Life

‘HYGGE’จากปรัชญาของชาวเดนิชสู่ประเทศเจ้าของชีวิตที่เป็นสุขที่สุดในโลก

By: G-NEAK May 3, 2019

หลังจากนั่งทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน เชื่อว่าหนุ่ม ๆ คงอยากหาเวลาผ่อนคลายหรือหากิจกรรมที่ทำแล้วมีความสุขเพื่อสลัดความเหนื่อยล้าให้หายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อไม่กี่ปีมานี้เราอาจเคยได้ยินได้ฟังปรัชญาอิคิไก (Ikigai) อันโด่งดังของดินแดนปลาดิบซึ่งเป็นปรัชญาที่ว่าด้วยเรื่องการค้นหาความหมายของชีวิตกันมาบ้าง

แต่วันนี้ UNLOCKMEN จะพาหนุ่ม ๆ ข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเดนมาร์ก ประเทศเล็ก ๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาวเหน็บและเปียกปอน พร้อมเรียนรู้ปรัชญาความสุขตามแบบฉบับเดนิชที่ช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับคนที่นี่ แม้ในวันที่ถูกปกคลุมด้วยความหนาวเย็นก็ตาม

เดนมาร์กไม่ได้มีดีแค่โคนมและไวกิ้ง

ถ้าพูดถึงเดนมาร์กหลายคนคงนึกถึงต้นกำเนิดโคนมสายพันธุ์ดี ไม่ก็ชนเผ่าไวกิ้ง บรรพบุรุษนักรบเรือมังกร ผู้ถูกขนานนามว่าแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากนั้นเดนมาร์กยังถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกลำดับที่ 2 จากรายงาน The World Happiness ปี 2019 ของ UN โดยนำเอาอายุขัยของประชากร อิสรภาพ การทุจริต ตลอดจนค่า GDP เป็นตัวติดสิน ซึ่งอีกหนึ่งเคล็ดลับความสุขของชาวเดนิช คือการนำหลักปรัชญา ‘Hygge’ ที่มองหาความสุขเล็ก ๆ รอบตัว มาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของพวกเขา

‘Hygge’ ปรัชญาความสุขจากการมองสิ่งเล็ก ๆ

แม้ Hygge (ฮุกกะ) จะมาจากภาษานอร์เวย์ที่แปลว่า “ความเป็นอยู่ที่ดี” แต่คำนิยามของมันก็ไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัว เป็นคำที่ไม่สามารถแปลความหมายแบบเฉพาะเจาะจงได้ หากแต่สะท้อนความรู้สึกพึงพอใจและความอภิรมย์กับเรื่องราวเรียบง่ายของชีวิต

Hygge เป็นหลักปรัชญาที่หยั่งรากฝังลึกลงในวิถีชีวิตของชาวเดนิช ช่วยขัดเกลาความทุกข์และไขกุญแจนำชีวิตไปสู่ความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นความเพลิดเพลินตอนอ่านหนังสือกลางแดด การขดตัวใต้ผ้าห่มเมื่อฝนตก หรือแม้แต่นอนดูซีรีส์ในเน็ตฟลิกซ์แบบ non-stop ก็นับเป็น Hygge ได้เหมือนกัน

เริ่มต้นความสุขแบบคนเดนิช

จุดเทียนสร้างบรรยากาศ

ประเทศเดนมาร์กจุดเทียนปีละ 13 ปอนด์ ต่อจำนวนประชากรทั้งหมด พวกเขานิยมจุดเทียนไขเพื่อเพิ่มแสงสว่างบนโต๊ะอาหาร นอกจากจะสร้างบรรยากาศแบบโรแมนติก ยังช่วยทำให้อาหารมื้อนั้น ๆ รสชาติดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเมื่อประสาทสัมผัสในการมองเห็นลดลง ประสาทการรับรสและรับกลิ่นก็จะถูกกระตุ้นให้ดีขึ้นตามมา ถ้าอยากรู้ว่าการจุดเทียนจะได้ผลมากน้อยขนาดไหน ผู้ชายอย่างเราคงต้องลองจุดเทียนในมื้ออาหารดูสักครั้งแล้ว

ขนมโฮมเมดและเครื่องดื่มร้อน ๆ

การจ่ายเงินสำหรับดินเนอร์หรูอาจเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้ชายสายเปย์ แต่เราอยากให้คุณได้ลองหันมามีความสุขเล็ก ๆ จากการทำขนมโฮมเมดหรือซดกาแฟร้อนสักแก้วในตอนเช้า เพราะที่เดนมาร์กผู้คนให้ความสำคัญกับการลิ้มรสชาติขนมโฮมเมดอบใหม่ ที่ผ่านกรรมวิธีการทำจากสองมือของตัวเอง จวบจนการจิบโกโก้ร้อนในวันที่หิมะตก ก็เป็นเรื่องราวแสนธรรมดาที่สร้างความสุขให้คนที่นี่ได้เป็นอย่างดี

เขวี้ยงสมาร์ตโฟนไปไกล ๆ หนีความวุ่นวายสักพัก

แน่นอนละว่าในยุคดิจิทัลเฟื่องฟูแบบนี้ หลายคนคงไม่พลาดที่จะอัปเดตข่าวสารบ้านเมืองหรือตอบแชทเพื่อนฝูงในกรุ๊ปชายฉกรรจ์ผ่านสมาร์ตโฟนคู่ใจ แต่บางทีคุณก็ควรพักสายตาจากแสงสีฟ้าเสียบ้าง บอกลาความวุ่นวายของ notifications แล้วลองมาทำอะไรธรรมดา ๆ อย่างอ่านหนังสือ เล่นบอร์ดเกม ปั้นงานคราฟต์ หรือใช้เวลากับเรื่องไร้สาระดู

ถึงใจไม่เซ ภูเขาหรือทะเลก็ไปได้หมด

สำหรับ backpacker ขาลุยที่หลงใหลการเดินทางและหลงรักธรรมชาติ คงไม่ยากถ้าจะพาตัวเองออกไปประจันหน้ากับมันสักหน่อย การท่องเที่ยวธรรมชาตินั้นก็เป็นอีกหนึ่ง Hygge ของชาวเดนิช

พวกเขาจะออกไปตามหาแรงบันดาลใจและปล่อยให้ธรรมชาติสีเขียวบำบัดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน รวมทั้งการนั่งปิกนิกในสวนหรือชมภาพยนตร์กลางแจ้ง ก็สร้างความสบายใจให้ได้ไม่น้อยเลย 

ใช้เวลากับคนสำคัญ

ชาวเดนิชค่อนข้างให้ความสำคัญกับคนในครอบครัว เพื่อนซี้ และคนรู้ใจเป็นอย่างมาก โดยจะจัดสรร Work-life Balance ให้ลงตัว ผู้ชายชาวเดนิชทำงานเฉลี่ยเพียง 41 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น และเมื่อถึงเวลาเลิกงานก็รีบเด้งจากเก้าอี้ เตรียมตัวกลับบ้านไปใช้เวลากับคนที่เขารัก

หนุ่ม ๆ UNLOCKMEN อาจเริ่มจากการค้นหาความสุขเล็ก ๆ รอบตัว ดื่มด่ำกับแสงแดดจัดจ้านและอุณหภูมิร้อนฉ่าที่ทำให้เหงื่อไหลออกเป็นลิตร ๆ แทนที่จะบ่นและทุกข์ทรมานกับอากาศของเมืองไทย ลองพยายามมีความสุขไปกับมันดูสักครั้ง บางทีฤดูร้อนที่น่าเบื่อ อาจกำจัดความขี้เกียจและสร้างความกระตือรือร้นมากกว่าฤดูหนาวและฝนก็ได้นะ

 

SOURCE SOURCE2 SOURCE3

G-NEAK
WRITER: G-NEAK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line