Style

MEN & HIS WATCH เมื่อความคลาสสิกคือคำตอบสุดท้าย… ถอดรหัสสไตล์และแพสชันของสุภาพบุรุษทั้ง 5 ผ่านดีเทลเรือนเวลา SEIKO

By: NTman April 27, 2026

สำหรับผู้ชายอย่างเรา ๆ “นาฬิกา” ไม่เคยเป็นแค่เครื่องมือบอกเวลา แต่มันคือ “สเตตเมนต์” ชิ้นสำคัญที่ทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราว รสนิยม และแพสชันที่ขับเคลื่อนชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเราพูดถึงสไตล์ที่หยั่งรากลึกอย่าง “ความคลาสสิก” เสน่ห์ที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่เคยต้องวิ่งตามกระแสแฟชั่น เพราะมันคือคุณค่าของงานคราฟต์ ดีเทล และประวัติศาสตร์ ที่ยิ่งผ่านกาลเวลายิ่งทวีความลึกซึ้ง

เช่นเดียวกับปรัชญาของ Seiko แบรนด์นาฬิกาที่เข้าใจจิตวิญญาณของความคลาสสิกอย่างถ่องแท้ การหยิบเอามรดกจากอดีตยุค 60s – 70s มาปัดฝุ่นและตีความใหม่ ผสานเข้ากับนวัตกรรมความแม่นยำระดับมาสเตอร์พีซ ทำให้เรือนเวลาเหล่านี้ กลายเป็นเพื่อนร่วมทางที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้ชายที่พิถีพิถันในทุกจังหวะของการใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในคอลัมน์ Men & His Watch ครั้งนี้ UNLOCKMEN จะพาไปสัมผัสและถอดรหัสตัวตนของสุภาพบุรุษทั้ง 5 กับ5 วิถีชีวิตสุดทาง ที่แม้จะมีเส้นทางชีวิตต่างกัน แต่สิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้คือ “รสนิยมแห่งความคลาสสิก” ที่สะท้อนผ่านหน้าปัดนาฬิกา Seiko เรือนโปรดบนข้อมือ
มาร่วมค้นหาคำตอบกันว่าเพราะอะไรเรือนเวลาเหล่านี้ถึงกลายเป็น ‘จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ’ ที่คอมพลีตทั้งสไตล์และอินเนอร์ของพวกเขาได้อย่างไร้ที่ติ…


 

เจี๊ยบ-ชัยวัฒน์ สิงหะ ‘King Seiko 1969 (SJE113)’

นาฬิกาเรือนนี้คือจิ๊กซอว์ที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ของ ‘เจี๊ยบ-ชัยวัฒน์ สิงหะ’ (Co-Founder แห่ง 8080 Cafe และ UNformat Studio) สุภาพบุรุษที่ใช้ชีวิตขับเคลื่อนด้วยแพสชันและงานดีไซน์ จังหวะที่เขาขี่มอเตอร์ไซค์วินเทจคันเก๋า คือภาพสะท้อนของคนที่เข้าใจใน “Craftsmanship” และคุณค่าของรายละเอียดที่คนทั่วไปมองข้าม

หากจะให้นิยามความเนี้ยบระดับตำนานของ King Seiko 1969 (SJE113) เรือนนี้ต้องบอกว่านี่คือการกลับมาของอาร์ไคฟ์ระดับมาสเตอร์พีซรุ่น 45KCM ในปี 1969 ที่ถูกยกระดับใหม่ให้เนี้ยบขึ้นทุกมิติ ตอกย้ำความพิถีพิถันด้วยหน้าปัดสี “Forest Green” ไล่เฉดเขียวเข้มพร้อม Texture กระดาษ Washi สื่อถึงจิตวิญญาณโอเอซิสกลางโตเกียว

ตัวเรือนทรง Cushion Case ผ่านการขัดเงาด้วยเทคนิค Zaratsu จนเงาวับดั่งกระจก มาพร้อมความบางเพียง 9.9 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 6L35 สวมใส่สบายแนบชิดติดข้อมือ พร้อมดีเทลหลักชั่วโมง 12 นาฬิกาลายลูก Arrow Feather ที่ตะโกนบอกความคราฟต์ในทุกองศา มันคือการบรรจบกันของ “ความเก๋าในอดีต” กับ “รสนิยมปัจจุบัน” ที่ถูกคัดกรองมาอย่างดีแล้วว่านี่แหละคือความเท่ที่อยู่เหนือกาลเวลาอย่างแท้จริง


 

แมค-ธนกร ‘SEIKO PRESAGE CLASSIC SERIES ‘SUMI-IRO’ OPEN HEART (SPB471J)’

สำหรับผู้ชายที่หลงใหลในสไตล์คลาสสิก เสน่ห์ของการแต่งตัวไม่ได้อยู่ที่ป้ายแบรนด์ แต่อยู่ที่ “เรื่องราว” และ “ดีเทล” ของเนื้อผ้า… ‘แมค-ธนกร’ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ‘ลุงแมค’ กูรูด้าน Classic Menswear แห่งร้าน Uncle Mac Shop และเพจ Signore Closet คือหนึ่งในบุคคลที่เข้าใจคำจำกัดความนี้ได้อย่างลึกซึ้ง

ซึ่งความสุขจากการได้สัมผัสวัสดุชั้นดีและชื่นชมความประณีตของงานเทเลอร์ของผู้ชายคนนี้ ถูกสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่าน Dress Watch บนข้อมืออย่าง SEIKO PRESAGE CLASSIC SERIES ‘SUMI-IRO’ OPEN HEART (SPB471J)

สิ่งที่ทำให้เรือนเวลาสไตล์มินิมอลจากญี่ปุ่นเรือนนี้ เข้ากับไลฟ์สไตล์ของ ‘ลุงแมค’ ได้อย่างหมดจด คืองานออกแบบที่ดึงเอาเสน่ห์ของสิ่งทอมาไว้บนหน้าปัด ด้วยเฉดสี ‘Sumi-iro’ (สีหมึกดำ) พร้อมเท็กซ์เจอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากความนุ่มนวลของเส้นไหมญี่ปุ่นดั้งเดิม (Japanese Silk) ซึ่งเป็นวัสดุที่ผูกพันกับประวัติศาสตร์เครื่องแต่งกายมาอย่างยาวนาน ผสานความคลาสสิกด้วยดีไซน์หน้าปัด เข็มทิศ และหลักชั่วโมงที่มีความโค้งมนภายใต้กระจกแซฟไฟร์ ซึ่งมอบกลิ่นอายวินเทจที่แมตช์เข้ากับลุคภูมิฐานได้อย่างพอดิบพอดี

ที่สำคัญหน้าปัดแบบ ‘Open-Heart’ เจาะช่องตรงตำแหน่ง 9 นาฬิกา ยังตอบสนองความชอบในเรื่อง “โครงสร้างที่โปร่งใส” ของสายเทเลอร์ เปิดเปลือยให้เห็นความมีชีวิตชีวาและจังหวะการทำงานของกลไกอินเฮาส์อัตโนมัติ 6R5J ที่กักเก็บพลังงานได้ทนทานถึง 72 ชั่วโมง พร้อมเสริมกิมมิกด้วยหน้าปัดย่อยบอกเวลา 24 ชั่วโมงที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

และเพื่อคอมพลีตลุคคลาสสิกให้สุดทาง สายสเตนเลสสตีล 7 แถวของเรือนนี้ยังหยิบแรงบันดาลใจมาจากยุค 1970s โดยตั้งใจออกแบบให้ข้อต่อแต่ละชิ้นสั้นเพียง 6 มิลลิเมตร เพื่อความยืดหยุ่น โอบรับข้อมือได้แนบเนียนและสวมใส่สบายที่สุด ทำให้ SEIKO PRESAGE CLASSIC SERIES ‘SUMI-IRO’ OPEN HEART (SPB471J) เรือนนี้เปรียบเสมือนงานเทเลอร์เมดบนข้อมือ ที่ผสานศิลปะดั้งเดิมเข้ากับรสนิยมของผู้ชายสายคลาสสิกได้โคตรจะลงตัวจริง ๆ


 

ดัสท์-ณัฐกิตติ์ ‘Seiko Prospex 1968 Heritage Diver’s GMT (SPB519J)’

ภาพลักษณ์ของชายที่หลงใหลในศิลปะ Classic Menswear อย่าง ‘ดัสท์-ณัฐกิตติ์’ มักถูกสะท้อนความเนี้ยบออกมาผ่านเสื้อผ้าที่ตัดเย็บมาอย่างพอดีตัว แต่เบื้องหลังสไตล์ที่สมาร์ทและผ่านการกรูมมิ่งมาอย่างดี คือจิตวิญญาณของสปอร์ตแมนที่รักการสำรวจโลกกว้าง ซึ่งบาลานซ์ทั้งความคลาสสิกและเอนเนอร์จี้ล้นเหลือเอาไว้ด้วยกัน

และเครื่องบอกเวลาที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์คอยย้ำเตือนถึงแพสชันเหล่านั้นได้อย่างลงตัว คือ Seiko Prospex 1968 Heritage Diver’s GMT (SPB519J) นาฬิกาดำน้ำระดับพรีเมียมที่ดึงเอาแรงบันดาลใจจาก Marine Lifestyle มาถ่ายทอดผ่านขอบหน้าปัดเซรามิกสีน้ำเงินตัดกับหน้าปัดสีขาวเงิน ให้ความรู้สึกคลีนและสดชื่น เข้ากับลุคสไตล์ Smart Casual ของผู้ชายคนนี้ได้อย่างไร้ที่ติ พร้อมความลงตัวกับไลฟ์สไตล์ของผู้ชายที่รักการเดินทาง ด้วยกลไกอัตโนมัติ Caliber 6R54 ที่มาพร้อมฟังก์ชัน GMT สำหรับดูเวลาสองไทม์โซน สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง และคุณสมบัติกันน้ำลึกถึง 300 เมตร จึงตอบสนองทุกกิจกรรมลุยได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ สำหรับผู้ชายที่พิถีพิถันเรื่องความพอดี นาฬิกาเรือนนี้ยังตอบโจทย์ด้วยบัคเคิลดีไซน์ใหม่ที่ปรับขยายได้ถึง 6 ระดับ (รวม 15 มม.) ช่วยให้สวมใส่กระชับและยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อขยายตัวหลังเวิร์กเอาต์ในยิม หรือตอนออกไปทำกิจกรรมทางน้ำ นาฬิกาเรือนนี้จึงเป็นมากกว่าเครื่องประดับ แต่คือเพื่อนร่วมทางที่ผสานความประณีตเข้ากับสมรรถนะขั้นสุด สะท้อนอินเนอร์และไลฟ์สไตล์ของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ


 

เบน-ทศพล พุ่มเจริญ ‘Seiko Prospex Solar Speedtimer (SSC965P)’

สำหรับผู้ชายที่หลงใหลในสไตล์ Old World Charm อย่าง ‘เบน-ทศพล พุ่มเจริญ’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ PHUMM ความคลาสสิกไม่ใช่แค่เทรนด์แฟชั่น แต่มันคือแพสชันที่ให้คุณค่ากับงานคราฟต์และความแข็งแกร่งที่อยู่เหนือกาลเวลา… วิถีชีวิตแบบ Rugged Gentleman ที่ลุยได้แต่ยังต้องเนี้ยบของผู้ชายคนนี้ เชื่อมโยงเข้ากับสปอร์ตวอทช์คู่ใจอย่าง Seiko Prospex Solar Speedtimer (SSC965P) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

กับการดึงเอา DNA ของนาฬิกาจับเวลาสไตล์มอเตอร์สปอร์ตยุค 60s-70s มาปัดฝุ่นใหม่ในไซซ์ 39 มิลลิเมตร ที่สวมใส่เข้าข้อสุด ๆ ไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาและแมตช์กับลุคสไตล์วินเทจ-มิลิทารี ของเขาได้อย่างลงตัว คือหน้าปัดสี Mint Green ที่มีเท็กซ์เจอร์แบบพ่นทราย มอบอารมณ์เรโทรที่ดูสดใหม่ ตัดกับขอบ Tachymeter โลหะที่ให้ความรู้สึกดิบและดุดัน

Seiko Prospex Solar Speedtimer (SSC965P) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ชายที่ชอบลงมือลุยงานเองขั้นสุด ด้วยขุมพลัง Calibre V192 กลไก Solar Chronograph ที่ขับเคลื่อนด้วยแสง กักเก็บพลังงานได้นาน 6 เดือน พร้อมกระจกแซฟไฟร์ทรงโค้งกันรอยขีดข่วน และคุณสมบัติกันน้ำลึก 100 เมตร ทำให้นาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่มันคือสเตตเมนต์ที่สะท้อนปรัชญาของ ‘เบน-ทศพล’ นั่นคือการผสาน “ความเก๋าของอดีต” เข้ากับ “ความอึดที่พร้อมลุยในทุกวัน” ออกมาได้อย่างชัดเจน


 

พอล-สิริสันต์ ‘King Seiko VANAC ‘Tokyo Midnight’ (SLA085J)’

สำหรับ ‘พอล สิริสันต์’ นิยามความสำเร็จไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องประชุม ในฐานะ CEO หัวหอกแห่งโปรเจกต์ครีเอเตอร์ฮับ Cloud 11 และ Vibal Corporation เขาคือผู้บริหารที่เต็มไปด้วยวิสัยทัศน์ แต่เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน อีกมิติชีวิตของผู้ชายคนนี้คือ DJ & Curator ที่ขับเคลื่อน Night Life จากแพสชันแห่งเสียงดนตรีที่มีอยู่เต็มเปี่ยม

ด้วยวิถีชีวิตแบบ Multi-Hyphenate ที่ต้องสวิตช์บทบาทระหว่างโลกธุรกิจที่ต้องการความเฉียบขาดแม่นยำ และโลกแห่งศิลปะที่ต้องการความสร้างสรรค์ไร้กรอบ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ไอเทมคู่กายของเขาคือสิ่งสะท้อนคาแรกเตอร์ที่ “จัดจ้านแต่ทรงพลัง” และนั่นคือเหตุผลที่ King Seiko VANAC ‘Tokyo Midnight’ (SLA085J) กลายมาเป็น Key Piece ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายคนนี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เมื่อสปิริตความขบถแบบ Avant-garde ในยุค 70s ถูกนำมาตีความใหม่ เรือนเวลารุ่นนี้จึงเป็นตัวแทนของคนที่ไม่ชอบอยู่ในกรอบ ไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาคนรักนาฬิกาตั้งแต่แรกเห็นคือหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มลุ่มลึก มาพร้อมแพทเทิร์น Horizontal Stripe สื่อถึงความงดงามของเส้นขอบฟ้าและแสงสีในกรุงโตเกียวยามค่ำคืน

ดีเทลความคราฟต์ของ King Seiko VANAC ‘Tokyo Midnight’ ถูกขับเน้นผ่านหลักชั่วโมงที่ 12 และตุ้มถ่วงเข็มวินาทีที่ออกแบบเป็นรูปตัว “V” ซึ่งตะโกนชื่อ VANAC ออกมาอย่างภาคภูมิใจ ตัวเรือนมาในสไตล์ Bezel-less ไร้ขอบแต่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมที่แข็งแกร่งดุดันราวกับสลักจากโลหะชิ้นเดียว ผ่านการขัดเงาด้วยเทคนิคชั้นสูงแบบ Zaratsu จนเกิดเป็นมิติแสงเงาที่คมกริบ

และไม่ใช่แค่ดีไซน์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยวสะดุดตา แต่ภายใต้ฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์แบบเปลือยยังเผยให้เห็นขุมพลังระดับท็อป Calibre 8L45 กลไกอัตโนมัติความถี่สูงที่มอบความแม่นยำและเสถียรภาพสูงสุด ซึ่งประกอบขึ้นด้วยมืออย่างประณีต

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความซับซ้อนและชั้นเชิงทั้งหมดที่แฝงอยู่ในนาฬิกาเรือนนี้ สอดรับกับตัวตนของผู้ชายคนนี้ได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะสวมสูทคุมงานระดับบอร์ดรูมในช่วงกลางวัน หรือยืนคุมเดคเปิดแผ่นสร้าง Vibe ในคลับยามค่ำคืน King Seiko VANAC ‘Tokyo Midnight’ ก็พร้อมเป็นบัดดี้คู่ใจที่สะท้อนตัวตนของชายผู้ใช้ชีวิตสุดทางในทุกมิติออกมาได้อย่างชัดเจน

Visuals | Creative | Design by UNLOCKMEN Creative Production

#MENANDHISWATCH #Seiko #SeikoThailand #Timelessstyle #Seikostyle #UNLOCKMEN #ULMproduction #CreativeProduction #ULMshowcase

NTman
WRITER: NTman
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line