ถ้ามีใครพูดถึง “Lamborghini 4 ประตู” เมื่อสิบกว่าปีก่อน แฟนพันธุ์แท้คงขำพรืดออกมาพร้อมบอกว่า “ไม่จริงหรอก มันต้องทรงลิ่ม เครื่องกลางประตูเฉียงประตูปีกนกเท่านั้น” แต่ในปี 2008 ณ งาน Paris Motor Show กลับมีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนแนวคิดของ Lamborghini ไปตลอดกาล มันมีชื่อว่า Estoque (เอส-โต-เก้) ชื่อที่ฟังดูคมกริบแบบภาษาสเปนก็สมควรอยู่ เพราะมันแปลว่า “ดาบปลายเรียวสำหรับจบชีวิตวัวกระทิงในการสู้วัว” และแน่นอน มันยังคงธีม Bullfighting tradition แบบเดียวกับ Countach, Murcielago, Aventador ที่แฟน ๆ คุ้นเคย เพียงแต่คราวนี้ Lambo ไม่ได้แค่จะฆ่า bull ตัวอื่น แต่มันจะเปลี่ยนวิธีที่โลกมองแบรนด์กระทิงดุไปโดยสิ้นเชิง Estoque คือ Lamborghini 4 ประตูแบบ front-mid engine ที่มาพร้อมความ Practical อย่างเหลือเชื่อ มีพื้นที่เก็บของจุใจ
New Cartier Santos de Cartier Titanium – pilot watch เรือนแรกของโลกที่ Louis Cartier ออกแบบให้นักบินเพื่อนสนิท Alberto Santos-Dumont ในปี 1904 ที่คงดีไซน์แนวคิดดั้งเดิมเป็นเวลากว่า 120 ปี วันนี้มันถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้นกับวัสดุ Titanium เปิดตัวพร้อมกัน 2 เวอร์ชัน เวอร์ชันแรกคือ Santos de Cartier Titanium หน้าตาอาจดูคุ้นเคยแต่ทุกสัมผัสเปลี่ยนไปหมด Cartier ใช้วัสดุไทเทเนียมที่ขัดทรายแบบ bead-blasted จนได้พื้นผิวด้านที่ดู matte เต็มขั้น สีของตัวเรือนออกไปทาง anthracite grey เข้มๆ เม็ดมะยมประดับ black spinel แทนการเล่นสีจัดๆ ทั้งหมดนี้ทำให้นาฬิกาดูนิ่งแต่ดึงดูดสายตาด้วย texture ล้วน ๆ ไทเทเนียมทำให้เรือนนี้เบากว่า steel ถึง 43% แต่แข็งแรงกว่าในเชิงเทคนิค และนั่นทำให้
อูยยย ! ตั้งแต่เห็นดีไซน์ของ Studio Underd0g ครั้งแรกก็ใจสั่นมาก ยิ่งหาข้อมูลได้เห็น Art Direction ของเขาจากช่องทางโซเชียล FACEBOOK / INSTAGRAM ก็ยิ่งรัก “If not now, then when?” คือปรัชญาก่อตั้งแบรนด์นาฬิกาอังกฤษไซส์เล็กของ Richard Benc ที่อยากทำอะไรก็เอาเหอะเอาให้สนุกละกันนะ พอดีช่วงนี้เรากำลังหานาฬิกาข้อมือใส่แต่ไม่อยากซ้ำกับคนอื่นเท่าไหร่ จนไปเจอแบรนด์ชื่อ Studio Underd0g สตูดิโอระดับ Microbrand Watch Brand ที่สื่อทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ เพราะตกใจในแอคเคาต์ IG คนตาม 75k (ซึ่งไม่ได้เยอะมากถ้าเทียบกับแบรนด์อื่น) แล้วมี Wacth Nerd อย่าง John Mayer ตามอยู่ด้วย อะ ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ แล้วตัวของ Richard Benc ดีไซน์เนอร์/คนก่อตั้งแบรนด์ คนตามหลักสองพัน ก็ Underdog สมชื่อ !
ทุกคนครับ ! เราไปเจอรองเท้าแบรนด์นี้จากอัลกอริทึ่มของ IG ที่ทำงานดีเกินว่ะ ชื่อแบรนด์ Reproduction Of Found สารภาพว่าไม่รู้จักแบรนด์มาก่อน (ตอนแรกนึกว่า Adidas Samba ด้วยซ้ำ) แต่ถูกใจจัด ก็เลยทำการรีเสิร์ชข้อมูลมาป้ายยาชาว UNLOCKER กัน พบเจอว่านี่คือแบรนด์รองเท้าที่ได้แรงบันดาลใจจาก Military Trainers Shoes ช่วงยุค 1980s ที่ต่อยอดแรงบันดาลใจนั้นให้กลายเป็นรองเท้าพรีเมียมของคนในยุคปัจจุบัน BACK INTO 2016 SOLDIER ! จากแรงบันดาลใจของ Military Trainers Shoes สู่รองเท้าแห่งการ FIND OUT Reproduction Of Found เป็นรองเท้าแบรนด์ญี่ปุ่นที่เริ่มต้นในปี 2016 ซึ่งตั้งแต่ Day1 เลยนะ แบรนด์หมุนเลนส์โฟกัสให้ตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Military Trainers Shoes หรือ รองเท้าฝึกสำหรับทหารซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้าสำหรับฝึกของทหารในหลาย ๆ ประเทศ เพื่อพัฒนารองเท้าที่ดีที่สุดของตัวเอง แบรนด์เลยมีรองเท้าที่ระบุแรงบันดาลใจทางการทหารในรุ่นนั้น
ในปี 1974 ชายชื่อ Count Gregorio Rossi di Montelera (ทายาทตระกูล Martini & Rossi ผู้สนับสนุน Porsche แข่ง Le Mans) ได้รับรถแข่ง Porsche 917K สีเงินเมทัลลิกคันหนึ่งจากโรงงานที่ Zuffenhausen เป็นรถที่สร้างเพื่อลงสนามแข่งเท่านั้น ไม่มีไฟเลี้ยว ไม่มีทะเบียน ไม่มีแอร์ เสียงท่อ Le Mans ดังกระหึ่มตลอดทาง แน่นอนว่ามันไม่สามารถขับบนถนนได้ แต่ Count Rossi อยากจะขับกลับบ้าน เลยตัดสินใจขับ Porsche 917K คันนั้นจากโรงงาน Zuffenhausen เยอรมนี ข้ามประเทศไปถึง Paris ด้วยถนนสาธารณะ แน่นอนว่าทุกคนที่ได้เห็นต่างต้องหันมองตามกันหมด กลายเป็นตำนานที่ทั้งผู้คนและ Porsche ต่างไม่เคยลืมโมเมนต์นั้น 50 ปีต่อมา Porsche อยากรำลึกเหตุการณ์นี้อีกครั้ง โดยเอารถแข่งระดับ 963 Le
ไม่ว่าคุณจะเป็นชาว #เลือดกรุ๊ปแลม อยู่ที่ไหนบนประเทศไทยหรือโลเคชั่นไหนบนโลกนี้ ปี 2025 เราจะกลับสู่จุดเริ่มต้นประเทศบ้านเกิดของแลมที่อิตาลีไปด้วยกัน ด้วยการฉลองการเปิดตัวซีรีส์ LAMBRETTA X300 CASA LIMITED EDITION ที่มีเพียง 999 คันทั่วโลก ! ซึ่งมาพร้อมกับแรงบันดาลใจ Race With Passion ที่จะทำให้คนขี่สกู๊ตเตอร์ Italian Craftmanship คันนี้ ได้มีแพชชั่นอย่างแรงกล้ากับรถที่รักของตัวเองอีกครั้ง แต่ก่อนที่เราจะเล่าเรื่องราวของแลมในซีรีส์ล่าสุดนี้ จำเป็นที่จะต้องกลับไปเล่า Lambretta Heritage Story เรื่องราวของ CASA LAMBRETTA อาณาจักรแลมที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมแลม จนทำให้สกู๊ตเตอร์คันนี้กลายเป็นพาหนะประจำชีวิตคนอิตาลี และกลายเป็นภาพจำความหมายของ ‘สกู๊ตเตอร์เท่’ ไปทั่วทั่งโลก จุดกำเนิดของ CASA LAMBRETTA เริ่มต้นขึ้นจากความหลงใหลในสกู๊ตเตอร์ของชายชื่อ Vittorio Tessera ที่มี #แลมทรงจำ ร่วมกับสกู๊ตเตอร์แบรนด์นี้ตอนอายุ 16 จากการซื้อ 1953 Lambretta LD 125 ที่คุณยายคนหนึ่งในเมือง
หมุนเข็มไมล์กลับสู่หลักกิโลเมตรที่ 1947s ช่วงเวลาจุดเริ่มต้นของ LAMBRETTA เพื่อเฉลิมฉลองให้กับเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์เปลี่ยนโลกของตัวเอง แบรนด์ได้สร้างสกู๊ตเตอร์ซีรีส์ล่าสุด 𝐋𝐀𝐌𝐁𝐑𝐄𝐓𝐓𝐀 𝐗𝟑𝟎𝟎 𝐂𝐀𝐒𝐀 𝐋𝐢𝐦𝐢𝐭𝐞𝐝 𝐄𝐝𝐢𝐭𝐢𝐨𝐧 รุ่นที่เหล่าผู้หลงใหลความแรงแบบระดับเข้าเส้น #เลือดกรุ๊ปแลม พลาดไม่ได้ ! 🏁 คอนเซปต์ของซีรีส์นี้ เลือกใช้คำประกาศกร้าวถึงความหลงใหลอันแรงกล้าที่ว่า “Race With Passion” เพื่อถ่ายทอด DNA ความแรงของความแลม ซึ่งรับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณขณะโฉบเฉี่ยวอยู่บนสนามแข่งของ 𝐂𝐀𝐒𝐀 𝐋𝐀𝐌𝐁𝐑𝐄𝐓𝐓𝐀 𝐑𝐚𝐜𝐢𝐧𝐠 𝐓𝐞𝐚𝐦 ทีมแข่งเซกเมนต์สำคัญที่เคยโฉบรางวัล British Scooter Sport Organisation (BSSO) กับ European Scooter Challenge (ESC) เป็นครั้งแรกให้กับอิตาลี ส่วนหนึ่งใน 𝐂𝐀𝐒𝐀 𝐋𝐀𝐌𝐁𝐑𝐄𝐓𝐓𝐀 ของ Vittorio Tessera ผู้สร้างอาณาจักรที่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และอู่ เพื่อ Represent แบรนด์มาตลอดกว่า 45 ปี จนแลมกลายเป็นสกู๊ตเตอร์ไอคอนิกสะท้อนความเท่แบบ Made
Longines แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิสที่สร้างภาพจำในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงเวลาหลายไทม์โซน ได้เริ่มต้นเส้นทางประวัติศาสตร์แห่งนวัตกรรมบอกเวลาที่น่าภาคภูมิใจด้วยนาฬิกาตุรกีอันโด่งดังในปี 1908 ซึ่งเป็นนาฬิกาพกแสดงเวลาสองเขตเวลาเรือนแรก และได้รับการจดสิทธิบัตรนวัตกรรมนี้ในปี 1911 ต่อมาในปี 1925 ชื่อของ Longines ได้ถูกจารึกลงบนหน้าประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาข้อมือแสดงเวลาสองไทม์โซนเรือนแรกของโลก อย่าง Zulu Time ซึ่งสามารถแสดงทั้งเวลาท้องถิ่นและเวลามาตรฐานกรีนิช (UTC+0) สำหรับกองทัพเรือแคนาดา นาฬิกามีธงสัญญาณสำหรับตัวอักษร “Z” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้งานโดยนักเดินเรือและนักบินในการสื่อสารเวลาสากล จนกระทั่งในปี 2022 ทาง Longines ได้ตีความนาฬิกาประวัติศาสตร์เรือนนี้ใหม่ โดยเปิดตัวคอลเลคชั่น Longines Spirit Zulu Time ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตนาฬิการะดับสูง คอลเลคชั่นนี้ได้สร้างชื่ออย่างรวดเร็วในฐานะเพื่อนร่วมทางที่จำเป็นสำหรับนักเดินทางรอบโลกยุคใหม่ ด้วยฟังก์ชัน GMT ที่แม่นยำและสุนทรียภาพอันโดดเด่น จวบจนถึงปัจจุบัน ในปี 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรื่องราวของ Longines Zulu Time เดินทางมาบรรจบครบ 100 ปี LONGINES จึงมีความภาคภูมิใจที่จะเปิดตัว Longines Spirit Zulu Time 1925 รุ่นพิเศษ
ถ้าพูดถึงชื่อ OMEGA คนส่วนใหญ่อาจนึกถึง Moonwatch ที่พาเราเหยียบดวงจันทร์ หรือ Seamaster ที่อยู่บนข้อมือสายลับ 007 แต่ในเงาของตำนานเหล่านั้น ยังมีอีกหนึ่งเรือนเวลาที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูมากเท่าไหร่ แต่กลับฝังแน่นอยู่ในใจของนักสะสมตัวจริง – The OMEGA Railmaster จุดกำเนิดจากปี 1957 พร้อม ๆ กับรุ่นพี่ร่วมสายเลือดในตระกูล ‘Professional Trilogy’ เกิดมาเพื่ออยู่บนข้อมือของวิศวกร ช่างไฟฟ้า และนักฟิสิกส์ที่ต้องทำงานท่ามกลางสนามแม่เหล็กแรงสูง เช่น ในโรงงานผลิตไฟฟ้า หรือสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งสนามแม่เหล็กพวกนี้สามารถรบกวนกลไกนาฬิกาได้อย่างรุนแรง ในยุคนั้นนาฬิกาแบบ anti-magnetic ถือเป็นของล้ำสมัย Railmaster รุ่นแรก (Ref. CK2914) สามารถทนสนามแม่เหล็กได้สูงถึง 1,000 Gauss ซึ่งนับว่าเยอะมากในยุคนั้น และถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Rolex Milgauss ที่เปิดตัวในปีเดียวกัน ปี 2025 คือการกลับมาของ Seamaster Railmaster พร้อมดีไซน์ใหม่สองเวอร์ชันที่แม้จะไม่ใช่ตัวยอดนิยมแบบ Speedmaster หรือ Seamaster แต่ก็ถือเป็น
เมื่อโมเดลเรือธงอย่าง XM ยอดไม่ค่อยวิ่งอย่างที่หวัง ในทางกลับกัน BMW limited edition กลับขายหมดภายในวันเดียวแม้ราคาจะน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็น Skytop limited 50 คัน คันละ $500,000 หรือ 3.0 CSL limited 50 คันเท่ากัน ราคาสูงถึง $780,000 น่าจะทำให้ BMW กลับมาเน้นทำรถแรร์มากขึ้น ในงาน Concorso d’Eleganza Villa d’Este 2025 – BMW กลับมาพร้อม limited car อีกครั้งในชื่อ BMW Speedtop รถ Shooting Brake สองที่นั่งที่สร้างจากพื้นฐานของ M8 และรวบเอาพื้นฐานงานดีไซน์ของ Skytop และ Z4 Touring Coupé Concept ที่เปิดตัวในปี 2023 เข้าไว้ด้วยกัน เป็น
ที่สุดแห่งความหายากจาก Rolex นี่คือ Daytona Ref. 6263 “Albino” ที่น่าจะมีผลิตเพียงแค่ 3 เรือนในโลก ซึ่งหากใครจำได้ ในปี 2015 Albino เรือนแรกของ Eric Clapton ผลิตในปี 1971 เคยถูกประมูลที่ Phillips Geneva ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านเหรียญ ขณะที่อีกสองเรือนถูกค้นพบในปี 2008 และ 2013 ตามลำดับ (บาง source ว่ามี 4 เรือน คาดว่าจะนับรวม dial test prototype ที่ไม่ได้วางขายเข้าไปด้วย Daytona “Albino” คือรุ่นย่อยของ Ref. 6263 ที่ผลิตขึ้นในช่วงต้นยุค 1970s มันไม่เคยถูกระบุเป็นหนึ่งในเวอร์ชันอย่างเป็นทางการของ Rolex เพราะเป็นรุ่นพิเศษที่มาจาก internal testing และทำตามคำสั่งพิเศษของดีลเลอร์หรือลูกค้าคนสำคัญในยุคนั้น ส่งผลให้
“บ้านในฝันของคุณ มี Home Checklist ทั้งหมดกี่ข้อ ?” ต้องมาพร้อมกับ Prime Location ทำเลที่อยู่อาศัยใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกในทุก Circle ของชีวิต ไปจนถึงทั้ง Exterior และ Interior ดีไซน์แบบที่จำเป็นที่ต้องมีพื้นที่ใช้สอยตอบโจทย์กับทุกคนในบ้านใช่หรือเปล่า ? ถ้าหากว่าบ้านในฝันมีความหมายเท่ากับสิ่งที่ว่ามาทั้งหมด ที่ ASCARI ‘VIBHAVADI-PRACHACHEUN’ คือโครงการบ้านที่คุณกำลังฝันถึง ไม่เท่านั้น ASCARI ‘VIBHAVADI-PRACHACHEUN’ เป็นมากยิ่งกว่าที่อยู่อาศัยที่คนมองหาบ้านเดี่ยวจะฝันถึงซะอีก ด้วยการมีพื้นที่ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางของประชาชื่น และเป็นโปรเจกต์ที่เรียกได้ว่า เกิดขึ้นจาก ‘แพชชั่น’ ของคนรักรถแบบสุดตัว พร้อมกับอยากเปลี่ยนให้สิ่งที่รักได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของคนที่รักในสิ่งเดียวกัน และไม่ใช่แค่แพชชั่นเดียว ! แต่ผสานขึ้นจาก 3 แพชชั่นของ 3 นักธุรกิจรุ่นใหม่ จาก Monochrome Asset Co. ผู้พัฒนาโครงการ ที่ตอบโจทย์ทั้ง Life และแสดงออกถึง Style ของผู้อยู่อาศัย ‘Home For Supercar People’ บ้านที่ตอบโจทย์ผู้หลงใหลความเร็ว สะท้อนผ่าน


