ถ้าพูดถึงนักสนุกเกอร์ชื่อก้องโลก ชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของผู้ชายอย่างเราคงหนีไม่พ้น รอนนี่ โอ’ซุลลิแวน (Ronald Antonio O’Sullivan) ที่ติดทำเนียบผู้คว้าแชมป์โลกได้มากที่สุดลำดับ 3 ของโลกด้วยจำนวนแชมป์ 5 สมัย (เป็นรองแค่สตีเฟ่น เฮนดรี้ 7 สมัย, เรียร์ดอน และสตีฟ เดวิส 6 สมัย) แม้หลาย ๆ คนจะรู้จักชื่อและความเก่งกาจของเขา แต่ใครจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นของฝีมือฉกาจฉกรรจ์จะเริ่มต้นที่โรงเก็บของชั้นล่างของบ้านและเขาเติบโตขึ้นมาจากครอบครัวที่ทำธุรกิจเซ็กซ์ช็อปซึ่งดูจะอยู่คนละขั้วกับสิ่งที่เขาทำ นักสนุกเกอร์วัย 43 ปีชาวอังกฤษ เติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเซ็กซ์ช็อปเล็ก ๆ อย่างไรก็ตาม จอห์น โอ’ซุลลิแวนพ่อของรอนนี่ตั้งใจให้ลูกชายเป็นนักสอยคิวตั้งแต่ตอนที่เขายังเด็ก โดยสร้างห้องฝึกสนุกเกอร์ไว้ที่โรงเก็บของชั้นล่างของบ้านและสนับสนุนให้รอนนี่ฝึกปรือฝีมือได้อย่างเต็มที่ จนกลายมาเป็นรอนนี่ที่หลายคนรู้จักอย่างทุกวันนี้ ย้อนไปเมื่อรอนนี่อายุ 10 ขวบยอดนักสอยคิวอัจฉริยะ สามารถทำเซ็นจูรี่เบรก (การทำ 100 แต้มได้ในไม้เดียว) และที่จัดจ้านไปกว่านั้นคือตอนที่รอนนี่อายุเพียง 15 ปีเขากลับกวาดแดงดำ 15 ชุด พร้อมตบลูกสีครบทุกเม็ดหรือที่ชาวสนุกเกอร์เรียกกันว่า “แม็กซิมัมเบรก” (ได้ 147 แต้ม) ไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้ในสายตาเราฝีมือเขาจะเข้าขั้นเทพ แต่ก็ใช่ว่าชีวิตเขาจะราบรื่น เพราะขณะที่เขากำลังเติบโตขึ้นในวงการนักสอยคิวมืออาชีพ
“ทัศนคติคือสิ่งเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างความแตกต่างอันยิ่งใหญ่” ข้อความนี้คือคำพูดของ วินสตัน เชอร์ชิล (Winston Leonard Spencer Churchill) รัฐบุรุษชาวอังกฤษและอดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรสองสมัย นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้ชายที่มากด้วยความสามารถ เพราะเขาเคยเป็นทั้งทหารในกองทัพอังกฤษ นักประวัติศาสตร์ นักเขียน และศิลปินรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม วันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปเจาะลึกความเป็นวินสตัน เชอร์ชิล อะไรที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ถูกจากรึกไว้ในประวัติศาสตร์จนถูกกล่าวขานมาถึงทุกวันนี้ ? เด็กชายผู้บอกพร่องสู่การเป็นนักสู้ผู้ไม่ยอมใคร วินสตันเกิดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 1874 เขาเกิดมาในตระกูลขุนนางเก่าแก่มีต้นตระกูลเป็นนักรบ ในวัยเด็กวินสตันเป็นเด็กผู้ชายที่มีนิสัยและพฤติกรรมที่ต่างจากเด็กทั่วไป จากบันทึกที่ส่งไปยังแม่ของเขาระบุว่าเขาบกพร่องทางการพูด มีอาการพูดติดอ่างและทำคะแนนแย่แทบทุกวิชา รวมถึงมีปัญหาดด้านการเข้าสังคม เช่น เรื่องเวลาและอาการหลง ๆ ลืม ๆ เมื่อเขาถูกส่งให้สอบเข้าสถาบันการศึกษาวิชาทหารก็สอบตกถึง 2 ครั้ง ทำให้เขาต้องกลับมาติวเข้มกับครูทหารจนสอบเข้าได้ในที่สุด แต่วินสตันก็สอบเข้าไปได้แค่ในระดับทหารม้าเท่านั้นซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าทหารราบ ด้วยพฤติกรรมที่มีความบกพร่องและเข้าสังคมได้ไม่ราบรื่นเหมือนคนอื่นทำให้เขาตกเป็นเป้าถูกเพื่อนรังแกอยู่เป็นประจำ และนั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่เขาเติบโตมาและเลือกที่จะยืนหยัดต่อสู้มาตลอด วาทะเลื่องชื่อ วินสตัน เชอร์ชิล ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีของอังกฤษในปี 1940 ในขณะที่สงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังปะทุ ทำให้วินสตันต้องขับเคลื่อนอังกฤษในภาวะที่สงครามรออยู่ตรงหน้า วินสตันได้กล่าววาทะในรัฐสภาครั้งแรกว่า “ผมไม่มีอะไรจะมอบให้ นอกเสียจากเลือด การทำงานหนัก
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการกลับมาของ Monkey และ Super Cub ตำนานมอเตอร์ไซค์รุ่นเล็กสุดเก๋าจากค่าย Honda นั้นทำให้วงการสองล้อสายคลาสสิกมีความคึกคักไม่ใช่เล่น ซึ่งสาเหตุที่ Monkey และ Super Cub นั้นครองใจเหล่าสาวกมาอย่างยาวนานเป็นเวลากว่า 50 – 60 ปี แน่นอนว่าจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากรูปทรงที่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ของทั้ง 2 รุ่น แม้ว่าจะมีบางช่วงที่สายการผลิตถูกหยุดไป แต่ด้วยความนิยมและกระแสเรียกร้องทำให้ตำนานทั้งสอง หวนกลับคืนมาสร้างสีสันในยุคปัจจุบันอีกครั้งด้วยแรงตอบรับที่ดีทั้งจากสาวกหน้าเก่า และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในความเท่คลาสสิกแบบไม่ง้อกาลเวลา นอกจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตา อีกสิ่งหนึ่งที่แฟน ๆ ของ Monkey และ Super Cub ต่างเห็นพ้องต้องกันนั่นก็คือ ทั้ง 2 รุ่นนี้จัดได้ว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่แต่งสนุกเหลือเกิน ด้วยหน้าตารูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ภายใต้ไซส์กะทัดรัดดูน่ารักทะมัดทะแมง คือศูนย์รวมของความเรียบเท่ หล่อเหลา คลาสสิก สามารถเอาไปใส่พาร์ทตกแต่งเพิ่มเติมได้โคตรหลากหลาย จะแต่งสายดุก็ดูโหดกำลังดี หรือจะแต่งสายหวานเอาไว้ดูดหญิงก็จัดให้ดูมุ้งมิ้งแบบไม่เกรงใจหน้าเจ้าของได้เหมือนกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หากใครได้ลองก้าวเข้าสู่วงการแล้วมันยากเหลือเกินที่จะจบ แม้จะบอกตัวเองให้พอไม่รู้กี่รอบ แต่ถึงยังไงก็ไม่วายที่จะงอกของแต่งมาเสริมหล่อให้ลูกรักโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้เสียที และไม่รู้จะเรียกว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายที่อาจส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพทางการเงินของเหล่าสาวก เพราะเราได้ยินมาว่าทาง A.P. Honda เขาเล่นใหญ่ ไปชักชวนพันธมิตรสำนักแต่งชั้นเซียนจากญี่ปุ่นอย่าง KITACO,
กระแสของวงการเกมช่วงนี้หวนกลับไปสู่ยุค 90 อีกครั้ง บริษัทผู้ผลิตเกมหลายเจ้านำเครื่องเกมแบบเก่าที่เคยได้รับความนิยมกลับมาผลิตใหม่อีกครั้งในรูปแบบมินิ เช่น Nintendo ที่หยิบเครื่องเล่น NES (1983) และ SNES (1990) กลับมาย่อขนาดลงแล้วส่งออกมาเมื่อปี 2016 และ 2017 ที่ผ่านมา ทำให้บริษัทที่เคยเป็นคู่รักคู่แค้นของ Nintendo อย่าง Sega ไม่รอช้า หยิบเครื่องเกมอันโด่งดังจากยุคก่อนกลับมาเล่าใหม่อีกครั้งในปีนี้ Sega Japan ประกาศเปิดตัวเครื่องเกมสุดเก๋าอย่าง Mega Drive Mini อย่างเป็นทางการในงาน Sega FES 2019 พ่วงมากับเกมกว่า 40 เกม โดยช่วงแรกทางบริษัทวางแผนขายเครื่องเกมเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ด้วยเสียงเรียกร้องของแฟน ๆ จากฝั่งตะวันตกทำให้ Sega ตัดสินใจวางจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศเพิ่ม ก่อนหน้านี้ Sega เป็นบริษัทผลิตวิดีโอเกมสัญชาติญี่ปุ่นชั้นนำที่โด่งดังเรื่องการพัฒนาภาพเกมที่สวยงามสมจริงในรูปแบบ 16 bit จากผลงานที่เคยโด่งดังระดับตำนานในยุคนั้นอย่าง Mega Drive (วางขายในอเมริกาใช้ชื่อว่า Genesis) จำหน่ายในปี 1988 และตีตลาดเครื่องเกม Nintendo ด้วยสโลแกนเจ็บ
แฟนหนังที่ชื่นชอบเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ไม่ว่าจะเป็นทีม Marvel หรือ DC ต่างต้องเคยได้ยินเรื่องราวของชายที่ชื่อว่า Shazam กันมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ตามจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่อาจจะคิดว่า Shazam คือชื่อของแอปพลิเคชั่นช่วยค้นหาชื่อเพลง เพราะฮีโร่ Shazam ยังเป็นของใหม่สำหรับใครหลายคน ด้วยเหตุนี้เอง UNLOCKMEN จึงอยากพาไปทำความรู้จักกับฮีโร่สุดป่วนที่ได้รับพลังพิเศษจากเทพเจ้าให้มากขึ้น Shazam คือฉายาของฮีโร่ชุดแดงที่เป็นอีกร่างหนึ่งของเด็กชายวัย 14 ปี นามว่า Billy Batson เด็กกำพร้าที่ใช้ชีวิตทั่วไปแบบคนธรรมดา แต่แล้ววันหนึ่งเขาได้พบกับจอมขมังเวทย์ที่มอบ “พรจากพระเจ้า” ที่เปลี่ยนชีวิตของเด็กกำพร้าคนนี้ไปตลอดกาล พรที่ว่าคือความสามารถเหนือมนุษย์จากเทพเจ้าทั้ง 6 ได้แก่ Solomon เทพเจ้าแห่งปัญญา Hercules ชายผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งพละกำลัง Atlas ตัวแทนของความทรหดอดทน Zeus เทพเจ้าสูงสุดผู้อยู่เหนือเทพทั้งปวงที่มาพร้อมกับสายฟ้าฟาด Achiles เทพเจ้าผู้เต็มไปด้วยความกล้าหาญ และ Mercury เทพเจ้าแห่งความเร็ว เมื่อนำพยัญชนะแรกของเทพเจ้าทั้งหมดมารวมกันจะได้คำว่า “SHAZAM” เมื่อเด็กหนุ่มได้รับพรจากพระเจ้ามาแล้ว สิ่งต่อไปที่เขาต้องเรียนรู้คือการนำพลังพิเศษออกมาใช้ โดยการเรียกพลังในแต่ละครั้งนั้นแสนง่ายดายเพียงแค่พูดว่า “Shazam” ก็จะเกิดสายฟ้าฟาดใส่ตัวและทำให้บิลลี่กลายร่างเป็น Shazam ฮีโร่ผู้มาพร้อมกับความสามารถของเทพเจ้าทั้ง 6 คน สวมชุดที่สีแดงสดและสัญลักษณ์สายฟ้าฟาดสีเหลืองโดดเด่นตรงกลางอก และเมื่อต้องการกลับร่างเดิมก็ทำได้ง่าย ๆ
เสียง “Victory Lap” ดังก้องอยู่ในหูและเป็นหนึ่งในลิสต์เพลงแร็ปฯ ที่เรายังนั่งฟังวนกัน แต่บ่ายวันนี้ เสียงเพลงเบากว่าเสียงปืนที่ดังขึ้น พร้อมข่าวดังที่ทำให้พวกเราแฟนเพลงของเขา “NIPSEY HUSSLE” ต้องใจหาย เมื่อนักแร็ปอเมริกันชื่อดังจากเราไปกะทันหันจากกระสุนที่วิ่งเข้าร่างเขา ขณะที่ยืนอยู่หน้า Marathon Clothing ร้านขายเสื้อผ้าของตัวเองใน Hyde Park สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนเดนตายของ “NIPSEY” อาจได้ยินชื่อของเขาผ่านหูจากงาน Grammy Award ครั้งที่ 61 ที่เพิ่งจัดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพราะเขาคือหนึ่งในห้าผู้ได้รับการเสนอชิงรางวัล Best Rap Album 2019 แม้สุดท้ายรางวัลนี้จะตกไปอยู่กับ Cardi B ก็ตาม แต่การมีชื่อเขาเข้าเสนอชิงรางวัลเดียวกันกับคนดัง ๆ หลายคนที่เคยได้รับการเสนอชื่อมาเป็นประจำ ทั้ง Eminem Jay-z หรือ Kendrick Lamar ก็การันตีได้ว่า ผลงานของเขาไม่ธรรมดาเช่นกัน เพื่อไว้อาลัยการจากไปของ NIPSEY HUSSLE เราขอเสนอประวัติของเขาให้พวกคุณได้สัมผัส จากหลากหลายมุมมอง พร้อม 5 Tracks ยอดนิยมขณะนี้ที่คัดสรรมาให้เปิดคลอเพื่อรำลึกถึงเขา
เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากมังงะเรียกเขาว่าอีกาเล่ม 1-26 และ Worst เล่ม 1-33 เท่านั้น ถ้าถามเด็กผู้ชายยุค 90-2000 เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักผลงานมังงะอันเลื่องชื่อของอาจารย์ ฮิโรชิ ทากาฮาชิ เรื่อง เรียกเขาว่าอีกา ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนี่คือหนึ่งในมังงะสายนักเลงที่ประสบความสำเร็จที่สุด ครั้งหนึ่งเราเคยอยากสูบบุหรี่ยี่ห้อ Seven Stars เคยอยากขี่มอเตอร์ไซค์ เคยอยากใช้กำลังเป็นตัวตัดสินถูกผิด เลียนแบบตัวละครในเรื่อง แต่สุดท้ายเมื่อได้อ่านจนจบ สิ่งที่เราได้จากมังงะเรื่องนี้กลับเป็นมุมมองด้านมิตรภาพที่ไม่สามารถหาได้จากหนังสือเรียนเล่มไหน เมื่อพูดถึง เรียกเขาว่าอีกา ก็ต้องนึกถึง โรงเรียนมัธยมปลายซูซูรัน โรงเรียนของเหล่าตัวเอกในเรื่อง เป็นโรงเรียนที่เปรียบเหมือนฝูงอีกาฝูงใหญ่ ไม่มีใครสามารถรวมให้เป็นหนึ่งได้ ทุกคนต่างยึดมั่นในศักดิ์ศรีไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างใคร อย่างไรก็ตามท่ามกลางฝูงอีกาอันเกรี้ยวกราด ก็มีอีกาบางตัวที่แข็งแกร่งกว่าตัวอื่น ๆ เราเรียกพวกเขาว่า ผู้ยิ่งใหญ่แห่งซูซูรัน พวกเขาเหล่านี้คือผู้ใกล้เคียงที่จะรวบรวมฝูงอีกาให้เป็นหนึ่งเดียวมากที่สุด และวันนี้เราจะไปทำความรู้จักพวกเขากัน โบยะ ฮารุมิจิ โบยะ ฮารุมิจิ พระเอกของเราคือนักเรียนรุ่นที่ 25 แห่งโรงเรียนมัธยมซูซูรัน เขาปรากฏตัวขึ้นอย่างลึกลับในวันเปิดเรียนวันแรกในฐานะนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีที่ 2 ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปว่าเจ้าหนุ่มผมทอง ท่าทางกวนอวัยวะเบื้องล่าง เจ้าชู้ชีกอ ดูไม่มีพิษมีภัยนี้เป็นใครมาจากไหน ถึงจะไม่ได้ไประรานใครก่อน แต่ด้วยเอกลักษณ์ที่ใครเห็นก็ต้องหมั่นไส้ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดนเหล่าอันธพาลในโรงเรียนหาเรื่อง ซึ่งตอนนั้นก็เป็นครั้งแรกที่เราคนอ่านและบรรดานักเรียนของซูซูรันได้รับรู้พร้อมกันว่าภายใต้นิสัยที่ดูไม่เอาไหน แท้จริงแล้วเจ้าผมทองคนนี้มีฝีมือการชกต่อยแสนร้ายกาจ สามารถล้มคู่ต่อสู้นับสิบได้แบบสบาย ๆ ใช้เวลาไม่นาน ชื่อของ โบยะ
หลังจากเปิดตัวอัลบั้มใหม่ไปได้ไม่นานสำหรับวงดนตรีสุดแนวจากเกาะอังกฤษอย่าง Arctic Monkeys ที่มีกระแสทั้งด้านบวกและลบ สำหรับอัลบั้ม Tranquility Base Hotel & Casino แต่ทว่าอีกหนึ่งไฮไลท์คือการเปลี่ยนทรงผมของ Frontman สุดฮิปประจำวงอย่าง Alex Turner ที่ดูเหมือนตอนแรกจากไว้ผมยาวลุคเซอร์ ๆ เหมือนสมัยอัลบั้ม Humbug (2009) ซึ่งทำไปทำมา เขาก็ได้บรรจงไถผมสะเกรียนกลายเป็นทรง Skinhead สะอย่างนั้น จนเรียกเสียงฮือฮาจากชาวอินเทอร์เน็ตได้อย่างล้นหลาม จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรานึกย้อนได้ว่า Alex Turner จัดเป็นอีกคนที่มีสไตล์การแต่งตัวรวมถึง Grooming ตัวเองได้อย่างน่าสนใจ และทุกครั้งที่เขาเลือกทรงผมให้กับตัวเอง ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นเทรนด์ให้หนุ่ม ๆ ทั่วโลกได้บรรจงจัดลุคตาม ดังนั้น UNLOCKMEN จะขอนำเรื่องไลฟ์สไตล์การไว้ทรงผมตลอดช่วงเวลากว่า 10 ปีที่วง Arctic Monkeys ได้ทำการเดบิวท์ มาลองดูกันว่าที่ผ่าน Alex Turner ได้จัดการมอบสไตล์ทรงผมซึ่งมีอิทธิพลต่อเทรนด์แฟชั่นโลกอย่างน่าเหลือเชื่อ Feather Cut ย้อนกลับไปยังช่วงอัลบั้ม EP. แรกของพวกเขา อย่าง Five Minutes With Arctic Monkeys และ
เพราะไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตถือเป็นสิ่งที่พวกเราชาวมิลเลนเนียลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นสิ่งสะท้อนอัตลักษณ์และสามารถบอกเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี “เกษรวิลเลจ” นอกจากจะเป็นห้างหรูที่มีไลฟ์สไตล์ดี ๆ รวมไว้มากที่สุดในย่านราชประสงค์แล้ว วันนี้ยังชูจุดเด่นในอีกไลฟ์สไตล์สำคัญ กับการเป็นผู้นำด้านฟู้ดคิวเรเตอร์ชั้นนำที่ใส่ใจทั้งด้านคุณภาพและบริบททางวัฒนธรรมของอาหาร ได้จัดแคมเปญ #EatAtGaysorn (อีทแอทเกษร) โดยจับมือกับ 23 ร้านดัง นำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มนานาชนิด อาทิ BOYY & SON CAFE (บอย แอนด์ ซัน คาเฟ่), GINZA TENHARU (กินซ่า เทนฮารุ), NONAME STEAK SEAFOOD TAPAS (โนเนม สเต็ก ซีฟู้ด ทาปาส), WELLNESS BAR@PANPURI WELLNESS (เวลเนส บาร์ แอท ปัญญ์ปุริ เวลเนส), KOI THE (โคอิเตะ) BOYY & SON CAFE คาเฟ่เอาใจสายแฟชั่น ที่เน้นการตกแต่งร้านด้วยกำแพงสีฟ้าน้ำทะเล ตู้ปลาทรงกลมฝังอยู่ในผนัง


