อูยยย ! ตั้งแต่เห็นดีไซน์ของ Studio Underd0g ครั้งแรกก็ใจสั่นมาก ยิ่งหาข้อมูลได้เห็น Art Direction ของเขาจากช่องทางโซเชียล FACEBOOK / INSTAGRAM ก็ยิ่งรัก “If not now, then when?” คือปรัชญาก่อตั้งแบรนด์นาฬิกาอังกฤษไซส์เล็กของ Richard Benc ที่อยากทำอะไรก็เอาเหอะเอาให้สนุกละกันนะ พอดีช่วงนี้เรากำลังหานาฬิกาข้อมือใส่แต่ไม่อยากซ้ำกับคนอื่นเท่าไหร่ จนไปเจอแบรนด์ชื่อ Studio Underd0g สตูดิโอระดับ Microbrand Watch Brand ที่สื่อทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ เพราะตกใจในแอคเคาต์ IG คนตาม 75k (ซึ่งไม่ได้เยอะมากถ้าเทียบกับแบรนด์อื่น) แล้วมี Wacth Nerd อย่าง John Mayer ตามอยู่ด้วย อะ ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ แล้วตัวของ Richard Benc ดีไซน์เนอร์/คนก่อตั้งแบรนด์ คนตามหลักสองพัน ก็ Underdog สมชื่อ !
ทุกคนครับ ! เราไปเจอรองเท้าแบรนด์นี้จากอัลกอริทึ่มของ IG ที่ทำงานดีเกินว่ะ ชื่อแบรนด์ Reproduction Of Found สารภาพว่าไม่รู้จักแบรนด์มาก่อน (ตอนแรกนึกว่า Adidas Samba ด้วยซ้ำ) แต่ถูกใจจัด ก็เลยทำการรีเสิร์ชข้อมูลมาป้ายยาชาว UNLOCKER กัน พบเจอว่านี่คือแบรนด์รองเท้าที่ได้แรงบันดาลใจจาก Military Trainers Shoes ช่วงยุค 1980s ที่ต่อยอดแรงบันดาลใจนั้นให้กลายเป็นรองเท้าพรีเมียมของคนในยุคปัจจุบัน BACK INTO 2016 SOLDIER ! จากแรงบันดาลใจของ Military Trainers Shoes สู่รองเท้าแห่งการ FIND OUT Reproduction Of Found เป็นรองเท้าแบรนด์ญี่ปุ่นที่เริ่มต้นในปี 2016 ซึ่งตั้งแต่ Day1 เลยนะ แบรนด์หมุนเลนส์โฟกัสให้ตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Military Trainers Shoes หรือ รองเท้าฝึกสำหรับทหารซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้าสำหรับฝึกของทหารในหลาย ๆ ประเทศ เพื่อพัฒนารองเท้าที่ดีที่สุดของตัวเอง แบรนด์เลยมีรองเท้าที่ระบุแรงบันดาลใจทางการทหารในรุ่นนั้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นชาว #เลือดกรุ๊ปแลม อยู่ที่ไหนบนประเทศไทยหรือโลเคชั่นไหนบนโลกนี้ ปี 2025 เราจะกลับสู่จุดเริ่มต้นประเทศบ้านเกิดของแลมที่อิตาลีไปด้วยกัน ด้วยการฉลองการเปิดตัวซีรีส์ LAMBRETTA X300 CASA LIMITED EDITION ที่มีเพียง 999 คันทั่วโลก ! ซึ่งมาพร้อมกับแรงบันดาลใจ Race With Passion ที่จะทำให้คนขี่สกู๊ตเตอร์ Italian Craftmanship คันนี้ ได้มีแพชชั่นอย่างแรงกล้ากับรถที่รักของตัวเองอีกครั้ง แต่ก่อนที่เราจะเล่าเรื่องราวของแลมในซีรีส์ล่าสุดนี้ จำเป็นที่จะต้องกลับไปเล่า Lambretta Heritage Story เรื่องราวของ CASA LAMBRETTA อาณาจักรแลมที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมแลม จนทำให้สกู๊ตเตอร์คันนี้กลายเป็นพาหนะประจำชีวิตคนอิตาลี และกลายเป็นภาพจำความหมายของ ‘สกู๊ตเตอร์เท่’ ไปทั่วทั่งโลก จุดกำเนิดของ CASA LAMBRETTA เริ่มต้นขึ้นจากความหลงใหลในสกู๊ตเตอร์ของชายชื่อ Vittorio Tessera ที่มี #แลมทรงจำ ร่วมกับสกู๊ตเตอร์แบรนด์นี้ตอนอายุ 16 จากการซื้อ 1953 Lambretta LD 125 ที่คุณยายคนหนึ่งในเมือง
หมุนเข็มไมล์กลับสู่หลักกิโลเมตรที่ 1947s ช่วงเวลาจุดเริ่มต้นของ LAMBRETTA เพื่อเฉลิมฉลองให้กับเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์เปลี่ยนโลกของตัวเอง แบรนด์ได้สร้างสกู๊ตเตอร์ซีรีส์ล่าสุด 𝐋𝐀𝐌𝐁𝐑𝐄𝐓𝐓𝐀 𝐗𝟑𝟎𝟎 𝐂𝐀𝐒𝐀 𝐋𝐢𝐦𝐢𝐭𝐞𝐝 𝐄𝐝𝐢𝐭𝐢𝐨𝐧 รุ่นที่เหล่าผู้หลงใหลความแรงแบบระดับเข้าเส้น #เลือดกรุ๊ปแลม พลาดไม่ได้ ! 🏁 คอนเซปต์ของซีรีส์นี้ เลือกใช้คำประกาศกร้าวถึงความหลงใหลอันแรงกล้าที่ว่า “Race With Passion” เพื่อถ่ายทอด DNA ความแรงของความแลม ซึ่งรับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณขณะโฉบเฉี่ยวอยู่บนสนามแข่งของ 𝐂𝐀𝐒𝐀 𝐋𝐀𝐌𝐁𝐑𝐄𝐓𝐓𝐀 𝐑𝐚𝐜𝐢𝐧𝐠 𝐓𝐞𝐚𝐦 ทีมแข่งเซกเมนต์สำคัญที่เคยโฉบรางวัล British Scooter Sport Organisation (BSSO) กับ European Scooter Challenge (ESC) เป็นครั้งแรกให้กับอิตาลี ส่วนหนึ่งใน 𝐂𝐀𝐒𝐀 𝐋𝐀𝐌𝐁𝐑𝐄𝐓𝐓𝐀 ของ Vittorio Tessera ผู้สร้างอาณาจักรที่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และอู่ เพื่อ Represent แบรนด์มาตลอดกว่า 45 ปี จนแลมกลายเป็นสกู๊ตเตอร์ไอคอนิกสะท้อนความเท่แบบ Made
Longines แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิสที่สร้างภาพจำในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงเวลาหลายไทม์โซน ได้เริ่มต้นเส้นทางประวัติศาสตร์แห่งนวัตกรรมบอกเวลาที่น่าภาคภูมิใจด้วยนาฬิกาตุรกีอันโด่งดังในปี 1908 ซึ่งเป็นนาฬิกาพกแสดงเวลาสองเขตเวลาเรือนแรก และได้รับการจดสิทธิบัตรนวัตกรรมนี้ในปี 1911 ต่อมาในปี 1925 ชื่อของ Longines ได้ถูกจารึกลงบนหน้าประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาข้อมือแสดงเวลาสองไทม์โซนเรือนแรกของโลก อย่าง Zulu Time ซึ่งสามารถแสดงทั้งเวลาท้องถิ่นและเวลามาตรฐานกรีนิช (UTC+0) สำหรับกองทัพเรือแคนาดา นาฬิกามีธงสัญญาณสำหรับตัวอักษร “Z” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้งานโดยนักเดินเรือและนักบินในการสื่อสารเวลาสากล จนกระทั่งในปี 2022 ทาง Longines ได้ตีความนาฬิกาประวัติศาสตร์เรือนนี้ใหม่ โดยเปิดตัวคอลเลคชั่น Longines Spirit Zulu Time ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตนาฬิการะดับสูง คอลเลคชั่นนี้ได้สร้างชื่ออย่างรวดเร็วในฐานะเพื่อนร่วมทางที่จำเป็นสำหรับนักเดินทางรอบโลกยุคใหม่ ด้วยฟังก์ชัน GMT ที่แม่นยำและสุนทรียภาพอันโดดเด่น จวบจนถึงปัจจุบัน ในปี 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรื่องราวของ Longines Zulu Time เดินทางมาบรรจบครบ 100 ปี LONGINES จึงมีความภาคภูมิใจที่จะเปิดตัว Longines Spirit Zulu Time 1925 รุ่นพิเศษ
ถ้าพูดถึงชื่อ OMEGA คนส่วนใหญ่อาจนึกถึง Moonwatch ที่พาเราเหยียบดวงจันทร์ หรือ Seamaster ที่อยู่บนข้อมือสายลับ 007 แต่ในเงาของตำนานเหล่านั้น ยังมีอีกหนึ่งเรือนเวลาที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูมากเท่าไหร่ แต่กลับฝังแน่นอยู่ในใจของนักสะสมตัวจริง – The OMEGA Railmaster จุดกำเนิดจากปี 1957 พร้อม ๆ กับรุ่นพี่ร่วมสายเลือดในตระกูล ‘Professional Trilogy’ เกิดมาเพื่ออยู่บนข้อมือของวิศวกร ช่างไฟฟ้า และนักฟิสิกส์ที่ต้องทำงานท่ามกลางสนามแม่เหล็กแรงสูง เช่น ในโรงงานผลิตไฟฟ้า หรือสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งสนามแม่เหล็กพวกนี้สามารถรบกวนกลไกนาฬิกาได้อย่างรุนแรง ในยุคนั้นนาฬิกาแบบ anti-magnetic ถือเป็นของล้ำสมัย Railmaster รุ่นแรก (Ref. CK2914) สามารถทนสนามแม่เหล็กได้สูงถึง 1,000 Gauss ซึ่งนับว่าเยอะมากในยุคนั้น และถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Rolex Milgauss ที่เปิดตัวในปีเดียวกัน ปี 2025 คือการกลับมาของ Seamaster Railmaster พร้อมดีไซน์ใหม่สองเวอร์ชันที่แม้จะไม่ใช่ตัวยอดนิยมแบบ Speedmaster หรือ Seamaster แต่ก็ถือเป็น
เมื่อโมเดลเรือธงอย่าง XM ยอดไม่ค่อยวิ่งอย่างที่หวัง ในทางกลับกัน BMW limited edition กลับขายหมดภายในวันเดียวแม้ราคาจะน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็น Skytop limited 50 คัน คันละ $500,000 หรือ 3.0 CSL limited 50 คันเท่ากัน ราคาสูงถึง $780,000 น่าจะทำให้ BMW กลับมาเน้นทำรถแรร์มากขึ้น ในงาน Concorso d’Eleganza Villa d’Este 2025 – BMW กลับมาพร้อม limited car อีกครั้งในชื่อ BMW Speedtop รถ Shooting Brake สองที่นั่งที่สร้างจากพื้นฐานของ M8 และรวบเอาพื้นฐานงานดีไซน์ของ Skytop และ Z4 Touring Coupé Concept ที่เปิดตัวในปี 2023 เข้าไว้ด้วยกัน เป็น
ที่สุดแห่งความหายากจาก Rolex นี่คือ Daytona Ref. 6263 “Albino” ที่น่าจะมีผลิตเพียงแค่ 3 เรือนในโลก ซึ่งหากใครจำได้ ในปี 2015 Albino เรือนแรกของ Eric Clapton ผลิตในปี 1971 เคยถูกประมูลที่ Phillips Geneva ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านเหรียญ ขณะที่อีกสองเรือนถูกค้นพบในปี 2008 และ 2013 ตามลำดับ (บาง source ว่ามี 4 เรือน คาดว่าจะนับรวม dial test prototype ที่ไม่ได้วางขายเข้าไปด้วย Daytona “Albino” คือรุ่นย่อยของ Ref. 6263 ที่ผลิตขึ้นในช่วงต้นยุค 1970s มันไม่เคยถูกระบุเป็นหนึ่งในเวอร์ชันอย่างเป็นทางการของ Rolex เพราะเป็นรุ่นพิเศษที่มาจาก internal testing และทำตามคำสั่งพิเศษของดีลเลอร์หรือลูกค้าคนสำคัญในยุคนั้น ส่งผลให้
“บ้านในฝันของคุณ มี Home Checklist ทั้งหมดกี่ข้อ ?” ต้องมาพร้อมกับ Prime Location ทำเลที่อยู่อาศัยใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกในทุก Circle ของชีวิต ไปจนถึงทั้ง Exterior และ Interior ดีไซน์แบบที่จำเป็นที่ต้องมีพื้นที่ใช้สอยตอบโจทย์กับทุกคนในบ้านใช่หรือเปล่า ? ถ้าหากว่าบ้านในฝันมีความหมายเท่ากับสิ่งที่ว่ามาทั้งหมด ที่ ASCARI ‘VIBHAVADI-PRACHACHEUN’ คือโครงการบ้านที่คุณกำลังฝันถึง ไม่เท่านั้น ASCARI ‘VIBHAVADI-PRACHACHEUN’ เป็นมากยิ่งกว่าที่อยู่อาศัยที่คนมองหาบ้านเดี่ยวจะฝันถึงซะอีก ด้วยการมีพื้นที่ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางของประชาชื่น และเป็นโปรเจกต์ที่เรียกได้ว่า เกิดขึ้นจาก ‘แพชชั่น’ ของคนรักรถแบบสุดตัว พร้อมกับอยากเปลี่ยนให้สิ่งที่รักได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของคนที่รักในสิ่งเดียวกัน และไม่ใช่แค่แพชชั่นเดียว ! แต่ผสานขึ้นจาก 3 แพชชั่นของ 3 นักธุรกิจรุ่นใหม่ จาก Monochrome Asset Co. ผู้พัฒนาโครงการ ที่ตอบโจทย์ทั้ง Life และแสดงออกถึง Style ของผู้อยู่อาศัย ‘Home For Supercar People’ บ้านที่ตอบโจทย์ผู้หลงใหลความเร็ว สะท้อนผ่าน
มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า การที่เราเลือก Lambretta สักคันมาเป็นของตัวเอง เราไม่ได้เลือกมันหรอก แต่เจ้าสกู๊ตเตอร์คันนี้ต่างหากที่เป็นคนเลือกเจ้าของ-คนที่มีคุณสมบัติความเป็นคนรัก Lamstory ประวัติศาสตร์สองล้อเข้าเส้น #เลือดกรุ๊ปแลม อินกับวัฒนธรรมและเรื่องราวที่สร้าง #แลมบันดาลใจ เกิดเป็นประสบการณ์ขับขี่แบบที่หาจากที่ไหนไม่ได้ UNLOCKMEN เคยเล่า Subculture History วัยรุ่มกลุ่ม Mods กับภาพยนตร์ Quadrophenia หนึ่งในไบเบิลประจำกลุ่มคนรักแลม / เรื่องราวของบาทหลวง Gabriele Amorth มือปราบผีที่ขี่แลมเดินทางในอิตาลี แต่ ! เหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องราวในมุม ‘คนขี่แลม’ ทั้งนั้น โพสต์นี้เราจะกลับไปที่ ‘กรุงมิลาน’ (Milan) บ้านเกิดตั้งแต่เริ่มต้นในปี 1947 ของ Lambretta เล่าเรื่องในฝั่งของ ‘คนซ่อมแลม’ กันบ้าง ไม่มีคนรักแลมคนไหนไม่รู้จัก ‘Casa Lambretta’ ร้าน Restoration Scooter ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับ Lambretta และเป็นมากกว่านั้น ของ Vittorio Tessera ผู้ที่ช่วยให้แลมทุกคันไม่ว่าจะใหม่หรือเก่าได้วิ่งด้วยความมั่นใจ ชายผู้มีจุดสตาร์ทไมล์แรกที่เดียวกันคนรักแลมคนอื่น
หลังจากที่เราพาไปรู้จัก Fidel Castro ผ่านภาพจำสุด iconic – ผู้นำผู้สวม Rolex พร้อมกันสองเรือน หลายคนสนใจและส่งข้อความมาพูดคุยกับเราเยอะมาก จึงอยากพาไปดูอีกแง่มุมนึงว่ายังมี Rolex รุ่นไหนอีกบ้างที่ Fidel สวมใส่ในแต่ละช่วงเวลาสำคัญของชีวิต: จากนักปฏิวัติป่าลึก สู่ผู้นำบนเวทีโลก และนี่คือ 4 นาฬิกา Rolex ที่ได้รับการยืนยัน 100% ว่าอยู่บนข้อมือของ Castro จริง ๆ จากการหาหลักฐานข้อมูลภาพถ่ายในแต่ละช่วงของประวัติศาสตร์ 1950s – CUBAN REVOLUTION : Rolex Submariner Ref. 6536 นาฬิกา Tool Watch ในยุคบุกป่าฝ่าดง จากภาพถ่ายปี 1959 เป็นรุ่นตัวเรือน Steel ที่ไม่เน้นความหรูหรา ด้านข้างสังเกตได้ว่าเป็น small crown แบบไร้ Crown Guards หน้าปัด Gilt เคลือบด้วยทอง,
ครั้งนี้ Panerai ไม่ได้แค่นำชื่อ Marina Militare มาปั๊มบนหน้าปัด แต่พาเราเหินฟ้าขึ้นไปกับ Aviazione Navale, หน่วยการบินของกองทัพเรืออิตาลี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Panerai ขยับจากนาฬิกาดำน้ำสู่ aviation division ตัวเรือนของ PAM01699 ขนาด 47mm ผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 ขัดด้าน เบเซลหมุนทางเดียวเป็นไทเทเนียมฝังเซรามิกดำด้านเพิ่มความทนทานขั้นสูงสุด เม็ดมะยมแบบ screw-down พร้อมระบบ Crown Guard ที่หนาแน่น สะท้อนความแข็งแกร่งที่ใช้งานจริง หน้าปัดสีเขียว grainy finish ของ PAM01699 ได้แรงบันดาลใจจากเรือนไมล์ของเครื่องบินรบ เข็มหลักทรงโอเวอร์ไซซ์พ่นด้วย Grey Super-LumiNova เพื่อเรืองแสงอย่างชัดเจนในที่มืด ส่วนชุดมาร์กเกอร์ชั่วโมงถูกออกแบบให้เป็นทรงกลมทั้งหมด ยกเว้นตำแหน่ง 12 นาฬิกาที่เน้นด้วยมาร์กเกอร์ทรงแท่ง (baton) ทำหน้าที่เป็นจุดนำสายตา และช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถระบุทิศทางของหน้าปัดได้ทันทีในทุกมุมมอง แม้ในสภาพแสงต่ำหรือขณะปฏิบัติภารกิจเร่งด่วน ฝั่งขวามี pusher สำหรับจับเวลาถอยหลังระดับนาทีผ่านเข็ม central chronograph minute hand


