Life

“วิธีคิดของนักปรัชญาสองพันปีก่อน”ที่จะสอนให้ผู้ชายจัดการเวลาและชีวิตได้อย่างมั่นคง

By: PSYCAT December 14, 2018

ชีวิตเราอาจจะยืนยาว แต่เวลาในแต่ละวันของเราช่างแสนสั้น เผลอนิดเดียวก็หมดวันอย่างง่ายดาย ถ้าเราไม่อาจจัดสรรปันส่วนเวลาและใช้มันอย่างทรงประสิทธิภาพ แต่ละวันย่อมผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ วันเดียวที่เปล่าประโยชน์เรียงต่อเชื่อมร้อยกลายเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน ลงท้ายด้วยปีทั้งปีที่สูญเปล่า เราทำได้แค่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ หาความสุขที่อยู่กับเราชั่วคราว แต่ในระยะยาวมองรอบตัวแล้ว…เราไม่เหลืออะไรเลย

ใครที่กำลังติดกับดักวันเวลาและปีที่ผ่านมาใช้ชีวิตไปอย่างสูญเปล่า ปีหน้าต้องไม่เหมือนเก่าด้วยวิธีคิดจากนักปรัชญาที่ขบคิดและมีชีวิตอยู่เมื่อสองพันกว่าปีก่อน แต่แก่นความคิดของพวกเขายังสามารถปรับใช้กับชีวิตเราในปัจจุบันได้อย่างทรงพลัง

 

“Beware the barrenness of a busy life.” – Socrates

การตื่นเช้ามาพร้อมงานที่ประเดประดังไม่หยุดหย่อน ความยุ่งเหยิงที่สะสางเท่าไหร่ก็ไม่หมด คือกลลวงที่ล่อให้ผู้ชายอย่างเราหลงเข้าใจไปว่าชีวิตที่ยุ่งเหยิงนี่แหละคือชีวิตที่ทำงานหนักหรือชีวิตที่มีประสิทธิภาพ เราคิดว่ามันดีแล้วและปล่อยให้ตัวเองยุ่งจนไม่เหลือเวลาให้ตัวเองอีกต่อไป

ปีหน้าต้องไม่เป็นแบบนี้ เพราะชีวิตที่ยุ่งอยู่เสมอหมายถึงการจัดการเวลาอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ที่สำคัญการทำหลายสิ่งหลายอย่างในวันเดียวแปลว่าเราทุ่มพลังให้มันในระดับปานกลางเป็นสิบ ๆ สิ่ง แทนที่เราจะลดเหลือเพียง 3-4 อย่างที่สำคัญจริง ๆ แล้วทุ่มเทความตั้งใจไปกับมันได้มากกว่าเดิม

ดังนั้นการทำอะไรเยอะ ๆ ให้ตัวเองดูยุ่ง ๆ ในหนึ่งวันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น จงระวังความยุ่งใหดี! แต่การจัดลำดับความสำคัญและทำอย่างมีประสิทธิภาพนั่นแหละคือหัวใจแห่งการจัดการเวลาและชีวิต

“Better a little which is well done, than a great deal imperfectly.” – Plato

การงานเล็ก ๆ ที่สำเร็จอย่างสมบูรณ์ย่อมดีกว่าการงานอันยิ่งใหญ่ที่เสร็จได้แต่ไม่สมบูรณ์ นักปรัชญาอย่างเพลโตว่าไว้แบบนั้นและมันก็ยังใช้ได้กับช่วงเวลาปัจจุบัน เพราะเรามักรู้สึกว่าเรามีเป้าหมายยิ่งใหญ่ที่อยากพุ่งชนมันให้ได้ตั้งแต่ต้นปี แต่ในความเป็นจริงมันไม่มีทางที่เราจะทำเป้าหมายยิ่งใหญ่ให้สำเร็จอย่างสมบูรณ์ได้ในหนึ่งวันดังนั้นในแต่ละวันจงตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ไว้ 3-4 อย่าง ที่จะนำเราไปสู่เป้าหมายยิ่งใหญ่ในท้ายที่สุด

อย่าดูถูกตัวเองว่าเป้าหมายเล็ก ๆ แบบนี้หมู ๆ ไม่อยากทำ รอทำเป้าใหญ่อย่างเดียว เพราะการทำเป้าหมายเล็ก ๆ ให้สำเร็จอย่างสมบูรณ์เป็นทั้งการฝึกฝน การฝึกความอดทน การค่อย ๆ ก้าวไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าอย่างสง่างาม

คุณไม่อาจวิ่งมาราธอนสำเร็จได้ตั้งแต่วันแรกของปี แต่ถ้าคุณแบ่งเป้าหมายเล็ก ๆ เริ่มวิ่งเพียงวันละ 500 เมตร วางแผนการวิ่งเพิ่มขึ้นทีละน้อย ก็อย่าดูถูกมัน แต่ทำมันให้สมบูรณ์ที่สุดไปในทุก ๆ วัน เมื่อปลายปีมาถึงมาราธอนที่สมบูรณ์แบบย่อมไม่หนีไปไหน

ส่วนใครไม่มีเป้าหมายชัดเจนก็ไม่ต้องตกใจ ลองหาเป้าหมายกว้าง ๆ อย่างเรื่องการพัฒนาตัวเอง การทำให้ตัวเองมีความสุขขึ้น หรือการดูแลความสัมพันธ์ เมื่อถึงปลายปี เป้าหมายเล็ก ๆ ที่เราพากเพียรทำมันให้สมบูรณ์แบบในแต่ละวัน จะกลายร่างเป็นปีทั้งปีอันสมบูรณ์แบบอย่างไม่น่าเชื่อ

“Pleasure in the job puts perfection in the work.” – Aristotle

เราล้วนมีเป้าหมาย ความฝัน จุดที่อยากไปถึง เราเพียรทำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อพาตัวเองไปถึงจุดนั้น แต่มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าเป้าหมายในท้ายที่สุดนั้นได้มาโดยที่เราต้องแลกวันเวลามากมายไปกับการทุกข์ทรมานใจและกาย

ความพึงพอใจจึงสำคัญไม่แพ้เป้าหมาย จงมีความสุขในทุก ๆ ย่างก้าว ทุกรายละเอียดของการมุ่งไปข้างหน้า พยายามหาสิ่งที่ทำให้เราพึงพอใจ ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหนก็จงดื่มด่ำมันไว้

ในวันหนึ่งที่เราไปถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ต่อให้มันไม่เป็นอย่างที่คิด อย่างน้อยที่สุดระหว่างทางที่เราก้าวเดินมา เราก็ไม่ได้ก้าวมาอย่างทรมาน แต่เราก้าวมาอย่างเป็นสุขและทำให้ตัวเองพึงพอใจที่สุดแล้ว ที่สำคัญการใส่ความพึงใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงไปในแต่ละวัน จะเป็นส่วนผสมที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์ได้ดีขึ้น

“If you seek tranquility, do less. Or (more accurately) do what’s essential. Do less, better. Because most of what we do or say is not essential. If you can eliminate it, you’ll have more tranquility.” – Marcus Aurelius

ตัวตนของเราก็ไม่ต่างจากประติมากรรมชิ้นหนึ่ง มันอาจเริ่มต้นมาเป็นเพียงก้อนดินใหญ่ ๆ บูดเบี้ยวที่เราอยากตัดแต่งมันให้กลายเป็นรูปปั้นสง่างามและสมบูรณ์แบบ มันจึงจำเป็นที่เราจะต้องขูดส่วนที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้มันเป็นรูปร่างอย่างที่ใจเราหวัง

ชีวิตก็เช่นกัน ความสงบเงียบจะมาถึงก็ต่อเมื่อเราทำเฉพาะในสิ่งที่มันจำเป็นต่อเป้าหมายของเรา อะไรที่มันขวางทาง อะไรที่ทำให้ไม่เป็นสุข สัญญากับตัวเองไว้เถอะว่าปีหน้าเราจะขูดมันออก ตัดมันทิ้ง

ถามใจตัวเองให้ดีว่าอะไรในชีวิตที่เราคิดว่ามันสำคัญ ส่วนอะไรนอกเหนือจากนั้นที่ไม่ได้นำไปสู่สิ่งสำคัญในชีวตก็อย่าลังเลที่จะตัดมันออกไปบ้าง อย่าเกรงใจ อย่าเสียดาย เราคือเจ้าของชีวิตเราเอง

“Neither blame or praise yourself.” – Plutarch

อีโก้พลุ่งพล่านอยู่ในตัวเราทุกคนไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ถ้าเรารู้และรู้จักทบทวนมันอยู่เสมอก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ในหลาย ๆ ครั้งเราก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเราจะแสดงอีโก้ออกมาเมื่อไหร่ ใช้มันมากไปหรือเปล่า มันจึงจะดีกว่ามาก ถ้าเราไม่โทษตัวเองหรือชื่นชมตัวเอง เพื่อไม่เพิ่มหรือลดอีโก้ตัวเองจนติดเป็นนิสัย

การโทษตัวเองนำไปสู่การเกลียดตัวเอง ในขณะที่การชื่นชมตัวเองอาจหมายถึงการมองข้ามข้อผิดพลาดของตัวเอง หรือการกดคนอื่นให้จมลงไป ตัวตนของเราจึงไม่ใช่กุญแจสำคัญ แต่เป็นเป้าหมายของเราและกระบวนการแต่ละวันต่างหากที่สำคัญ

ถ้าเรารู้สึกว่าเราทำอะไรได้ดี จงชื่นชมการกระทำนั้นในฐานะกระบวนการจะไปสู่เป้าหมาย และในวันที่เราไม่ได้ดีอย่างที่คิดทำผลงานออกมาห่วย ๆ เราก็จะได้เข้าใจว่านั่นคือผลงานแย่ ๆ ที่เราต้องปรับมันให้ดีขึ้น โดยไม่ต้องจมอยู่กับการโทษตัวเองไม่สิ้นสุด

มองความผิดพลาดเป็นเรื่องที่เราต้องรีบแก้ไข เรียนรู้ ก้าวข้าม มองความสำเร็จเป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะมันคือผลงานอันน่ายินดี ไม่ใช่เพราะเราเก่งคับโลก ไม่เช่นนั้นอีโก้เราก็จะพองคับจักรวาลและคิดว่าเราดีได้เพราะตัวเรา แต่จริง ๆ เราดีได้ด้วยสิ่งที่เราทำต่างหาก

“It does not matter how slowly you go as long as you do not stop.” – Confucius

สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างของการก้าวไปข้างหน้าคืออย่าดูถูกความช้า เพราะไม่ว่าช้าหรือเร็ว แต่ตราบใดที่เรายังพาตัวเองไปข้างหน้าอย่างไม่มีวันหยุด นั่นหมายถึงว่าเรากำลังก้าวเข้าใกล้เป้าหมายขึ้นเรื่อย ๆ

สิ่งสำคัญต่อมาคืออย่าประมาท แล้วคิดว่าการหยุดทำแค่วันเดียวมันไม่เป็นอะไร ดังนั้นตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ช้าแค่ไหนก็ไม่ว่า ทำแต่ละวันเล็กน้อยแค่ไหนก็ไม่เป็นไร แค่ต้องทำมันต่อไป ๆ และห้ามหยุด

 

เราอาจมีเวลาเท่ากัน แต่การจัดการเวลาที่ไม่เท่ากัน กลายเป็นสิ่งดึงรั้งให้เราช้ากว่าคนอื่นหรือเป็นสิ่งซัพพอร์ตให้เราไปได้ไกลและเร็วกว่าคนอื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่มันไม่ได้สำคัญว่าเราจะเร็วกว่าใครบ้างหรือช้ากว่าคนอีกกี่คน มันสำคัญที่เราให้ความสำคัญอะไรในชีวิตนี้ อยากไปให้ถึงเป้าหมายในแต่ละปีหรือไม่ แล้วเราจะปล่อยให้เวลาและชีวิตล่วงเลยไป หรือลองดูสักตั้งเพื่อไปถึงสิ่งที่หวัง

 

SOURCE

PSYCAT
WRITER: PSYCAT
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line