Work

‘60-30-10’ เทคนิคการแบ่งเวลาระดับมืออาชีพ เพื่อชีวิตการทำงานแบบ PRODUCTIVE ที่ผู้ชายฝันถึง

By: G-NEAK March 3, 2020

ต้องยอมรับว่าการใช้ชีวิตในแต่ละวันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกจากต้องต่อกรกับการจราจรที่ติดแหง็กไปยันชาติหน้าแล้ว ผู้ชายเรายังต้องสู้รบฟาดฟันกับกองงานมหึมาที่หัวหน้าขยันโยนมาให้ไม่รู้จบ ที่ยากไปกว่านั้นคือต้องเคลียร์งานทั้งหมดให้เสร็จภายในเวลางาน 8 ชั่วโมงนี่สิ

ไม่รู้ว่าจะโทษวัฒนธรรมองค์กรแสนยืดหยุ่นที่เอื้อประโยชน์ให้เรามาทำงานสายจนเคลียร์งานไม่ทัน หรือโทษตัวเองที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานกันแน่ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าการบริหารเวลาในชีวิตเข้าขั้นวิกฤตหรือล้มเหลว UNLOCKMEN มีเทคนิคง่าย ๆ มาแบ่งปัน รับประกันว่าถ้าทำได้ ชีวิตการทำงานของคุณจะ productive ยิ่งขึ้นแน่นอน!

‘60-30-10’ เป็นทฤษฎีการแบ่งเวลายอดนิยมที่ทำให้ใครหลายคนประสบความสำเร็จมานักต่อนัก ทฤษฎีนี้ว่าด้วยการแบ่งเวลาทำงานเป็นสามส่วน คือ 60, 30 และ 10 เริ่มที่เวลา 60% แรกจะใช้สำหรับงานที่สำคัญหรือมีมูลค่าต่อบริษัท เวลา 30% ถัดมาจะใช้ไปกับงานเร่งด่วนที่มูลค่ารองลงมาจากงานแรก และจบลงที่เวลา 10% สุดท้ายสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ หรือการเตรียมพร้อมทำงานในวันต่อไป

60% เพื่องานสำคัญ

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้งานของหนุ่ม ๆ หลายคนไม่สำเร็จลุล่วงตามที่หวัง อาจเป็นเพราะคุณใช้เวลาทั้งวันไปกับงานยิบย่อยหรืองานที่ไม่สำคัญ จนไม่มีเวลามากพอจะทำงานหลักที่สำคัญยิ่งกว่า เราแนะนำให้คุณแบ่ง 60% ของเวลาทำงานไว้สำหรับทำงานสำคัญหรืองานชิ้นใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้เวลาทำมากกว่างานอื่น

แต่ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่างานไหนสำคัญที่สุด ลองพิจารณาดูว่างานนั้น ๆ สอดคล้องกับภาพรวมงานใหญ่หรือไม่ และมันเอื้อประโยชน์ต่อเป้าหมายเบื้องหน้าที่คุณตั้งไว้หรือเปล่า เช่น ถ้าคุณเป็นพนักงานขายและมีโจทย์ให้ปิดยอดให้ได้ 300,000 บาทต่อสัปดาห์ งานภายในเวลา 60% นี้ก็ต้องมีมูลค่าสูงพอจะทำให้เป้าหมายคุณสำเร็จ

30% เพื่องานทั่วไป

เราแนะนำให้ใช้ 30% ของเวลาทำงานไปกับงานเร่งด่วนหรืองานระดับกลางที่อาจไม่ได้สำคัญมากนัก ไม่ว่าจะเป็นการโทรกลับหาสายที่ไม่ได้รับ จัดระเบียบไฟล์ หรือแม้แต่เช็กอีเมล เนื่องจากการรับโทรศัพท์หรือเปิดอีเมลระหว่างทำงาน จะขัดจังหวะการทำงานที่ลื่นไหลหรือกินเวลางานหลักของคุณไป จึงต้องแบ่งเวลาให้กับงานประเภทนี้ด้วย

เวลา 30% ที่ใช้ทำงานระดับกลางจะช่วยให้แผนการทำงานระยะยาวของคุณสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ช่วยให้คุณทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ และอาจทำคุณกระตือรือร้นกับงานที่ทำมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้

10% เพื่อแก้ไขและวางแผนการทำงานในถัดไป

ต่อให้คุณแบ่งเวลาทำงานหลักและงานรองเป็น 60% กับ 30% ตามลำดับ แต่คุณก็อาจบริหารเวลาผิดพลาดได้เช่นกัน เนื่องจากคุณไม่มีทางรู้เลยว่างานใหม่ ๆ จะมาเซอร์ไพรส์คุณเมื่อไร ตลอด 8 ชั่วโมงของวันทำงานจึงควรมีเวลา 10% ที่ใช้เพื่อแก้ไขตารางเวลาที่ผิดพลาดและเคลียร์งานที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

เวลาทำงาน 10% นี้อาจไม่ได้ช่วยให้เป้าหมายระยะยาวของคุณสำเร็จหรือมีมูลค่าสูงมากเท่างานที่ทำในเวลา 60% และ 30% แต่มันจะทำให้คุณรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องทำงานอะไรบ้างและช่วยให้คุณเริ่มต้นวันได้ดีกว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ

แม้เทคนิคการแบ่งเวลาแบบ ‘60-30-10’ จะเป็นที่นิยมในหมู่พนักงานออฟฟิศ แต่มันไม่ได้มีกฎเกณฑ์หรือสูตรสำเร็จตายตัว หนุ่ม ๆ จึงสามารถปรับเปลี่ยนเวลาทำงานแต่ละประเภทให้เข้ากับไลฟ์สไตล์หรือลักษณะการทำงานของตนได้

ทักษะการบริหารเวลาที่ดีไม่เพียงช่วยให้คุณจัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำได้อย่างมืออาชีพ หากยังทำให้ 8 ชั่วโมงทำงานของคุณมีประสิทธิภาพ และเหลือเวลาไปทำเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตที่สำคัญไม่แพ้เรื่องงาน

 

SOURCE

G-NEAK
WRITER: G-NEAK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line