รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิคนั้น เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน และเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่า ทั้ง ๆ ที่เทคโนโลยีของเราพัฒนามากขึ้นทุกวัน แต่เราก็ยังพยายามที่จะกลับไปหาอะไรในแบบเก่า ๆ กันอยู่ตลอด อย่างเช่นสิ่งที่เรากำลังพูดถึงต่อไปนี้ นั่นก็คือ “Monday Motorbikes M1 Crossover Bike” Smart Electric Motorcycle ที่ทำมาเพื่อให้ใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องตัวโดยเฉพาะ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงสร้างของรถมอเตอร์ไซค์ในยุค ’70 และ ’80 มาผสมผสานกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยกลุ่มนักสร้างรุ่นใหม่ไฟแรง Bolt Motorbikes ใน California เมื่อคุณเห็น “Monday Motorbikes M1 Crossover Bike” ครั้งแรก คุณจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่เรียกว่า ความอิสระ อาจจะด้วยการออกแบบที่ไม่ได้ยึดติดขั้นตอนการผลิตรถมอเตอร์ไซค์แบบเดิม ๆ นอกจากนี้ ความอิสระยังเป็นคอนเซ็ปต์ของทาง Bolt Motorbikes ที่ต้องการสร้างรถมอเตอร์ไซค์เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระท่ามกลางการจราจรที่คับคั่งของเมืองหลวง แต่ยังคงความมีสไตล์ แตกต่างจากมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มักมีรูปทรงหน่อมแน้ม หรือมีตระกร้าติดอยู่หน้ารถ ซึ่งทำให้ผู้ชายอย่างเราเป็นต้องส่ายหน้า เมื่อคุณขี่ “Monday Motorbikes M1 Crossover
นอกจาก Central Bangna กับ Mega Bangna ไปบางนา ทำอะไรดี? ประโยคคำถามนี้มักจะเกิดขึ้นเสมอในกลุ่มคนที่ไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตอยู่ในย่านนั้น ถ้าย้อนเวลาจากปัจจุบันไปสัก 2 – 3 ปี พูดตรง ๆ ว่าเราเองก็นึกไม่ออก และมักจะต้องถามเพื่อนฝูงเจ้าถิ่นให้คอยแนะนำ แต่ปัจจุบันนี้ย่านบางนา ได้รับการพัฒนาเร่งความเจริญอย่างรวดเร็ว จากการแข่งกันขยายตัวของรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทที่ข้ามมาจนถึงฝั่งบางนา แบริ่ง ล่าสุดไปจบที่สถานีสำโรง รวมถึงสายอื่นที่แย่งกันตัดไปมาผ่านย่านนี้ จนเป็นที่อิจฉาของคนย่านอื่นชนิดตาลุกเป็นไฟ เพราะนอกจากอยู่ดี ๆ มูลค่าที่ดินจะเกิดผลแล้ว ยังมีไลฟ์สไตล์เท่ ๆ ร้านบรรยากาศดี ๆ กระจายตัวตามรางรถไฟมารวมกันบนย่านนี้เพียบ เพื่อตอบคำถามว่า ไปไหนดีแถวบางนา เราจึงได้ไป Explore ค้นหาและรวบรวมร้านตกแต่งเท่ บรรยากาศดี และมีคอนเซ็ปต์น่าสนใจ เป็นลายแทงสำหรับผู้ชายที่อยาก Hang Out อารมณ์ Cool Lifestyle ที่คนย่านนั้นต่างภูมิใจเสนอ แล้วจะเห็นความหล่อของชีวิตในโซนบางนา ที่โดดเด่นหรูหราไม่แพ้เพื่อนบ้านอย่างทองหล่อ เอกมัย ลืมภาพว่ามีแค่ Bitec Bangna กับถนนอันเวิ้งว้างไปได้เลย THE
เป็นข่าวอัพเดทตั้งแต่เมื่อคืนกันแล้ว สำหรับงานเปิดตัว Galaxy Note 8 เรือธงตัวใหม่อย่างเป็นทางการของ Samsung ที่นอกจากจะมากู้ชื่อเสียจากตัวเก่าแล้ว ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่ใส่อัดเต็มพิกัด จนน่าตกใจว่านี่มันสมาร์ทโฟนจริงหรอ โดยรอบนี้เอาจริงเอาจัง เล่นใหญ่จัดเต็มจริง ๆ ตั้งแต่หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.3 นิ้ว ที่อัดเน้นฟีเจอร์ใหม่ ๆ มาเพียบ ตั้งแต่กล้องคู่ที่มาพร้อมกับระบบกันสั่น Dual OIS ตัวแรกของโลก และที่ขาดไม่ได้คือปากกา S Pen เวอร์ชั่นอัพเกรดที่ใส่ฟีเจอร์เพิ่มเติมมาด้วยเช่นกัน สเปคของ Samsung Galaxy Note 8 หน้าจอ : 6.3-inch Quad HD+ Super AMOLED, 2960×1440 (521ppi) CPU : 64-bit octa-core (2.3 GHz Quad + 1.7 GHz Quad) Samsung Exynos 8895,
หากพูดถึงแร็พเปอร์ผิวขาวในวงการเพลงต่างประเทศคงไม่ค่อยจะได้รับความนิยมเสียเท่าไหร่ นาน ๆ จะมีหลุดออกมาดังเปรี้ยงป้างแบบ Eminem สักคน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็พอจะมี Macklemore ที่ดังขึ้นมาสักแป๊ป แต่สายนี้จะออกอินดี้ไปเสียหน่อยเลยไม่ค่อยได้รับการโปรโมตในวงกว้าง แต่ชั่วโมงนี้หากพูดถึงแร็พเปอร์ผิวขาวอย่างไรก็ต้อง G-Eazy แร็พเปอร์สุดเท่ หน้าหล่อ ลุคแบดบอยที่พ่วงความสามารถบวกกับการแต่งตัวที่ฉีกสไตล์จากฮิปฮอปทั่วไป สำหรับคนที่อาจจะยังไม่รู้ว่า G-Eazy คือใคร เขามีชื่อเต็ม ๆ ว่า Gerald Earl Gillum มีฉายาว่าเจมส์ดีนแห่งวงการฮิปฮอป ซึ่งจะบอกว่าเส้นทางการเป็นนักร้องของเขาค่อนข้างโชคดีมากในระดับหนึ่ง เพราะเขาได้โพสต์เพลงลงใน Myspace กับแก๊งค์เพื่อนที่ชื่อ The Bay Boyz จากนั้นโปรดิวเซอร์ของ Lil Wayne และ Snoop Dogg มาเห็นเข้าจึงได้ จับมาเซ็นสัญญาออกเพลงเป็นเรื่องเป็นราว และเพียงไม่นาน G-Eazy ก็มีเพลงสร้างชื่ออย่าง Me, Myself & I แต่สิ่งที่เราจะพูดไม่ใช่เรื่องของความสำเร็จหรือประวัติส่วนตัวของ G-Eazy แต่อย่างใด เพราะวันนี้อยากจะมาพูดเรื่องสไตล์การแต่งตัวของเขาที่จัดอยู่ในขั้นเทพคนหนึ่ง มาลองดูกันว่าเป็นมีสไตล์ไหนที่ชาว UNLOCKMEN พอจะไปปรับใช้กับตัวเองได้บ้าง ฮิปฮอปในมาดร็อคเกอร์
เราเชื่อว่าทุกคนฝันถึงความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน พร้อมใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนไปนาน ๆ แต่ในชีวิตจริงมันไม่ง่ายเหมือนในหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่เราดูกัน ทำให้มีคนผิดหวังไม่สมหวังกับความรักอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยจากมือที่สาม หรือการเข้ากันไม่ได้จนต้องเลิก และแยกทางกันในที่สุด ซึ่งบางคนมีภูมิคุ้นกันในเรื่องความรักสูงก็สามารถลุกขึ้นมารักษาแผลใจใช้ชีวิตต่อไปเพื่อเจอคนที่ใช่ในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว แต่กับบางคนจมอยู่กับอดีต และตัดพ้อถึงเหตุผลที่ตัวเองต้องอยู่เป็นโสด แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วการเป็นโสดมันมีข้อดีมากมายที่คุณอาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อน ดังนั้นทีมงาน UNLOCKMEN เลยจะมาบอกถึงข้อดีที่ว่านี้ให้ได้เคลียร์กันให้กระจ่างไปเลย ชีวิตเป็นของเรา จงใช้ซะ ในตอนที่คุณมีแฟน คุณจะไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจ ต้องคอยขออนุญาตเพื่อประกอบการตัดสินใจ รวมถึงจะออกไปไหนมาไหน ก็โดนตามติดเป็นเงา เพราะเมื่อคุณเริ่มต้นสถานะการใช้คำว่าคู่แล้ว ทุกอย่างก็ต้องเกิดจากความคิดทั้งสองฝ่ายเสมอ ทำให้ส่วนใหญ่คุณก็จะไม่ค่อยได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการสักเท่าไหร่ จนบางครั้งคุณก็อาจจะพลาดโอกาสดี ๆ บางอย่างในชีวิตไปได้ อย่างเช่นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง ในเมื่อตอนนี้ถ้าคุณโสด ก็จงออกไปใช้ชีวิตทำตามฝันอีกครั้งหนึ่งซะ เงินทุกบาทุกสตางค์ที่หาได้มันคือของคุณคนเดียว ถ้าคุณเป็นหนุ่มโสด เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้จากการทำงานอันเหน็ดเหนื่อย คุณจะสามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่ตามใจต้องการ จะแบ่งให้พ่อแม่ หรือซื้ออะไรที่ตัวเองต้องการก็ได้ เพราะคุณไม่ต้องคอยเอาเงินตรงส่วนนั้นไปจ่ายเพื่อ ของขวัญ เลี้ยงข้าว ทำกิจกรรมเสียเงินอีกต่อไป เห็นไหมละว่าการอยู่คนเดียว จะทำให้คุณสามารถเอาเงินไปซื้อความสุขให้ตัวเองมากเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ใจต้องการ โอกาสก้าวหน้าทางการงาน หลายคนใช้อาการอกหักเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะไม่ต้องมีเรื่องอื่นมาให้คิดมากอีกต่อไป ไม่ต้องคอยรีบกลับบ้าน หรือไปรับไปส่ง สามารถโฟกัสไปแต่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว แล้วเมื่อยิ่งเราทำงานหนักมากเท่าไหร่
เป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์เราทุกคนจะแคร์ในสิ่งที่คนอื่น คิด หรือ รู้สึก กับตัวของเรา และก็เป็นเรื่องธรรมดามากที่คนเราจะแสวงหาการยอมรับจากผู้คนที่อยู่รอบกาย อาจจะด้วยความรู้สึกไม่อยากจะผิดแปลกไปจากชาวบ้าน อยากจะรู้สึกเป็นที่ยอมรับทางสังคม และไม่อยากจะเป็นแกะดำให้ใครเขาติฉินนินทา คนเราในบางครั้งจึงเลือกที่จะแคร์สิ่งที่อยู่รอบ ๆ กายมากกว่าตัวเราเอง หรือ ที่ฝรั่งมักจะใช้คำว่า “Give A F*ck” ผลกระทบมันมีมากมายกว่าที่หลายคนคิด ดังนั้นบทความนี้จะอธิบาย 3 ขั้นตอน ที่จะช่วยให้คุณ UNLOCK ตัวเอง และช่วยให้คุณรู้ว่า อะไรที่คุณควร Give A F*ck อะไรที่คุณควรจะ Don’t Give A F*ck เพื่อที่จะปลดปล่อยศักยภาพความเป็นตัวคุณออกมาได้อย่างเต็มที่ และหลุดจากอารมณ์เชิงลบทั้งหลายที่อัดแน่นอยู่ในใจ จากการที่คุณใส่ใจกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างมากจนเกินไปมาให้ได้ดูกัน การที่เราแคร์ กับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้างมากเกินไปนั้น มันก็มีทั้งข้อดี และข้อเสียในตัวของมันเองอยู่เช่นกัน ข้อดีก็คือว่า คุณอาจจะเป็นที่พึงพอใจในสายตาคนรอบข้าง คุณอาจจะรู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยว และแปลกแยกไปจากใคร แต่ข้อเสียจากการที่เราพยายามใส่ใจในทุกรายละเอียดกับทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น คน, สถานที่, สิ่งของ หรือแม้กระทั่ง ความคิดของคนอื่น ๆ
เมื่อพูดถึงความเจ็บปวด มนุษย์ผู้ชายอย่างเรา ๆ ต่างก็มีกิจวัตรประจำวันอันหลีกหนีไม่พ้นที่จะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บแก่ร่างกาย แม้ไม่ใช่นักสู้ นักรบ ที่ต้องใช้ร่างกายปะทะฟาดฟันกันแบบตรง ๆ แต่ก็ยังต้องพบเจอสาเหตุของความเจ็บปวดได้จากกิจกรรมเล็กน้อยทั่วไปในชีวิตที่ดูเหมือนไม่น่าจะมีอะไร ไม่ว่าจะนั่งขับรถฝ่ารถติดอย่างยาวนาน นั่งทำงานผิดท่า หรือในวันหยุดอยากฟิตเฟิร์มออกไปเล่นกีฬา เข้ายิม จ็อกกิ้ง เตะบอล หากออกแรงผิด บิดไม่ถูกองศา อาการปวดกล้ามเนื้อก็ถามหาได้ง่าย ๆ หรือแม้กระทั่งในโมเม้นต์หล่อ ๆ ช่วยถือของให้สาวขณะช้อบปิ้ง เข้าร้านนั้น ออกร้านนี้ ก็พาลจะทำให้ปวดแขน ปวดไหล่ ปวดหลังได้ไม่ใช่น้อย แม้ว่าร่างกายจะส่งสัญญาณความเจ็บปวดออกมาเตือน แต่ผู้คนส่วนใหญ่มักมองข้ามอาการปวดเหล่านั้นไป เพราะคิดว่าแค่ปวดเมื่อยเล็กน้อยปล่อยไว้เดี๋ยวก็หายเอง อย่างดีก็หยิบยาหม่อง ยานวดใกล้ตัว มาทาๆ ถูๆ แล้วก็ปล่อยผ่าน ซึ่งจริง ๆ แล้ว อาการปวดกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้ หรือเลือกรักษาบรรเทาอาการอย่างผิดวิธี นอกจากจะต้องทนรำคาญกับอาการปวดเรื้อรัง แล้วยังมีแนวโน้มที่จะลุกลามบานปลายถึงขั้นต้องผ่าตัดรักษา หรือที่เลวร้ายยิ่งกว่า คือกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่อ เสียหายรุนแรงจนไม่สามารถทำกิจกรรมทั้งหลายที่เคยทำในชีวิตประจำวันได้อย่างปกติอีกต่อไป และในวันนี้ UNLOCKMEN จะมาให้ข้อมูลสาเหตุ รวมถึงอาการปวดหลัก ๆ ที่มักพบเจอในผู้คนวัยทำงาน รวมถึงวิธีที่ใช้บรรเทาอาการเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม
ปกติแล้วพวกเรามักจะละเลยสถานที่ที่ไม่น่าสนใจและดูไม่ปลอดภัย อย่างเช่นที่โล่งใต้ทางด่วนหรือมุมลับข้างทางกันอยู่แล้ว แต่หนุ่มสเปนหัวใสคนที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ ได้เปลี่ยนแปลงเนื้อที่ใต้สะพานให้กลายเป็นมุมลับส่วนตัว ใช้ทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างน่าสนใจ Fernando Abellanas นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชาวสเปน ได้นำแนวคิดที่มีออกแบบและลงมือทำจนแปลงพื้นที่ทิ้งร้างไร้ประโยชน์ให้กลายเป็นป๊อปอัพออฟฟิศใช้ทำงานได้ โดยมีแรงบันดาลใจจากวัยเด็กที่เขาชอบหามุมลับแอบซ่อนตัว เนื้อที่ใต้สะพาน (ทางด่วน) ที่ไม่มีใครนึกถึง ได้ถูกเขาดัดแปลง ใช้สอยให้เกิดประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง ตั้งแต่จัดการออกแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีทั้งชั้นวางของ โต๊ะ และเก้าอี้ถูกตรึงไว้กับผนังสะพานคอนกรีต เชื่อมต่อเข้ากับกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่สามารถเลื่อนไปมาได้ ประกอบร่างอีกชั้นด้วยรางเลื่อน ที่มีหลักการทำงานคล้าย ๆ กับลิฟต์ แต่อยู่ในแนวนอน เพียงเท่านี้ พื้นที่ว่างเปล่าก็กลายร่างออกมาเป็นเป็นห้องที่มีพื้นและฝาผนัง 3 ด้านอย่างลงตัว ใช้เวลาสร้างเพียงแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้น ซึ่งการซุกซ่อนตัวในห้องลับใต้สะพานแห่งนี้ทำให้เขาได้ย้อนระลึกถึงวัยเด็ก “ความรู้สึกเวลาเราซ่อนตัวอยู่สักที่ที่หนึ่ง แต่ยังได้ยินหรือเห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นนั่นแหละ การได้สังเกตรถแล่นผ่านไปมาโดยไม่มีใครเห็น มันกลับทำให้เขารู้สึกสงบสุขอย่างไม่น่าเชื่อ” แม้ว่าที่แห่งนี้จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ก็ตาม แต่การที่เขาใส่ทั้งผ้าห่ม ผ้าปู หมอนมาไว้พร้อม ก็เรียกว่า ทำงานเหนื่อยนักก็พักหลับได้เลย หรือคืนไหนความคิดโลดแล่น อยากจะนอนค้างสักคืนดูก็ไม่เป็นไร Fernando Abellanas ไม่เปิดเผยพิกัดว่าห้องลับใต้สะพานแห่งนี้อยู่ที่ใดในเมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน เพราะตัวเขาตั้งใจที่จะสร้างห้องลับแบบนี้ตามพื้นที่ทิ้งร้างต่าง ๆ ทั่วเมือง เอาไว้ทำงานหรือหา Inspiration
ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียเป็นสื่อหลักสำหรับการเสพข่าวสารไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม ดังนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ข่าวคราวต่าง ๆ จะถูกส่งต่อไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของแฟชั่นที่คุณสามารถสื่อสาร หรือตามเทรนด์แม้จะอยู่อีกคนละซีกโลกได้ง่าย ๆ เพียงแค่คลิกเข้าไปในอินเตอร์เน็ต ตัวอย่างเช่นสมัยก่อนหากคุณจะตามเทรนด์ของไอคอนที่ชื่นชอบก็ต้องรอกว่าจะมีรูปปาปารัสซี่ ตามนิตยสาร ดักถ่ายรูป ซึ่งต่างจากปัจจุบันที่คุณเพียงแค่เข้า Instagram ก็จะเจอรูปสไตล์ของไอดอลที่คุณชื่นชอบ และประโยชน์จากการสื่อสารอันรวดเร็วของโซเชียลมีเดียคือการทำงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์สามารถทำการสำรวจ หรือเช็คสถิติต่าง ๆ วัดผลการเข้าถึงเนื้อหาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ดังนั้นวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงขอนำสถิติของ Dash Hudson ที่รวมข้อมูลในเชิงลึกต่าง ๆ ว่า แท้จริงแล้ว ใครคือผู้ทรงอิทธิพลในเรื่องสไตล์แฟชั่นมากที่สุดบนโชเชียล มีเดียกันแน่? ใครมียอด Followers มากที่สุด การจะวัดผลว่าใครมีผู้ที่มีคนติดตามมากที่สุดก็ทำได้ง่าย ด้วยการนับยอด followers จาก ยูสเซอร์ของพวกเขา และผลลัพธ์ก็ไม่น่าแปลกใจว่า Justin Bieber คือคนในแวดวงแฟชั่นที่มียอดติดตามมากที่สุดด้วยจำนวน 90.4 ล้านคน ตามมาด้วยแร็ฟเปอร์ Drake ที่ 37.5 ล้านคน และ Pharrell Willams ในอันดับสามที่ 9.9 ล้านคน นั้นก็พอจะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสตรีทแฟชั่นได้ระบาดกลายเป็นวัฒนธรรมป๊อปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


