“No Dial. No Hands. No Crown.” — ไม่มีหน้าปัด ไม่มีเข็ม ไม่มีเม็ดมะยม นี่ไม่ใช่เพียงนิยาม… แต่คือแนวคิดที่พลิกโฉมการออกแบบนาฬิกาแบบดั้งเดิม และเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาสวิส ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา Ulysse Nardin ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า นาฬิกาสามารถบอกเวลาได้โดยให้กลไกทำหน้าที่แทนเข็มนาฬิกา แนวคิดอันล้ำสมัยนี้ไม่เพียงท้าทายขนบเดิมของอุตสาหกรรม แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำเหนือยุคสมัย และนั่นคือจุดกำเนิดของนาฬิกาไอคอนิกที่ชื่อว่า “Freak” ล่าสุด Ulysse Nardin ร่วมกับ PMT The Hour Glass จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของคอลเลกชัน Freak ภายใต้แนวคิด “180 Years of Always Challenging Convention. 25 Years of The Watch That Proved It.” เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการท้าทายขนบเดิมที่แบรนด์ยึดมั่นมาตลอด 180 ปี และความสำเร็จของ
“A creative adult is a child who survived” คำกล่าวนี้คือสิ่งอธิบายตัวตน และเป็นปรัชญาที่สะท้อนพลังแห่งจินตนาการไร้ขอบเขตของ MB&F ได้อย่างชัดเจนที่สุด และเนื่องในโอกาสเปิดศักราชใหม่สู่ทศวรรษที่ 3 ของแบรนด์นาฬิกาสุดขบถแบรนด์นี้ พวกเขาได้ปลุกความฝันวัยเด็กของลูกผู้ชายที่หลงใหลในวัฒนธรรม Pop Sci-Fi ให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งในชื่อ HM12 “The Guardian” โปรเจกต์ระดับมาสเตอร์พีซที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ทิ้งไป เพราะคราวนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตของการเป็นเพียง “นาฬิกาข้อมือ” สู่สถาปัตยกรรมบอกเวลาที่สามารถปลดล็อคไปรวมตัวกับ “ร่างต้น” กลายเป็นหุ่นยนต์รบสูง 38 เซนติเมตรได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยใช้ชิ้นส่วนประกอบรวมกันเกือบ 1,500 ชิ้น คำถามคือ ใครกันที่เต็มไปด้วยความกล้า ความมุ่งมั่น และมีศักยภาพมากพอที่จะเนรมิตโปรเจกต์นี้ให้ออกมาจับต้องได้จริง? เบื้องหลังความซับซ้อนเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันสองวัน แต่คือจุดบรรจบของจินตนาการข้ามเจเนอเรชัน ระหว่างชายสองคนที่มีวิสัยทัศน์สุดขั้วไม่แพ้กัน… ความล้ำหน้าของโปรเจกต์นี้ เริ่มต้นจากคำถามสั้น ๆ แต่โคตรท้าทายของ Max Busser ผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่หลงใหลในหุ่นยนต์ยุค 70s-80s ที่ว่า “จะเท่แค่ไหน ถ้านาฬิกาข้อมือไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์บอกเวลา แต่คือส่วนหัวของหุ่นยนต์?” และเขาได้ส่งต่อวิสัยทัศน์นี้ให้กับ
ในช่วงตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Patek Philippe และ PMT The Hour Glass มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมและยกระดับวัฒนธรรมการสะสมนาฬิกา ตลอดจนศิลปะแห่งการประดิษฐ์เรือนเวลาในประเทศไทย บูติกแห่งใหม่ปี 2026 มาพร้อมพื้นที่ 290 ตารางเมตร เพื่อเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก ให้เหล่าผู้หลงใหลความงดงามของ Swiss Made Watch “ประเทศไทยเป็นตลาดที่ ปาเต็ก ฟิลิปป์ ให้ความสำคัญเสมอมา เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่ไว้วางใจกันมาอย่างยาวนานอย่างพีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส เพื่อถ่ายทอดความประณีต เจตนารมณ์ และมรดกอันทรงคุณค่าที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ให้แก่นักสะสมชาวไทยได้สัมผัสอย่างลึกซึ้ง” – Deepa Chatrath (กรรมการผู้จัดการปาเต็ก ฟิลิปป์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) บูติกปี 2026 ออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของ Patek Philippe ผนวกกับความเป็นไทยร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ซึ่งมาพร้อมกับการบริการที่เป็นเลิศพร้อมต้อนรับเหล่านักสะสมให้มาสัมผัสศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง ผ่านคอลเลกชันที่หลากหลาย ตั้งแต่กลไกโครโนกราฟ, ทูร์บิญอง ไปจนถึงนาฬิกาดาราศาสตร์อันซับซ้อน ซึ่งเผยให้เห็นความมหัศจรรย์ของโลกแห่งเวลาที่น่าหลงใหล เพราะสำหรับเรานาฬิกามิใช่เพียงเครื่องบอกเวลา แต่คือผลงานศิลปะที่บันทึกเรื่องราวและความทรงจำล้ำค่าในทุกช่วงเวลาของชีวิต ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บูติก แขกผู้มาเยือนจะได้ร่วมเดินทางผ่านไทม์ไลน์ที่รวบรวมเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ และนวัตกรรมชั้นเลิศของ


