Advertisement
DESIGN

AUDEMARS PIGUET เผยเฉดสีเขียวใหม่บนเรือนเวลา ROYAL OAK

By: LIT May 15, 2021

ด้วยประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 145 ปี ทำให้ Audemars Piguet (โอเดอมาร์ ปิเกต์) แบรนด์นาฬิกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ถือเป็นแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาชั้นสูงที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งยังคงดำเนินธุรกิจสืบทอดกันในครอบครัวผู้ก่อตั้งมาจนปัจจุบัน (ตระกูลโอเดอมาร์และตระกูลปิเกต์)

นับตั้งแต่ปี 1875 Audemars Piguet ยังคงผลิตเครื่องบอกเวลาที่เมือง Le Brassus (เลอ บราซูส์) โดยสืบสานฝีมือการทำงานของช่างผู้เชี่ยวชาญจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมทั้งพัฒนาทักษะและเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อขยายขอบเขตความชำนาญที่มีอยู่เดิม พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถอันนำไปสู่การก้าวข้ามขีดจำกัดที่เคยมีอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงปี 1970 โอเดอมาร์ ปิเกต์เริ่มต้นการเพิ่มสีสันบนหน้าปัดนาฬิกาด้วยอัญมณี ไม่ว่าจะเป็นโทนสีน้ำตาล สีเขียว และสีน้ำเงิน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเจเนอเรชันใหม่ที่ทั้งโดดเด่นและเปี่ยมชีวิตชีวาในช่วงปี 1990 และนับแต่นั้นเป็นต้นมาโอเดอมาร์ ปิเกต์จึงพัฒนาหน้าปัดสีสันต่าง ๆ มาจนถึงปัจจุบัน

รอยัล โอ๊คโมเดลใหม่ ที่มาพร้อมหน้าปัดสีเขียวดูทรงพลัง ทั้งรอยัล โอ๊ค จัมโบ้ เอ็กซ์ตร้า ธินที่รังสรรค์ขึ้นด้วยแพลทินัม 950 พร้อมหน้าปัดสโมคกรีนลายซันเบิร์สท (ซ้าย) และรอยัล โอ๊ค เซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายอิ้ง ทูร์บิญองบนวัสดุไทเทเนียมที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดลายกรองด์ ทาพิสเซอรี (ขวา) © ภาพลิขสิทธิ์จากโอเดอมาร์ ปิเกต์

ล่าสุด Audemars Piguet แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เผยโฉมเหล่าโมเดลใหม่ของนาฬิกาข้อมือจากคอลเลคชั่น Royal Oak ที่มาพร้อมหน้าปัดใหม่ในโทนสีเขียว โดยในครั้งนี้ยังได้นำเสนอ Royal Oak “Jumbo” Extra-Thin ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยแพลทินัม 950 ซึ่งมาพร้อมกับหน้าปัดสีเขียวสโมคกรีนในเทคนิค Sunburst

และพิเศษยิ่งขึ้นกับรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นอย่าง Royal Oak Selfwinding Chronographตัวเรือนผลิตจากเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัตที่เข้ากันเป็นอย่างดีกับหน้าปัดสีเขียวลวดลาย Grande Tapisserie

อีกทั้งในคอลเลคชั่นนาฬิกาหน้าปัดโทนสีเขียวนี้ยังได้นำเสนอเรือนเวลา อีก 3 โมเดลใหม่ ในรุ่น Royal Oak Selfwinding Flying Tourbillon ผลิตจากวัสดุหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Pink gold หรือ Titanium ที่เข้ากับเฉดสีเขียวสุดโดดเด่นบนหน้าปัดได้อย่างลงตัว


ROYAL OAK “JUMBO” EXTRA-THIN

รอยัล โอ๊ค จัมโบ้ ขนาดหน้าปัด 39 มิลลิเมตร มาพร้อมตัวเรือนและสายนาฬิกาแพลทินัม 950 โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเขียวสโมคกรีนลายซันเบิร์สท ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโอเดอมาร์ ปิเกต์ที่นำหน้าปัดนี้มาใช้ในคอลเลกชั่น 15202 และด้วยความหนาเพียง 8.1 มิลลิเมตรยิ่งเน้นย้ำถึงความเรียวบางของตัวเรือนเวลารุ่นนี้

เครื่องหมายบอกชั่วโมงถูกรังสรรค์ขึ้นจากไวท์โกลด์ และเข็มนาฬิกามาพร้อมวัสดุเคลือบสีเรืองแสงที่ทำให้สามารถอ่านเวลาได้ง่ายเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีแสงน้อย โลโก้ Audemars Piguet ถูกวางไว้ใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา พร้อมกับอักษรย่อ AP ที่ถูกวางไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาตามแบบฉบับของรุ่นจัมโบ้

หัวใจสำคัญของนาฬิกาเรือนนี้คือกลไกออโตเมติก คาลิเบอร์ 2121 ประกอบกับ Oscillating Weight ที่ผลิตจากทองคำ 22 กะรัต พร้อมด้วยกลไกการบอกเวลาแบบชั่วโมง นาที และวันที่

นาฬิกาสุดพิเศษเรือนนี้มีวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ เอพี เฮ้าส์ (AP House) เท่านั้น

 


 

 

ROYAL OAK SELFWINDING FLYING TOURBILLON

โอเดอมาร์ ปิเกต์สานต่อชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนานในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่มีกลไกสุดซับซ้อน และพิถีพิถัน ด้วยการนำเสนอรอยัล โอ๊ค เซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายอิ้ง ทูร์บิญอง 3 รุ่นใหม่ที่เผยให้เห็นความสามารถและพรสวรรค์ของช่างฝีมือของโอเดอมาร์ ปิเกต์ ที่สร้างสรรค์นาฬิกาด้วยมือจนถึงรายละเอียดสุดท้าย แต่ละเรือนมีหน้าปัดขนาด 41 มิลลิเมตร ที่ออกแบบหน้าปัดด้วยลายทาพิสเซอรี
สีเขียวและลายซันเบิร์สท โดยทุกโมเดลมาพร้อมคาลิเบอร์ 2950 ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลไกฟลายอิ้ง ทูร์บิญอง
เจเนอเรชั่นล่าสุดของของโอเดอมาร์ ปิเกต์ ซึ่งต่างกับกลไกทูร์บิญองทั่วไปตรงที่การออกแบบให้มีพื้นที่ระหว่างบริดจ์ส่วนบนเพื่อให้มองเห็นมูฟเม้นท์ของกลไกและชิ้นส่วนอื่น ๆ ด้านในได้อย่างชัดเจน

ในโมเดลแรกของคอลเลกชั่นนี้นั้น เป็นนาฬิกาเอ็กซ์คลูซีฟที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10 เรือนเท่านั้น โดยทั้งตัวเรือน และเข็มบอกเวลา ผลิตอย่างปราณีตจากพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต

สำหรับเรือนที่สอง เป็นโมเดลพิเศษมีจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน โดยนาฬิกาทั้งเรือนถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยไทเทเนียม และโมเดลที่สามนั้น มีจำนวนจำกัดเพียง 15 เรือนเท่านั้น ด้วยการออกแบบเรือนเวลาที่ผสมผสานไทเทเนียมบนตัวเรือนเข้ากับขอบตัวเรือนที่ผลิตด้วยไวท์โกลด์ 18 กะรัต พร้อมกับประดับด้วยมรกตเจียระไนทรงเหลี่ยม จำนวน 32 เม็ด ที่มีน้ำหนักถึง 2.41 กะรัต โดยนำมาประกอบเข้าด้วยกันโดยช่างฝีมือทั้งหมด ซึ่งเฉดสีเขียวสดของมรกตช่วยเน้นความงดงามของลวดลายทาพิสเซอรีบนหน้าปัดให้
ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งยังเพิ่มความน่าสนใจเมื่อเรือนเวลากระทบกับแสง โดยทั้งสองโมเดลนี้ใช้ไวท์โกลด์
ในการสร้างสรรค์เครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงและเข็มนาฬิกาเคลือบวัสดุเรืองแสงพร้อมความหรูหราของสายนาฬิกาไทเทเนียม


“ Born in Le Brassus, raised around the world.”

Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding Flying Tourbillon

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง
www.audemarspiguet.com
Facebook  : Audemars Piguet
Instagram    : Audemars Piguet

LIT
WRITER: LIT
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line