EVENT

FROM MONET TO KANDINSKY นิทรรศการที่แสดงให้เห็นว่าผลงานศิลปะจะยังคงมีชีวิตอยู่ตลอดไป

By: TOISAN April 6, 2019

การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกของจิตรกรแต่ละคนผ่านผ้าใบ พู่กัน สี และความคิดสร้างสรรค์จนเกิดเป็นผลงานระดับพรีเมียมทำให้ศิลปินหลายคนกลายเป็นศิลปินที่ทรงอิทธิพลต่อศิลปะตะวันตก

วิธีเดียวที่จะได้เสพผลงานของศิลปินตะวันตกที่ชื่นชอบคือต้องบินไปยังทวีปยุโรป แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันการเสพงานศิลปินที่เราหลงรักอาจไม่ยากเหมือนก่อนแล้ว เพราะผลงานมาสเตอร์พีซของศิลปินในลัทธิต่าง ๆ ถูกยกมาที่กรุงเทพฯ ในนิทรรศการที่มีชื่อว่า From Monet to Kandinsky

นิทรรศการ From Monet to Kandinsky ก่อนหน้านี้จัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีและประสบความสำเร็จล้นหลาม โชคดีที่คิวต่อจากกรุงเบอร์ลินคือกรุงเทพฯ โดยถือเป็นที่แรกของเอเชียที่ได้จัดแสดงนิทรรศการของโครงการนี้ พร้อมกับผลงานจิตรกรรมกว่า 1,500 ชิ้น ผ่านโปรเจกต์เตอร์ที่เคลื่อนไหวได้ รอให้ผู้ชื่นชอบและหลงใหลในศิลปะมารับชมงานศิลป์แบบ 360 องศา

ผลงานที่ถูกนำมาจัดแสดงล้วนมาจากฝีมือยอดจิตรกรทั้ง 16 คน ที่เมื่อเห็นชื่อของจิตรกรและผลงานของเขาหลายคนจะต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอน

เริ่มตั้งแต่ศิลปินผู้มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะตะวันตกอย่าง Claude Monet กับผลงาน Impression Sunrise หรือความประทับใจของพระอาทิตย์ขึ้นที่ชื่อของภาพนี้กลายมาเป็นชื่อลัทธิ Impressionism

นอกจากนี้ยังมีผลงานของ Edger Degas ที่โดดเด่นเรื่องการวาดภาพประวัติศาสตร์ และ Pierre August Renoir กับศิลปะอ่อนช้อยสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้ง ซึ่งศิลปินทั้งสองคนก็อยู่ในลัทธิ Impressionism ด้วยเช่นกัน 

ถัดจากลัทธิ Impressionism ก็คือยุคแห่งความคิดเห็นที่แตกต่างและไม่ยอมอยู่ในกรอบเดิมจนเกิดกลุ่มลัทธิใหม่ที่ชื่อว่า Post-Impressionism ขึ้น โดยมีศิลปินชื่อดังที่ใครหลายคนต้องรู้จักอย่าง Vincent Van Gogh จิตรกรมากฝีมือที่ถูกผู้คนเรียกว่าเป็นศิลปินที่มีเส้นกั้นบาง ๆ ระหว่างความบ้าและความสร้างสรรค์ โดยมีผลงานสุดมาสเตอร์พีซอย่าง Starry Night หรือราตรีประดับดาวที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกทุกข์ระทมของ Van Gogh

Zipevent

seirer-photography

Henri Toulouse-Lautrec จิตรกรหนุ่มผู้หลงใหลในวงการละคร ถ่ายถอดผลงานออกมาทางภาพเขียนโปสเตอร์หนังแทนการแสดงด้วยผลงานภาพบนผ้าใบ ภาพสีน้ำ ภาพพิมพ์ โปสเตอร์ ภาพสเก็ตและงานเขียนภาพลามกของเขารวมได้มากกว่า 6,700 ภาพ ผลงานส่วนหนึ่งของเขาก็จะปรากฏอยู่ในงานเพื่อหวนให้คิดถึงบรรยากาศของโรงละครช่วงศตวรรษที่ 19 

ส่วน Henri Rousseau เป็นศิลปินผู้ชื่นชอบธรรมชาติและป่าดงดิบที่แสนคุ้นตาอย่าง The Dream (1910) ซึ่งผลงานของเขามีอิทธิพลอย่างมาต่อกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็นลัทธิ Surrealism ที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะความหมายแฝงการต่อต้านค่านิยมเดิมของชนชั้นกลางและศาสนาคริสต์

seirer-photography

คนสุดท้ายที่อยู่ในลัทธิ Post-Impressionism และนำผลงานของเขามาแสดงคือ Paul Gauguin เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของแวนโก๊ะผู้จุดประกายผลงานศิลปะที่เน้นสีสันฉูดฉาด ซึ่งผลงานส่วนใหญ่ของ Gauguin ได้สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายให้เกิดลัทธิ Synthetism ที่แยกตัวเองออกจากศิลปะแบบ Impressionism เหมือนกับลัทธิ Post-Impressionism

BK Magazine

ถ้าพูดถึง Impressionism และ Post-Impressionism คงจะไม่พูดถึงลัทธิ Expressionism ก็คงไม่ได้ เพราะลัทธินี้จะเป็นขั้วตรงข้ามของลัทธิ Impressionsim ที่รับอิทธิพลและความคิดทางศิลปะและการแสดงอารมณ์บนผลงานอย่างร้อนแรงมาจาก Van Gogh และ Gauguin ด้วยเส้นกรอบที่ชัดเจนและแข็งกร้าวและสีที่ฉูดฉาด สะท้อนความเป็นจริงของสังคมช่วงเวลานั้น ทั้งความประทับใจ ความเกลียด ความบ้าระห่ำ และความเจ็บปวด 

ศิลปินที่โด่งดังจากลัทธิ Expressionism คนแรกที่จะต้องนึกถึงคือ Edvard Munch กับผลงานที่ถูกนำไปวาดซ้ำ ๆ อย่าง The Scream (1893) ภาพวาดที่ทำให้ได้ยินถึงเสียงกรีดร้องของชายใบหน้าบูดเบี้ยว ที่แสดงออกบนผืนผ้าใบด้วยสีสันฉูดฉาดและเต็มไปด้วยอารมณ์ 

seirer-photography

นอกจากนี้ยังมี Paul Klee ผู้มีสไตล์เป็นของตัวเอง Wassily Kandinsky ชายที่นำเสนอความหลากหลายของงานแบบนามธรรม สามารถโยงไปถึงศิลปินชื่อดังของลัทธิ Abstract อย่าง Piet Mondrian และ Kazimir Malevich ที่นอกจาก Abstract ยังเด่นเรื่องสไตล์การสร้างสรรค์ผลงานด้วยการ dot หรือการจุดของ Paul Signac จากลัทธิ Neo Impressionism เช่นเดียวกับ Kandinsky รวมถึงนำเสนอผลงานของ Amedeo Modigliani ศิลปินหนุ่มที่ไม่ขอจัดตัวเองอยู่ในลัทธิใด 

การไล่เรื่องราวของศิลปะตั้งแต่ช่วงการเกิดลัทธิ Impressionism มาจนถึงศิลปะยุคใหม่กับ Gustav Klimt ผู้บุกเบิกศิลปะยุคใหม่กับการบอกเล่าความเร่าร้อนของสตรีผ่านรูปภาพ ที่ทำให้ใครหลายคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาคือศิลปินที่วาดรูปหญิงสาวออกมาได้งดงามที่สุด และสิ้นสุดผลงานที่ Juan Gris นักเขียนภาพแบบเหลี่ยมทางปัญญาที่เต็มไปด้วยแนวคิดแบบ Cubism ที่เกิดขึ้นช่วงศิลปะสมัยใหม่

seirer-photography

การเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่ของประวัติศาสตร์ศิลปะที่บางครั้งอาจสร้างความสับสนว่าศิลปินคนนี้จะถูกจัดไปอยู่ลัทธิไหนดี แสดงให้เห็นว่าถึงแม้ศิลปินแต่ละคนจะมีสไตล์ที่ต่างกัน หรือไม่เห็นด้วยกับลัทธิอื่น ๆ แต่ศิลปะก็ยังคงร้อยเรียงต่อกันโดยไม่สามารถแยกออกจากกันได้

ผลงานจากศิลปินทั้งหมด 16 คนที่มีเทคนิคที่แตกต่างกันจะถูกนำมาจัดแสดงผ่านจอโปรเจกเตอร์ พร้อมภาพเคลื่อนไหว แสง สี พร้อมคลอด้วยบทเพลงคลาสสิก คล้ายกับว่าศิลปะตะวันตกและบทเพลงกำลังโอบกอดเราไว้ ถือว่าเป็นโอกาสดีมากที่ประเทศไทยได้มีโอกาสจัดแสดงแบบนี้ เพราะการเห็นผลงานของยอดจิตรกรทั้งหมดในครั้งเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย

seirer-photography

พร้อมดื่มด่ำลายเส้นเฉพาะตัว สัมผัสอารมณ์ความรู้สึกของศิลปะผ่านผลงานของศิลปินชื่อดังทั้ง 16 คน ในนิทรรศการ From Monet to Kandinsky ได้ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน – 16 มิถุนายน ที่ RCB Galleries ชั้น 2 ของ River City Bangkok โดยสามารถซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ zipeventapp.com 

TOISAN
WRITER: TOISAN
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line