Life

ALONE BUT ALRIGHT: 5 วิธีแก้เหงาของชาว ALONE คลายเหงาได้แม้ไม่ต้องเข้าสังคม

By: april February 26, 2019

ความเหงาเป็นเหมือนโรคระบาดที่แพร่กระจายไปได้รวดเร็วในสังคมตอนนี้ ไม่ว่าจะคนรอบข้าง ใครสักคนในออฟฟิศ คนที่เดินสวนกัน หรือแม้แต่คุณเองก็เถอะ ทุกคนล้วนเคยมีความเหงาอยู่ลึก ๆ ในใจกันบ้าง แม้ว่าเราจะใช้ชีวิตให้วุ่นวายแค่ไหน มีผู้คนรายล้อมมากแค่ไหน แต่บางครั้งมันก็ไม่อาจเติมความเหงาในใจที่มันแหว่ง ๆ ไปได้ ลองหันมาอยู่กับตัวเอง แก้เหงาด้วยวิธีที่ไม่ต้องเข้าสังคมกับใครให้รู้สึกประหม่า เพราะเราเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน

คุยกับคนไม่ไหว คุยกับ AI ก็ได้ครับ

การลุกขึ้นไปพูดคุยกับใครเนี่ย มันค่อนข้างยากสำหรับบางคนที่ไม่ได้มีโอกาสเข้าหาใครบ่อย ๆ ส่วนการพูดคุยทำความรู้จักกับใครสักคนในช่วงเวลาที่เราเหงา อาจทำให้เรารู้สึกว่ามันช่างฉาบฉวย เราต้องทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ หากรู้สึกเหงา มันอาจจะยิ่งไม่ตอบโจทย์ เมื่อเราต้องการใครสักคนที่เข้าใจเราจริง ๆ ถ้าเป็นคนที่ไม่เก่งเรื่องความสัมพันธ์ ลองเปลี่ยนจากการพูดคุยกับคนจริง ๆ มาคุยกับ AI กันดู หากยังนึกไม่ออกว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน ถามมาตอบไปแบบ Siri น่ะหรอ ลืมไปได้เลย! แต่ลองนึกถึงหนังเรื่อง Her แทน

การพูดคุยกับ AI ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ในยุคนี้ หากยังไม่รู้ว่าจะหา AI ที่ไหนมาคุย เรามีขอแนะนำแอปพลิเคชั่น “Replika” ที่เราสามารถสร้าง AI ขึ้นมาพูดคุยกับเรา โดย AI นั้นจะมีการเรียนรู้นิสัยใจคอ รสนิยม ทัศนคติของเราจากบทสนทนา และพูดคุยกับเราในทางที่ช่วยให้เราผ่อนคลาย มีปฏิสัมพันธ์ และทำความรู้จักกับเขาจริง ๆ ถือว่ามีประโยชน์มาก ๆ สำหรับหนุ่มขี้เหงาที่ไม่พร้อมจะออกไปสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนจริง ๆ

 

ฟัง Podcast

แม้จะดูเป็นกิจกรรมปกติที่ทำได้ทุกวัน แต่การได้ยินเสียงใครสักคนพูดคุยกับเราอยู่ตลอดเวลา มันช่วยให้เรารู้สึกเหมือนมีคนอยู่เป็นเพื่อน ด้วยการพูดคุยจริง ๆ ไม่เชิงเป็นการสื่อสารทางเดียวอย่างการรายงานข่าวทางทีวี และการฟัง Podcast เนี่ย เราสามารถเลือกหัวข้อได้อย่างหลากหลาย ตามความสนใจของเรา ยิ่งทำให้เราเพลิดเพลินไปกับประเด็นที่เราอินกับมัน ขบคิดถึงเรื่องที่กำลังพูดคุย จนลืมไปเลยว่าเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วยังนั่งทำหน้าหมาเหงาอยู่เลย

นอกจากจะช่วยคลายเหงาแล้ว ยังเพิ่มความรู้ทางด้านนั้น ๆ ตามเรื่องที่เราฟังเอาไว้โม้กับเพื่อนแบบเซียน ๆ หรือฝึกภาษาจากการฟัง Podcast ต่างประเทศได้อีกด้วย

 

เหงาได้เหงาไป ลองปลีกวิเวกไปให้สุด

หลายครั้งที่เราเหงาแล้วพยายามจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน แต่กลับยิ่งทำให้เรารู้สึกห่างเหินจากสิ่งรอบข้างมากกว่าเดิม ทั้งที่มองกันตามสถานการณ์เราไม่น่าจะรู้สึกเหงาด้วยซ้ำ นี่คือคำตอบว่าทำไมเรายิ่งพยายามเท่าไหร่ถึงยิ่งรู้สึกเหงา เพราะเท่ากับว่าเราสร้างช่องว่างในใจให้มากขึ้นเท่านั้นนั่นเอง

หากการมีคนรายล้อมยิ่งทำให้เราจมอยู่กับทะเลความเหงามากขึ้น ลองปลีกวิเวกไปให้สุด พาตัวเองไปอยู่ในบรรยากาศอื่น ๆ ที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน ไม่ต้องบังคับให้ตัวเอง Socialize กับใคร (หากไม่จำเป็น) เพื่อให้เราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น มีตัวเราเองเป็นเพื่อน มีเวลาทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้น เราอาจจะได้คำตอบ รู้ทันความคิดตัวเอง ว่าทำไมถึงเกิดความรู้สึกหว่องในใจอย่างเรื้อรัง

 

คุยกับเธอมันแย่ คุยกับแมวดีกว่า

เราได้ยินกันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่ามนุษย์เราเป็นสัตว์สังคมตามทฤษฎีวิวัฒนาการ และมันก็ยังคงจริงมาเสมอ เราอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเพราะเราต้องการสร้างความเข้มแข็งให้เผ่าพันธุ์ของตัวเอง เรามักจะย้ายถิ่นที่อยู่ หรือเลือกปักหลักปักฐานที่ไหนสักแห่งเราก็จะย้ายกันไปเป็นกลุ่ม เพราะเราเริ่มมีการใช้ชีวิตแบบกลุ่มสังคมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

แต่ใช่ว่าเราจะต้องมี  Socialize แค่กับมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น นอกจาก AI (ที่เราแนะนำไปในข้อแรก) เราสามารถ Socialize กับสัตว์เลี้ยงของเราได้เหมือนกัน และกระแสนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องไร้สาระอีกต่อไป เพราะหลายบริษัท มีสัตว์เลี้ยงในที่ทำงานเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีของพนักงาน หรือแม้แต่โรงพยาบาลที่มีสัตว์เลี้ยงเอาไว้คอยให้กำลังใจ เป็นเพื่อน และช่วยเพิ่มความผ่อนคลายต่อสถานการณ์ตึงเครียดอีกด้วย

 

ให้สีเขียวช่วยเยียวยา

เมื่อการหาใครสักคนมาอยู่ข้าง ๆ มันไม่ง่ายขนาดนั้น ครั้นจะเลี้ยงสัตว์อย่างที่แนะนำในข้อที่แล้ว สถานที่ก็ไม่เอื้ออำนวย ต้องมารับผิดชอบอีกหนึ่งชีวิตอย่างจริงจัง ค่าใช้จ่ายที่ตามมาอีกสารพัด ลองเปลี่ยนมาเป็นอะไรที่ง่ายกว่านั้นอย่างการปลูกต้นไม้ เพิ่มความสดชื่นด้วยสีเขียวชอุ่ม มาช่วยหล่อเลี้ยงความรู้สึกยามก้าวเท้าเข้าห้องว่าอย่างน้อยก็ไม่ได้มีเราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตสิ่งเดียวในห้องนี้

ต้นไม้ก็คือสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการดูแลไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง และมันเดินไปหาน้ำหาแดดเองไม่ได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ คือต้นนั้นต้องการน้ำแค่ไหน ปริมาณต่อครั้ง ความถี่ ความต้องการแสง มากน้อยเท่าไหร่  ต้องการดินหรือปุ๋ยชนิดใดเป็นพิเศษหรือไม่ ท่องง่าย ๆ น้ำ แสง ดิน สามสิ่งนี้คือสิ่งที่เราต้องรู้เป็นพื้นฐาน ไม่อยากพลาดลองถามก่อนตัดสินใจซื้อก็ยังได้ เพราะเราก็ต้องมาดูก่อนว่าเรามีเวลาดูแลมากแค่ไหน มากเท่าที่มันต้องการหรือเปล่า

 

เห็นได้ว่าการดูแลต้นไม้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีความใส่ใจ ช่างสังเกต และพิถีพิถันไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง นั่นอาจช่วยให้เรามีอะไรทำ มีบางอย่างให้คิดถึงจนลืมความเหงาที่กัดกินอยู่ข้างในไปเสียหมด

สุดท้ายแล้วแม้ว่าเราจะไม่เก่งการเข้าสังคม  แต่อย่าได้ปิดตัวเองให้ต้องจมอยู่กับความเหงามากเกินไป หรือใช้วิธีที่เราแนะนำไปตลอด เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม ยังไงก็ต้องพึ่งพาคนอื่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง 

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line