Advertisement
Entertainment

Simon Cowell เจ้าพ่อวงการสื่อมาดเท่ผู้ปลดล็อคโชว์ของโลก

By: unlockmen April 28, 2015

sunday-with-simon-cowell-ftr

การประสบความสำเร็จในชีวิตเป็นสิ่งที่เราต้องสั่งสมประสบการณ์เพื่อไปให้ถึงเส้นชัย ซึ่งหากเราค้นหาตัวตนของเราเจอเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่ความสำเร็จจะมาถึงเราก็มักจะเร็วตามไปด้วย โดยการประสบความสำเร็จในชีวิตก็มีมากมายไปได้หลายทางแล้วแต่สาขาอาชีพและความถนัด แต่สำหรับชายคนนี้ เขาเป็นผู้มีความสามารถในการผสมผสานศิลปะและศาสตร์ต่างๆให้ออกมาในรูปแบบใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังควบตำแหน่งเป็นผู้ปฏิวัติวงการโชว์ของโลก เขามีอิทธิพลอย่างกว้างข้างในสื่อของยุคนี้ คนที่เรากำลังพูดถึงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายคนนี้ Simon Cowell

01

ตั้งแต่วัยเด็ก ไซม่อนเกิดและเติบโตมาในครอบครัวแห่งเสียงดนตรี โดยที่มีแม่เป็นนักบัลเล่ต์ และพ่อของเขาก็เป็นคนในวงการที่คร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจเพลงของอังกฤษ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ไซม่อนจะมีทักษะและสัมผัสพิเศษเกี่ยวกับดนตรีมาตั้งแต่เล็ก

ไซม่อนเป็นที่รู้จักครั้งแรกจากรายการ Pop Idol ซึ่งเป็นรายการประกวดนักร้องชื่อดังของเกาะอังกฤษ แต่มามีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุแตกจากรายการ American Idol เมื่อปี 2002 และรายการนี้เองก็ถือเป็นต้นแบบให้กับรายการประกวดนักร้องที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยหลายรายการ จากการที่เป็นนักวิจารณ์ในรายการที่มีฝีปากกล้า ตลก และพูดตรง เขาเคยถึงกับถูกพิธีกรในรายการตัวเองเอาแก้วน้ำสาดใส่ เนื่องจากรับไม่ได้ที่ไซม่อนพูดจาแรงเกินเหตุใส่ผู้เข้าแข่งขัน เรียกได้ว่าเขาเป็นคนแรกๆของยุคที่มีบุคลิกและลักษณะเฉพาะตัวที่ยากจะจับหาใครมาแทนได้ ทำให้กระแสของไซม่อนโด่งดังไปทั่วเกาะอังกฤษเพียงชั่วเวลาไม่นานนัก

Simon on Americanidol

ต่อมาไม่นานไซม่อนก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของรายการที่เขานั่งแท่นเป็นพิธีกรไปโดยปริยาย นั้นเองเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสไซม่อนที่บุกเข้ามาในวงการโชว์อย่างเต็มรูปแบบ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนที่มาแข่งในรายการ มักหวาดกลัวคำวิจารณ์จากเขาและในทางกลับกันก็ล้วนคาดหวังคำชมและต้องการให้ไซม่อนยอมรับด้วยในเวลาเดียวกัน ไซม่อนมักมีประโยคยอดฮิตในการวิจารณ์ของเขาที่ผู้คนมักนำมาล้อ โดยประโยคคลาสสิคของเขาคือ “ผมไม่ได้อยากจะหยาบคายนะ แต่ว่า….”(I don’t mean to be rude but…) ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทุกคำที่เขาพูดต่อท้ายประโยคนั้นล้วนค่อนข้างหยาบคายทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ ถ้าใครเป็นแฟนตัวยงของไซม่อน ก็จะรู้ว่าเจตนาการติของไซม่อนเป็นการติเพื่อก่ออย่างแท้จริง

cb2eac_41b2365033e148169d323913e678f4ac

ในด้านชีวิตส่วนตัว เรียกได้ว่าเขาก็มีข่าวฉาวไม่หยุดหย่อน เช่น การออกเดตกับนางแบบชื่อดังหลายคนไม่ซ้ำหน้า จึงมีข่าวเรื่องผู้หญิงให้แท็บลอยด์ได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งข่าวฉาวที่สุดในชีวิตรักของเขาคือการที่เขาได้เลิกรากับ เมแกน ฮุซเซนี ซึ่งได้ทำการหมั้นหมายกันไว้แล้ว เพื่อไปเป็นชู้กับภรรยาของเพื่อนสนิทของเขาเอง ลอร์เรน ซิลเวอร์แมน ซึ่งล่าสุดทั้งคู่ก็ได้ตกลงปลงใจกัน และให้กำเนิดทายาทไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

x-factor-usa-2-judges-2

ปัจจุบันไซม่อนเป็นเจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ ซึ่งผลิตรายการชื่อดังของโลกมากมายหลายรายการ เช่น The x factor , Britain’s got talent , America’s got talent และอีกมากมาย รูปแบบการถ่ายทอดเรื่องราวในรายการของเขาเป็นการผสมผสานของศาสตร์หลายชนิดเข้าด้วยกัน โดยใส่อารมณ์ต่างๆเข้าไปในการเล่าเรื่อง ทั้งความดราม่า ความตื่นเต้น โดยมีแนวทางคล้ายกับการเล่าเรื่องของภาพยนตร์นั่นเอง อีกทั้งไซม่อนยังฉลาดในการคัดเลือกพิธีกรร่วมของเขาที่จะมานั่งแท่นคอมเม้นเตเตอร์ด้วยกัน โดยเรียกได้ว่าคัดเฉพาะคนดังๆ ไม่ว่าจะเป็นนักร้องชื่อดังอย่าง บริทนีย์ สเปียร์ ,อลิเชีย คีส์ หรือนักโปรดิวเซอร์ชื่อก้องโลก เช่น L.A.Ried ผู้ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังหลายคน เช่น จัสติน บีเบอร์ เป็นต้น รวมไปถึงล่าสุด วงบอยแบนด์ชื่อดังแห่งยุค One direction ก็เป็นวงที่เขาได้รวบรวมจากผู้เข้าแข่งขันที่โดดเด่นในรายการของเขาเอง มาพัฒนาขึ้นกลายเป็นวงบอยแบนด์ชื่อดังแห่งยุคไปแล้วอย่างที่เรารู้กัน

รายการดังๆของเขาล้วนถูกขายลิขสิทธิ์ไปแล้วทั่วโลก เช่น รายการ Britain’s got talent หลังจากที่ข้ามฝั่งไปโด่งดังในทวีปอเมริกา ซึ่งถือเป็นใบผ่านทางใบแรกที่เขาได้รับ และหากใครยังจำกันได้ ป้า Susan Bolye ที่เคยขึ้นไปประกวดร้องเพลง และโด่งดังไปทั่วโลกในเวลาเพียงข้ามคืน ก็มาจากรายการนี้ของเขานั่นเอง จนกระทั่งประเทศต่างๆทยอยกันมาซื้อลิขสิทธิ์กันอย่างมากมาย โดยปัจจุบัน รายการในรูปแบบ got talent ถูกขายลิขสิทธิ์ไปแล้วกว่า 60 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ดังนั้นคงไม่เกินไปนักถ้าเราจะบอกว่าในจังหวะนี้คงไม่มีเจ้าพ่อสื่อคนใดที่จะมีอิทธิพลได้มากเท่าเขาคนนี้

001

จากที่อ่านมาแล้ว เราจะเห็นได้ว่า ไซม่อน โคเวลล์ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้จัดรายการธรรมดาๆเท่านั้น แต่เขามีอิทธิพลถึงเป็นผู้ค้นคิดต้นแบบรายการโชว์ของโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้เขายังเป็นทั้งแรงบันดาลใจและต้นแบบให้กับใครหลายๆคนที่พยายามไขว่คว้าความฝันของตัวเอง เรียกได้ว่าหากขาดเขาไป รายการโชว์สำคัญๆต่างๆของโลกคงต้องขาดสีสันลงไปอย่างมาก

ซึ่งในช่วงเวลานี้ของปี ก็เป็นช่วงเวลาที่รายการ Britain’s got talent 2015 จะกลับมาลงจออีกครั้ง โดยปัจจุบัน Simon Cowell ยังคงนั่งแท่นคอมเม้นเตเตอร์ด้วยตัวเอง ถ้าใครอยากรู้ว่ามนต์ขลังความยิ่งใหญ่ในโชว์ของเขาเป็นอย่างไร ก็สามารถไปติดตามดูกันได้เลย

unlockmen
WRITER: unlockmen
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line