หลังจากหายหน้าหายตากันไปนานสำหรับรองเท้าสุดฮอตเขย่าวงการ Sneakers อย่าง adidas Yeezy boost ให้แฟน ๆ นับวันรอว่าเมื่อไหร่จะวางขายเสียที ซึ่งการกลับมาในคราวนี้สร้างอิมแพคระดับ 10 ริกเตอร์ เพราะประกาศพร้อมวางจำหน่ายทีเดียว 3 รุ่นด้วยกัน เริ่มจากรุ่น Yeezy Boost 350 V2 “Semi-frozen Yellow” รองเท้ารุ่น low-top ยอดฮิตจาก Kanye West ซึ่งอันที่จริงมีภาพรองเท้ารุ่นนี้หลุดออกมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่เพิ่งจะมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ และเป็นข่าวดี เพราะ adidas Thailand ได้นำเข้ามาวางจำหน่ายในรูปแบบของการจับฉลาก และออนไลน์ โดยสามารถเข้าไปอ่านกฎกติกาใน link ,link2 สำหรับสเปคของรองเท้าคู่นี้ก็เหมือนกับ Yeezy Boost รุ่นอื่น ๆ ก่อนนี้ไม่ว่าจะเป็นหน้าเท้า primeknit ชิ้นเดียวที่มาสีเหลือง พร้อมชุดพื้นกลางเทคโนโลยี boost ที่สัมผัสนิ่มเด้งใส่สบาย บวกกับพื้นรองเท้าแบบยาง Gum ที่จะทำให้รองเท้าทนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นใครที่สนใจอยากเป็นเจ้าของรองเท้าคู่นี้ รีบเตรียมตัวให้พร้อม
เมื่อประมาณช่วงทศวรรษ 70s ในช่วงที่กระแสฮิปปี้กำลังบูมและเป็นที่นิยม หนึ่งไฮไลท์สำคัญที่เป็นแฟชั่นไอเทมตัวชูโรงของยุค และหลงเหลือมาเป็นร่องรอยอารยธรรมจนถึงปัจจุบัน ก็คงจะเห็นเป็นเสื้อมัดย้อม สีสันจี๊ดจ๊าด ดูแล้วแสบตา ซึ่งไอเทมเสื้อมัดย้อมนั้นเกิดจากความชาญฉลาดของบริษัท Rit ที่นำวิธีการย้อมผ้านี้จากอินเดีย ก่อนผลิตต่อให้กับศิลปินดัง ๆ ใส่เล่นโชว์ในงานเทศกาลดนตรี Woodstock จนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า กระทั่งทุกวันนี้ เสื้อมัดย้อมก็ยังคงเป็นที่ต้องการไม่ว่าจะเทศกาลไหน ๆ ทีมงาน UNLOCKMEN ก็เล็งเห็นว่าในช่วงสิ้นปีอย่างนี้ การแต่งตัวด้วยสีสันก็จะช่วยเพิ่มความสนุกให้กับช่วงเวลาแห่งความสุขเช่นกัน ดังนั้นเราจึงอยากจะมาแนะนำ Style Guide การใส่เสื้อ Tie Dye หรือมัดย้อม เพื่อจะใช้ใส่ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือจะเป็นงานเทศกาลดนตรีก็ดูทำให้สนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น Keep it minimal เนื่องจากเสื้อผ้ามัดย้อมนั้นมีสีสันที่โดดเด่นอยู่แล้ว การที่เราจัดไอเทมอื่น ๆ เพื่อมาแย่งซีนก็ดูจะเป็นอะไรที่ไม่ลงตัวสำหรับการแต่งตัวออกมาหนึ่งลุค ดังนั้นวิธีการง่าย ๆ แค่ keep it simple ทำให้มันเรียบง่ายที่สุด โดยการเลือกไอเทมอย่างพอเหมาะ ไม่ว่าจะเป็นการใส่เสื้อมัดย้อมร่วมกับกางเกงเดนิมสีดำ หรือผ้าฟอกสวมใส่ด้วยรองเท้าผ้าสีพื้น ก็ได้ลุคหล่อ ๆ สำหรับลุคงาน coachella Wearing with
นอกจากดีไซน์ที่ถูกใจ กลไกการบอกเวลาที่เที่ยงตรง ปัจจัยการเลือกเรือนเวลาคู่ใจของเหล่าคนรักนาฬิกา คงหนีไม่พ้นเรื่องราว ประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นาฬิกาไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์บอกเวลา หรือเครื่องระดับที่บ่งบอกฐานะ แต่มันเป็นสิ่งที่สามารถสร้างคุณค่าทางจิตใจให้กับผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ซึ่ง Hamilton ถือเป็นอีกแบรนด์นาฬิกาที่มีหลากรุ่น หลายซีรี่ส์ที่มีเรื่องราวและประวัติอันยาวนาน ผ่านหน้าประวัติศาสตร์กว่า 125 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งแบรนด์ขึ้นที่เมืองแลงคาสเตอร์ รัฐเพนซิลวาเนีย ในปี 1892 โดยเริ่มต้นจากการผลิตนาฬิกาพกคุณภาพสูงในจำนวนน้อย ๆ จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนาฬิกามาตรฐานของการทางรถไฟของสหรัฐอเมริกาในฐานะ “Watch of Railroad Accuracy” และ “The Railroad Timekeeper of America” นอกจากนี้ความยิ่งใหญ่ของเรื่องราวเมื่อครั้งอดีตยังได้ส่งต่อถ่ายทอด DNA มาถึงคอลเลคชั่นปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาสำหรับกองทัพสหรัฐฯ ที่ Hamilton ผลิตในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ในรุ่น Khaki Field หรือคอลเลคชั่น Broadway ที่ตั้งชื่อมาจากนาฬิกาพกรุ่น Broadway ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับ Hamilton เมื่อครั้งอดีต และเมื่อพูดถึงคอลเลคชั่นเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Hamilton ถ้าไม่พูดถึงรุ่น Ventura ก็คงไม่ได้
ถุงเท้า Paul Smith จัดเป็นหนึ่งไอเทมที่จะเข้ามาเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวของคุณได้ไม่ยาก และเติมแต่งลุคการแต่งตัวของคุณให้ดูแฟชั่นมากยิ่งขึ้น สำหรับแคมเปญ #shareyoursocks อีกหนึ่งในแคมเปญจาก Paul Smith ประเทศไทย โดยแคมเปญนี้ต่อยอดมาจากแคมเปญในประเทศอังกฤษ ซึ่งทาง Paul Smith ได้เลือกที่จะเล่นกับหนึ่งในสินค้าขายดีตลอดกาลนั่นก็คือ “ถุงเท้า” ที่ไม่เพียงแต่ผลิตจากเส้นใยคุณภาพดี แต่ยังมาพร้อมกับลวดลายที่โดดเด่น สีสันสะดุดตา เพื่อตอบโจทย์สไตล์ที่หลากหลาย เหมาะกับผู้ชายที่ชอบมิกซ์แอนด์แมทช์ เพราะถุงเท้าเองก็เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ผู้ชายสามารถนำมาทวิสต์ และพลิกแพลง ทำให้การแต่งตัวเรียบ ๆ ดูสนุก และมีซิกเนเจอร์ขึ้นมาได้ทันที STYLING FOR MEN เรามีวิธีการเลือกถุงเท้าลายซิกเนเจอร์ หรือ ลายแพทเทิร์น สีสันแสบ ๆ เพื่ออัพเดท everyday look ไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป โดยการลองจับคู่สีถุงเท้าให้เข้ากับสีแจ็คเก็ต หรือ รองเท้าหนังคู่โปรด ของคุณเพื่อให้ลุคที่ดูแบนราบ โดดเด่นออกมาชนิดหาตัวจับยาก สำหรับผู้ชายที่สนุกกับการแต่งตัวหรือใครที่เป็นแฟนของ Paul Smith ห้ามพลาดแคมเปญ #Shareyoursocks จาก Paul Smith นี้เด็ดขาด เพราะพวกเขาจะเปิดให้ร่วมสนุกและแชร์ไอเดียการสไตลิ่งถุงเท้าได้ตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน 2560
หากใครยังไม่รู้เดือนพฤศจิกายนนี้ในหลาย ๆ ประเทศถูกจัดให้เป็นเดือน MOVEMBER หรือ เดือนแห่งการไว้หนวด ที่เกิดจากการรวมกลุ่มกันของคนที่อยากทำความดี และช่วยเหลือสังคมด้วยวิธีง่าย ๆ แบบผู้ชายแมน ๆ สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักชื่อนี้มาก่อนเลยอาจจะสงสัยว่ามันคือเดือนอะไรมีความสำคัญอย่างไร ซึ่งเราต้องย้อนไปยังจุดเริ่มต้นโครงการนั่นมาจาก ชาวเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ที่ตั้งกลุ่มกันเพื่อไว้หนวดในช่วงเดือน พฤศจิกายน จึงเป็นที่มาของคำว่า MOVEMBER จากการผสานคำระหว่าง Moustache (หนวด) และ November (พฤศจิกายน) เข้าด้วยกัน โดยการรวมกลุ่มนี้ก่อให้เกิดเป็นกิจกรรมที่เหล่าชายหนุ่มซึ่งเรียกตัวเองว่า MO BROS เข้าร่วมแข่งขันไว้หนวดภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน เพราะกลุ่มผู้ก่อตั้งเชื่อว่าหนวดเป็นหนึ่งสัญลักษณ์ของเพศชาย เพราะผู้ชายส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง ไม่ค่อยเจ็บป่วย ทำให้ละเลยในเรื่องของสุขภาพ องค์กรการกุศลที่ใช้ชื่อว่า MOVEMBER มองเห็นเรื่องโรคภัยเป็นสิ่งที่สำคัญจากการที่ผู้ชายชาวออสเตรเลียต้องประสบปัญหาเสียชีวิตจากโรคมะเร็งจำนวนมาก องค์กรการกุศลนี้จึงอยากเป็นตัวกลางที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ชายในการต่อสู้กับมะเร็งต่อมลูกหมากและอัณฑะ รวมไปถึงสุขภาพด้านอื่น ๆ สำหรับวิธีการก็ง่าย ๆ คนที่อยากจะเข้าร่วมโครงการนี้ เริ่มจากการเตรียมพร้อมด้วยใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน และต้องเลี้ยงหนวด ห้ามตัด เล็มเป็นอันขาดจนกว่าจะถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน หลังจากนั้นจะเปิดให้ผู้ใจบุญเข้ามาบริจาคเงินกับความพยายามของหนุ่ม ๆ เหล่านี้ เพื่อนำเงินสมทบทุนไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่ประสบปัญหาเกี่ยวมะเร็งต่อมลูกหมากและอัณฑะที่ขาดแคลนในเรื่องทุนทรัพย์ต่อไป ซึ่งมันเป็นแฟชั่นการกุศลที่ฮิตมาก ไม่เฉพาะในประเทศ
สำหรับ Sneakers of the week เรายังคงเกาะกระแสอยู่กับ ตูน Bodyslamทำให้วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จะขอพาไปส่องรองเท้าวิ่งเจ๋ง ๆ ที่เคยผ่านเท้าของ ตูน Bodyslam สืบเนื่องมาจากโปรเจควิ่งช่วยชาติที่ปัจจุบันเขาสามารถรับบริจาคเงินได้มากกว่า 150 ล้านบาทแล้ว ซึ่งเราก็ขอเอาใจช่วยให้ ตูน Bodyslam รับยอดบริจาคได้ตามเป้าหมาย และนำไปส่งต่อให้กับโรงพยาบาลทั้ง 11 จังหวัดทั่วประเทศ Nike Lunarepic Flyknit Shield iD “รุ่งอรุณ” สำหรับรองเท้าคู่นี้เป็นรองเท้าที่ตูน Bodyslam สั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ในโครงการวิ่ง ก้าวคนละก้าว เมื่อปีที่ผ่านมา จาก กรุงเทพมหานคร ถึง อ.บางสะพาน จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ด้วยระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร ซึ่งความพิเศษของรองเท้ารุ่นนี้คือจะเป็นรองเท้าวิ่งที่ใช้วัสดุผ้าถักทอแบบโครงสร้างชิ้นเดียวในลักษณะหุ้มข้อ จึงมีความยืดหยุ่น และระบายกาศได้อย่างดี แถมยังใช้พื้นกลางที่เรียกว่า Lunarlon นิ่มตอบสนองการยุบตัวในจังหวะเท้ากระทบพื้นได้เป็นอย่างดี และนวันกรรม Shield ที่สามารถกันน้ำได้ด้วย จึงจัดว่าเป็นรองเท้ารุ่นโหดเหมาะสำหรับสายวิ่งแบบ extreme
เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน หน้าของเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเช่นกัน ยกเว้นแต่ Pharrell Williams ศิลปินเจ้าของรางวัลแกรมมี่ที่สามารถสตาฟหน้าตัวเองให้ดูเด็กจนใครหลายคนแอบสงสัยว่าเขาเป็นแวมไพร์ หรืออย่างไร และมีเคล็ดลับอะไรในการดูแลหน้าให้ดูอ่อนกว่าวัยทั้งที่ปัจจุบัน Pharrell กำลังจะอายุครบ 45 ปีแล้ว สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Pharrell Williams เลย เราขอสรุปเรื่องราวของเขาเพียงสั้น ๆ ว่าเป็น Multi-talented หรืออัจฉริยะหลายด้าน เพราะเขาเป็นทั้งนักดนตรีชื่อดังการันตีผลงานมากมาย อีกทั้งยังเป็นนักธุรกิจที่ชาญฉลาดในการเลือกลงทุน รวมถึงยังควบตำแหน่งดีไซน์เนอร์ที่มีผลงานโดดเด่นชนิดหาตัวจับยาก ซึ่งถ้าอยากรู้เรื่องของเขาเพิ่มเติมสามารถเข้าไปอ่านได้ที่ content และอย่างที่เราทราบว่า Pharrell ยังคงเป็นคนที่ขึ้นชื่อในเรื่องสไตล์การแต่งตัว ดังนั้นวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ได้ถอดบทสัมภาษณ์ของเขาจาก Dazed ถึงเคล็ดลับในการแต่งตัวรวมถึงวิธีการดูแลตัวเองให้หน้าตาดูอ่อนกว่าวัย เพื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน คุณมองหาอิทธิพลการแต่งตัวจากไหน Pharrell : ผมได้แรงบันดาลใจมาจากทุกคน ผมจะสังเกตคนจากท้องถนนที่พบเจอ เพราะว่าเนี่ยหละคือของจริง ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม บางทีมันอาจจะเกิดเพียงแค่ความจำเป็น หรือฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่พอเป็นสไตล์แล้วมันโคตร Swagger เลย ตัวอย่างเช่นเมื่อประมาณ 20 ปีก่อนผมใส่หมวก Trucker Hat เพราะผมไปเห็นคนขับรถบรรทุกใส่กัน ซึ่งมันโคตรจะเท่เลย แค่นั้นเองสำหรับเรื่องของสไตล์ และมีแบรนด์ดีไซน์เนอร์คนไหนที่ชื่นชอบเป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณ
แม้ช่วงหลัง ๆ มานี้ ชื่อของ Robert Pattinson อดีตแวมไพร์สุดฮ็อทจากภาพยนตร์มหากาพย์ Twiight จะดูดร็อปลงไปทั้งในเรื่องผลงาน และชื่อเสียง อาจเพราะว่าเขาไม่สามารถสลัดภาพบทบาท Edward Cullen ที่เป็นภาพจำสำหรับทุกคนไปได้ ทำให้ผลงานของเขาไม่เป็นที่พูดถึงมากนัก จนแทบจะไม่มีข่าวคราวใด ๆ ออกมาเลย แต่จากการที่เราเฝ้าสังเกตไลฟ์สไตล์การแต่งตัวของหนุ่มคนนี้ กลับพบว่ามีความสอดคล้องกับนิสัยคนไทยอย่างน่าประหลาดใจ กับการที่ไม่ชอบแต่งตัวอะไรเยอะแยะ เน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก จนบางทีก็ดูเหมือนจะเป็นคนขี้เกียจยุ่งยากในการแต่งตัว เน้นง่ายเข้าว่า หยิบจับอะไรได้ก็เอามาใส่ แต่ภายใต้ความง่ายก็ยังมีเซ้นส์ในการ Mix & Match สร้างสไตล์ที่เหมาะสมอยู่พอสมควร ดังนั้นทีมงานจึงได้พยายามรวบรวมสไตล์การแต่งตัวของ Robert Pattinson ว่ามีลุคไหนที่ชาว UNLOCKMEN จะสามารถนำมาเป็นไอเดียแต่งตัวสบาย ๆ ตามสไตล์หนุ่มสายชิลล์ Bomber Jacket เรียกได้ว่าเป็นไอเทมชิ้นโปรดของ Robert Pattinson ที่มักจะเลือกมาสวมใส่อยู่เป็นประจำ ซึ่งเราสามารถนำมาแต่งตามได้โดยอาจจะหา bomber jacket ที่มีเนื้อผ้าบาง เหมาะสำหรับอากาศบ้านเรา จากนั้นใส่ควบคู่กับเสื้อยืด และเพิ่มพร็อพอย่างหมวกไหมพรมสำหรับวันที่อากาศดี หรือจะเปลี่ยนเป็นหมวกแก๊บในวันที่อากาศร้อนก็ไม่ผิด ส่วนกางเกงใส่เป็นผ้าชีโน่ทรงหลวมเพื่อความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวไม่อึดอัด สำหรับผู้ชายสายชิลล์เหมือนกับ Robert
ไม่ว่าใครก็มีสิ่งที่ตัวเองหลงใหลมากกว่าหนึ่ง และถ้าเป็นไปได้ เราก็อยากทำให้สิ่งที่หลงใหลนั้นรวมเข้าด้วยกันได้ จะถือว่าเป็นที่สุดของการใช้ชีวิต เจเรมี่ มอนแทโร (Jeremy Monteiro) นักดนตรีชื่อดังระดับโลก ก็เป็นอีกคนที่สามารถนำเอาสิ่งที่ตนเองหลงใหลมารวมอยู่ด้วยกัน นั่นก็คือ J. Monteiro แบรนด์นาฬิกาที่มี DNA จาก Music และ Timepiece ซึ่งสามารถไปด้วยกันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ Jeremy Monteiro เป็นนักเปียโนแจ๊สที่มากไปด้วยความสามารถระดับต้น ๆ ของเอเชียคนหนึ่ง เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่นักเปียโนที่เก่งกาจ แต่เขายังเป็นนักแต่งเพลง นักร้องและโปรดิวเซอร์ที่ศิลปินนานาประเทศอยากร่วมงานด้วยจนได้สมยานามว่า “Singapore’s King of Swing” “ดนตรีแจ๊สไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่เจเรมี่หลงใหล เครื่องบอกเวลาอย่างนาฬิกา ก็เป็นสิ่งที่เขาหลงใหลด้วยเช่นกัน” ย้อนกลับไปในอดีต เขาได้รับนาฬิกาข้อมือเป็นของขวัญวันเกิดจากคุณพ่อตอนอายุ 16 ปี หลังจากที่ได้รับของขวัญชิ้นนั้น มันทำให้เขาเริ่มก้าวเข้ามาศึกษาเรื่องของกลไกลบอกเวลาควบคู่ไปกับการสั่งสมประสบการณ์ทางด้านดนตรีจนกลายมาเป็นนักเปียโนแจ๊สระดับโลก วันหนึ่ง Jeremy ไปเยี่ยมสตูดิโอของนักดนตรีแจ๊สท่านหนึ่งที่ร่วมงานด้วย ทำให้ได้เห็นโครงร่างของการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ สิ่งนั้นเหมือนเป็นการจุดประกายแรงบันดาลใจครั้งใหม่ให้ Jeremy มันทำให้ต่อมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และภาพนาฬิกาที่เดินตามจังหวะดนตรีก็ปรากฏขึ้นในหัวทันที วินาทีนั้นเขารู้แค่ว่าอยากทำให้ภาพในหัว ณ ตอนนั้น เกิดออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น และทั้งหมดนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของเรือนเวลาที่ชื่อ “J. Monteiro” “J. Monteiro”
ลมหนาวผ่านมาไม่ทันไร เราก็สัมผัสได้ถึงไอร้อนที่เตรียมกลับมาปกคลุมประเทศไทยอีกครั้ง แต่จากที่เราได้ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยามา อย่างน้อยดูเหมือนเราจะยังได้สูดลมเย็น ๆ ไปอีกอย่างน้อยหลายวัน จึงเป็นโอกาสอันดีที่หนุ่ม ๆ จะหยิบเอาเสื้อกันหนาวที่ซื้อมาแสนแพงมาสวมใส่ ก่อนที่จะไม่มีโอกาส แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เราสังเกตมาตลอดว่าผู้ชายไทยมักจะตกม้าตาย และรู้สึกเคอะเขินเมื่อต้องสวมเสื้อหลาย ๆ layer อาจเพราะความไม่คุ้นชินกับการใส่เสื้อหลายชั้นจากสภาพอากาศในประเทศที่ไม่เคยเอื้ออำนวย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าหนุ่ม ๆ จะออกอาการสับสนจนเลือกไม่ถูกว่าจะแต่งตัวออกมาเช่นไรในหน้าหนาว และจบด้วยการมิกซ์อะไรก็ได้ออกมา ดังนั้นทีมงาน UNLOCKMEN อยากนำไอเดียการแต่งตัวสนุก ๆ มาให้ทุกคนได้ลองพลิกแพลงกันดู เผื่อหน้าหนาวนี้จะได้มีลุคหล่อ ๆ ไว้ใส่ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักครั้ง Formal Office สำหรับออฟฟิศที่มียูนิฟอร์มชัดเจน และตายตัวเราคงไม่สามารถคาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสไตล์การแต่งตัวได้มากนัก ซึ่งโดยส่วนมากก็จะถูกบังคับให้สวมเสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็ครองเท้าหนัง ดังนั้นเราอาจจะเพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่เสื้อกั๊กไหมพรม (vest) หรืออาจจะเป็น คาร์ดิแกนก็ช่วยเติมลุคให้ดูสนุกมากยิ่งขึ้นสำหรับหนุ่มออฟฟิศจ๋า Semi – Formal Office สำหรับออฟฟิศที่มีความยืดหยุ่นในเรื่องของเครื่องแบบ แต่ก็ไม่ได้ชิลล์ถึงขั้นใส่อะไรก็ได้ เราขอแนะนำเป็นเสื้อ sweater คอ solid crew neck (คอกลม) สวมทับด้วยเสื้อยืด หรือถ้าจะให้ออกมาเรียบร้อย และดูมีชั้นเชิงในการแต่งตัวเสื้อเชิ้ตก็เป็นตัวเลือกทำให้คุณโดดเด่นกว่าคนอื่นได้ ซึ่งเราสามารถนำมาแต่งรวมกับกางเกงยีนส์ผ้าดิบ และรองเท้าบู้ทอย่าง


