เป็นที่รู้กันว่า สัตว์ปีก อย่างนกกระจอกเทศนั้นมี IQ ค่อนข้างที่จะต่ำ ซึ่งคุณเองก็สามารถสังเกตได้จากการที่มันมักจะมุดหัวหลบเข้าไปในอะไรสักอย่างเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะมันคิดว่า เมื่อมันมองไม่เห็นศัตรู ศัตรูก็มองไม่เห็นมันเช่นกัน ซึ่งพูดตรง ๆ เลยว่า มนุษย์เราที่เรียนจบ ป.6 มาเป็นอย่างน้อย คงไม่มีใครใช้หลักการ หรือมีความคิดแบบนี้เมื่อต้องหลบซ่อนตัวเองอย่างแน่นอน แต่ความบื้อนี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งเลวร้ายเสมอไป ถ้ารู้จักนำมันมาประยุกต์ใช้ เช่นเดียวกับ Ostrich Pillow อุปกรณ์สุดเพี้ยนที่ต้องถูกใจคนชอบนอน หรือง่วงได้ทุกที่ทุกเวลา ที่คุณกำลังจะได้ทำความรู้จักกันในวันนี้ รับรองว่า งี่เง่าสุด ๆ จนคุณอาจจะมีความคิดที่อยากจะลองซื้อมาใช้งานดูก็ได้ Ostrich Pillow ที่ว่านี้ จริง ๆ แล้ว มันก็คือหน้ากากดี ๆ นี่แหละ แต่มันถูกออกแบบมาด้วยหลักการเดียวกับการซ่อนตัวของนกกระจอกเทศ ที่คิดว่าพอมุดหัวหลบเข้าไปที่ไหนสักแห่งแล้ว จะไม่มีใครเห็นมันเมื่อมันไม่เห็นใคร กลุ่มคนหัวใส่จึงใช้หลักการนี้มาประยุกต์ใช้กันคนที่ง่วงนอน หรือชอบนอนไปในทุกที่ แม้จะเป็นตอนกลางวัน หรือที่แจ้งก็ตาม การทำงาน Ostrich Pillow ที่เป็นหน้ากากนี้ ไม่มีอะไรมาก เพราะมันมีหน้าที่แค่ช่วยปกปิดดวงตาของคุณ ไม่ให้มีแสงสว่างใด ๆ เล็ดรอดเข้าไปถึงด้วยตาคุณ
สำหรับแฟน Microsoft ชาวไทยคงจะเคยได้ยินคำร่ำลือเกี่ยวกับความยอดเยี่ยมของ Surface Book กันมาบ้างแล้วว่ามันเจ๋ง และน่าใช้งานขนาดไหน แต่น่าเสียดายที่ในบ้านเรานั้น ไม่มีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ จะมีก็แค่ Surface Pro แต่ก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ดี และตอบสนองการใช้งานได้ไม่แพ้กัน แต่วันนี้ใครที่รอข่าวของ Surface Book กันอยู่อาจจะมีลุ้นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะว่าทาง Microsoft เพิ่งทำการเปิดตัว Surface Book 2 ออกมาแล้ว ทำให้หลายคนนั่งลุ้นว่า ครั้งนี้จะมีการตีตลาดนำเข้ามาขายในไทยอย่างเป็นทางการรึเปล่า? วันนี้ UNLOCKMEN จึงนำเอาความสามารถ และความน่าใช้ของ Surface Book ตัวใหม่ล่าสุดนี้ มาให้ทุกคนได้ดูกัน รับรองว่า จะช่วยเพิ่มความกระสันอยากได้ให้มากขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน https://youtu.be/HCYCvREMcCM ครั้งนี้ Microsoft ถือว่า จัดชุดใหญ่มาให้กันแฟน ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะ Surface Book 2 ตัวใหม่นี้ มีสเป็คที่เรียกได้ว่าโหดสุด ๆ เลยทีเดียว เพราะในรุ่น Top สุดนั้น
ย้อนไปเมื่อช่วงกลางปี 2019 ถือเป็นครั้งแรกที่โลกแห่งเครื่องบอกเวลาได้รู้จักกับ SWATCH BIG BOLD ซีรีส์นาฬิกาคอลเลคชันใหม่ล่าสุด ที่รับเอามรดกทางจิตวิญญาณในการพัฒนาเอาตัวรอดรวมถึงการปรับตัวให้เท่าทันยุคสมัย จากตำนานที่มีลมหายใจอย่าง SWATCH รุ่น OG มาต่อยอดในแนวทางของตัวเอง กับไอเดียความขบถที่ขับเน้นตัวตนออกมาอย่างเด่นชัดในวิถี Street Culture จากเรือนเวลาที่สะท้อนสไตล์ของผู้สวมใส่ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ในปีนี้ SWATCH ได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการนำพานาฬิกาตระกูล BIG BOLD ออกจากรูปแบบเดิม ๆ อีกครั้ง สู่การเดินทางครั้งใหม่ที่ผสานความจัดจ้านของ Street Fashion เข้ากับความเท่ ดุดัน จากกลิ่นอาย Racing Sport ด้วยฟังก์ชัน Chronograph หรือระบบจับเวลาที่เป็นตัวช่วยสำคัญของเหล่านักแข่งแห่งสนามประลองความเร็ว ซึ่งมีอยู่ใน SWATCH BIG BOLD CHRONO รุ่นใหม่ล่าสุด SWATCH BIG BOLD CHRONO ยังคงเอกลักษณ์จากรุ่นแรกเอาไว้กับหน้าปัดขนาดใหญ่ 47 มิลลิเมตร แต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือระบบจับเวลา Chronograph ที่มาพร้อม 3 หน้าปัดย่อย แบ่งเป็นตัวนับนาที,
ผู้ชายหลายคนคงรู้ดีว่า เมื่อความกดดันต่าง ๆ ถาโถมเข้ามาจนพาให้อารมณ์พุ่งสูงขึ้น อาการหงุดหงิด โมโห หัวร้อน จนเกินห้ามใจ พอมีใครมาพูดหรือทำอะไรขวางหูขวางตา ผิดที่ผิดเวลาเข้าก็กลายเป็นโศกนาฏกรรมระเบิดอารมณ์ใช้การระบายออกด้วยพละกำลังกันบ้างเป็นครั้งคราว และนั่นเป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกเซ็งทุกทีที่มีสติในตอนที่หลังจากที่เหตุการณ์นั้นผ่านไป นั่นก็เพราะว่า ข้าวของก็พังเสียหาย, ร่างกายก็ต้องบาดเจ็บ แถมสุขภาพจิตก็ย่ำแย่เพราะถ้าหากต้องกักเก็บความเดือดดาลนั้นเอาไว้โดยที่ไม่ได้ระบายออกมา วันนี้เรามีอุปกรณ์อยู่ชิ้นหนึ่งที่จะช่วยให้คนที่ต้องการระบายความเครียด ความโกรธ ความเก็บกดต่าง ๆ ในชีวิตได้แบบเต็มที่โดยที่ไม่มีใครเดือดร้อน ข้าวของไม่ต้องพังเสียหาย และสุดท้ายตัวคุณเองก็ไม่ต้องเจ็บตัวมาให้ได้ดูกัน นั่นก็คือ “The Quiet Punch” เป้าที่จะรองรับความเกรี้ยวกราดของคุณได้ทุกกระบวนท่า อีกทั้งยกพกพาไปติดตั้งได้ทุกที่อีกด้วย “The Quiet Punch” ที่ว่านี้ จริง ๆ แล้วมันทำหน้าที่เหมือนกระสอบทรายให้เราเตะต่อยนั่นแหละ เพียงแต่มันถูกย่อส่วนให้มีขนาดเล็กลง และเปลี่ยนรูปร่างให้เป็นรูป 4 เหลี่ยมเพื่อให้ง่ายต่อการพกพา และประหยัดเนื้อที่ในการติดตั้ง แทนที่กระสอบทรายแบบเดิม ๆ ที่มีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมาก และติดตั้งได้ยากต้องเจาะเพดาน หรือ กำแพงเพื่อติดตั้ง “The Quiet Punch” มีขนาดเท่ากับหมอนหนึ่งใบเท่านั้น และการติดตั้งก็ง่ายดายเพียงแค่คุณนำไปแขวนมันไว้กับประตู และถอดเก็บได้เมื่อเลิกใช้งานอีกด้วย ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะโดนเจ้านายด่า
ปล่อยให้ Sony โกยเงินจาก Full-Frame Mirrorless เป็นกอบเป็นกำไปนานหลายปี ค่าย Nikon ก็พูดชัดว่ากำลังพัฒนาอยู่นะ รออีกหน่อย ทำให้สาวกหนอนอาจกำลังมึนงงว่าทำไมค่าย Canon ของเราไม่ปล่อยของออกมาสักที ล่าสุดข่าววงในจาก Canon Rumors ที่เชื่อถือได้ยืนยันว่า Full-Frame Mirrorless ของ Canon มาแน่ และมาเยอะด้วย แต่น่าจะโผล่มาปลายปี 2018 นู่นเลยนะ แหล่งข่าววงในที่อ้างรายงานเจาะลึกจากการประชุมแผน Roadmap 2108 ของบริษัท ยืนยันว่า Canon Full-Frame Mirrorless ที่กำลังซุ่มพัฒนากันอยู่นั้น คาดว่าจะเป็นการลุยอย่างจริงจังตั้งใจ ด้วยตลาดผู้ใช้กล้องกลุ่มนี้ที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะใช้ CMOS sensor ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อสินค้าไลน์นี้โดยเฉพาะ แทนที่จะยก sensor มาจากรุ่นใหญ่ของค่ายอย่าง 5D Mark IV จึงคาดว่าน่าจะเป็นกล้องตระกูลใหม่ที่มีสไตล์โทนของภาพแตกต่างออกไป นอกจากนี้ยังมีอีกข่าว ที่แม้จะระบุว่าน่าเชื่อถือน้อยกว่า แต่ก็นับว่าน่าตื่นเต้นไม่น้อย บอกว่า Canon Full-Frame Mirrorless
ในโลกปัจจุบันนี้ ทุกอย่างได้ถูกเทคโนโลยีเข้าครอบงำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งเสื้อผ้า ที่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะกลายเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับ Smartphone ได้ด้วย ถึงอย่างไรก็ตามในวันนี้ สิ่งที่ไม่น่าเชื่อนั้นก็ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ด้วยการร่วมมือจากผู้นำทางด้านแฟชั่นการแต่งกาย และผู้นำทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดอย่าง Levi’s และ Google กับเสื้อยีนส์สุดพิเศษที่พวกเขาได้เปิดตัวออกมา และบอกว่า มันสามารถ Connect กับ Smartphone เพื่อใช้งานบน Application ได้ ตอนนี้เรามาดูกันว่ามันมีอะไรน่าสนใจบ้าง? โดยเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ตัวนี้ มีความพิเศษจากการที่คุณสามารถควบคุมการทำงานบางอย่างบน Smartphone ได้ โดย Google ได้ทำการออกแบบ และสร้างเส้นใยที่ไวต่อการสัมผัสขึ้น จากนั้นก็ทำการทอมันเข้าไปในเนื้อผ้าของเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ และที่สำคัญที่สุดก็คือ มันจะไม่หลุดออกไปแม้เวลาที่คุณนำไปซักในเครื่องซักผ้า เส้นในแบบพิเศษนี้ จริง ๆ แล้วมันเป็นชุดข้อมูลที่สามารถรับ-ส่งสัญญาณ Bluetooth ไปยัง Smartphone ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนเพลงที่คุณกำลังฟังผ่าน Smartphone ได้โดยการลูบที่แขนเสื้อเท่านั้น!! นอกจากนั้นคุณยังสามารถใช้คำสั่ง Play – Pause หรือ Stop ได้โดยการสัมผัสบริเวณแขนเสื้อ และสามารถสั่งเปิด – ปิด
เมื่อวานเราเพิ่งเดินผ่าน GoPro 5 ก็คิดในใจว่า GoPro รุ่นนี้ดูไม่ค่อยเปรี้ยงเท่าไหร่ แต่ยังไม่ทันได้หาข้อมูลเพิ่มเติม Nick Woodman, GoPro CEO ก็เปิดตัว GoPro 6 ออกมาแล้ว ดังนั้นเราต้องอยู่กับปัจจุบัน GoPro 5 จะเป็นยังไงก็ช่างมันก่อน ตอนนี้เรามาดูสเปค GoPro 6 Black กันก่อนเลยดีกว่า ว่ามันมีอะไรพัฒนาน่าสนใจขึ้นบ้าง ก่อนจะเข้าเรื่องของสเปค เราบอกก่อนเลยว่าภายนอกของ GoPro 6 แทบจะไม่มีอะไรต่างจาก GoPro 5 แต่สิ่งที่น่าสนใจคือประสิทธิภาพของทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนมาใช้ Image Processor รุ่นสั่งทำพิเศษ GP1 ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อ GoPro 6 โดยเฉพาะ นอกจากมากประสิทธิภาพแล้ว นี่ยังเป็นผลที่ GoPro ต้องรีบพัฒนาตัวเอง เพื่อเอาตัวรอดจากคู่แข่ง Action Camera มากมายในตลาด ที่ใช้ Processor เดียวกัน โดยเฉพาะแบรนด์จีนที่ราคาถูกกว่าเกินครึ่ง การใช้
แม้ชีวิตในเมืองจะเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิถีชีวิตในเมืองใหญ่มักถูกจํากัดไว้ด้วยความเร่งรีบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเดินทาง หน้าที่การงานอันบีบคั้นซึ่งต้องแข่งขันกับเวลา บ่อยครั้งที่ Urban Men อย่างเรา ๆ ต้องจัดสรรชีวิตเผื่อให้กับภาระกิจรอบด้าน จนไม่เหลือพื้นที่สําหรับความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนตัว แค่จะหาความสุขจากการเริ่มต้นเติมพลังชีวิตในเช้าวันใหม่ ด้วยการดื่มกาแฟดี ๆ สักแก้ว ก่อนออกไปผจญความวุ่นวายในเมือง ยังดูเป็นสิ่งที่ทําได้ลําบาก เพราะคงไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงนัก หากจะต้องตื่นเช้าขึ้นอีกชั่วโมง สองชั่วโมง บากบั่นดั้นด้นเดินทางในช่วงเวลาเร่งรีบเพียงเพื่อจะแวะจิบกาแฟแก้วโปรดที่ร้านประจําระหว่างทาง ก่อนที่จะตาลีตาเหลือกไปเข้างานให้ทัน โดยที่ยังไม่ได้ละเลียดรสชาติกาแฟให้เต็มที่เสียด้วยซํ้า จะดีกว่าไหมหากเราสามารถสร้างพื้นที่ความสุข ดื่มด่ำรสชาติของกาแฟด้วยการชงกาแฟสดจากเมล็ดคั่วบดดื่มเองจากที่บ้าน ฉีกข้อจํากัดของเวลาที่เร่งรีบ ด้วยเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Nespresso Essenza Mini ผู้ช่วยสําคัญที่จะมาสร้างช่วงเวลาสุนทรีจากการดื่มกาแฟ ซึ่งผ่านการคิดมาเป็นอย่างดีเพื่อตอบสนอง Lifestyle คนเมืองได้ถูกจุด ตรงใจ กับชีวิตที่ไม่เพียงแค่ถูกจํากัดอยู่ในกรอบเวลาอันเร่งรีบ เพราะในเรื่องของพื้นที่อยู่อาศัยภายในเมืองคืออีกหนึ่งข้อจํากัดที่ต้องใช้สอยแทบทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ดูจากชื่อก็รู้ได้ทันทีว่าที่พื้นที่ไม่ใช่ปัญหาของ Nespresso Essenza Mini ด้วยขนาดตัวเครื่องที่เล็กกะทัดรัด ดีไซน์เรียบเท่ร่วมสมัย สามารถแทรกตัวอยู่ในครัว ห้องนั่งเล่น ห้องทํางาน หรือมุมกาแฟเล็ก ๆ ในออฟฟิศได้อย่างกลมกลืน ดูเผิน ๆ
บางคนมักจะมีปัญหากับกระเป๋าเดินทางอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเรื่องของการที่กระเป๋ามีน้ำหนักเกิน หรือโดนคนอื่นหยิบกระเป๋าผิดไป ไม่ก็เราหยิบผิดเอง เนื่องจากหน้าตาของกระเป๋าเดินทางส่วนมากคล้ายกันไปหมด หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังประสบปัญหาเหล่านี้ บวกกับกำลังมองหากระเป๋าเดินทางใบใหม่อยู่พอดี วันนี้เรามีกระเป๋าเดินทางดี ๆ มาแนะนำ อีกทั้งยังรับประกันได้เลยว่า ปัญหาทุกอย่างที่คุณเจอมาจะหมดไป เพียงแค่คุณได้ลองใช้ “Freitag Zippelin” ใบนี้ หลายคนคงรู้จักแบรนด์ที่มีชื่อว่า “Freitag” กันบ้างอยู่แล้ว อาจจะด้วยความโดดเด่นของวัสดุที่ใช้ในการผลิตกระเป๋าอย่างผ้าใบรถบรรทุกที่ผ่านการรีไซเคิล หรือว่าจะเป็นถุงผ้าใบที่มีภาพพิมพ์ดีไซน์เท่ ๆ ทำให้กระเป๋าจากแบรนด์ “Freitag” นั้นมีข้อดีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเอกลักษณ์ของลวดลายที่ไม่มีใครเหมือน และความสามารถในการกันน้ำได้เป็นอย่างดีจากการที่ใช้ผ้าใบเป็นวัตถุดิบหลักในการทำกระเป๋า “Freitag” ทำกระเป๋าหลากหลายรูปแบบออกมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสตางค์ กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเป้ รวมไปถึงกระเป๋าเดินทางอย่าง “Freitag Zippelin” ที่เรากำลังจะพูดถึงเป็นพิเศษในวันนี้ด้วย “Freitag Zippelin” เป็นกระเป๋าเดินทางขนาดความจุ 85-Liter ที่มีการผสมผสานกระเป๋าเดินทางแบบ Duffel กับ Rolling Suitcase เข้าด้วยกัน โดย “Freitag Zippelin” ใบนี้ มีการติดตั้งล้อมาให้เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมันมีขนาดความกว้าง 16.5 นิ้ว สูง
สำหรับคนที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ และต้องอดนอนนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานอยู่แล้ว บางคนจึงเลือกที่จะใช้ชา หรือกาแฟมาเติมความฟิตให้ตาสว่าง และกลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง แต่มีการวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่า การที่คนเราง่วงในช่วงบ่ายนั้นเป็นเรื่องปกติ และทางที่ดีที่สุดคือ การได้งีบหลับสักพัก เพียงแค่ 15 นาที ถึงครึ่งชั่วโมง ก็จะสามารถชาร์จพลังงานให้กลับมาฟิตปั๋งอีกครั้ง และพร้อมที่จะทำงานอย่างมีสมาธิมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพมากกว่าการดื่มชา หรือกาแฟเพื่อถ่างเปลือกกตาให้เปิดค้างอยู่อีกด้วย แต่หลายคนคงรู้ดีว่า ปัญหาในการนอนหลับตอนกลางวันนั้นมันมีมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเสียงผู้คน, สถานที่ซุกหัวนอนที่หายากยิ่งโดยเฉพาะในที่ทำงาน และสุดท้ายสำคัญที่สุดคือ แสงไฟ และแสงแดดที่แยงตาจนไม่สามารถฝืนนอนต่อไปได้ไม่ว่าง่วง และอยากจะงีบแบบสุด ๆ ไปเลยก็ตาม แต่วันนี้เราได้นำเอาอุปกรณ์เจ๋ง ๆ ที่จะช่วยให้ปัญหาการพักงีบหลับนอกสถานที่นั้นหมดไป ชาว UNLOCKMEN คนไหนรู้ตัวว่าเป็นคนชอบนอน ง่วงได้ทุกที่ทุกเวลา และมีปัญหากับสภาพแวดล้อมรอบข้าง ขอบอกเลยว่าคุณห้ามพลาดสิ่งนี้อย่างเด็ดขาด อุปกรณ์สุดเจ๋งที่เราจะพูดถึงในวันนี้นั้น มีชื่อว่า “The NAP Tent” ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถงีบหลับบนโต๊ะทำงานได้สบายที่สุดเท่าที่คุณเคยรู้สึกมา โดย “The NAP Tent” ที่ว่านี้ มีลักษณะเหมือนกับเต๊นท์ขนาดจิ๋ว ที่ถูกออกแบบให้หัวคุณมุดเข้าไปได้แบบพอดิบพอดี เพื่อที่จะทำให้คุณได้รับความเป็นส่วนตัวในการนอนหลับคาโต๊ะทำงานมากยิ่งขึ้น หลังจากที่คุณโยนคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะทำงานตรงหน้าที่ไป และหยิบ “The NAP


