 เช่นเดียวกัน Ferrari 499P Hypercar ใช้ขุมพลัง hybrid เครื่องยนต์ 3.0-liter V6 Twin-Turbo ที่สร้างขึ้นใหม่โดย Ferrari Attivita Sportive GT sportscar racing department วางตำแหน่ง mid-rear ให้กำลังสูงสุด 680 horsepower พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าประกบล้อคู่หน้าให้กำลังอีก
ความร่วมมือที่สั่นสะเทือนทั้งวงการแฟชั่นและมอเตอร์ไซค์ Moto Guzzi จับมือ Gucci และ Palace ออกมอเตอร์ไซค์ลิมิเต็ดเอดิชั่นที่จะกลายมาเป็นคอลเลกชั่นระดับตำนาน งานสร้างสรรค์จากแบรนด์มอเตอร์ไซค์และแบรนด์แฟชั่นที่เป็นภาพแทนของอิตาเลียนสไตล์สุดคลาสสิคอย่าง Moto Guzzi และ Gucci ร่วมด้วย Palace แบรนด์สตรีทแวร์สัญชาติอังกฤษ ทั้งหมดอยู่ในโฉมของมอเตอร์ไซค์ที่ทุกคนตั้งตารอที่สุดของปีนี้ Moto Guzzi V7 ลิมิเต็ดเอดิชั่น กล่าวได้ว่านี่คือการปะทะและรังสรรค์อันยอดเยี่ยมระหว่างโลกที่ดูไม่อาจจะเชื่อมโยงกันได้ทั้งสองใบ ด้วยแรงบันดาลใจจากความหลงใหลในวัฒนธรรมสิงห์นักบิดของ Palace เสริมด้วยวิสัยทัศน์สุดล้ำของ Gucci และที่ขาดไม่ได้คือ V7 หนึ่งในรุ่นรถที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Moto Guzzi มาพร้อมดีไซน์ที่เกิดจากการตีความใหม่ของแบรนด์ระดับโลกทั้งสาม Moto Guzzi V7 Gucci Palace จึงเปี่ยมด้วยรายละเอียดอันเฉียบล้ำ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลกมอเตอร์ไซค์ นี่คือโปรเจกต์ที่ขับเคลื่อนด้วย Vault แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ Gucci พัฒนาขึ้นเพื่อค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของการสร้างสรรค์ ซึ่งสอดพ้องกับวิสัยทัศน์ของ Moto Guzzi ที่สรรสร้างมอเตอร์ไซค์เพื่ออุทิศแด่จิตวิญญาณอันเป็นอิสระของผู้ขับขี่ ทั้งนี้ พร้อมกับการวางจำหน่ายทางป๊อบ-อัพสโตร์บางแห่ง Moto Guzzi V7 Gucci


