Entertainment

ขออีกตอนจะนอนแล้ว! ‘5 ซีรีส์การแพทย์’ เบื้องหลังเสื้อกาวน์ ใต้เรื่องราวความเป็นความตาย

By: april February 22, 2019

วินาทีแห่งความเป็นความตาย สร้างความระทึกให้เราได้เสมอ ความเจ็บปวดของชีวิตที่ต้องแขวนอยู่บนเส้นยาแดงผ่าแปด ความหวังของคนรอ และความกดดันของทีมแพทย์ ทุกฝ่ายต่างแบกรับความรู้สึกหนักอึ้งบนไหล่ตัวเองกันทั้งนั้น หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องราวของชีวิต ร่างกาย โรคภัย และความตาย เราขอชวนมาดู 5 ซีรีส์การแพทย์หลากหลายแนว ทั้งพีเรียด ดราม่า คอมเมดี้ หรือแม้แต่โรแมนติก ให้เราได้เลือกตามสไตล์ที่ใช่ แต่ยังคงดำเนินเรื่องด้วยวงการแพทย์อยู่

The Alienist (2018)

เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเอเลี่ยน สิ่งมีชีวิตในอีกกาแล็กซี่แต่อย่างใด แต่หมายถึงผู้เชี่ยวชาญที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยทางจิตซึ่งในยุคสมัยหนึ่งถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลกแยกและเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของความหมายนั้น เรื่องราวของ Dr.Kreizler (Daniel Brühl) ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น Alienist กับคู่หูนักวาดภาพประกอบฝีมือเยี่ยมอย่าง John Moore (Luke Evans) ที่มาช่วยเขาไขความลับของคดีฆาตกรรมเด็กชายขายบริการ

แม้จะฟังดูเหมือนเรื่องราวการสืบสวนทั่วไป แต่บรรยากาศ ความสมจริงของศพ ความเลือดสาดที่โผล่ออกมาให้ชวนอ้วกเป็นระยะ ยิ่งบีบให้เรื่องนี้ตึงเครียดมากกว่าเดิม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการแพทย์ในโรงพยาบาลโดยตรง แต่การไขปริศนาของเรื่องยังใช้ความรู้ทางการแพทย์แบบเต็มเปี่ยม บอกเลยว่าเป็นอีกเรื่องที่โปรดักชั่นสวยงามคุ้มค่าการอดนอนเสียจริง

House M.D.

สารพัดเคสผู้ป่วยอาการประหลาด ที่ทุกแผนกไม่สามารถรับมือได้ไหว หรือหาสาเหตุไม่เจอ จะตกมาอยู่ภายใต้การดูแลของ Dr. Gregory House (Hugh Laurie) หมอที่จะทำให้เราโยนภาพของหมอแบบเดิม ๆ ทิ้งไป เขาไม่ใส่กาวน์ แต่แทนที่ยูนิฟอร์มด้วยกางเกงยีนส์ในชุดลำลอง เขาไม่สนใจกฎระเบียบใด ๆ แต่ด้วยมันสมองและความกวนตีนที่ไม่อาจมีใครเทียบเทียม จึงไม่มีใครกล้าไปชี้นิ้วสั่งให้เขาเป็นหมอในอุดมคติอย่างที่ควรจะเป็น

เรื่องราวจะดำเนินอยู่ในโรงพยาบาล แต่ละตอนก็จะเป็นหนึ่งเคสไป แต่เรื่องราวดราม่าที่เป็นพื้นหลังจะดำเนินต่อเนื่องกันไปทุกซีซั่น ที่ทำให้ยังมีเรื่องราวน่าติดตาม แม้ว่าเคสของคนไข้จะจบไปแล้วก็ตาม รับประกันว่าไม่ได้เหมือนซีรีส์การแพทย์แบบเดิม ๆ เลยสักนิด

Good Doctor (2013)

เรื่องนี้อาจทำให้เราเปิดใจให้กับซีรีส์เกาหลี เรื่องราวในโรงพยาบาล แผนกกุมารเวชศาสตร์ Park Shi Ohn (Joo Won) ผู้มีภาวะ Savant Syndrome หนึ่งในประเภทของออทิสติกตั้งแต่เด็ก นั่นไม่ใช่คำสาปแต่มันคือพรสวรรค์ติดตัว ที่ทำให้เขาเติบโตมาพร้อมกับมันสมองระดับอัจฉริยะ เขามีความสามารถเฉพาะด้านโดดเด่นตั้งแต่เด็ก ภาวะนั้นทำให้เขามีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ไม่ดีนัก แต่เขายังเลือกฝ่าฟันทุกอุปสรรคทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อเป็นกุมารแพทย์

เรื่องนี้เหมาะสำหรับคนรักความดราม่า เพราะเนื้อหาเป็นชีวิตอันเข้มข้นที่เราจะต้องกัดฟัน ให้กำลังใจ ปรบมือให้กับความพยายามของตัวเอก แม้จะฟังดูน้ำเน่า แต่มันทำออกมาได้กลมกล่อมจนกวาดคะแนนจาก IMDB ไปถึง 8.2

Grey’s Anatomy (2005)

ใครที่ชื่นชอบขั้นตอนหัตถการ ห้ามพลาดเรื่องนี้เด็ดขาด เพราะเราจะได้เห็นร่างกายมนุษย์ทั้งเนื้อหนังภายนอก และอวัยวะภายในที่สมจริง เลือด กระดูก เส้นประสาท เหมาะกับคนใจแข็งประมาณนึง เพราะนี่คือเรื่องราวของศัลย์แพทย์หลากหลายคาแรกเตอร์ เนื้อเรื่องไม่หนีจากโรงพยาบาลสักเท่าไหร่นัก คงพอจะเดากันได้ว่าจะไปทางไหน แต่สิ่งที่แตกต่างคือความเบาสมอง ไม่เน้นหนักดราม่าชีวิตส่วนตัวสักเท่าไหร่

ด้วยซีรีส์ดำเนินมาหลายซีซั่นเสียเหลือเกิน จึงทำให้เหล่าแฟน ๆ มีความผูกพันกับตัวละครอยู่ไม่น้อย แต่ข้อเสียเล็กน้อยคือการเล่นในประเด็นเดิม ๆ จนแฟนที่ตามดูกันตั้งแต่แรก ๆ ออกจะเบื่อเรื่องที่เดาได้นี้ไปบ้าง

Emergency Couple (2014)

พักเรื่องดราม่าและความเป็นความตายที่แสนจะกดดันเอาไว้ก่อน มาเบาสมองกับเรื่องราวโรแมนติกในโรงพยาบาลของนักเรียนแพทย์คู่รัก Jin-Hee (Ji-Hyo Song) และ Chang-Min (Choi Jin-Hyuk) ที่แต่งงานกับแบบสายฟ้าแลบ แต่แล้วความรักที่เคยวาบหวาวในช่วงแรก เป็นอันต้องจืดไปเมื่อมาใช้ชีวิตคู่กันจริง ๆ ทั้งสองจึงตัดสินใจแยกทางกันไปในที่สุด

ด้วยความโรแมนติกแห่งซีรีส์เกาหลี ทั้งสองจึงกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะแพทย์ฝึกหัด แผนก ER ภายใต้การดูแลของแพทย์สุดเนี้ยบ ที่ขึ้นชื่อดีกรีความโหดอย่าง Kook Cheon-Soo (Pil-mo Lee) ต้องมาเห็นเรื่องราวคู่กัดถ่านไฟเก่าคู่นี้ จนไม่รู้ว่าตัวเองหลงเข้าไปอยู่ในวังวนรักสามเส้าเอาตอนไหน มาดูกันว่าสุดท้ายแล้วหมอมาดนิ่งที่ไม่เคยเผยความรู้สึกอย่างเขา จะจัดการกับเรื่องราววุ่น ๆ นี้ยังไง

เลือกสักเรื่องที่ถูกใจ ตื่นเต้นไปกับวินาทีแห่งชีวิต ที่คาบเกี่ยวระหว่างความเป็นความตายไปด้วยกัน

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line