Life

BREAK BAD HABITS: ‘5 นิสัยร้าย ๆ ที่ทำลายตัวเอง’ รู้แล้วรีบเลิกก่อนจะสาย จนกลายเป็นนิสัยติดตัว

By: april February 25, 2019

เราอาจจะโฟกัสการใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ทำอะไรแบบเดิม ๆ ไปที่ความน่าเบื่อของกิจวัตรประจำวัน ที่ทำอะไรซ้ำซาก หรือการไม่ก้าวออกมาจาก Comfort Zone ว่าไม่เติบโต แต่อย่าลืมว่าภายใต้เรื่องน่าเบื่อ อย่างการทำอะไรแบบเดิม ๆ เหล่านั้น มีพิษร้ายที่แฝงอยู่และทำร้ายตัวเราอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะนิสัยเสียเดิม ๆ ที่เราทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะทำเพราะความเคยชิน หรือทำเพราะไม่รู้ว่ามันคือนิสัยร้าย ๆ ผลลัพธ์มันก็ออกมาแย่อยู่ดี

UNLOCKMEN ขอช่วยหนุ่ม ๆ มาปลดนิสัยร้าย ๆ ที่ล้วนเป็นเรื่องใกล้ตัวออกไปจากตัวเอง แล้วมาก้าวไปข้างหน้ากับนิสัยแบบใหม่ ในร่าง Better Me

พึ่งพาคนอื่นมากเกินไป

ด้วยสัญชาตญาณของสัตว์สังคมอย่างมนุษย์เรา เมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เรามักจะวิ่งหาใครสักคนที่พอจะช่วยเราได้ ลองนึกถึงวินาทีที่ได้เล่าความกังวลที่แบกเอาไว้ให้ใครสักคนฟังดูสิ มันคงช่วยให้เราสบายใจขึ้น แต่อย่าลืมว่ามันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้เราเลย

เราอาจจะเล่าปัญหาให้ใครสักคนฟังเพื่อระบาย เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้กับคำตอบหรือทางออกของตัวเอง แต่นั่นแหละ ต่างคนต่างวาระ เราอย่าเพิ่งเอาทางออกจากคนอื่นมาใช้กับปัญหาของตัวเอง เพราะไม้บรรทัดเดียวมันไม่สามารถใช้กับทุกอย่างได้ บางคนชอบคิดแทนคุณด้วยการแก้ปัญหาในแบบของเขา แม้มันจะได้ผลสำหรับเขา แต่มันไม่ได้การันตีผลลัพธ์เมื่อเอามาใช้กับปัญหาของคุณ เอาเป็นว่าเลือกที่จะเล่า ระบาย บอกกล่าว แทนการให้คนอื่นแก้ปัญหาให้จะดีกว่า

Be Positive

หากเป็นคนแข็งกระด้างจนตัวเองรู้สึกว่ามันช่างหดหู่เหลือเกิน ลองปรับมู้ดตัวเองให้มาเป็นคนใจดีมากขึ้น นุ่มนวลมากขึ้น ใจดีกับตัวเองหน่อยหนุ่ม ๆ เอาพลังบวกมาสู้กับความคิดลบ ๆ ดูเป็นอะไรที่ตรงรุ่นและถูกทางที่สุดแล้ว แม้มันจะดูนามธรรมจับต้องไม่ได้ แต่ความเป็นจริงคือมันเป็นเรื่องของความคิดไง ถ้าหากขนาดกับตัวเราเองยังใจร้ายกับตัวเองได้ ชอบคิดลบ ดูถูกตัวเอง แล้วทำไมเราจะทำกับคนอื่นไม่ได้ล่ะ บางทีเราอาจจะเผลอทำไปแบบไม่รู้ตัวไปแล้วด้วยซ้ำ เริ่มจากการหาข้อดีของตัวเอง แล้วสนับสนุนตัวเองในด้านนั้นให้ไปได้สุดทาง มันจะช่วยให้เราลดความ Negative ลง และยังเพิ่มพลังให้กับตัวเองอีกด้วยว่าเราก็ไม่ได้ห่วยแตกอย่างที่คิดนี่หว่า

หากรู้สึกว่าการมองบวกจากมุมของตัวเองมันยาก แน่ล่ะ! เราเข้าใจ เพราะเราคือคนที่ยืนอยู่ในปัญหานั้น ลองแชร์ปัญหากับใครสักคนที่คุณไว้ใจ คนที่เขาก็ต้องรู้จักคุณดีในระดับนึง เขาต้องรู้มาบ้างแล้วว่าต้องรับมือกับคุณยังไง หรือรู้ว่าคุณต้องการคำตอบแบบไหนที่จะทำให้คุณรู้สึกดี แม้มันจะดูขี้แย แต่เฮ้ย! ใครจะเข้มแข็งตลอดเวลาวะ! อ่อนไหวบ้างก็ได้ ผู้ชายก็ร้องไห้เป็นเหมือนกันแหละ การมีใครสักคนมารับฟังเรื่องราวสุดวายป่วงของคุณ แม้มันจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดได้แบบเซียน ๆ แต่มันก็ยังดีกว่าต้องเผชิญหน้าทุกอย่างเพียงลำพัง จนเหมือนกันไปไม่เจอใครอยู่ข้าง ๆ มันเศร้าเกินไปหน่อยแล้ว

ทำให้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่แค่งานอดิเรก

ทุกคนล้วนมีงานอดิเรกเป็นของตัวเองกันทั้งนั้นแหละ แต่ไม่ค่อยมีเวลาให้มัน หรืออาจจะเป็นสิ่งที่อยากทำ แต่ยังไปไม่สุด ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ในชีวิต มันน่าเสียดายนะครับที่เรามีความชอบแล้ว แต่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ลองหยิบงานอดิเรกของคุณที่ชื่นชอบที่สุดมาสักอย่าง แล้วไปหาคอร์สเรียนด้านนั้นให้มันสุดทางไปเลย ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร ดนตรี กีฬา วาดรูป ถ่ายรูป ชงกาแฟ แล้วแต่เราเลย ได้ทุกอย่างนั่นแหละ ไหน ๆ ก็มี Passion แล้ว ก็ส่งเสริมตัวเองให้เป็น Expert ไปเลยไม่ดีกว่าหรอ ได้ทำงานอดิเรกแบบมือโปร รับรองว่ามันต้องสนุกกว่าตอนอยู่ในเลเวล Newbie อยู่แล้ว

การได้รู้ลึกกับอะไรสักอย่างที่เราชอบเหมือนเป็นการเติม Skill ติดตัวให้ตัวเองได้อีกหนึ่งอย่าง และหากเชี่ยวชาญมาก ๆ อาจจะถึงขนาดยึดเป็นอาชีพเลยก็ได้ คิดดูว่ามันจะมีความสุขขนาดไหนถ้างานกับสิ่งที่คุณรักคือสิ่งเดียวกัน

พรุ่งนี้ค่อยออกกำลังกาย

สุขภาพไม่ใช่สิ่งไกลตัวเลย แม้ตอนนี้จะอยู่ในวัยฮอร์โมนพุ่งพล่านอย่างยี่สิบต้น ๆ วัยหนุ่มเต็มตัวอย่างยี่สิบปลาย ๆ หรือวัยกลางคนอย่างสามสิบกว่า ๆ การดูแลสุขภาพตัวเองให้เหมาะสมกับวัยเป็นอะไรที่เราควรคำนึงถึงให้มาก ตอนที่ยังเป็นหนุ่มแน่นสุขภาพดีอยู่ เราอาจจะปาร์ตี้หนัก ใช้ร่างกายเปลือง เพราะเรายังไม่รู้ว่าผลที่ตามมาเมื่ออายุมากขึ้นจะเป็นยังไง พออายุขึ้นเลขสามคุณจะเริ่มรู้แล้วว่าอาการแฮ้งมันอยู่กับเรานานเป็นพิเศษ

ดูแลตัวเองตั้งแต่ยังมีแรง อย่าไปดูแลเอาตอนที่ร่างกายไม่ไหวแล้ว เพราะนั่นมันจะเป็นเหมือนการเยียวยาร่างกายมากกว่าการพัฒนาร่างกาย ลงทุนกับรองเท้าวิ่งดี ๆ หรือสมัครสมาชิกในยิมเอาไว้หน่อยก็ดี ร่างกายของเรามันไม่ได้ Reset ได้เหมือนคอมพิวเตอร์ ซื้ออะไหล่ไม่ได้เหมือนรถยนต์ จ่ายกับอะไรที่มันบั่นทอนสุขภาพได้ จ่ายเงินเพื่อซื้อสุขภาพให้กับตัวเองบ้างมันจะเป็นอะไรไป

ไม่มีเงินเก็บ

อย่าคิดว่าอายุเยอะแล้วจะใช้เงินไม่เท่าตอนวัยรุ่น พออายุเยอะขึ้น ค่าใช้จ่ายก็เยอะขึ้นเช่นกัน ลองนึกถึงวัยที่เราต้องปลดระวางตัวเองจากอาชีพที่ทำ นั่นหมายความว่าเราจะไม่มีรายได้แล้ว และเราก็ต้องมีเงินสำรองมากพอที่จะใช้จ่ายในช่วงเวลาที่ตัวเองได้พักและไม่มีรายได้เข้ามา

การวางแผนเงินเก็บให้ตัวเองเป็นสิ่งที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่มีงานที่มั่นคง เลิกนิสัยใช้เงินเดือนชนเดือนให้ได้ และวางแผนในระยะยาวเสียตั้งแต่วันนี้ ถ้ายังไม่อยากมองไกลไปจนถึงตอนแก่ อย่างน้อยลองนึกถึงตอนมีครอบครัว เราคงไม่อยากให้ลูกของเราต้องอยู่ในภาวะการเงินไม่คล่องมือหรอกนะ เพราะนั่นหมายถึงความไม่พร้อมที่จะมีครอบครัวไงล่ะ

 

นิสัยเหล่านี้ไม่ว่าเราจะมีกี่ข้อ เคยทำแบบรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ถ้าหากรู้แล้วว่ามันส่งผลเสียยังไง ก็รีบลดละเลิกได้แล้วนะหนุ่ม ๆ

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line