Life

แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม? ‘FALSE DILEMMA’ ทางเลือกที่หลอกล่อไปสู่หนทางเลวร้าย

By: april February 28, 2019

เมื่อเกิดประเด็นอะไรสักอย่างให้เราถกเถียงกันอย่างเป็นวงกว้างในสังคม ความคิดเห็นที่หลากหลายต่างหลั่งไหลเข้ามาอย่างฉุดไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ ชีวิตประจำวัน หรือประเด็นเล็กน้อยก็ตาม เราก็จะได้เห็นการฟาดฟันกันทางความคิดอย่างเมามัน ส่วนมากเสียงจะแตกออกเป็นสองฝั่ง เหมือนเปิดเวทีโต้วาทีกันสมัยเรียน แล้วทีนี้ ปัญหาคือ มันเกิดการเลือกข้าง กลายเป็นการปะทะกันทางความคิดของคนสองกลุ่ม ลุกลามใหญ่โตจนเป็นเรื่องขึ้นมา

ไอ้การปะทะกันของคนสองกลุ่มเนี่ย นอกจากความคิดเห็นในส่วนที่เป็น Opinion แล้ว สิ่งที่ตามมา (บ่อย ๆ) คือการให้เหตุผลแบบผิด ๆ ถ้าไม่ใช่ฝั่งกู มึงเป็นฝั่งนู้นสินะ จนลืมไปเลยว่าในประเด็นหนึ่งเนี่ย มันสามารถมีกลุ่มคนที่แสดงความเห็นออกไปได้หลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สองฝั่ง และการโจมตีกันแบบนี้ เราเรียกมันว่า “False Dilemma” มาแกะรอยกันว่าการโจมตีกันแบบนี้มันคืออะไร แล้วเราจะแก้เกมยังไงเมื่อเจอสถานการณ์แสนหงุดหงิดนี้

False Dilemma ทางเลือกที่หลอกล่อไปสู่หนทางเลวร้าย

มาว่ากันง่าย ๆ เลยว่า False Dilemma มันคือให้ตัวเลือกแบบจำกัด แถมยังเป็นทางเลือกที่ไม่น่าเลือกอีกต่างหาก ทั้งที่ในประเด็นนั้นเนี่ย มันไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกเป็นแค่สองฝั่งที่ว่านั่นเลยก็ได้ มันมีทางเลือกอื่น ๆ ที่ไม่ถูกพูดถึงอยู่ด้วย ๆ พูดเฉย ๆ อาจจะยังไม่เห็นภาพ ลองมาดูตัวอย่างข้อความ False Dilemma กันก่อน “ถ้าไม่เลือกเรา เขามาแน่” “ถ้าวิจารณ์ประเทศขนาดนี้ ก็เป็นพวกคนชังชาติไงล่ะ ดูออก” เหมือนไปแปะป้ายคนอื่นว่าถ้าไม่เป็นฝั่งขาวก็ต้องเป็นฝั่งดำ จนลืมเฉดสีเทาที่เป็นฝั่งอื่น ๆ ในเรื่องนี้ไปเสียสนิท

จำง่าย ๆ ว่ามันคือสองทางเลือกที่ไม่น่าเลือกเอาเสียเลย และมันมีทางอื่น ๆ สำหรับเหตุการณ์นั้นให้เลือก ไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่แค่สองตัวเลือกนั้น มันจะไม่ได้มีแค่เหตุการณ์เลือกข้างทางความคิดเห็นเพียงอย่างเดียว แต่มันยังมีเรื่องของการอ้างว่าตัวเองไม่ได้มีทางเลือกมากนัก “ถ้าไม่ให้แง้นจะให้ไปติดยาหรอพี่?” แล้วชีวิตมันมีแค่สองอย่างหรือไงล่ะ หรือจะเป็น “แค่ติดยาไม่ได้ฆ่าคนตายปะ?” มันก็แย่ทั้งคู่นั่นแหละ แล้วในชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างนั้นด้วย

พอจะรู้จักหน้าตาของ False Dilemma กันไปแล้ว ลองมาดูกันว่าทำไมมันถึงชวนหงุดหงิดนัก

  • เป็นการป้ายสีคนอื่น “ถ้าคุณไม่อยู่ฝั่งผม แปลว่าคุณเข้าข้างมันใช่มั้ย? แย่จริง ๆ คนแบบนี้” น่าหงุดหงิดไหมล่ะครับที่ต้องเจอการเถียงแบบนี้ เราไม่จำเป็นต้องเลือกข้างใดก็ได้ แต่การอ้างแบบนี้มันเป็นเหมือนการแปะป้ายว่าเรากลายเป็นอีกฝั่ง หรือบังคับให้เราเลือกฝั่งใดฝั่งหนึ่งไปโดยปริยาย ทั้งที่มันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากเลือกหรือน่าเลือกเลยทั้งสองอย่าง
  • เพราะมันไม่ได้มีแค่สองทางให้เลือก ไม่ว่าจะเอาไปใช้ในกรณีไหนก็ตาม มันคือการจำกัดตัวเลือกที่มีให้เหลือเพียงหนทางแย่ ๆ เพื่อบีบให้เราเลือกหนทางที่แย่น้อยที่สุด ทั้งที่มีทางอื่นมากมายให้เราเดิน
แก้เกมทางเลือกลวงหลอก False Dilemma

เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากในเกมนี้เลย ถ้ารู้สึกว่ากำลังโดนผลักไปอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือเหตุการณ์ที่ให้เลือกทางที่แย่น้อยที่สุด ประกาศกร้าวออกไปเลยว่า “มันไม่มีทางเลือกแค่นี้” ไม่จำเป็นที่เราจะต้องเลือกข้าง ไม่จำเป็นที่ต้องเดินในหนทางแย่ ๆ เหนือชั้นไปอีกขั้นด้วยการยกตัวอย่างหนทางอื่นให้พวกเขาเห็นภาพว่า ชีวิตนี้คงต้องไปติดหล่มอยู่กับสองทางเลือกนั้น ถ้าเรามองเกมนี้ได้กว้างมากพอจะเห็นทางอื่น ๆ ที่ดีกว่าทางแยกสู่ความเลวร้ายเหล่านั้นที่พวกเขาหยิบยื่น และยัดเยียดมาให้เรา

ไม่ว่าการอ้างเหตุผลแบบผิด ๆ มันช่างกระตุกต่อมหงุดหงิดของเราแค่ไหน แต่ก็ไม่สนับสนุนให้เถียงกันเอาเป็นเอาตาย อยากให้เขาใช้เหตุผลที่ถูกต้องก็สู้กันด้วยเหตุผล ดีกว่าการปะทะกันด้วยอารมณ์

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line