Guide

เรื่อง “เหล้า” เคล้าสุรา เครื่องดื่มย้อมใจที่ไม่ได้มีแต่เรื่องปวดหัว

By: DR. TUI July 7, 2018

“เหล้า” เมื่อพูดคำนี้ขึ้นมาหลาย ๆ คนคงรู้สึกได้ถึงความมึนเมา และเป็นสิ่งที่นำพามาซึ่งปัญหาให้กับสังคม แต่ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า “เหล้า” คือเพื่อนร่วมสุขร่วมทุกข์ ดื่มเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ ดื่มเพื่อไว้อาลัย หรือเป็นแม้กระทั่งน้ำมงคลเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เป็นยารักษาโลก และอีกมากมายเหตุผลที่จะนึกได้ แล้วทำไมเจ้าเครื่องดื่มชนิดนี้ถึงมีความสามารถหลากหลายด้านเหลือเกิน อีกทั้งยังมีส่วนเกี่ยวของกับประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติแทบทุกยุคทุกสมัย บางมุมของโลกเปรียบเป็นดั่งน้ำอัมฤทธิ์ แต่บางที่ก็กลายเป็นของต้องห้ามอย่างเด็ดขาด วันนี้เราจะมาปลดล็อคกันครับว่า “เหล้า” มันคืออะไรแล้วตกลงมันคือผู้ร้าย หรือพระเอกกันแน่

หากย้อนพูดถึงประวัติของเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เมาคงไม่อาจจะทราบแน่ชัดได้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะตั้งแต่ที่เริ่มมีการบันทึกประวัติศาตร์ของมนุษย์ชาติไม่ว่าจะเป็นพุทธศักราช หรือคริสต์ศักราชก็ดี จะเห็นได้ชัดว่ามีการพูดถึงเครื่องดื่มประเภทน้ำเมาตั้งแต่แรกเริ่มประวัติศาสตร์แล้ว นักวิชาการหลาย ๆ คน จึงมีความคิดเห็นว่าจริง ๆ แล้วเครื่องดื่มชนิดนี้อาจจะมีมาก่อนที่จะมีการบันทึกประวัติศาสตร์ของมนุษย์ด้วยซ้ำไป คำว่า “เหล้า” สำหรับบ้านเราอาจจะเป็นภาษาพูดที่เหมารวมไปสักหน่อย เพราะในความเป็นจริงแล้วเครื่องดื่มประเภทน้ำเมามีหลากหลายชนิดมาก ไม่ว่าจะเป็น ไวน์ บรั่นดี เบียร์ ซิงเกิ้ลมอลท์ วิสกี้ หรือ วอดก้า เป็นต้น จะจำแนกแตกต่างกันตามวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตเช่น ผลองุ่น ข้าวบาเล่ย์ หรือข้าวโพด

 

 

ต่อมาคือกรรมวิธีในการผลิตเช่น การดอง การหมัก การกลั่น แล้วแต่ภูมิปัญญาของพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งวัตถุดิบชนิดเดียวกันแต่ใช้กรรมวิธีผลิตต่างกันก็มีชื่อเรียกต่างกันเช่น ข้าวบาเล่ย์ถ้าเรานำไปหมักจะกลายเป็นเบียร์ แต่ถ้านำไปผ่านกระบวนการกลั่นจะถูกเรียกว่าสก๊อตวิสกี้ นี่แค่น้ำจิ้มนะครับจริง ๆ มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก “เหล้า” มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบสำคัญ แม้ว่าในเหล้าชนิดต่าง ๆ ยังมีสารอื่นที่ทำให้เกิดเอกลักษณ์ของเหล้าชนิดนั้น ๆ เมื่อดื่มแล้วจะออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง หากดื่มไม่มากอาจรู้สึกผ่อนคลายเนื่องจากสารกดจิตใต้สำนึกที่คอยควบคุมตนเองทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น หรือเรียกว่าละลายพฤติกรรมนั่นเอง แต่เมื่อดื่มมากขึ้นก็จะไปกดสมองบริเวณอื่น ๆ ทำให้เสียการทรงตัว พูดไม่ชัด จนแม้กระทั่งหมดสติในที่สุด เมื่อดื่มเหล้าเข้าไป เหล้าจะเดินทางผ่านกระเพาะอาหารไปสู่ลำไส้เล็ก แอลกอฮอล์ในเหล้าจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปทั่วร่างกาย

ถ้าทานอาหารมาก่อนดื่มเหล้า แอลกอฮอล์จะใช้เวลา 1 – 6 ชั่วโมง จึงจะถูกดูดซึมไปถึงระดับสูงสุดในกระแสเลือด แต่ถ้าดื่มเหล้าในขณะที่ท้องว่างจะใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง ในการดูดซึมแอลกอฮอล์สู่กระแสเลือดในระดับสูงสุดนี่คือเหตุผลว่าทำไมพอท้องว่างแล้วไปดื่มเหล้าจึงเมาเร็วจัง แอลกอฮอล์ในร่างกายจะถูกกำจัดโดยตับเป็นส่วนใหญ่ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือจะถูกขับออกทางลมหายใจ ปัสสาวะ เหงื่อ และอุจจาระ แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว เกิดการสูญเสียความร้อนจากร่างกาย แอลกอฮอล์ในปริมาณมากสามารถทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารทำให้เกิดอาการอักเสบและเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้ แอลกอฮอล์ยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ผู้ที่ดื่มเหล้าจึงปัสสาวะบ่อย สูญเสียน้ำและรู้สึกกระหายน้ำมากเมื่อผ่านไปสักระยะนึง บรรยากาศวงเหล้าเมื่อรวมกับพลังงานที่ได้จากเหล้ามักทำให้ผู้ดื่มไม่รู้สึกอยากอาหาร ดังนั้นผู้ที่ดื่มเหล้าเป็นนิจจึงอาจขาดสารอาหารได้ ที่สำคัญแอลกอฮอล์ทำให้เกิดความเสียหายที่เนื้อตับ คนที่ดื่มเหล้าจึงมีโอกาสเป็นตับอักเสบมากกว่าคนไม่ดื่มและอาจพัฒนาไปถึงขั้นตับวายได้เลยนะครับ

พออ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงคิดในใจว่า ”อ้าวเฮ้ยไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา” ใช่ครับอะไรที่มันมากเกินไปย่อมไม่ดี ซึ่งหลักการนี้ผมว่าใช้ได้เกือบทุกอย่างในชีวิต อย่าว่าแต่เหล้าเลยครับ แม้แต่ยาพาราเซตามอลที่เราทานกันเป็นประจำถ้าทานมากเกินไปก็ส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน แต่ถ้าเราบริโภคอย่างพอดีล่ะก็มีประโยชน์อย่างแน่นอน ในวรสารทางการแพทย์มีการยืนยันออกมาแล้วว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ช่วยลดโอกาสของภาวะสมองเสื่อม ลดโอกาสเกิดของโรคเบาหวาน ลดความเสี่ยงการเกิดโรคนิ่ว เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล

ยังครับยังไม่หมด ในทางการแพทย์แผนโบราณหลาย ๆ แขนงมักจะมีการนำเหล้ามาเป็นส่วนประกอบหรือนำมาดองยาอยู่เสมอเพราะแอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยทำละลายตัวยาหรือสมุนไพรและยังช่วยให้มีการดูดซึมตัวยาสู่กระแสเลือดของผู้ถูกรักษาได้ดีและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในบางศาสนายังมีการใช้เหล้าบางชนิดเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาหรือเป็นเครื่องสักการะบูชาต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์ด้วยซ้ำไป แต่บางศาสนาและบางประเทศเหล้าเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด และที่พูดถึงไม่ได้และกำลังเป็นกระแสมากขึ้นเรื่อยๆนั่นก็คือ”การลงทุนในเหล้า” เหล้าเป็นสิ่งนึงที่มีกาลเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้ง จึงเกิดมีการสะสมเหล้าเพื่อลงทุนขึ้นมา เพราะเหล้าบางรุ่นบางชนิดเป็นสิ่งที่มีจำกัดและไม่มีการผลิตอีกแล้วซึ่งถ้าใครมีครอบครองไว้ไม่ว่าจะซื้อมาเองหรือเป็นมรดกตกทอดก็ยิ้มกว้างๆกันได้เลยครับ

Credit Image : https://www.nonjatta.com/2013/02/karuizawa-1964-for-poland.html

การที่ผมนำเรื่องเหล้ามาเล่าสู่กันฟังไม่ได้หมายความว่าผมจะอวยท่านที่ชอบดื่มอยู่แล้ว หรือเชิญชวนให้ท่านหันมาดื่มเหล้ามากขึ้นนะครับ แต่กำลังจะบอกว่าถ้าเราเดินสายกลาง อยู่ในความไม่ประมาทมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและผู้อื่น “เหล้า” ไม่สามารถมอมเมาคุณได้แน่นอน เพราะคุณจะตระหนักอยู่เสมอว่าคุณกำลังดื่มเหล้า ไม่ใช่ปล่อยให้เหล้าดื่มคุณ

DR. TUI
WRITER: DR. TUI
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line