ก่อนหน้านี้ Hublot (อูโบลท์) เคยสร้างมาตรฐานนาฬิกาที่ทั้งโดดเด่นสวยงามและป้องกันรอยขีดข่วนได้ยอดเยี่ยมระดับโลก กับ Hublot Magic Gold ที่ใช้ทอง 24K ในการผลิตตัวเรือนมาแล้ว วันนี้ Hublot เปิดตัวนาฬิกาที่น่าประทับใจและน่าเก็บสะสมใน Collection อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มีทั้งความหรูหรา และความโดดเด่นที่ชาว Streetwears สามารถสวมใส่เข้าได้กับหลายสไตล์แน่นอน โดยเฉพาะคนที่ชอบแต่งตัวโทนแดงของ Supreme เพราะ Hublot Big Bang Unico “Red Magic” สีแดงเรือนนี้เป็น Limited Edition ที่เท่สุด ๆ ไปเลย Hublot Big Bang Unico 45mm. เรือนนี้ผลิตด้วยวัตถุดิบ Ceramic ที่ไม่ธรรมดา เพราะเป็น Vivid-Red Ceramic Structure หรือเซรามิกสีแดงสดตัดโทนดำบริเวณหน้าปัด ปุ่มกด และเม็ดมะยม ซึ่งเป็นขั้นตอนการผลิตครั้งแรกของโลก ไม่ว่าใครเห็นนาฬิกาเรือนนี้จากมุมไหน คงต้องหันมามองให้ความสนใจระดับ Big Bang สมชื่อ ตัวเรือนน้ำหนักเบาจากเซรามิกที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนกว่าวัตถุดิบชนิดอื่น
ใกล้จะได้ชมตัวเต็มเข้าไปทุกทีสำหรับ Palace Ralph Lauren คอลเลกชันจากการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ Laxury Fashion เก่าแก่จากอเมริกาอย่าง Polo Ralph Lauren และแบรนด์สเก็ตบอร์ดของเกาะอังกฤษที่รู้จักกันดีในชื่อ Palace เพราะล่าสุดมีการปล่อย Lookbook ออกมาเรียกน้ำย่อยหนุ่ม ๆ ที่กำลังรอคอยให้เห็นผลงานตัวอย่างก่อนจะวางขายในช่วงเดือนหน้า https://vimeo.com/297605695 วิดีโอตัวอย่างและ LookBook ของ Palace Ralph Lauren ถูกเล่าผ่านแนวคิด Wild West แต่ผสมผสานความเป็นสตรีตด้วยการใช้นายแบบจาก PALACE SKATEBOARDS TEAM ไม่ว่าจะเป็น Chewy Cannon, Juan Saavedra, และ Rory Milanes แต่เปลี่ยนจากการเตะ Kick Filp แผ่นสเก็ตบอร์ดมาเป็นการขี่ม้า และรถสุดคลาสสิกอย่าง Volkswagen Golf Mk2 และ BMW 3 series E30 ซึ่งทั้งสองคันมากับลวดลายดีไซน์เป็นชื่อแบรนด์ข้างตัวรถ แต่แน่นอนว่าไฮไลต์จะต้องเป็นรูปแบบของเสื้อผ้าที่ถูกเปิดเผยออกมานำโดย Upper–Bottomwear
ดูเหมือน James Jebbia ผู้ก่อตั้ง Supreme จะมีความชื่นชอบในเสน่ห์ของภาพยนตร์อยู่ไม่น้อย หลังจากพวกเขาได้เปิดตัวโฆษณาที่มีภาพของยอดผู้กำกับชาวเอเชียอย่าง John Woo กำลังสวมใส่เสื้อ Supreme box logo และนั่งบรรยายถึงขั้นตอนการถ่ายทำภาพยนตร์ในตำนาน The Killer (1989) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ในชื่อ Supreme x John Woo “The Killer” The Killer (1989) เป็นภาพยนตร์แนวแอคชั่นที่ถูกเขียนบทและกำกับโดย John Woo เรื่องราวในหนังพูดถึง Ah Jong นักฆ่าที่กำลังรับภารกิจสุดท้ายเพื่อนำเงินไปรักษานางเอกซึ่งตาบอดจากอุบัติเหตุที่ตัวเขามีส่วน แต่สุดท้ายกลับโดนหักหลังและถูกไล่ล่าโดยหัวหน้าของตัวเอง ในขณะเดียวกันตำรวจชื่อ Li Ying ก็กำลังตามสืบคดีและตามจับตัว Ah Jong ด้วย แต่สุดท้ายสถานการณ์ก็บีบบังคับให้ทั้งสองคนต้องร่วมมือกันต่อสู้กับความไม่แฟร์ของชีวิต นำมาสู่การคิดบัญชีแค้นครั้งใหญ่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวลี “ลูกผู้ชาย ฆ่าได้หยามไม่ได้” ให้เราได้ยินมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ The Killer จะทำได้รายได้ไปเพียง 18.5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ในบ้านเกิดของตัวเอง แต่จุดเริ่มต้นความเป็นตำนานกลับเริ่มขึ้นในตอนที่มันถูกส่งเข้าไปตีตลาดภาพยนตร์ตะวันตกรวมถึง Hollywood และด้วยซีนบู๊ที่ใช้องค์ประกอบแบบหนังกำลังภายในมาผสมกับเรื่องราวสมัยใหม่ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์หนังแอคชั่นเฉพาะตัวของ
ดูเหมือน London และ New York จะแคบเกินไปแล้วสำหรับ Palace Skateboards สตรีตแวร์ชื่อดังจากประเทศอังกฤษ เพราะตั้งแต่พวกเขามีหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกในปี 2015 มาวันนี้พวกเขาเตรียมขยับขยายกิจการข้ามทวีปมาเปิดสาขา 3 เอาใจสายสตรีตไกลถึงโตเกียว แต่เวลาเดียวกันก็เป็นเรื่องดีสำหรับหนุ่มไทย เพราะร้านมันย้ายมาอยู่ใกล้กว่าเดิมเยอะมาก จะได้มีเหตุผลในการไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งข้อ ใครจะคิดว่าแบรนด์สเก็ตบอร์ดที่สร้างขึ้นมาจากความหลงใหลอย่าง PalaceSkateboards หรือ Palace จะกลายมาเป็นแบรนด์สตรีตแวร์ซึ่งปัจจุบันคงพูดได้ว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกันกับแบรนด์ Supreme และ Stussy แบบไม่อายปาก พวกเขาเริ่มจากการไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเองโดยขายผ่าน Online Store เพียงช่องทางเดียวจากนั้นจึงเริ่มวางขายในร้านสเก็ตบอร์ดในตำนานของอังกฤษที่รู้จักกันอย่าง SLAM CITY SKATES ต่อมาไม่นานงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแบบแฟชั่นสเก็ตบอร์ดของอังกฤษยุค 90’s บวกกับการตลาดที่ไม่เหมือนใครก็ดึงดูดให้แบรนด์น้อยใหญ่สนใจพากันมาร่วม Collab ด้วยมากมายไม่ว่าจะเป็น Umbro, Reebox หรือว่า Adidas ทำให้พวกเขาถูกรู้จักเป็นวงกว้างมากขึ้น ขณะเดียวกันเสื้อผ้าของ Palace ก็เป็นที่ต้องการของแฟชั่นนิสต้าทั่วโลก ในปี 2015 ชายผู้ก่อตั้งแบรนด์ Lev Tanju ก็ตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า The Palace ‘Pop-Off’ Shops ก่อนจะเปิดร้านสาขา 2 ขึ้นใน New
ไม่รู้ว่าเป็นแผนการตลาดหรือเป็นเพราะผลงานที่โดดเด่นกันแน่ สำหรับแบรนด์ไฮ-สตรีตชื่อดัง OFF-WHITE™ หลังจากที่ล่าสุดพวกเขาถูกยกให้เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ร้อนแรงที่สุดของโลกในปี 2018 แซงหน้า Gucci แชมป์เก่าไปแล้วเรียบร้อย แถมส่งผลให้ผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง Virgil Abloh เข้าไปอยู่ในรายชื่อผู้ถ้าชิง Designer of the Year ในงาน Fashion Awards 2018 อีกด้วย Lyst เว็บไซต์แฟชั่นชื่อดังได้ทำการจัดอันดับแบรนด์สินค้าแฟชั่นที่เรียกว่า The Lyst index 2018 โดยผลของการทำโพลดังกล่าววิเคาะห์จากแพลตฟอร์มของพฤติกรรมในการค้นหาของ และซื้อจากกลุ่มลูกค้าของเว็บไซต์ ซึ่งมีผู้เข้าชมถึง 5 ล้านคนต่อเดือน จากจำนวนร้านค้าออนไลน์กว่า 12,000 ร้าน รวมถึงใช้สถิติของการค้นหาใน Google, ยอดขาย ตลอดจนอิทธิพลของสินค้าต่อสังคม โดยอันดับหนึ่งตกเป็นของ OFF-WHITE™ แบรนด์สตรีตสุดไฮป์ที่กำลังมาแรงสุดฉุดไม่อยู่ในขณะนี้ พวกเขาเบียดเอาชนะแชมป์เก่าใน Q2 อย่าง Gucci จากการปล่อยผลงาน 33 รายการ ส่งผลให้พวกเขามียอดการค้นหาคิดเป็น 14 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับ 3 ใน 20
ตุลาคมนี้เราจะได้เห็น Bally กับการเปิดรับวัฒนธรรม Hip-Hop และ Street Culture เพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นการโคจรมาพบกันระหว่างศิลปินสตรีตอาร์ตสุดเจ๋งจากประเทศอังกฤษกับแบรนด์เครื่องหนังสุดหรูหรากบัคอลเลกชันล่าสุดในชื่อ BALLY x SHOK-1 Limited Edition Capsule Collection ที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความมุ่งมั่นอันยาวนานของ Bally ในการสร้างสรรค์ผลงานตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 20 คอลเลกชันใหม่นี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Bally และศิลปินมากฝีมือชาวอังกฤษ Shok-1 ผู้โด่งดังจากผลงานกราฟิตี้ที่มีแรงบันดาลใจมาจากภาพเอ็กซเรย์ ซึ่งเป็นไอเดียการคัดเลือกของ Swizz Beatz โปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัล Grammy Awards พร้อมกับนักธุรกิจชื่อดังที่เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Jay-Z และ Kanye West มาแล้วทั้งหมดร่วมกันสร้างผลงานชิ้นพิเศษที่มีเอกลักษณ์และเรื่องราวที่น่าสนใจ เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะบนท้องถนนกับความสัมพันธ์ของ Bally และ Sub-Culture ซึ่งผลงานที่ออกมาเป็นเหมือนกันงานศิลปะที่สวมใส่ได้จริงผ่านแนวทางเสื้อผ้าแนวสตรีต เปิดตัวให้ยลโฉมครั้งแรกในหนึ่งถิ่นกำเนิด Streetwear ของโลกอย่างเมืองโตเกียวประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับอีเว้นท์พิเศษมากมายไม่ว่าจะเป็น นิทรรศการจัดแสดงภาพศิลปะขนาดใหญ่ครั้งแรกในญี่ปุ่นของ Shok-1 ใจกลางย่านชิบูย่า เนรมิตชั้นบนสุดของแฟลกชิปสโตร์สาขา Ginza ให้กลายเป็น Pop-up Gallery เพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะเป็นเวลา
เพราะแฟชั่นและสไตล์มีการเกิดใหม่ขึ้นมาบนโลกเสมอ แต่ในเวลาเดียวกันมันก็คือการวนกลับมาใช้กลิ่นอายเดิม ๆ ที่เคยรับความนิยม นำมาปรับปรุงใหม่อีกครั้งผ่านการดีไซน์และการใช้งานที่ต่างกันออกไป ซึ่งทั้งสองก็มีเอกลักษณ์และลายเส้นเป็นเสน่ห์ของตัวเอง แต่จะเจ๋งแค่ไหนถ้าเราจับเอาข้อดีในของทั้ง 2 ยุคสมัยมามัดรวมกันไว้ในสิ่งเดียว เหมือนกับที่ Adidas ทำกับรองเท้าทั้ง 8 คู่ในคอลเลกชันที่ปล่อยออกมาล่าสุดในชื่อ “Never Made” Never Made คอลเลกชันรองเท้าใหม่จากแบรนด์กีฬาสุดเก๋าอย่าง Adidas Original พึ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ ที่งาน Hypefest ณ มหานครนิวยอร์กเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทาง Adidas บอกว่ามันคือ “Collection of Hybrid Sneakers” สร้างมาจากแนวความคิดที่ต้องการผสมผสานระหว่างรูปแบบของ UPPER รองเท้าจากยุค Old School ที่เป็นตำนานในอดีต ให้เข้ากับนวัตกรรม Mid-Sole ของรองเท้า New School ยุคปัจจุบัน ประกอบไปด้วยรองเท้าจำนวน 8 คู่จาก 3 คอลเลกชันได้แก่ 70s-inspired, 80’s-influenced และ 90’s Tech มาดูกันต่อว่าในแต่ละเซตจะมีคู่ไหนสวยถูกใจหนุ่ม
อาดิดาส ออริจินอลส์ เผยโฉมการกลับมาอีกครั้งของโมเดล P.O.D-S3.1 ด้วยแคมเปญใหม่ที่ร่วมกับนักฟุตบอลระดับโลกและไอคอนยุคใหม่อย่าง พอล ป็อกบา (Paul Pogba) ภายใต้แนวคิด ‘great alone, better together’ ชานเมืองของปารีส ป็อกบามาในบทบาทของนักเล่าเรื่อง เขาได้รำลึกถึงการฝึกซ้อมของเขา เล่าให้ฟังเกี่ยวกับกับผู้ที่คอยสนับสนุนเขามาโดยตลอด โดยเฉพาะครอบครัวและเพื่อนๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของป็อกบา โดยแคมเปญนี้สะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบของ P.O.D-S3.1 และแนวคิดที่ว่าการอยู่ลำพังมันก็ดี แต่การอยู่ด้วยกันมันย่อมดีกว่า สำหรับแคมเปญ P.O.D-S3.1 ในเดือนตุลาคมนี้ นับเป็นการยกย่องผู้คนรอบตัวของป็อกบา จากคำบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านมุมมองของเด็กวัยรุ่นในกรุงปารีส ที่เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงที่รายล้อมอยู่รอบตัว ด้วยความเชื่อที่ว่าผู้คนที่อยู่ในชีวิตของเขานั้น สามารถบ่งบอกความเป็นตัวเขาได้ดีที่สุด และยังมีส่วนช่วยที่ทำให้เขาเป็นป็อกบาในวันนี้ การกลับมาของ P.O.D. – S3.1 ในครั้งนี้ ยึดตามรูปแบบของโมเดลเดิม ส่วน upper เป็นโครงสร้างจากผ้านิตที่ห่อหุ้มตั้งแต่ส่วนหน้าเท้าถึงส้นเท้า พร้อมเปิดตัว 2 สีสันใหม่ สีขาว และสีดำ ต้อนรับเดือนตุลาคมด้วยดีไซน์อันโดดเด่น สีขาวเรียบง่ายแต่งดงาม ในขณะที่สีดำถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดใสอย่างสีชมพู สีน้ำเงิน สีเขียว และสีแดง ที่ส่วนต่างๆ
รองเท้า Sneaker ที่ได้ชื่อว่ากัดเจ็บแต่ก็จำเป็นต้องใส่ เพราะความเท่ระดับ Iconic ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1966 โดย Paul Van Doren และ James Van Doren จากร้านเล็ก ๆ ที่มีลูกค้าไม่กี่คน สู่แบรนด์รองเท้าที่มีความเฉพาะตัว และเป็นหนึ่งใน Icon ของความเป็นอเมริกันที่แทรกซึมเข้าไปในหลาย Culture ไม่ว่าจะเป็น Rock Culture หรือ Extreme Sports อื่น ๆ ด้วย ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ เจตนารมณ์ของคนตระกูล Van Doren ได้ส่งต่อมาในหลากหลาย Edition ซึ่งวันนี้เราจะเลือกหยิบเอา 5 รุ่นล่าสุดที่น่าสนใจ และควรค่าแก่การเก็บสะสมสำหรับคนรัก Vans โดยเฉพาะ Vans & CULT “CRUEL WORLD SEND RESCUE” อย่างที่บอกไปว่า Vans ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในวงการ Skateboarding เท่านั้น Vans &
ASICSTIGER (เอสิกส์ไทเกอร์) แบรนด์สนีกเกอร์ระดับตำนาน และ 24 KILATES (ทเว้นตี้โฟล์ กิลาเต้) ร้านสนีกเกอร์ระดับโลก เดินทางกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในรองเท้ารุ่น Limited Edition รุ่นใหม่ โดยจะพาคุณเดินทางไปบนขบวนรถไฟสุดหรู “24 KILATES x ASICSTIGER GEL-LYTE III EXPRESS” อันได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “Eastern & Oriental Express” (อีสเทิร์น แอนด์ โอเรียนทอล เอ็กซ์เพรส) ขบวนรถไฟไทยเส้นทางกรุงเทพฯ – สิงคโปร์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความหรูหราติดอันดับโลก Eastern & Oriental Express จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในการเดินทางที่หรูหราและน่าประทับใจที่สุดเส้นทางหนึ่งในโลก เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 1995 ซึ่งก็ครบรอบ 25 ปีในปีนี้ โดยจุดเด่นไม่ได้มีเพียงความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังนับเป็นหนึ่งในบรรดาขบวนรถไฟระดับหรูที่ดีที่สุดในโลก การเดินทางบนขบวนรถไฟที่ได้รับการการตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ เดินทางไปบนเส้นทางที่สวยที่สุดของประเทศไทย ผ่านจุดชมวิวที่ได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันสวยงามของสองข้างทางและตาม จุดชมวิวต่างๆ ได้สัมผัสทั้งวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นไปพร้อมการบริการอันหรูหราในระดับเดียวกับโรงแรม 5 ดาว เส้นทางนี้จึงเป็นหนึ่งในจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สำหรับการร่วมงานของ ASICSTIGER


