ตัวแรง all-electric high performance ขุมพลังไฟฟ้ารุ่นแรกจากตระกูล EQ EV เปิดตัวออกมาแล้วเรียบร้อยกับรหัส AMG EQE ให้พละกำลังมากถึง 677 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ AMG Performance 4MATIC+ มีโหมดการขับขี่เฉพาะตัวอย่าง Race Start launch control system ช่วยให้ใช้แรงม้าได้ครบแบบไม่มีกั๊กใน Dynamic Plus pakcage ด้วย Mercedes-AMG EQE ทำความเร็ว 0-100 km/h ได้ใน 3.4 วินาที เร็วกว่าคู่แข่งร่างใหญ่ BMW iX M60 ราว 0.2 วินาที แต่ฝ่ายใบพัดฟ้าขาวมี Top Speed มากกว่าเล็กน้อย นอกจากความแรงยังมีความสบาย ช่วงล่างแบบ Airmatic ปรับระดับความแข็งอ่อนตลอดเวลา ระบบ
อีกครั้งกับความร่วมมือ TAG Heuer x Nintendo ทั้งสองได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์เรือนเวลาสองรุ่นสุด limited ในรูปแบบของโครโนกราฟ TAG Heuer Formula 1 สำหรับนักสะสมเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองไปกับ Mario Kart แฟนๆที่หลงใหลความสดใสและกล้าหาญของ Super Mario จะได้เห็นตัวละครโปรดของพวกเขาโลดแล่นอีกครั้ง คอลเล็กชั่นที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันอันเป็นสัญลักษณ์ของ TAG Heuer และการออกแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งสองสิ่งเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทีม TAG Heuer และ Nintendo เพื่อปรับแต่งในทุกรายละเอียด โดยทั้งสองแบรนด์ได้ร่วมแบ่งปันแนวคิดที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งคู่ ในคอลเลคชัน TAG Heuer Formula 1 และชุด Mario Kart ได้แก่ อะดรีนาลีน ความเร็ว การแข่งขัน ไปจนถึงชัยชนะ “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะเปิดเผยสองผลงานล่าสุดที่เกิดจากความร่วมมือของเรากับทาง Nintendo “TAG Heuer Formula 1 X Mario Kart Limited Editions” (Chronograph และ Chronograph Tourbillon) ผสมผสานไปด้วยการเล่นสนุกๆ ซึ่งจะทำให้แฟน ๆ ของ Mario Kart ทั่วโลกพึงพอใจด้วยการจับเวลาที่ละเอียดและมีประสิทธิภาพสูง” Frédéric Arnault
ใหญ่กว่าแล้วไง มีข้อดีอะไรใน iPhone 14 Plus ที่น่าสนใจบ้าง จากผู้ใช้งาน iPhone 14 และ iPhone 14 Pro Max เรามีข้อสรุปมาให้เผื่อใครกำลังตัดสินใจอยู่ – iPhone 14 Plus เหมาะสำหรับคนที่เน้นใช้งาน iPhone แบบทั่วไป ใช้ดู YouTube ถ่ายรูปในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ต้องเน้นฟังก์ชันกล้องความละเอียดสูง หรือ Dynamic Island – หน้าจอใหญ่ 6.7 นิ้วเทียบเท่า 14 Pro Max ดูหนังเล่นเกมได้เต็มตาดีมากกว่า 14 และมีความละเอียดมากขึ้นเป็น 2778 x 1284 resoluton แม้จะได้ refresh rate 60Hz (vs 120Hz for Pro Max) แต่ก็ถือว่าลื่นเหลือเฟือ – iPhone
แม้หน้าตาจะแปลกตา แต่มีหลายเหตุผลที่เราคิดว่า M2 รุ่นนี้น่าสนใจ เพราะนี่คือตระกูล M รุ่นสุดท้ายกับเครื่องยนต์เผาไหม้ 100% BMW M2 ใหม่ ใช้เครื่อง S58 twin-turbocharged 3.0-liter inline-six ตัวเดียวกับใน M3, M4, และ X3 M ให้กำลัง 453 horsepower, 550 Nm of torque 0-100 km/h ใน 3.9 วินาที โดยจะไม่มีรุ่น Competition ออกมาเหมือนรุ่นพี่ มีเกียร์ให้เลือกทั้ง eight-speed M Steptronic transmission และ six-speed manual transmission และจะมีเพียงระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (ไม่มีขับสี่ xDrive ให้เลือก ณ ตอนนี้) มิติตัวถังของ BMW M2
คุณจะสามารถอัพเกรดรถ hypercars ระดับเกือบ 1,000 แรงมัน ให้โหดขึ้นได้อีกแค่ไหน? ทีม RYFT บอกว่าสบายมาก พร้อมเผยผลงานชิ้นล่าสุด SF90 Competition Edition อัพเกรดหน้าตาเพิ่มความเท่และยกระดับชุด aerodynamic ให้ดียิ่งขึ้น RYFT Ferrari SF90 Competition Edition จัดเต็มด้วยพาร์ท carbon fiber กว่า 20 ชิ้น ออกแบบชุดท่อไอเสียและสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน ซึ่งดีไซน์ทั้งหมด RYFT เรียกมันว่า “Functional Aero” เพื่อสื่อถึงกระบวนการในการคิดและผลิตมากมายหลายขั้นตอน กว่าจะได้ชุดแต่งที่สวยงามและใช้งานได้จริง ชุด part รอบคันล้วนได้แรงบันดาลใจจากรถรุ่นก่อน ๆ ของ Ferrari ไม่ว่าจะเป็น front splitter จาก 488 GT3 Evo สเกิร์ตข้างจาก Scuderia 16M มี active rear-wing ที่สร้าง
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดศักราชใหม่ของยนตรกรรมพรีเมียมด้วยการเผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู i7 ใหม่ เป็นครั้งแรก รถยนต์ซีดานพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มอบที่สุดแห่งประสบการณ์ทั้งการขับขี่ที่เร้าใจ ความหรูหราสง่างาม และห้องโดยสารที่ให้บรรยากาศอบอุ่นสะดวกสบาย โดยรถยนต์ซีดานพรีเมียมไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport (First Edition) บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport Gran Lusso ล้วนโดดเด่นทั้งในด้านความหรูหราสะดวกสบาย ความทันสมัย และความยั่งยืน ทั้งยังสะท้อนกลิ่นอายความสปอร์ตและความคล่องตัวในการออกแบบ ตอกย้ำความเป็นผู้นำของบีเอ็มดับเบิลยูในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในประเทศไทยได้อย่างชัดเจน มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู i7 ใหม่ สะท้อนความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมของบีเอ็มดับเบิลยู และจะมาเป็นยนตรกรรมที่นำพาอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าสู่ยุคใหม่แห่งอนาคตได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และวันนี้ เราพร้อมเผยโฉมรุ่นขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบให้แฟนบีเอ็มดับเบิลยูชาวไทยได้ชมเป็นครั้งแรก กับรุ่นรถยนต์ที่สะท้อนความโดดเด่นครบทุกด้าน ทั้งความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ ความสะดวกสบาย สุดยอดประสบการณ์การขับขี่
ในที่สุดก็เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางของ Supercar ที่หามาครอบครองได้ยากสุด ๆ และสวยสุด ๆ นี่คือรุ่นพิเศษสุดท้ายก่อนปิดสายการผลิตของ generation ปัจจุบันของ Ford GT LM Edition ที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองให้กับอดีตตำนานแชมป์ Le Mans 2016 และจะมีเพียง 20 คนในโลกเท่านั้นที่จะได้ครอบครองมัน ซึ่งหลังจากนี้อาจจะมีเพียง Ford GT ขุมพลังไฟฟ้าใน generation ถัดไป ตามแผนการขุมพลังโลกใหม่ของ Ford ในรถทุก segment Ford GT LM Edition ได้แรงบันดาลใจจาก Ford GT No. 68 ที่ตกแต่งในโทนสีแดงฟ้า วิ่งเข้าเส้นชัยคว้าแชมป์ 2016 Le Mans ไปครอบครอง แต่แทนที่จะมาในสไตล์การตกแต่งเดียวกัน Ford GT LM Edition เลือกใช้เพียงโทนสีแดงฟ้าในรายละเอียดบางจุดเช่น carbon fiber และเบาะนั่งภายในห้องโดยสาร ซึ่งผู้โชคดีที่มีโอกาสจับจองจะสามารถเลือกได้สี
เผยโฉมหน้าตา Ford Mustang ใหม่ทั้งคัน แถมยังมาในเวอร์ชันสุดโหดเต็มระบบพร้อมลงแข่งโดยเฉพาะ นี่คือ Ford Mustang GT Gen3 Supercar พัฒนาเพื่อลงแข่งรายการ 2023 Australian Supercars Championship ในตัวถังรหัส S650 ล่าสุด Mustang GT Gen3 Supercar วางเครื่องยนต์ Coyote V8 tuned by Ford Performance อัพเกรดไส้ในทั้งหมดพร้อมเพิ่มความจุเป็น 5.4 ลิตร ให้กำลังรวม 600 horsepower แรงบิด 650 Nm of torque ขับเคลื่อนสี่ล้อด้วย sequential shift Xtrac P1293 6-speed transaxle gearbox ถือเป็น Ford Mustang generation ที่เน้นสร้างชื่อเสียงด้านความเร็วมากกว่าที่ผ่านมา เพราะนับตั้งแต่เปิดตัวรหัส
รุ่นพิเศษเอาใจคนชอบขับหลัง Audi R8 V10 GT RWD โมเดลสุดท้ายที่จะใช้เครื่องยนต์ V10 FSi engine ทีเด็ดสร้างชื่อเสียงที่เริ่มใช้ครั้งแรกใน S8 ปี 2006 และผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 333 คันทั่วโลก ความแตกต่างของ Audi R8 V10 GT จากรุ่นปกติก็คือการจับคู่เครื่องยนต์ 5.2-liter V10 กับระบบขับเคลื่อนล้อหลังเป็นครั้งแรก ให้พละกำลังเทียบเท่าตัว Quattro ที่ 611 hp @8,000 rpm แรงบิดลดลงเล็กน้อยเหลือ 417 lb-ft เกียร์ 7-speed dual-clutch ถูกปรับอัตราทดให้ชิดขึ้น เพิ่มอรรถรสในการขับที่สนุกสนานสะใจ ในรุ่นขับหลัง จะมีระบบ torque-rear traction control system ที่ปรับแต่งใหม่เพื่อควบคุมแรงบิดให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ สามารถเลือกปรับ Driving mode ถึง 7 รูปแบบได้ที่ปุ่มบริเวณพวงมาลัย ทำงานร่วมกับช่วงล่างแบบ
ชายผู้เคยบอกว่า AI นั้นน่ากลัวและเป็นภัยต่อมนุษยชาติ เมื่อคืนพึ่งจะเปิดตัวผลงานเทคโนโลยีชิ้นล่าสุดที่กำลังพัฒนาโดย Tesla มีนามว่า “Optimus” AI Robot ที่เปิดตัวอย่างสวยงามบนเวทีงาน Tesla AI Day ใน Silicon Valley มันสามารถเดินและเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมโบกมือทักทายผู้คนในงานได้อย่างคล่องแคล่ว Elon Musk ตั้งใจพัฒนา Optimus ขึ้นมาเพื่อใช้ทำงาน routine ในโรงงาน Tesla ซึ่งคาดว่าจะสามารถวางขายเพื่อใช้แทนแรงงานมนุษย์ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ด้วยราคาราว 750,000 บาทต่อตัว ซึ่งถือไม่แพงเลยหากมันช่วย automated บางขั้นตอนในการผลิตให้สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีป่วย ไม่มีลา ไม่มีจับกลุ่มด่านินทาเพื่อนร่วมงานให้เกิดดราม่าในองค์กร และไม่ต้องกลัวว่าวันนึง Optimus จะชวนกันกลายร่างเป็น The Terminator robot แล้วหันยึดครองโลกมนุษย์ เพราะ Elon Musk จะจำกัดขีดความสามารถของมัน เช่น จำกัดความเร็วในการวิ่งไม่เกิน 5 mph พร้อมปุ่มสำหรับปิดฉุกเฉินแบบ hardwired


