Life

‘5 SPEECH ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์โลก’เป็นข้อคิดและบทเรียนชั้นดีในการใช้ชีวิตของหนุ่ม ๆ

By: PERLE December 3, 2018

“Words are more powerful than weapons.”

หนึ่งในวลียอดฮิตที่ทุกคนน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือความจริง ยิ่งถ้าเราลองเปิดบันทึกประวัติศาสตร์โลกดูจะพบว่าในเหตุการณ์สำคัญหลายเหตุการณ์ คำพูดหรือ Speech เพียงไม่กี่นาทีกลับพลิกประวัติศาสตร์จากหน้ามือเป็นหลังมือได้ นอกจากจะส่งผลต่อเรื่องราวในอดีตแล้ว Speech ที่ยิ่งใหญ่นั้น ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่ตกยุค ยังร่วมสมัยและสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตของเราได้เสมอ

วันนี้เราจึงยก 5 Speech สำคัญในบันทึกประวัติศาสตร์จากปากบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่ากาลเวลาไม่สามารถทำอะไรได้ และเราเชื่อว่านี่จะเป็นบทเรียนชีวิตชั้นดีให้กับหนุ่ม ๆ ได้แน่นอน

Duties of American Citizenship – Theodore Roosevelt
Buffalo, New York, January 26, 1883

Speech ที่ดีที่สุดของประธานาธิบดีคนที่ 26 แห่งสหรัฐอเมริกาในการกล่าวกล่าวปาฐกถาที่เมือง Buffalo มลรัฐ New York ครั้งนี้ Theodore Roosevelt พูดถึง ‘หน้าที่ของพลเมืองอเมริกัน’ เขาเจาะลึกเหตุผลทางทฤษฎีว่าทำไมทุกคนจึงควรมีส่วนร่วมทางการเมือง อีกทั้งยังกล่าวว่าเป็นหน้าที่ของพลเมืองของรัฐที่จะสร้างรัฐบาลที่ดีขึ้นมาและเป็นสิ่งที่ทุกคนควรเอาใจใส่

ผ่านมากว่า 120 ปีแล้ว แต่ Speech ของประธานาธิบดีหมี Teddy คนนี้ยังใช้ได้เสมอ โดยเฉพาะกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ไม่ว่าประเทศใด แต่พลเมืองของรัฐนั้น ๆ ควรให้ความสนใจกับเกมการเมือง เพราะการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว ตรงกันข้ามมันกลับใกล้ตัวมาก ๆ  เนื่องจากทุกคนมีสิทธิมีเสียงที่จะเลือกบุคคลใดมาใช้อำนาจบริหารประเทศ ซึ่งทุกนโยบายของฝ่ายบริหารนั้นย่อมกระทบกับชีวิตประจำวันเราไม่ทางตรงก็ทางอ้อม นอกจากนั้นยังรวมถึงสิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์ที่ทุกคนควรได้ใช้ Freedom of Speech อย่างเต็มที่ตราบใดที่ไม่เกินขอบเขตของกฎหมายที่ออกมาอย่างเป็นธรรม

อ่าน Speech เต็ม ๆ ของ Theodore Roosevelt ได้ ที่นี่ 

We Shall Fight on the Beaches – Winston Churchill
June 4, 1940; House of Commons, London

นอกจากบทบาทการเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว Winston Churchill ยังถือได้ว่าเป็นนักกล่าว Speech ตัวพ่อ ถ้าเราลองค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดูจะพบว่ามี Quotes ของอดีตนายกรัฐมนตรีคนนี้มากมาย แต่ถ้าพูดถึง Speech ที่สำคัญและเป็นที่จดจำที่สุดของเขายังไงก็ต้องมอบรางวัลชนะเลิศให้ Speech ‘We Shall Fight on the Beaches’

ถ้าใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Dunkirk คงจำเรื่องราวเกี่ยวกับปฏิบัติการ Dynamo ได้เป็นอย่างดี นี่คือปฏิบัติการอพยพกองกำลังทหารที่ทั้งยากลำบากและท้าทาย ด้วยจำนวนกองกำลังทหารฝ่ายพันธมิตรที่มีทั้งสัญชาติอังกฤษและสหราชอาณาจักรกว่า 338,000 นาย ยิ่งไปกว่านั้นเส้นทางการอพยพยังโดนทหารอักษะปิดล้อมไว้โดยสิ้นเชิง Winston Churchill จึงตัดสินใจใช้วิธีการอพยพโดยการใช้เรือประมงหรือเรือของชาวบ้านธรรมดาช่วยขนทหารหนีออกจากวงล้อมฝ่ายอักษะได้สำเร็จ

การกล้าได้กล้าเสีย’ ของ Winston Churchill คือสิ่งที่หนุ่ม ๆ สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตตัวเองได้เป็นอย่างดี

อ่าน Speech เต็ม ๆ ของ Winston Churchill ได้ ที่นี่

Surrender Speech – Chief Joseph
October 5, 1877; Montana Territory

ย้อนไปในปี 1877 ยุคแห่งการล่าอาณานิคม อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าก่อนที่อเมริกาจะเป็นอเมริกาอย่างเช่นทุกวันนี้ ผืนแผ่นดินขนาดใหญ่แห่งทวีปอเมริกาเหนือได้ถูกปกครองโดยกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมือง ก่อนที่การเข้ามาของชาวยุโรปจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปตลอดกาล

ในช่วงเวลานั้นเอง Joseph หัวหน้ากลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมือง Nez Perce และสมาชิกต้องตัดสินใจว่าจะยอมย้ายถิ่นฐานสู่มลรัฐ Idaho หรือจะโดนลงโทษ Joseph ในฐานะผู้นำ ไม่อยากให้เกิดความสูญเสีย จึงยอมทำตามคำสั่งนี้แต่โดยดี อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าสมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ Nez Perce จะไม่คิดเช่นนั้น ด้วยอารมณ์เดือดดาลจากการโดนขับไล่ จึงลงมือฆ่าชายผิวขาวไปถึง 4 คน Joseph และคนอื่น ๆ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการหลบหนีสู่แคนนาดาเพื่อหวังได้รับนิรโทษกรรมที่นั่น ตลอดการเดินทางกว่า 1,700 ไมล์ กลุ่มชาติพันธุ์ Nez Perce ต้องต่อสู้และหลบหนีจากการตามล่าของกองทัพสหรัฐตลอดเวลา

หลังการต่อสู้อันยาวนาน เหลือระยะทางเพียงแค่ 40 ไมล์ก็จะถึงชายแดนแคนนาดา แต่ทางเลือกของ Joseph ดูเหมือนจะหมดลงแล้ว เขาไม่สามารถหนีได้ต่อไป เขาจึงยอมจำนนต่อนายพล Nelson A. Miles ในวันที่ 5 ตุลาคม 1877 พร้อมกล่าว Speech ที่ทั้งโลกจะไม่มีวันลืม

‘การยอมจำนนเมื่อถึงเวลาอันสมควร’ คือบทเรียนสำคัญที่เราได้จาก Joseph

อ่าน Speech เต็ม ๆ ของ Joseph ได้ ที่นี่

Address to Nation on the Challenger – Ronald Reagan
January 28, 1986; Washington, D.C.

โศกนาฏกรรมยาน Challenger คือสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพียง 73 วินาทีหลังการปล่อยก็เกิดระเบิดขึ้น ทั้ง 7 ชีวิตในยานต้องจบชีวิตลง นี่คือการเสียชีวิตครั้งแรกของพลเมืองอเมริกันในปฏิบัติการด้านอวกาศ และไม่ใช่แค่ชาวอเมริกัน แต่นี่คือเรื่องที่สะเทือนใจทั้งโลกเป็นอย่างยิ่ง

เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา Ronald Reagan ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในเวลานั้นก็ได้ออกมาพูดถึงเหตุการณ์นี้ ซึ่งเป็น Speech ที่กินใจผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง รับรู้ถึงความจริงใจของผู้นำคนนี้ที่มีต่อประชาชนของเขา

การปลอบขวัญและเชิดชูผู้เสียสละคือสิ่งที่เราเรียนรู้จาก Ronald Reagan ในเหตุการณ์นี้

อ่าน Speech เต็ม ๆ ของ Ronald Reagan ได้ ที่นี่

Quit India – Mahatma Gandhi
August 8, 1942; India

ในขณะที่การต่อสู้เพื่ออิสรภาพและระบอบประชาธิปไตยได้แผ่ขยายไปทั่วโลก ชาวอินเดียเองก็ได้ลุกขึ้นสู้เพื่อเสรีภาพของตนเองด้วยเช่นกัน เกือบหนึ่งศตวรรษที่อินเดียอยู่ภายใต้การปกครองโดยตรงของอังกฤษ มหาตมะคานธีและรัฐสภาแห่งชาติอินเดียผลักดันการเคลื่อนไหวอย่างอหิงสาปราศจากรุนแรงโดยสิ้นเชิง จุดประสงค์เพื่อบังคับให้อังกฤษออกจากอินเดีย และในวันที่ 8 สิงหาคม  1942 ชัยชนะก็ตกเป็นของประชาชนชาวอินเดีย พวกเขาเป็นอิสระโดยสมบูรณ์จากอังกฤษ คานธีได้แสดงให้ทั้งโลกเห็นว่าความอหิงสาก็สามารถนำมาสู่ชัยชนะได้เช่นกัน ก่อนที่เขาจะกล่าว Speech ซึ่งน่าจะเป็น Speech ที่อยู่ในความทรงจำของชาวอินเดียทุกคน

อ่าน Speech เต็ม ๆ ของคานธีได้ ที่นี่

 

เหล่านี้คือพลังของคำพูดที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามันทรงพลังยิ่งกว่าอาวุธใด ๆ นอกจากนั้นยังเป็นบทเรียนให้กับคนรุ่นหลังได้อีกนานเท่านาน

SOURCE1

PERLE
WRITER: PERLE
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line