Advertisement
Style

7 ปัจจัยในการเลือกนาฬิกาหรูสำหรับมือใหม่

By: Chaipohn March 2, 2015

สิ่งที่บอกตัวตนของเรา นอกจากเสื้อผ้าแล้ว นาฬิกาถือเป็นอีกส่วนสำคัญเลยทีเดียว หลายคนคิดว่านาฬิกาแบบไหนก็เหมือนกัน แต่จริงๆแล้วนาฬิกาที่ควรมีให้ครบ ประกอบไปด้วย นาฬิกา Day Watch นาฬิกาใส่ลำลอง หรือ Sporty Watch และ นาฬิกา Evening Watch ซึ่งในปัจจุบันนาฬิกามีให้เลือกหลายสไตล์ หลายแบบแล้วแต่ความชอบ UNLOCKMEN ขอนำเสนอสิ่งที่ควรนำมาใช้พิจารณาในการเลือกซื้อนาฬิกาหรูๆ ให้ถูกใจ เข้ากับสไตล์ของทุกคน

1. ประเภท และวาระโอกาสในการใส่

อย่างแรก ต้องเข้าใจเจตนารมณ์ และวัตถุประสงค์ของการเลือกนาฬิกาที่จะอยู่กับเราไปอีกนาน ซึ่งประเภท และวาระโอกาสที่จะใส่นาฬิกาล้วนแตกต่างกันออกไป เช่น Casual Wear จะเน้นเป็น Sporty Watch หรือ การไปงานกลางคืนที่ต้องตัวให้เต็มยศ อย่าง Evening Watch หรือ Dress Watch นั้นเอง

2. แบรนด์ หรือค่ายผลิต และรุ่นของนาฬิกานั้น

ก็คล้ายๆกับการเลือกรถ หรือทีมบอลเชียร์ซักทีมนั่นแหละ ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงบุคลิกของบุคคลนั้นๆได้ นาฬิกาก็เช่นเดียวกัน แต่ละแบรนนั้นล้วนมีเอกลักษณ์ ประวัติ ความเชี่ยวชาญและการนำเสนอที่ไม่เหมือนใคร ยกตัวอย่างเช่น Omega รุ่น Speedmasterมีประวัติที่เลิศหรูอย่างการได้รับเลือกอย่างเป็นทางการให้เป็นนาฬิกาของมนุษย์อวกาศในองค์กร นาซ่า (NASA) ประเทศอเมริกา เนื่องด้วยการทำงานที่แม่นยำในทุกสภาพอากาศ พร้อมด้วยระบบการทำงานแบบไขลาน ซึ่งเหมาะแก่การใช้ในสภาวะไร้น้ำหนักนั้นเอง ในปัจจุบัน Omega ยังเป็นนาฬิกาจับเวลาในงานกีฬา Olympic อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งยังเป็นนาฬิกาที่ James Bond ใส่ในขณะนี้ด้วย

3. ระบบการทำงาน (Movement)

ระบบการทำงานก็เป็นเหมือนหัวใจสำหรับเข็มนาฬิกาเดินอย่างเที่ยงตรงตลอดเวลา ซึ่งแต่ละประเภทนั้นก็จะมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน โดยที่พบเห็นได้ทั่วไปในนาฦการหรูๆนั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

Quartz คือนาฬิกาที่มีความแม่นยำสูงเมื่อเทียบกับประเภทอื่นๆ เนื่องจากใช้พลังงานไฟฟ้าจากถ่าน และการสั่นของผนึกแร่ควอทช์ ซึ่งต้องเปลี่ยนถ่านทุกๆ 2-3 ปี เนื่องจากเป็นการทำงานที่ไม่ค่อยซับซ้อนมาก ทำให้ราคาค่อนข้างถูก

Manual หรือ Manual-Winding คือนาฬิกาไขลานแบบโบราณนั้นเอง หลักการคือการทำให้สปริงในกลไกนั้นขดตัว ซึ่งด้วยการออกแบบกลไลจะทำให้แรงของการคลายตัวของสปริงอย่างช้าๆนั้น ขับเคลื่อนเข็มนาฬิกา ซึ่งเป็นกลไลของนาฬิกาที่มีความคลาสสิคในตัว แต่ด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อนนั้นทำให้นาฬิกาที่ระบบการทำงานนี้มีราคาสูงมาก ซึ่งนาฬิกาประเภทนี้จำเป็นต้องไขลานเป็นประจำ และการดูแลรักษาทำได้ยาก

Automatic หรือ Automatic-Winding คือหลักการทำงานคล้ายกับนาฬิกาไขลาน แต่จะแตกต่างตรงที่ใช้การขยับของข้อมือผู้ใส่ให้เกิดแรงเหวี่ยง (Momentum)ของแผ่นจานที่มีน้ำหนักถ่วงนั้น ขดตัวสปริงแทนที่จะใช้ไขลานโดยตรงนั้นเอง ซึ่งถ้านาฬิกาประเภทนี้แทบจะไม่หยุดเดินเลย ถ้ายังถูกใส่อยู่ตลอดเวลา

ซึ่งสิ่งที่ควรคำนึงด้วยคือ อัตราพลังงานสำรอง เพื่อให้นาฬิกาเดินในขณะที่เราไม่ได้ใส่ในช่วงเวลาหนึ่ง โดยปกติจะอยู่ที่จะอยู่ที่ประมาณ 48-60 ชั่วโมง

4. ลูกเล่นพิเศษ (Function)

นาฬิการในปัจจุบันยังสามารถทำได้มากกว่าการบอกเวลา และวันที่ ปัจจุบันด้วยการออกแบบพิเศษ นาฬิการสามารถ จับเวลาได้, แสดงระยะเวลาของพลังงานสำรองที่คงเหลือ, เวลาในอีก Time zone หรือแม้กระทั่งการโคจรของดวงจันทร์ (ข้างขึ้น ข้างแรม)เป็นต้น

คุณสมบัติการกันน้ำ หรือดำน้ำนั้นก็สำคัญเช่นกัน เนื่องจากทางตัวเรือนมีการออกแบบแตกต่างกันตามจุดประสงค์ที่ต่างกัน นาฬิกาที่ดำน้ำจะสามารถอยู่ใต้น้ำลึกได้มากกว่านาฬิกาแบบคลาสสิค เป็นต้น

5. วัสดุของตัวเรือน และรูปร่างของหน้าปัด (Case)

วัสดุของเรือนเปลือบเสมือนผิวพรรณที่แสดงออกได้ถึงความแข็งแกร่ง รสนิยม หรือแม้แต่กระทั่งการเลือกสีจากวัสดุให้เข้ากับการแต่งตัว ยังบ่งบอกถึงเสน่ห์ของผู้ใส่ได้อีก ซึ่งตัววัสดุของนาฬิกาส่วนมากนั้นจะทำจาก เหล็ก, ไทเทเนียม, เงิน, ทองคำ หรือแม้กระทั่ง แพลตตินั่ม และยังมีให้เลือกถึงการขัดผิวของวัสดุ ได้ตั้งแต่ ผิวเรียบ ไปจนถึงผิวหยาบ แล้วแต่สไตล์

ที่ขาดไม่ได้คือ รูปร่าง และขนาดของหน้าปัด ซึ่งอาจหมายถึงหน้าปัดสี่เหลี่ยม หรือกลม ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความชื่นชอบ ลักษณะการแต่งตัวโดยรวม ขนาดของข้อมือด้วย และอุปกรณ์ที่ใส่ร่วมด้วย เช่น Cufflinks หรือ กระดุมเสื้อ นั้นเอง

6. วัสดุ และประเภทการใส่ของสาย (Band)

วัสดุของสาย (Band หรือ Strap) นั้นมีให้เลือกหลากหลายซึ่งส่วนมากที่นิยมใส่นั้นมีอยู่ 3 ประเภทคือ

โลหะ (metal) ส่วนมากจะเป็นวัสดุเดียวกับตัวเรือน ซึ่งให้ความรู้สึกถึงความคลาสสิค และเรียบง่าย

สายยาง (Rubber) พบได้บ่อยในนาฬิกา Casual หรือ Sporty Watch ซึ่งง่ายต่อการรักษา และทำความสะอาด

สายหนัง (Leather) ถึงแม้จะรักษา หรือทำความสะอาดยากซักหน่อย แต่สายหนังนั้นทำให้รู้สึกถึงความหรูหราในตัวของมันเอง ซึ่งตัววัสดุนั้นมีหลากหลาย อาจจะเป็นหนังจรเข้ หรือสัตว์ต่างๆก็ได้

7. ราคา และคุณค่า (Price)

นาฬิกาที่มาจากวัสดุที่แพงกว่า ระบบการทำงานที่มากกว่า หรือ แม้แต่Function ที่มากกว่านั้น บางครั้งอาจราคาไม่เท่ากัน เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างเช่น ราคาของวัตถุดิบของตัวเรือน หรือแม้กระทั่งคุณค่าของการสะสม ยกตัวอย่างเช่น การผลิตในจำนวนจำกัด รุ่นพิเศษวาระโอกาสต่างๆ

Zenith-El-Primero-Lightweight-Watch-3

Chaipohn
WRITER: Chaipohn
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line