แม้จะมีผลวิจัยมากมายยืนยันว่าผิวผู้ชายนั้นแข็งแกร่ง เสื่อมโทรมได้ยากกว่าผู้หญิง เพราะฮอร์โมนเพศชายนั้นมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นเส้นใยที่ยึดโยงให้เซลล์ผิวของมนุษย์เต่งตึง ทำให้มนุษย์ผู้ชายอย่างเรา ๆ มีข้อได้เปรียบในเรื่องของผิวที่เสื่อมโทรมได้ช้ากว่าผิวของสาว ๆ ทั้งหลาย แต่ก็ใช่ว่าจะย่ามใจในความได้เปรียบของเพศสภาพ ไม่ดูแลบำรุงอะไรทั้งสิ้น ปล่อยเซอร์จนหน้าโทรมหมดสง่าราศีก็คงไม่ไหว เพราะต้องไม่ลืมว่าทุกวันนี้มลภาวะ ฝุ่น ควัน และแสงแดดแผดเผาของประเทศไทย ต่างก็ง้างหมัดรอที่จะเข้ามารุมทำร้ายผิวหน้าได้ทุกเมื่อ ยิ่งเป็นผู้ชายยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์หนักหน่วง ใช้ชีวิตเต็มที่ในทุกด้าน ตอนทำงานก็ทุ่มเทเคร่งเครียด เวลาพักผ่อนก็กินดื่มเที่ยวเล่นสุดเหวี่ยงตะลุยไปทุกที่แบบไม่กลัวพลังหมด ยิ่งมีโอกาสที่ผิวหน้าจะอ่อนล้า อ่อนแรง แห้งเหี่ยวก่อนวัยอันควร ทางที่ดีเราแนะนำให้หมั่นดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วย 3 วิธีง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ที่เราอยากให้หนุ่ม ๆ UNLOCKMEN เริ่มทำกันเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อผิวหน้าดี ๆ คงความเท่เอาไว้ได้อย่างยืนยาว ความสะอาดคือพื้นฐานของการดูแลผิวหน้า การล้างหน้าคือขั้นตอนพื้นฐานง่าย ๆ ที่ผู้ชายหลายคนมองข้าม มักจะปล่อยปละละเลย เน้นเร็ว เน้นสะดวกเข้าว่า จนทำให้หยิบอะไรก็ได้ที่พอจะหาเจอในห้องน้ำ แล้วทำให้เกิดฟองได้ เอามาละเลงล้างหน้า กะว่าให้หน้าหายมันเป็นพอ ซึ่งนั่นคือเรื่องผิดมหันต์ ถ้าผิวหน้าดีผิวหน้าแข็งแกร่งอยู่แล้วเป็นทุน อาจยืดระยะเวลาของปัญหาผิวออกไปให้นานหน่อย แต่ถ้าเป็นผู้ชายที่มีปัญหาผิวอยู่แล้ว ทั้งหน้าแห้ง หน้ามัน หน้าแพ้ง่าย
ปฎิเสธไม่ได้ว่า topic ที่เป็นกระแสพูดถึงมากที่สุดในบ้านเราขณะนี้ คงจะหนีไม่พ้นโปรเจ็คต์วิ่งเพื่อชาติของร็อกเกอร์หนุ่มชื่อดังอย่าง ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน Bodyslam ที่ตั้งเป้าหมายจะเป็นคนไทยคนแรกที่สามารถวิ่งจากจุดใต้สุดไปยังจุดเหนือสุดของประเทศ เพื่อร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งในจุดนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ต้องขอคารวะและเอาใจช่วยให้ คุณ ตูน Bodyslam สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้ เพราะต้องยอมรับว่าการที่คน ๆ หนึ่งจะลุกขึ้นมาใช้ร่างกายของตัวเองเสียสละเพื่อส่วนรวม มันเป็นการกระทำที่น่ายกย่องอย่างมาก แต่วันนี้เราจะไม่ขอมาพูดหรือถกเถียงเหมือนที่ในโลกโซเชียลจุดประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการวิ่งครั้งนี้ เพียงแต่เราจะมาเจาะลึกไอเทมต่าง ๆ ที่ ตูน Bodyslam สวมใส่ เพราะปฎิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งของเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เขาสามารถบรรลุเป้าหมายได้ นอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมของร่างกาย ทีมพยาบาลที่คอยสนับสนุน #Firstgear มาเริ่มกันที่ชิ้นแรกซึ่งเปรียบได้กับหัวใจสำคัญในการนำพา ตูน Bodyslam ไปให้ถึงยังแม่สายอย่างปลอดภัยนั่นคือ รองเท้าที่จะต้องทำหน้าที่ปกป้องเท้า ช่วยเซฟอาการบาดเจ็บต่าง ๆ จากการวิ่งระยะทางไกลกว่า 2,191 กิโลเมตร โดยทาง ตูน Bodyslam ได้เลือกใช้รองเท้า Nike Zoom Vaporfly 4%
หากพูดถึงแฟชั่นยุค 70’s ยุคที่แฟชั่นผู้ชายมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมหลังผ่านช่วง Mid-Century ยุคสมัยที่แฟชั่นผู้ชายมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว แรงบันดาลใจจากการแสดงความเป็นตัวเองออกมา ความหลากหลายของ Sub-culture ที่วางรากฐานสไตล์ผู้ชายมาถึงปัจจุบัน ดังนั้นแฟชั่นในยุค 70’s จึงเติบโตบนความ Rebellion & Individuality อย่างเต็มที่ มันจึงเต็มไปด้วยความหลากหลาย และการลองผิดลองถูกของสไตล์การแต่งตัว บางคนก็บอกว่ามันเป็นยุคเฟื่องฟูของแฟชั่น บางคนก็มองว่ามันเป็นยุคแห่งการลองผิดลองถูก แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องยอมรับว่า 70’s men style เป็นอีกรากฐานที่ทำให้เกิดแนวทางแฟชั่นผู้ชายที่ลงตัวในปัจจุบัน สำหรับเราแล้ว ยุค 70’s ถือว่ายอดเยี่ยมไม่แพ้กับยุคไหน ๆ เรียกว่าเป็นยุคแห่ง individuality ที่คนมีอิสระด้านการแต่งตัวที่สุด ถ้าหากเราย้อนกลับไปในช่วงเวลาดังกล่าว ความอิสระนี้ทำให้วงการแฟชั่นได้รู้จักกับผ้ายืด Spandex หรือแม้กระทั่งผ้า Nylon ที่ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งมันยังเป็นขวบปีที่เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด กางเกงขาม้าได้รับความนิยมอย่างมาก จนใคร ๆ หลายคนอาจจะจดจำ และเรียกแทนยุคนี้ว่า ยุค Disco ซึ่งใครเป็นแฟนซีรีย์ชื่อดัง “ That 70’s Show ” ที่ทำให้ Ashton
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงในปีนี้ สำหรับการแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตที่มีลวดลายไม่ว่าจะเป็น ฮาวาย ลายดอก โพลคาดอท และอีกมากมาย แต่การแต่งตัวแบบสีสันจัดจ้านล้วนต้องอาศัยความกล้า และความพอดีที่จะจัดวางไอเทมต่าง ๆ ให้ออกมาอย่างลงตัว เพราะบ่อยครั้งการที่เรายัดประโคมทุกอย่างลงไปอาจจะไม่ได้เป็นผลดีต่อภาพรวมเมื่อออกมาเป็น Outfit ที่เสร็จสมบูรณ์ ในทางกลับกันแล้วถ้าชาว UNLOCKMEN สามารถเลือกได้อย่างเหมาะสม การแต่งตัวด้วยเสื้อลายปริ้นท์ก็จะทำให้เราโดดเด่น Outstanding และดูเป็นคนแต่งตัวเก่งขึ้นมาในทันที ดังนั้นเพื่อเป็นการเกาะกระแสนี้ ทีมงาน UNLOCKMEN ขอนำวิธีการมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อปริ้นท์ออกมาอย่างไรให้ดูเฉียบไม่ตกเทรนด์ เลือกไซส์ที่ใช่สำหรับตัวคุณ การซื้อเสื้อลายปริ้นท์ควรเลือกให้มีขนาดพอดี หากหลีกเลี่ยงได้การใส่แบบรัดติ้วพอดีตัวจะเป็นอะไรที่โอเคมากเพราะคงไม่มีใครอยากโดนเพื่อนแซวว่าเตรียมตัวใส่เสื้อลายพร้อยไปเล่นสงกรานต์แน่ ๆ และถ้าหากคุณชอบที่จะดูมีสไตล์ที่แตกต่างการเลือกเสื้อปริ้นท์แบบโอเวอร์ไซส์ขึ้นมาหน่อยนิดหนึ่งจะช่วยให้ลุคการแต่งตัวของคุณมีมิติมากยิ่งขึ้น เลือกโทนสีให้เหมาะกับสีผิว โทนของเสื้อลายปริ้นท์นั้นมีสีให้เลือกค่อนข้างเยอะมาก หากคุณเป็นคนขี้อาย และไม่มีไอเดียในการแต่งตัวมากนักก็ไม่ควรจะเลือกให้มันฉูดฉาด เพราะจะทำให้นำมามิกซ์เข้ากับกางเกง และรองเท้าได้ยาก ดังนั้นสีที่ทีมงาน UNLOCKMEN ว่าใส่แล้วรอดเกือบทุกคน ได้แก่ เสื้อที่มีสีพื้นเป็น แดง น้ำเงิน ขาว ดำ ส่วนสีสันลวดลายก็เลือกตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรจะเลือกเสื้อที่มีสีปนกันอยู่บนตัวมากเกินกว่า 3-4 สีขึ้นไป ระวังลวดลายของดอกบนเสื้อ ถ้าคุณเป็นคนตัวใหญ่ก็ควรจะเลี่ยงลายดอกใหญ่ ๆ เด็ดขาด เพราะมันเหมือนการไปเน้นสัดส่วนให้ดูตัวใหญ่มากขึ้นไปอีก ทางออกง่าย ๆ เพียงแค่หาลายดอกเล็ก
Stranger Things Season 2 ถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ทุกคนตั้งตารอมาแรมปี แถมเมื่อออกฉายแล้วก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เพราะความสนุกจัดเต็มทวีคูณกว่าเดิมถึงสองเท่า สมชื่อ netflix การันตีอยู่แล้ว แถมนอกเหนือจากเนื้อเรื่องความมันส์ การกลับมาในคราวนี้เพิ่มดีกรีรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมสไตล์แฟชั่นภายในเรื่องถูกออกแบบจัดออกมาได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้กัน อาจเป็นเพราะปัจจุบันเทรนด์แฟชั่นยุค 80s ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาเหตุการณ์ในซีรี่ส์กำลังเป็นที่นิยม และถูกพูดอย่างแพร่หลาย เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยอิงกระแส Stranger Things ที่กำลังร้อนแรง Sneakers of the week สัปดาห์นี้จึงได้ทำไกด์รองเท้าของตัวละครหลักภายในเรื่องสำหรับคอซีรีส์พันธุ์แท้ได้ดูไว้เป็นแบบอย่าง เผื่ออยากที่จะหาซื้อมาใส่ตาม Will Byers = adidas campus ตัวละครที่เป็นต้นเรื่องที่เข้าไปสื่อสารกับโลกคู่ขนาน จนเป็นเรื่องราวภายในซีรีส์ Stranger Things ทั้งหมด หากเราสังเกตดูจะเห็นว่าในภาคแรกจะเห็นฉากที่ Will Byers ปั่นจักรยานหลุดเข้าไปในโลกปีศาจ จะพบว่าเขาใส่รองเท้ารุ่นคลาสสิค และเป็นที่นิยมสำหรับเด็กนักเรียนยุค 80s นั่นคือ adidas campus โดย adidas campus เป็นรองเท้ารุ่นที่เกิดจากกลยุทธ์การขายในช่วงปี 80s ซึ่งในช่วงนั่น adidas รุ่น gazelle กำลังประสบปัญหาของขาดตลาด เนื่องจากขายดีเกิน
ถ้าพูดถึงรองเท้าที่เป็น Iconic รุ่นนึงของ Nike ที่ Sneakerheads ให้ความสำคัญมาก ต้องเป็น Air Force 1 รองเท้าเรือธงของ Nike ซึ่งอีกไม่นาน มันก็กำลังจะเข้าสู่ช่วงอายุ 35 ปี นับว่าอายุเยอะกว่าคนที่กำลังอ่านอยู่หลาย ๆ คนแน่นอน ในโอกาสพิเศษแบบนี้ Nike จึงจับมือกับ 5 สุดยอดนักออกแบบจากทั่วโลก Don C, Kareem “Biggs” Burke, Errolson Hugh, Travis Scott และ Virgil Abloh ในโปรเจ็คต์ฉลองครบรอบปีที่ 35 ของสุดยอดรองเท้าระดับตำนานอย่าง “Air Force 1” โดยเลือกใช้สีขาวในการออกแบบรองเท้ารุ่นพิเศษในครั้งนี้ อัล บาอิค (Al Baik) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์อาวุโสของ Nike Sportswear และหัวหน้าดีไซเนอร์ กล่าวเปิดตัวโปรเจ็คนี้ว่า “ไม่มีรองเท้ารุ่นไหนที่เชื่อมโยงโลกแห่งกีฬา ดนตรี
ชั่วโมงนี้ต่อให้ใครไม่เป็นคนที่ชื่นชอบหรือหลงใหลในสตรีทแฟชั่น อย่างไรก็ต้องรู้จักแบรนด์ Supreme เป็นแน่แท้ เพราะในปัจจุบัน Supreme ได้กลายเป็นมากกว่าแค่เสื้อผ้าแฟชั่น แต่มันเปรียบดังลัทธิหรือศาสนาที่คนยอมใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้มันมาไว้ครอบครอง Supreme เองก็ไม่ได้อยู่เฉย พยายามหาพาร์ทเนอร์มาร่วมงาน รวมถึงสร้างสรรค์ผลงานปล่อยคอลเลคชั่นตัวเองออกมาเรียกกระแสความฮือฮาอย่างสม่ำเสมอ อย่างล่าสุด Supreme ได้ทำการ collaboration กับมังงะจากประเทศญี่ปุ่นเรื่อง Akira (คนไม่ใช่คน) นับได้ว่าเป็นการร่วมงานครั้งแรกระหว่าง Supreme กับการ์ตูน เป็นอีกหนึ่งโปรเจคใหม่ที่ทำเอาเหล่าสาวกการ์ตูนญี่ปุ่นรุ่นเก๋า รวมถึงแฟน Supreme ตื้นตันไปตาม ๆ กัน สำหรับเด็ก ๆ ยุคใหม่คงจะเกิดไม่ทันมังงะเรื่อง Akira เลยไม่ทราบถึงความเจ๋ง หรือยิ่งใหญ่ของการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้ แต่รู้หรือไม่ว่ามันคือผลงานชิ้นโบว์แดงของอาจารย์ Katsuhiro Otomo เมื่อปี 1982 อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจสำหรับวงการภาพยนตร์ อาทิ Blade Runner , The Matrix Trilogy เป็นต้น สินค้าคอลเลคชั่นนี้จะประกอบไปด้วย เสื้อ Parka , เสื้อ Work Jacket
ไม่รู้เหมือนกันว่าวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองเทศกาลวันปล่อยผีอย่าง “ฮาโลวีน” เริ่มได้รับความนิยมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็ต้องยอมรับในข้อหนึ่งว่าคนไทยรับเอาค่านิยมต่างชาติเข้ามาค่อนข้างเยอะ ซึ่งดูเหมือนในช่วงปีหลัง ๆ มานี้เด็กยุคใหม่จะรู้สึกอินกับเทศกาลนี้พอสมควร เพราะหากดูตามร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงชื่อดังมากมายล้วนจัดงานเฉลิมฉลองราวกับว่ามันเป็นวันหยุดสำคัญวันหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากความสนุก รื่นเริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในวันฮาโลวีน ไฮไลท์ที่เป็นจุดเด่นทำให้วันปล่อยผีเป็นที่ชื่นชอบในหมู่วัยรุ่นน่าจะมาจากการที่เราและผองเพื่อนสามารถแต่งตัวคอสเพลย์ประหลาด ๆ ได้อย่างที่ชีวิตปกติไม่มีโอกาส จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งวันที่แก๊งค์เพื่อนชอบนัดรวมตัวกันเพื่อออกมาสังสรรค์ ปาร์ตี้ สมชื่อวันปล่อยผี จริง ๆ สำหรับหนุ่ม ๆ UNLOCKMEN ที่ปกติแล้วก็ไม่ได้ชื่นชอบการแต่งตัวคอสเพลย์สักเท่าไหร่ แต่ปีนี้ดันโดนกลุ่มเพื่อน ๆ นัดรวมปาร์ตี้ หรือมีเหตุอันจำเป็นจนต้องไปร่วมกิจกรรมความบันเทิงนี้อย่างไม่สมยอม ซึ่งไอ้ครั้นจะไปแบบธรรมดาแต่งตัวแบบปกติก็ดูไม่ค่อยให้ความร่วมมือ กลายเป็นแกะดำ หรือจะแต่งหน้าผีก็ไม่ใช่ทางอีก วันนี้เราจึงนำไอเดียการแต่งคอสเพลย์ในวันฮาโลวีนสำหรับผู้ชายสายขี้เกียจ แต่ outfit ออกมาโดดเด่นในงานอย่างแน่นอน Patrick Bateman Patrick Bateman คือตัวละครโรคจิตจากภาพยนตร์เรื่อง American Psycho ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่ามันเป็นผีอย่างไร โดยอันที่จริงแล้วในต่างประเทศวันฮาโลวีนไม่ได้จำกัดเฉพาะการแต่งตัวผีเพียงอย่างเดียว ดังนั้นหากเราจะแต่งคอสเพลย์สไตล์โรคจิตก็ได้เช่นกัน สิ่งที่ต้องเตรียม : เสื้อสูทแบบ Double Breasted สไตล์ 80s สี Navy
สำหรับคอ High-Fashion แบรนด์ Givenchy (จีวองชี่) ถือเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์คอนเซ็ปต์อย่างชัดเจน อีกทั้งดีไซน์ต่าง ๆ ล้วนถูกออกแบบมาอย่างโดนใจหนุ่ม ๆ ไม่ว่าจะเป็น Animal Spirit , Rottweiler , Star Print เป็นต้น ซึ่งวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ก็ขอเอาข่าวคอลเลคชั่นใหม่ของ Givenchy มานำเสนอ สำหรับคอลเลคชั่นใหม่ของ Givenchy คือ Spring 2018 Pre-Collection ที่ถูกออกแบบโดยทีมสตูดิโอของแบรนด์ ซึ่งคอลเลคชั่นนี้ยึดเอาคอนเซ็ปต์ “ความบริสุทธิ์ ความสง่างาม ความสดใส” จาก 3 โทนสีหลัก ได้แก่ สีขาว สีดำ (Black) , สีน้ำเงิน (Electric Blue) และสีชมพูฟูเซีย (Fuchsia) เติมแต่งด้วยลายปรินท์ทหาร ผสานการออกแบบตัดเย็บที่ประณีต เผยให้เห็นเค้าโครงของเสื้อผ้าอย่างชัดเจน ผ่านวัสดุเนื้อผ้าที่มีความหรูหราตามแบบฉบับของ Givenchy (จีวองชี่) ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก
เมื่อเราพูดถึงรองเท้าบู้ทแน่นอนว่าชื่อแรก ๆ ที่แว้บเข้ามาในหัวก็คือ Timberland รองเท้าบู้ทสุดทนทานที่มีดีไซน์กระชากใจ สามารถใส่ใช้งาน หรือเป็นรองเท้าแฟชั่นได้อย่างไม่เคอะเขิน โดยเฉพาะรองเท้ารุ่น Yellow Boots ที่โดดเด่นจนเป็นไอคอนที่ใคร ๆ หลายคนต้องมีไว้ครอบครองในตู้รองเท้า เนื่องจากทีมงาน UNLOCKMEN เกิดความสนใจในตัวแบรนด์ จึงได้ไปทำการค้นคว้าข้อมูลประวัติของแบรนด์ Timberland มาเล่าสู่กันฟังให้ทุกท่านได้อ่านกันแบบเพลิน ๆ ย้อนกลับไปในปี 1952 นาย Nathan Swartz ได้ทำการซื้อหุ้นของบริษัทรองเท้า Abington เพื่อเริ่มต้นธุรกิจผลิตรองเท้าบู้ทซึ่งตัวเขามองเห็นศักยภาพที่ก้าวมาทำเงินได้ โดยเริ่มแรกเขาตัดสินใจซื้อหุ้นเพียงครึ่งเดียวก่อน เพื่อดูว่าธุรกิจจะสามารถเดินไปข้างหน้าได้ขนาดไหน ซึ่งธุรกิจของพวกเขาก็ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง 10 ปีต่อมาพวกเขาได้นำเทคโนโลยี injection-molding มาใช้กับรองเท้าบู้ทของพวกเขา เนื่องจากสภาพอากาศในเมืองที่มีหิมะตกอยู่เป็นประจำ และรองเท้าบู้ทส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยกันน้ำ จึงเป็นไอเดียให้พวกเขาออกแบบรองเท้าบู้ทที่มีคุณสมบัติพิเศษสามารถกันน้ำได้ในขณะเดียวกันก็ยังป้องกันความเย็นได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย ทำให้รองเท้าจาก Abington เป็นที่นิยมในท้องถิ่น แต่เพื่อเป็นการเปิดตลาดให้กว้างไกลยิ่งขึ้น พวกเขาจึงตัดสินใจย้ายบริษัทไปยัง New Hampshire ในปี 1969 เพื่อเพิ่มขนาดสเกลการผลิตให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และมีการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทเป็น Timberland ในเวลาถัดมา Timberland ต้องการจะเป็นบริษัทผลิตรองเท้าที่สามารถทำรองเท้าบู้ทออกมาในลักษณะหลากหลาย


