BMW เดินหน้าขยายไลน์อัปให้กับ X5 เจเนอเรชันใหม่ (G65) อย่างรวดเร็ว เปิดตัวพร้อมกัน 5 ทางเลือก มีครบไลน์ทั้ง Gasoline (mild-hybrid), Diesel, Plug-in hybrid (PHEV), Pure Battery Electric (iX5), และ Hydrogen Fuel Cell สำหรับรุ่นรหัสสมรรถนะสูงสไตล์ M Performance อย่าง ‘X5 M60e’ ซึ่งโมเดลใหม่นี้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือการบอกลาเครื่องยนต์ V8 จากรุ่น M60i เดิม แล้วหันมาคบหาขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดแบบ 6 สูบเรียงบล็อกเล็กลงแทน แม้ขนาดเครื่องยนต์จะเล็กลง แต่พละกำลังกลับสวนทาง ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดชุดนี้ถูกยกมาจากซีดานเรือธงอย่าง M760e ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบ 3.0 ลิตร 6 สูบเรียง เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า รีดกำลังรวมสูงสุดได้ถึง 603 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 800 นิวตันเมตร ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าเหนือกว่า
ก่อนจะกลายเป็นไอคอน BMW M3 ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นรถสปอร์ตหรู และไม่ได้เริ่มต้นชีวิตจากความต้องการขายรถให้คนทั่วไปด้วยซ้ำ M3 รุ่นแรกเกิดจากเงื่อนไขของสนามแข่ง เป็นรถถนนที่ BMW Motorsport ต้องสร้างขึ้นเพื่อให้รถแข่งมีสิทธิ์ลงสนาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นใหญ่กว่า homologation requirement มาก เพราะตลอด 40 ปีที่ผ่านมา M3 ค่อย ๆ เปลี่ยนจากรถที่เกิดเพื่อการแข่งขัน สู่รถที่กลายเป็น benchmark ของคำว่า performance car สำหรับชีวิตจริง หกรุ่น หกบุคลิก หนึ่งชื่อที่ยังมีแรงดึงดูดเหมือนเดิม นี่คือ Six Generations of The M3 Effect E30 – THE ORIGIN E30 คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ M3 ไม่ใช่แค่ 3 Series ที่แรงขึ้น แต่คือรถที่ถูกสร้างจาก DNA ของรถแข่งในฐานะ homologation model สำหรับ
รถที่ไม่ได้รู้จักครั้งแรกจากโชว์รูม เรารู้จักมันจากหน้าจอ BMW M3 GTR ลาย silver-blue จาก Need for Speed: Most Wanted อาจเป็น BMW M คันแรกที่พวกเราเคยขับ ทั้งที่ไม่เคยแตะพวงมาลัยจริง ไม่เคยได้ยินเสียงเครื่องจริง และอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถคันนี้มีความพิเศษแค่ไหน นี่คือเสน่ห์ของ car culture ยุคเกมคอนโซลที่ทำให้คนจำนวนมากได้มี memory เดียวกันและฝังอยู่ในใจตั้งแต่ยังไม่รู้ว่า BMW M คืออะไร Need for Speed: Most Wanted ไม่ใช่เกมที่ต้องอธิบายเยอะสำหรับคนที่โตมากับยุค 2000s โดยเฉพาะ M3 GTR ที่ไม่ได้เป็นแค่รถอีกคันใน garage ของเกม แต่มันคือของที่เราถูกพรากไปตั้งแต่ต้น คือภาพจำของการกลับมาเอาคืน และคือสัญลักษณ์ของการไต่กลับขึ้นไปบนจุดสูงสุด ความทรงจำนี้ไม่ได้อยู่แค่ในหัวของคนเล่นเกมอย่างเดียว BMW M เองก็ยอมรับสถานะทางวัฒนธรรมของรถคันนี้อย่างเป็นทางการ ในปี 2024 BMW M Motorsport นำ
เชื่อหรือไม่ว่า Porsche Crest ตราสัญลักษณ์ที่สุดคลาสสิกและทรงพลังนี้ เกือบจะไม่ได้เกิดขึ้นบนหน้าประวัติศาสตร์ยานยนต์ ย้อนกลับไปในช่วงแรกที่บริษัทเริ่มทำตลาดรถยนต์รุ่น 356 ในปี 1948 พวกเขาไม่ได้มีตราสัญลักษณ์ใด ๆ ประดับอยู่เลย นอกจากตัวอักษรคำว่า “Porsche” ที่แปะอยู่บนตัวถังรถเท่านั้น ความพยายามในการสร้างโลโก้เริ่มต้นขึ้น ในเดือนมีนาคมปี 1951 เมื่อทางบริษัทได้จัดการประกวดออกแบบโลโก้ โดยเปิดโอกาสให้สถาบันศิลปะทั่วเยอรมนีส่งผลงานเข้าชิงเงินรางวัลสูงถึง 1,000 ดอยช์มาร์ก (เทียบเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 120,000 บาท) แต่ผลปรากฏว่าไม่มีดีไซน์ไหนเอาชนะใจกรรมการได้ ทำให้โปรเจกต์นี้ต้องพับเก็บและหยุดชะงักไปชั่วคราว ทว่าไอเดียก็ถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปีเดียวกัน จากบทสนทนาบนโต๊ะอาหารค่ำในมหานครนิวยอร์ก เมื่อ Ferry Porsche ลูกชายของ Ferdinand ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้ร่วมโต๊ะเจรจาธุรกิจกับ Max Hoffman ผู้นำเข้ารถยนต์รายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่ง Hoffman คือผู้ทรงอิทธิพลในวงการยานยนต์ยุคนั้น ผู้เคยพา Mercedes-Benz 300 SL บุกตลาดอเมริกาจนสำเร็จมาแล้ว และในวันนั้นเขาก็เป็นคนผลักดันอย่างหนักว่ารถยนต์ Porsche จำเป็นต้องมีตราสัญลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำได้ทันทีที่มองเห็น แรงกระตุ้นจาก Hoffman ทำให้ Ferry Porsche
หากจะทำความเข้าใจถึงต้นกำเนิดของ BMW M3 เราจำเป็นต้องสลัดภาพจำของรถสปอร์ตซีดานในยุคปัจจุบันออกไปเสียก่อน เนื่องจากโมเดลระดับตำนานคันนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำการตลาด หัวใจสำคัญของมันคือการเป็นรถแข่งพันธุ์แท้ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลงห้ำหั่นในสนามแข่งทัวริ่งคาร์กลุ่ม Group A หรือรายการ DTM (German Touring Car Championship) ในยุคนั้นโดยเฉพาะ ภายใต้กฎข้อบังคับอันเข้มงวดของ Group A รถแข่งที่จะได้รับการรับรอง ค่ายผู้ผลิตจำเป็นต้องมียอดจำหน่ายรถยนต์รุ่นดังกล่าวในเวอร์ชันใช้งานบนท้องถนนทั่วไปได้อย่างน้อย 5,000 คัน ภายในระยะเวลา 12 เดือน ทีมวิศวกรจากแผนก BMW Motorsport จึงได้ออกแบบและพัฒนาทั้งเวอร์ชันรถแข่งและเวอร์ชันถนนไปพร้อม ๆ กัน และนี่ก็คือจุดกำเนิดของ BMW M3 E30 รายละเอียดทางวิศวกรรมสะท้อนถึงเจตนารมณ์แห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตอย่างชัดเจน ระบบกันสะเทือน และระบบเบรก ABS ที่ทำงานร่วมกับจานเบรกคู่หน้าแบบมีครีบระบายความร้อน ล้วนถูกคำนวณมาเพื่อรองรับความต้องการในสนามแข่ง แม้กระทั่งรูปแบบการเปลี่ยนเกียร์ที่เป็นระบบเกียร์แบบ Dogleg โดยมีตำแหน่งเกียร์หนึ่งอยู่ทางด้านซ้ายล่าง ก็เป็นสิ่งยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่ต้องการให้ผู้ขับขี่สามารถสับเปลี่ยนเกียร์สำคัญในการทำความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ทีมวิศวกรยังให้ความสำคัญกับการลดน้ำหนักตามหลักอากาศพลศาสตร์ ชิ้นส่วนรอบคันอย่างกันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง ฝากระโปรงท้าย และสปอยเลอร์ ถูกแทนที่ด้วยวัสดุพลาสติกน้ำหนักเบา ควบคู่ไปกับการปรับองศาของเสา C-pillar ให้มีความลาดเอียงน้อยลงและมีฐานที่กว้างขึ้นกว่ารุ่นมาตรฐาน
ช่วงนี้หลายคนหันมาสนใจ Porsche มือสองบางรุ่นที่ราคาเริ่มดูเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Boxster & Cayman 986, 987.1, รวมถึง 911 รหัส 996 และ 997.1 แต่ปัญหาคือ Porsche มือสองราคาถูก ไม่ได้แปลว่าค่าใช้จ่ายจะถูกไปด้วย อะไหล่ทุกชั้นยังเป็นของรถราคา 7-8 ล้านบาทอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นการเลือกซื้อคันที่ราคาต่ำสุด หรือซื้อแบบไม่รู้ประวัติการซ่อม จึงมีความเสี่ยงที่จะต้องควักเงินจ่ายอีกหลายแสนบาทตั้งแต่ปีแรกสูงมาก โดยเฉพาะในโมเดลปี 1997 – 2008 จะมีปัญหายอดฮิตที่ควรรู้จักก่อนโอนเงิน นั่นคือ IMS bearing IMS ย่อมาจาก Intermediate Shaft หรือเพลากลางที่ทำหน้าที่ช่วยขับระบบ timing chain ไปยัง camshaft ในเครื่องยนต์ flat-six ตระกูล M96/M97 ของ Porsche บางรุ่น ปัญหาอยู่ที่ตัวลูกปืนเพลาข้อกลาง หรือที่เรียกว่า IMS bearing ความน่ากลัวคือเมื่อลูกปืนตัวนี้เสื่อมสภาพหรือแตกหัก สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่เสียงดัง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โลกพยายามเอารถไฟฟ้าไปใส่ในร่างของซูเปอร์คาร์ แล้วก็หวังว่าคนจะอินเหมือนเดิม แต่ความจริงคือคนไม่ได้อยากได้แค่ซูเปอร์คาร์ที่เปลี่ยนน้ำมันเป็นแบตเตอรี่ Ferrari รู้เรื่องนี้ดี และนั่นคือเหตุผลที่ Luce กลายเป็น Ferrari ที่น่าสนใจที่สุดในรอบหลายปี ไม่ใช่เพราะมันคือ EV คันแรกของแบรนด์ แต่เพราะมันคือ Ferrari ที่กล้าทิ้งทุกสูตรสำเร็จที่ตัวเองเคยมี แทนที่จะสร้าง F80 เวอร์ชันไร้เครื่องยนต์ หรือเอาแบตเตอรี่ไปแทนเครื่อง V8 ใน layout เดิม พวกเขากลับเริ่มใหม่ทั้งหมดด้วยคำถามว่า “ถ้าเราไม่ติดกรอบเดิมเลย รถไฟฟ้าของ Ferrari ควรเป็นยังไง?” ผลลัพธ์คือรถทรง monobox ขนาดเกือบ 5 เมตร สูงกว่า Ferrari ทั่วไป มี 5 ที่นั่ง มี hatchback และหน้าตาเหมือนรถจากหนัง sci-fi มากกว่ารถจาก Maranello ซึ่งดูก็รู้ว่าคนออกแบบมันไม่ใช่ Pininfarina แต่เป็น Sir Jony Ive อดีตหัวหน้าทีมออกแบบ Apple
Impossible to Ignore!! ปลุกเร้าความเท่ ที่ไม่อาจละสายตา กับ The Original Culture Collection ดร็อปใหม่ล่าสุดจาก CUB House ที่พร้อมเปลี่ยนท้องถนนให้เป็นรันเวย์ รอบนี้จัดเต็มกับคอลเลกชันเสื้อผ้าที่ดึงจิตวิญญาณ ‘สตรีทคัลเจอร์’ มาขยี้รวมกับกลิ่นอายความคราฟต์สไตล์ ‘วินเทจเรซซิ่ง’ ออกมาเป็นไอเทมที่โคตรจัดจ้าน ทลายทุกขีดจำกัดของการแต่งตัว ด้วยดีไซน์ที่พร้อมให้ทุกคนหยิบไปสับ ไปลุย ไปใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยง จะออกไปบิดมอเตอร์ไซค์กินลม หรือไปเดินเล่นชิลล์ ๆ ก็โคตรเซลฟ์กับลุคสุดจึ้งดึงดูดทุกสายตาแบบยากจะปฏิเสธ อ่านมาถึงตรงนี้จะมัวรออะไร รีบพุ่งตัวไปสัมผัสงานคราฟต์ที่ผสมผสานความซิ่งและความสตรีทเข้าด้วยกันแบบโคตรกลมกล่อมของจริงได้แล้ววันนี้ ที่ CUB House ทั้ง 16 สาขา ทั่วประเทศ
Longines Legend Diver เป็นหนึ่งในนาฬิกาที่อยู่ในจุดแปลกแต่น่าสนใจของโลก dive watch มานาน เพราะมันไม่เคยพยายามทำตัวเป็น Submariner killer ไม่ได้อยากเป็น desk diver ที่ใส่สูทแล้วดูแพงอย่างเดียว และก็ไม่ได้พยายามตะโกนความสปอร์ตแบบนาฬิกาดำน้ำยุคใหม่ เสน่ห์ของมันอยู่ตรงความเป็น compressor-style diver ที่ดูเหมือนหลุดมาจากยุค late 1950s เป็นนาฬิกาที่มีความ vintage ชัด แต่ยังมีบุคลิกเฉพาะตัวจาก two crowns, internal rotating bezel และหน้าปัดที่ไม่ได้เดินตามสูตร dive watch ทั่วไป แต่ในช่วงหลัง Legend Diver รุ่น 39mm ที่เปิดตัวในปี 2023 กลายเป็นจุด sweet spot สำหรับนักสะสมจำนวนมาก เพราะขนาดใส่ง่ายกว่าเดิม หน้าปัดสะอาดขึ้น และบาลานซ์โดยรวมเหมาะกับคนยุคนี้มากกว่า ทว่าปัญหาคือมันทำให้ Legend Diver ดู polished ขึ้น เงาขึ้น
BMW Motorrad Vision K 18 เป็นรถ concept ที่ควรถูกมองในฐานะงานทดลองทางความคิด มากกว่ารถต้นแบบที่รอวันลงสายการผลิต เพราะแก่นแท้ของมันไม่ได้อยู่ที่คำถามว่า “BMW จะขายคันนี้จริงไหม” แต่อยู่ที่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเดินไปสู่ความเงียบ ความเรียบ และระบบไฟฟ้า BMW ยังสามารถใช้เครื่องยนต์สันดาปเป็นภาษาหลักของอนาคตได้อยู่หรือไม่ คำตอบของ BMW คือ Vision K 18 หัวใจของรถคันนี้คือเครื่องยนต์ six-cylinder in-line ขนาด 1,800 cc ที่ BMW Motorrad ระบุว่าเป็นเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับรถ concept คันนี้โดยเฉพาะ นี่จึงไม่ใช่การนำ R 18 มาปรับตัวถังใหม่ และไม่ใช่ความพยายามจะสร้าง cruiser อีกรุ่นเพื่อไล่ตามวัฒนธรรมอเมริกันแบบ Harley-Davidson แต่เป็นการนำสิ่งที่อยู่ใน DNA ของ BMW มานานหลายทศวรรษกลับมาเป็นตัวตั้งต้นของงานออกแบบ BMW มีประวัติศาสตร์ยาวนานกับเครื่องยนต์หกสูบเรียง ตั้งแต่โลกของรถยนต์จนถึงมอเตอร์ไซค์ touring รุ่นใหญ่ และ


