พาดหัวแล้วอาจจะงง แต่ไม่ต้องกังวล เราไม่ได้เขียนผิด เพราะมันคือ HERO 7 BLACK ในสีขาว GoPro เปิดตัว GoPro HERO 7 Black รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นในสีขาว Dusk White พร้อมจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม เป็นต้นไป ถือเป็นครั้งแรกที่ GoPro ออกมาเปิดตัวกล้องสีใหม่สำหรับกล้องรุ่นแฟลกชิป (รุ่นที่ดีที่สุดของ GoPro) ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะได้เป็นเจ้าของกล้อง HERO 7 Black ที่มีฟังก์ชั่นยอดเยี่ยมที่สุดและได้รับมารางวัลมาอย่างมากมาย แถมโบนัสสุดเอ็กซ์คลูซีฟยิ่งกว่าใครด้วยฐานะความเป็นกล้องรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น พิเศษสุดสำหรับประเทศไทย! ซึ่งเปิดตัวแบบ Limited Box Edition ในสี Dusk White มาพร้อมกล่องสุดเอ๊กซ์คลูซีพจำนวนจำกัด โดยในเช็ตประกอบไปด้วยตัวกล้องและอุปกรณ์เสริม Shorty ไม้เซลฟี่ ด้ามจับสีขาวสุดพิเศษ GoPro ยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับการบันทึกวิดีโอที่ลื่นไหลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยระบบลดการสั่นไหวของวิดีโอ HyperSmooth ของกล้อง HERO7 Black ระบบ
ปัจจุบันเราเห็นคนสะพายกล้องถ่ายรูปกันมากกว่าห้อยพระหรือสร้อยทอง อาจจะเพราะเป็นยุคแห่ง Social Media ที่ทุกความทรงจำต้องถูกนำขึ้นไปเก็บไว้บนโลกออนไลน์ และกระแสการถ่ายรูปแนว Street Photography ที่ฮิตไปทั่วหมู่ตากล้องรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้ขนาดของตัวกล้องเล็กลง สวนทางกับคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น เรียกว่าถ้าไม่ซีเรียสเรื่องระยะเลนส์ เราสามารถพกกล้องตัวเล็ก ๆ เพียงตัวเดียวใส่กระเป๋ากางเกง ก็เหลือเฟือสำหรับการถ่ายภาพ Street ได้อย่างน่าประทับใจแล้ว ด้วยแนวคิดนี้ บวกกับความเป็นกล้องสัญชาติญี่ปุ่นที่ค่อนข้าง Conservative ทำให้ Ricoh ได้พัฒนาและเปิดตัวกล้อง Compact รุ่นใหม่ล่าสุด “GR III” ออกสู่ท้องตลาด แม้จะมีขนาดเล็ก แต่สเปกและคุณภาพบอกเลยว่าไม่ต้องห่วง สำหรับตากล้องตัวจริง น่าจะดูสึกได้เลยว่า มองผ่าน ๆ แถบไม่ต่างกับ GR II กล้องสุดคัลท์จากค่าย Ricoh ที่มีความเป็น Compact สูงส่ง ขวัญใจตากล้องสาย Street Photography มาช้านาน ล่าสุด Ricoh GR III ได้ผ่านการอัพเกรดสเปกให้เหมาะสมกับยุคสมัย มีการพัฒนา APS-C sensor ความละเอียด
ในช่วงเวลาที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ฝุ่น ทั้งย่านใจกลางเมืองที่มีควันรถจำนวนมาก แถบนอกเมืองที่มีโรงงานอุตสาหกรรมและการเผาป่า เผาหน้าดิน ผู้คนที่เริ่มเห็นถึงปัญหานี้ต่างก็รีบออกไปหาซื้อเครื่องฟอกอากาศกันจนขาดตลาด ในเมื่อหนีมลพิษไม่ได้ เครื่องฟอกอากาศดี ๆ ก็ดันหมดอีก แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ? องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ปัจจุบันมลพิษทางอากาศกลายเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม เพราะฝุ่นขนาดเล็กที่เข้าไปในร่างกายจะส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคหลอดเลือดสมองอักเสบ อีกทั้งแพทย์และนักวิทยาศาสตร์เผยสถิติว่าฝุ่นเหล่านี้คร่าชีวิตผู้คนกว่า 3 ล้านคนต่อปี และ 1 ใน 8 ของการเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวด้านบนเกี่ยวข้องกับฝุ่นอย่างแน่นอน ถ้าฝุ่นตามท้องถนนนั้นร้ายกาจ การหลบอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปข้างนอกจะทำให้เราดมมลพิษน้อยลงหรือไม่ ? คำถามนี้ WHO ตอบด้วยผลวิจัยที่น่าตกใจว่าข้อเท็จจริงมันกลับกัน คนที่เสียชีวิตเพราะมลพิษในบ้านมีจำนวนมากกว่านอกบ้านถึง 1.3 ล้านคนต่อปี! เมื่ออากาศกลางแจ้งกับภายในอาคารต่างก็มีค่าฝุ่นที่สูงพอ ๆ กัน IKEA จึงพยายามสร้างสรรค์บางสิ่งเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวที่กำลังวิกฤต โดยคิดค้นนวัตกรรมที่ประหยัดต้นทุน มีประสิทธิภาพและสามารถใช้ได้จริง จนสำเร็จเป็นผ้าม่านฟอกอากาศ ผู้คิดค้นผ้าม่านที่ฟอกอากาศชิ้นนี้คือ Affonso Mauricio product developer ของ IKEA สวีเดน เขาออกแบบผ้าม่านโดยนำผ้าเคลือบสารประเภท photocatalyst ที่ช่วยเร่งให้เกิดกระบวนการ photocatalysis หรือที่เรียกกันว่าปฏิกิริยาสังเคราะห์แสง
เป็นโปรเจกที่ Samsung หมายมั่นปั้นมือมานาน ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะเป็นคนแรกในตลาดที่แนะนำ Foldable Screen Smartphone หน้าจอพับได้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นอนาคตของ Smartphone เข้าสู่ตลาด แม้จะถูกขยับออกไปจากตารางเดิมค่อนข้างนาน แม้ว่ากันตามเนื้อหาแล้ว ต้องยกให้ Royole Flexpai เป็น Foldable Smartphone เครื่องแรกของโลกจากจีน ที่รีบร้อนเปิดตัวไปเมื่อต้นปีภายในงาน CES 2019 แม้มันจะพับได้จริง แต่หลายสื่อที่ได้สัมผัสมันต่างให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า มันยังไม่เวิร์ค พร้อมราคาขายร่วมสี่หมื่นบาท มันจึงเป็นเหมือนการรีบส่ง Concept ไปวางขายเพื่อแย่งชื่อตำแหน่งทางการตลอดเท่านั้น ล่าสุดในงาน UNPACKED เมื่อวานนี้ Samsung ได้ฤกษ์เปิดตัวโทรศัพท์หน้าจอพับได้สู่สาธารณะแล้วในชื่อ Samsung Galaxy Fold เตรียมวางขายในวันที่ 26 เมษายนนี้ ด้วยราคาที่ค่อนข้างท้าทายภาวะเศรษฐกิจ แม้ในงานเปิดตัว Samsung จะไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก หรือมีเครื่องให้นักข่าวได้สัมผัสกันจริง ๆ แต่อย่างน้อยเราก็ได้รู้สเปกของโทรศัพท์มหัศจรรย์เครื่องนี้ว่ามีอะไรน่าตื่นเต้นรอเราอยู่บ้าง Samsung Galaxy Fold มาในขนาดที่ค่อนข้างใหญ่กว่า Smartphone ทั่วไป อาจจะทำให้ระยะแรกรู้สึกไม่คุ้นมืออยู่บ้างด้วยขนาดเครื่องที่เรียกว่า Infinity
มลพิษขนาดเล็กอย่างฝุ่นเป็นเรื่องที่หลบไม่ได้ ใครก็รู้ เพราะเราไม่สามารถมองเห็นมลพิษที่แฝงมาด้วยตาเปล่า มันสามารถเล็ดลอดได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ กระทั่งเครื่องปรับอากาศที่เราเปิดอยู่ ตอนนี้คนเลยแห่กันซื้อเครื่องฟอกเสียหมดตลาด หลายยี่ห้อผลิตไม่ทันซื้อ ดังนั้น ต่อให้เรามีเงินพอจะซื้อก็ใช่ว่าจะซื้อคุณภาพชีวิตได้ ทว่าในสถานการณ์คับขันแบบนี้ มักทำให้เราได้เห็นไอเดียใหม่ ๆ ของการพัฒนานวัตกรรมขึ้นมาสู้ความเลวร้ายได้เสมอ ล่าสุดจีน ประเทศที่มีพลเมืองมากที่สุดในโลกและประสบกับเรื่องฝุ่นมลพิษคลุมเมืองไม่แพ้เรา สร้างนวัตกรรมจากสิ่งบ้าน ๆ อย่าง “มุ้งลวด” ที่กรอง PM 2.5 ขึ้นมาได้สำเร็จ พูดจริง ๆ มันก็เป็นเรื่องที่หลายคนยังคาดไม่ถึง และแม้แต่เราเองก็มัวแต่ไปกว้านซื้อที่ปิดจมูกอยู่ ทั้งที่เอาเข้าจริงเราก็ไม่สามารถสวมมันเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้ตลอดเวลา เพราะของมันมีไว้กันชั่วคราว ไม่ได้มีไว้ให้ใช้ชีวิต Yu Shuhong หนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์จาก USTC (University of Science and Technology of China) เปิดเผยความสำเร็จในครั้งนี้ในวารสาร iScience ว่ามุ้งลวดอัจฉริยะที่พวกเขาคิดค้นสำหรับติดตั้งนี้ ซึ่งช่วยป้องกันมลพิษโดยเฉพาะ PM 2.5 ที่พวกเรากำลังนอยด์ได้สูงถึง 99.65 %! มุ้งลวดนี้สร้างขึ้นจากการถักทอของ Ag-nylon ที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสามารถดักจับ PM 2.5
ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีในรถยนต์ Tesla ของ Elon Musk มักจะคิดค้นพัฒนาได้ตอบโจทย์จนค่ายรถยนต์แบรนด์อื่นดูล้าหลังไปเลย และไม่ใช่แค่เรื่องของการขับขี่เท่านั้น แม้แต่การตอบโจทย์เรื่องปลีกย่อยสำหรับคนรักสุนัข ก็ยังได้รับการพัฒนาอย่างน่าประทับใจกับล่าสุด Dog Mode ฟังก์ชันที่แก้ Pain Point ไม่ต้องทิ้งสุนัขอยู่ในรถร้อน ๆ และไม่ต้องกลัวว่าจะมีพลเมืองดีทุบกระจกเข้าไปช่วยเหลือ รวมถึง Sentry Mode เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันเมื่อจอดสุดอัจฉริยะ เริ่มจาก Dog Mode ที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเจ้าของรถผู้รักสุนัข ที่มักจะพาสุนัขตัวโปรดเดินทางไปในรถด้วยกัน และบางครั้งอาจจะลำบากใจในการทิ้งสุนัขเอาไว้ในรถที่ดับเครื่องเพื่อลงไปทำธุระ และคนรอบ ๆ อาจจะเป็นห่วงสุนัขในรถว่าสุขสบายดีหรือไม่ ซึ่ง Dog Mode ของ Tesla สามารถตั้งอุณหภูมิ Climate Control System ในรถให้เย็นได้ตามที่ต้องการเพื่อความสะดวกสบายโดยไม่ต้องติดเครื่อง ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่หลักในรถได้นานจนกระทั่งเหลือ 20% จะมี Notification แจ้งเตือนผ่าน Tesla Smartphone Application บนหน้าจอจะมีข้อความแสดงผลว่า “My owner will be back
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแต่เรื่องปัญหาการนอนก็ทำให้รักร้าวได้ไม่น่าเชื่อ ซึ่งส่วนหนึ่งมันเกิดจากเรื่องที่เราไม่ตั้งใจอย่างการ “นอนเบียด” บนเตียง ซึ่งถ้านอนเบียดปกติแค่หาไออุ่นมันก็ยังพอเข้าใจ แต่ส่วนใหญ่ที่เราเจอคือการนอนเบียดกินที่เสียจนเราแทบจะตกเตียง และต้องนอนขดตัวทั้งที่อีกฟากของเตียงก็โล่งแสนโล่ง National Sleep Foundation เผยผลการศึกษาว่า หนึ่งในสี่ของคู่สมรสชาวอเมริกันหย่ากันด้วยเรื่อง “การนอน” เป็นเหตุ และพฤติกรรมการนอนส่วนบุคคลที่มีปัญหากับคู่นอนยังเป็นเหตุผลให้ชาวอเมริกันกว่า 30% อยากนอนแยกเตียงมากกว่า แถมจุดที่น่าสนใจคือถ้าวัดแนวโน้มของคนที่เจอปัญหากับเรื่องการนอนเบียดแบบน้ีแล้วอยากแยกไปนอนแยกเตียงลำพังมากกว่าคือผู้ชายอย่างเรา ๆ โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40% เชียว ด้วยเหตุผลน้ี Ford เขาเลยคิดนวัตกรรมเตียงนอนที่ชื่อว่า The Lane-Keeping bed ขึ้นมา โดยใช้หลักการของเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกดด้านล่างของเตียง ช่วยจัดสมดุลระหว่างการนอนของคนบนเตียงสองคน ถ้าใครมีทีท่าจะเบียดมาเกินเขต หรือคร่อมเลนของเราแล้วล่ะก็ พื้นผิวของเตียงที่เหมือนสายพานเลื่อนมันจะหมุนจัดให้เราและคู่นอนอยู่ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ตลอด ไม่ต้องกลัวหล่น ด้านคอนเซ็ปต์การออกแบบ หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วมันเกี่ยวกับ Ford ที่เป็นรถได้อย่างไร ความจริงคือมันใช้เทคโนโลยีการแบ่งเลนการนอน ไม่ให้คร่อมทับกัน ฟังดูแล้วก็เหมือนกันการวิ่งรถบนถนนนี่แหละที่ใช้ระบบอัจฉริยะในการแยกรถแต่ละคันออกจากกัน ใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจหลักการ เราว่ามันคล้ายกับสายพานเลื่อนใน Tops Supermarket นั่นแหละ ที่มีระบบเซ็นเซอร์ ถ้ามีของมาขวางมันก็หยุด แต่อันนี้เขาใช้เซ็นเซอร์คอย Track วัดตำแหน่งการนอนให้อยู่ตรงกลางเสมอเพื่อจัดสมดุล แล้วย้ายเราเข้าไปตำแหน่งนั้น
นาฬิกาหนึ่งในไอเทมที่ก้าวเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตผู้ชายอย่างเรามากขึ้นทุกวัน เพราะในปัจจุบันมันไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์ที่สวมใส่ไว้บนข้อมือเพื่อบอกเตือนเวลาเท่านั้น แต่กลับถูกพัฒนาให้มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของผู้สวมใส่ ถ้าเรียก Smartphone ว่าอวัยวะที่ 33 ก็ต้องเรียก Smartwatch ว่าอวัยวะที่ 34 ที่ขาดไม่ได้อีกต่อไปในปัจจุบัน ด้วยไลฟ์สไตล์มากมายหลายรูปแบบของหนุ่ม ๆ แต่ละคน ก็ทำให้โจทย์ในการมองหานาฬิกาที่มีความเหมาะสมแตกต่างกันออกไป บางคนต้องการนาฬิกาที่มาพร้อมดีไซน์สวยงาม สร้างความโดดเด่นเมื่อถูกจับมาสวมใส่กับเสื้อผ้าชุดเก่ง บางคนก็อยากได้นาฬิกาที่มีฟังก์ชันครบครัน มาเป็นตัวช่วยให้กิจวัตรประจำวันที่วุ่นวายเป็นไปอย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งความแข็งแกร่งก็เป็นอีกเรื่องที่หนุ่มนักทำกิจกรรมทั้งหลายพากันมองหา แต่จะดีแค่ไหนถ้ามีนาฬิกาที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งหมดรวมเอาไว้ในเรือนเดียว เหมือนที่มีใน GARMIN Instinct เรือนนี้ GARMIN Instinct จีพีเอสสมาร์ตวอทช์ มาพร้อมดีไซน์ทันสมัยและสวยงาม ทำให้สามารถเลือกสวมใส่เข้ากับชุดทำงานได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นลุค Casual เน้นไปทางความคล่องตัวในวันลุย ๆ หรือเป็นลุค Formal ที่ต้องการความเป็นทางการในวันทำงาน แต่นอกจากความสวยงามที่เข้ากันกับสไตล์อันหลากหลายแล้ว ในเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ GARMIN Instinct เหมาะสำหรับการสวมใส่ในทุกจังหวะชีวิตคุณ A Personal Assistant For Working Hour ในทุก ๆ อิริยาบถของวันทำงาน แน่นอนว่าชีวิตในแต่ละวันของผู้ชายคนเมืองที่การจัดสรรเวลาให้ลงตัวเป็นเรื่องยาก จนทำให้ไม่มีเวลาในการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเท่าที่ควร
“เคยลองคิดเล่น ๆ บ้างไหมว่ากล้อง GoPro ที่ซื้อมาสามารถใช้กับสถานการณ์ไหนได้บ้าง ?” และคำตอบที่ได้คือกล้อง GoPro นั้นสามารถอยู่คู่กับเจ้าของในทุกกิจกรรมไม่ว่าจะดำน้ำ ขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก เล่นกีฬา หรือกระโดดร่ม แต่ใครจะคิดว่าเจ้ากล้องตัวเล็กนี้จะแข็งแกร่งขนาดทนความร้อนสุด ๆ แม้แต่ลาวาก็ไม่สามารถหยุดการบันทึกภาพได้ เหตุการณ์พิสูจน์ความแข็งแกร่งของกล้อง GoPro เกิดขึ้นเมื่อ Erik Strom ไกด์ท่องเที่ยวของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งได้พาลูกทัวร์ของเขาเดินทางไปชมภูเขาไฟที่ Hawai’i Volcanoes National Park เพราะความสวยงามของลาวาทำให้ผู้คนต่างต้องหยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ ไกด์คนดังกล่าวเองก็เช่นกัน เขาตั้งกล้อง GoPro ไว้ในร่องเขาแคบ ๆ เพื่อเก็บภาพการไหลของลาวา แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเขาคำนวณทิศทางการไหลของลาวาผิด ทำให้กล้องที่ตั้งไว้จมลงไปในธารความร้อน ลาวาร้อนระอุมีอุณหภูมิสูงถึง 700-1,200 องศาเซลเซียส ทำให้ Housing ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่อิริคใส่ไว้เพื่อป้องกันตัวกล้องโดนเผาไหม้จนหมดทันทีที่สัมผัสกับลาวา รวมถึงบอดี้ของกล้องก็โดนเผาด้วยเช่นกัน “ตอนนั้นกล้องของผมโดนลาวากลบจนมิด แถมยังมีไฟลุกขึ้นมาเล็กน้อยด้วย สิ่งที่คิดในตอนนั้นคือกล้องของผมต้องไม่รอดแน่ ๆ รวมถึงฟุตเทจในกล้องด้วย” นี่คือคำบอกเล่าของอิริค และทุกคนในเหตุการณ์ต่างก็คิดเหมือนกันกับเขาว่ากล้องตัวนี้จะต้องพังจนใช้ไม่ได้อย่างแน่นอน เมื่อความร้อนในธารลาวามีอุณหภูมิลดลง อิริคได้ใช้ค้อนหินธรณีวิทยากะเทาะลาวาและดึงกล้อง GoPro ออกมา พร้อมกับพาซากกล้องของเขากลับบ้านเพื่อตรวจเช็คสภาพถึงแม้จะรู้ดีว่ากล้องตัวนี้ไม่สามารถใช้งานซ้ำได้แน่ ๆ เพราะทั้ง
Compact Gun รูปแบบปืนที่ถือเป็นตัวเลือกชั้นเยี่ยมสำหรับพกไว้ป้องกันตัว ด้วยขนาดกะทัดรัด น้ำหนักที่เบาซึ่งช่วยให้สะดวกต่อการเก็บและพกพา รวมถึงพลังการยิงที่ไว้ใจได้ว่าสามารถสกัดอันตรายก่อนจะเข้ามาถึงตัวอย่างแน่นอน แต่สำหรับหนุ่มที่มองหาพลังการทำลายที่เพิ่มมากขึ้นจากรูปแบบปืนชนิดเดียวกันแล้วล่ะก็ S333 Volleyfire กระบอกนี้ อาจเป็นคำตอบในการป้องกันตัวที่เหมาะสมสำหรับคุณ S333 Volleyfire เป็น Compact Gun จาก Standard Manufacturing ที่ถูกพัฒนางานออกแบบขึ้นมาใหม่ในปี 2017 ก่อนจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน SHOT Show 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักเลงปืนที่ไปเข้าร่วมงานมากมาย ด้วยจุดเด่นคือการเป็นปืน Revolver สองลำกล้องที่ไม่มีเคยเห็นที่ไหนมาก่อน โดยปืนมาพร้อมขนาดกะทัดรัด ตัวปืนมีการใช้วัสดุแข็งแรงทนทานสูงไม่ว่าจะเป็นส่วนลำกล้องปืนที่ผลิตจากเหล็กกล้า เฟรมผลิตจาก 7075 Aluminum เกรดผลิตอากาศยานและลูกโม่ที่หล่อขึ้นมาจากเหล็กชนิดแข็งแรงพิเศษ และส่วนด้ามจับที่ห่อด้วยวัสดุโพลีเมอร์ซึ่งความแข็งแรงทั้งหมดรวมกันออกมาในน้ำหนักเพียง 18 ออนซ์เท่านั้น แน่นอนว่าไม่พูดถึงไม่ได้คงจะเป็นระบบการยิงเฉพาะตัวของมัน โดย S333 Volleyfire ใช้กระสุนขนาด .22 Win Mag บรรจุสูงสุด 8 นัด พร้อมระบบการยิงแบบ 2 ลำกล้องที่เรียกว่า Double Action Revolver โดยจะมีไกปืนให้ลั่นไกสองส่วนซึ่งสามารถส่งกระสุน 2


