Life

STAY STRONG: ‘เทคนิคปลุกใจตัวเองฉบับเร่งรัด’ วันที่เหนื่อยแต่ต้องไปต่อ ไม่มีแม้แต่เวลาท้อ

By: april March 4, 2019

ความเหน็ดเหนื่อยที่เกาะกินความรู้สึก บางครั้งมันไม่ได้มีสัญญาณบอกล่วงหน้า มันอาจเข้ามาหาเราแบบกะทันหัน จนเราไม่อาจตั้งตัวได้ทัน เซบ้าง ล้มบ้าง แต่ต้องไปต่อ เพราะชีวิตยังมีอย่างอื่นให้ทำมากกว่ามานั่งท้อ อาจฟังดูโหดร้าย แต่เมื่อชีวิตจริงมันเป็นแบบนั้น เราคงไม่มีทางเลือกไหนนอกจากลุกขึ้นสู้ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ UNLOCKMEN ขอแนะนำเทคนิคเจ๋ง ๆ ให้หนุ่ม ๆ ลุกขึ้นสู้แบบฉับไว ภายในระยะเวลาอันสั้น เหมือนเป็นชุด Kit ซ่อมแซมตัวเองอย่างง่ายและรวดเร็ว

เปลี่ยนข้อผิดพลาดเป็นโอกาสแก้ไข

เมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว เราไม่อาจนั่ง Time Machine ไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ มันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ทำได้คือการแก้ไขเรื่องราวให้ดีขึ้น หากทำข้อที่ผ่านมาได้แล้ว ลองปรับ Attitude ของเราให้มองเรื่องผิดพลาดนี้ไม่เป็นเรื่องร้ายแรงเกินไปนัก ลองมองเป็นโอกาสที่เราได้เห็นจุดบกพร่องของตัวเอง และเอาโอกาสนี้มาแก้ไขปรับปรุงตัวเองให้เป็นเราเวอร์ชั่นที่พัฒนาขึ้นไปอีกหนึ่งก้าวกันดีกว่า

พอรู้ตัวแล้วว่าเราเคยพลาดจุดนี้ ถือโอกาสนี้เป็นการเตือนตัวเองให้คอยระวังทุกครั้งที่เกิดสถานการณ์ใกล้เคียงกัน ระวังไม่ให้เราต้องผิดพลาดจุดเดิมซ้ำ ๆ เพราะนั่นหมายความว่าเราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยจากความผิดพลาดครั้งก่อน เตือนตัวเองอยู่เสมอว่าครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้เราใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น

ไม่ว่าจะผิดหวังเรื่องอะไรมา ชีวิต ความรัก งาน อย่าลืมว่าการผ่านมันไปให้ได้ ไม่ใช่ทางเลือก แต่มันคือสิ่งที่เราต้องทำและต้องผ่านมันไปได้จริง ๆ ไม่ว่าจะด้วยการแก้ปัญหา การยอมรับความผิดหวัง ปล่อยให้เวลาค่อย ๆ ลบเลือนบาดแผลเหล่านั้น

หมดไฟเมื่อไหร่ ให้คุยกับตัวเอง

การสื่อสาร ความสัมพันธ์ มันฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องของคนสองหรือมากกว่านั้น เราแคร์เรื่องความสัมพันธ์ของตัวเองกับคนรอบข้างมากเสียจน เราหลงลืมที่จะสื่อสารกับตัวเองไปบ้างหรือเปล่า ?

อย่าเพิ่งมองว่าการคุยกับตัวเองมันเหมือนคนบ้าหรือเปล่า ? จริง ๆ มันเป็นสิ่งที่จะเป็นเวลาเรารู้สึกเคว้งคว้างหลงทางขึ้นมา ลองกลับมาฟังเสียงตัวเองดูบ้างว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เราพอใจในชีวิตของเราแค่ไหน เราอาจจะเหนื่อยแล้วมีความสุขในตอนท้ายที่ได้ทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ก็ได้ หรือความสุขอาจจะกำลังเลือนหายไปแบบไม่รู้ตัว

บางครั้งเราเองนี่แหละคือเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเอง คนที่รับรู้เรื่องราวมาตลอด คนที่รู้ว่าข้างในลึก ๆ เราต้องการอะไร ลองหยุดสิ่งวุ่นวายทั้งหมด แล้วมาถามไถ่เรื่องราวของเพื่อนคนนี้กันบ้าง อย่าปล่อยให้สังคมรอบข้างกลืนกินเราไปจนหมดสิ้นจนเพื่อนคนนี้ไม่มีชีวิตชีวาอีกต่อไป

คนเคียงข้างในวันเหน็ดเหนื่อย

ลองหาที่พึ่งทางใจให้ตัวเองสักทาง ไม่ว่าจะเป็นศาสนา ครอบครัว คนรัก ดนตรี หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง เชื่อเถอะว่าความเหนื่อยทางร่างกายมันหายได้จากการนอนหลับ 7 ชั่วโมง แต่ความเหนื่อยข้างในจิตใจ มันไม่อาจหายได้ด้วยสิ่งที่ไม่ตอบสนองกับความรู้สึกของเรา ลองหาอะไรสักอย่างที่เป็นเหมือนด้านสว่าง ที่ทำให้เรายิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึง อาจจะไม่ต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ที่สำคัญคือต้องมีความหมายและความสำคัญกับเราอย่างมาก มากพอที่จะเป็นเหมือนแสงสว่างในวันที่ทุกอย่างมันหม่นลง

พอมีเรื่องเครียด ผิดหวัง หลายคนเลือกที่จะปิดตัวเองอยู่เงียบ ๆ นั่นอาจช่วยให้เราหลบหลีกจากความวุ่นวาย เพราะลำพังตัวเองก็มีเรื่องให้คิดมากมายอยู่แล้ว แต่มันเป็นเหมือนดาบสองคมอยู่เหมือนกัน การจมอยู่กับตัวเองอาจทำให้เราคิดอะไรฟุ้งซ่านจนเกินไป ยิ่งไม่มีใครคอยเตือนว่าเราจมดิ่งกับมันมากเกินไป เราก็จะยิ่งจมลงอยู่แบบนั้นไปเรื่อย ๆ ลองบังคับตัวเองให้ลองพูดคุยกับเพื่อนสักคนที่ไว้ใจได้ คนที่รู้ว่าจะรับมือกับเรายังไงในวันที่เราท้อแท้เสียเหลือเกิน หรือออกไปข้างนอก ไปพบเจอผู้คน ให้เราไม่รู้สึกว่าต้องเผชิญเรื่องราวนี้เพียงลำพัง

เก็บเรื่องราวไว้เตือนใจ

ไม่ใช่ว่าทุกครั้งเราจะมีที่ปรึกษาที่พูดได้ทุกเรื่อง ต่อให้มีก็ตามใช่ว่าเราจะพูดทุกอย่างที่เราคิดออกไปได้หมดเปลือก ในวันที่ชีวิตดำมืดไม่รู้จะเดินไปทิศไหน อย่าเพิ่งคลำทาง ลองคลำหาดินสอและกระดาษ มาเขียนเรื่องราวแย่ ๆ ที่ทำให้เรา Feel Down ในตอนนั้นดู เขียนมันเป็นข้อ ๆ เขียนถึงสาเหตุของความเซ็ง

ที่ทำแบบนี้ไม่ใช่เพื่อเอามาซ้ำเติมตัวเองอะไรแบบนั้น แต่มันคือการที่เราได้กลับมาพูดคุยถามไถ่ตัวเอง ว่าอะไรที่ทำกำลังกดเราให้จมลงอยู่ในตอนนี้ และมีสติเรียบเรียงเรื่องราวออกมาได้ว่าตอนนี้มันกำลังเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยเราก็ได้ที่ระบายไปแล้วในวินาทีนั้น ต่อมาหากเรากลับมาอ่านอีกครั้ง เราอาจจะยิ้มให้กับตัวเองที่ผ่านจุดนั้นมาได้แบบรอดตายหวุดหวิดก็ได้

ตามใจตัวเองบ้าง

ในวันที่เหนื่อยล้าจนอยากเอนหลังแบบไม่เอาอะไรแล้ว อย่าเพิ่งตัดใจเสียตั้งแต่ตอนนั้น อะไรที่เคยเข้มงวดกับตัวเองมาตลอด อย่างการไดเอ็ต การออกกำลังกาย การฝึกฝนตัวเอง มีวินัยกับตัวเองอย่างหนัก ลองผ่อนปรนกับตัวเอง ให้ตัวเองได้กินอาหารเจ้าโปรด ได้ฟังเพลงโปรด ได้เดินเตร็ดเตร่ หรืออะไรก็ตามที่ตัวเองอยากทำ เพื่อให้รางวัลกับตัวเอง ไม่ตึงกับตัวเองมากไปนัก เพื่อเป็นทั้งรางวัลให้กับตัวเองที่ทำได้ดีมาตลอด และเพื่อปลอบใจตัวเองในวันสีเทา ๆ

หลายครั้งที่ความผิดหวังเข้ามาสั่งสอนเรา แบบพอให้เข็ดหลาบบ้าง จนสะบักสะบอมบ้าง นอกจากบาดแผลทางอารมณ์ที่ทิ้งไว้แล้ว ก็ยังทิ้งบทเรียนให้เราได้เรียนรู้กับวันแย่ ๆ มืดแปดด้าน ว่าเรารอดวันแบบนั้นมาได้ยังไง

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line